นพ. อรรถ นิติพน
ศัลยศาสตร์อุบัติเหตุ ชำนาญการรักษาแผลไฟไหม้ แผลหายยาก แผลเรื้อรัง ดูแลผู้ป่วยแผลไฟไหม้เหตุการณ์ไฟไหม้ผับ

ศัลยศาสตร์อุบัติเหตุ ชำนาญการรักษาแผลไฟไหม้ แผลหายยาก แผลเรื้อรัง ดูแลผู้ป่วยแผลไฟไหม้เหตุการณ์ไฟไหม้ผับ


บาดแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกคือการบาดเจ็บบริเวณผิวหนัง ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากความร้อน ทั้งความร้อนแห้งคือเปลวไฟ วัสดุร้อน เช่น เตารีด เป็นต้น หรือความร้อนเปียก เช่น น้ำร้อน กาแฟร้อน เป็นต้น สาเหตุอื่นที่ทำให้บาดเจ็บบริเวณผิวหนังอีก เช่น สารเคมี กระแสไฟฟ้า และกัมมันตรังสี เป็นต้น และมักเรียกรวม ๆ ว่าบาดแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก

แผลกดทับนับเป็นแผลที่ส่งผลกับการใช้ชีวิตโดยตรง เพราะมีการกดทับลงไปจนเนื้อตายและเกิดแผลขึ้นมา แผลลักษณะนี้มักพบในผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว ทำกิจกรรมน้อย รวมทั้งผู้สูงอายุ หากไม่รีบรักษานอกจากรุนแรงจนต้องพักฟื้นในโรงพยาบาล อาจเกิดการติดเชื้อจากแผลกดทับอาจอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้

การปฐมพยาบาลเพื่อดูแลแผลเบื้องต้นอย่างถูกวิธี ไม่ว่าจะเป็น แผลไฟไหม้ แผลน้ำร้อนลวก แผลไฟช็อต แผลฟ้าผ่า แผลจากสารเคมี คือสิ่งสำคัญที่ช่วยเยียวยาบาดแผลให้ดีขึ้นและพร้อมสำหรับการรักษาอย่างถูกวิธีกับแพทย์เฉพาะทางต่อไป

บาดแผลที่พบในปัจจุบันมีทั้งแผลเรื้อรังและแผลเฉียบพลัน สำหรับแผลเฉียบพลันจะหายได้เร็ว ใช้เวลารักษาไม่นาน แต่สำหรับบาดแผลเรื้อรังจะหายช้าและกินเวลานาน จึงเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ เพราะการรักษาอย่างถูกวิธีมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้แผลเรื้อรังหายได้เร็วยิ่งขึ้น

ศูนย์รักษาแผล คือ แผนกที่ดูแลรักษาผู้ที่มีบาดแผลเรื้อรัง ซึ่งเป็นมานานกว่า 4 สัปดาห์แล้วยังไม่หาย ด้วยสาเหตุหลัก ๆ จากการเป็นเบาหวาน แผลกดทับ หลอดเลือดดำเสื่อม และหลอดเลือดแดงตีบตัน เป็นต้น

แผลหลอดเลือดมีทั้งแผลหลอดเลือดแดงตีบตันและแผลหลอดเลือดดำทำงานผิดปกติ ซึ่งนับว่าเป็นแผลเรื้อรังที่นอกจากสร้างความทรมานให้กับผู้ป่วย หากไม่รีบรักษาอาจร้ายแรงจนทำให้ต้องสูญเสียอวัยวะส่วนนั้นได้ในที่สุด ดังนั้นการทำความเข้าใจเพื่อทำการรักษาอย่างถูกวิธีและทันท่วงทีคือสิ่งสำคัญ

โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่เพียงเพิ่มโอกาสในการเกิดโรคแทรกซ้อน แต่ยังหมายถึงโอกาสในการอักเสบของเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกายก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ที่น่าเป็นห่วงคือหากผู้ป่วยเบาหวานมีบาดแผลอาจติดเชื้อลุกลามได้ง่ายและหายยาก จึงควรใส่ใจดูแลอย่าละเลยบาดแผลอย่างเด็ดขาด

หลายคนอาจเข้าใจว่าเมื่อเกิดอาการปวดท้อง ท้องอืด แน่นท้อง เป็นอาการของโรคกระเพาะอาหาร โรคกรดไหลย้อนโดยเฉพาะผู้หญิงอายุไม่ต่ำกว่า 40 มักขาดการตรวจเช็กโดยละเอียด รู้ตัวอีกทีโรคที่เป็นอาจไม่ใช่โรคกระเพาะอาหารแต่เป็นนิ่วในถุงน้ำดี