เวียนศีรษะบ้านหมุน ห้ามชะล่าใจอาจเสี่ยงโรคร้าย

3 นาทีในการอ่าน
เวียนศีรษะบ้านหมุน ห้ามชะล่าใจอาจเสี่ยงโรคร้าย

แชร์

หากมีอาการเวียนศีรษะบ้านหมุน เมื่ออาการดีขึ้นหลายคนมักชะล่าใจและคิดว่าไม่เป็นอะไรมาก ทั้งที่ความจริงแล้วอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนกำลังเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายที่บ่งบอกโรคต่าง ๆ ได้ ดังนั้นการรู้เท่าทันและรีบพบแพทย์โดยเร็วเมื่อมีอาการคือสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลยอย่างเด็ดขาด


เวียนศีรษะ
VS เวียนศีรษะบ้านหมุน

อาการเวียนศีรษะ (Dizziness) โดยทั่วไปมีลักษณะอาการตั้งแต่มึนศีรษะไปจนถึงเวียนศีรษะ อาจงง ทรงตัวได้ไม่ดี หวิว ๆ จากโรคต่าง ๆ ที่ไม่เฉพาะเจาะจง ซึ่งต่างกับอาการเวียนศีรษะบ้านหมุน (Vertigo) ที่จะรู้สึกว่าตนเองหมุน มีการโคลงเคลงไปมา ส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตอย่างมาก


รู้จักเวียนศีรษะบ้านหมุน

เวียนศีรษะบ้านหมุน (Vertigo) คือ อาการที่ทำให้รู้สึกว่าสิ่งแวดล้อมรอบตัวกำลังหมุนไป หรืออาจรู้สึกว่าตนเองกำลังหมุนไปทั้งที่อยู่กับที่ หรือรู้สึกโคลงเคลงทั้งที่อยู่กับที่หรือไม่มีการเคลื่อนไหว ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของอวัยวะการทรงตัวของหูชั้นในที่คอยดูแลสมดุลการทรงตัวของร่างกาย หากมีอาการรุนแรงอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย อาทิ คลื่นไส้ อาเจียน หูอื้อ มีเสียงในหู ฯลฯ ความน่ากลัวคือเมื่อเวียนศีรษะบ้านหมุนอาจสูญเสียการทรงตัว ทำให้เสี่ยงต่อการล้มหรืออุบัติเหตุต่าง ๆ ได้ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กโดยเร็ว จะได้ทราบถึงต้นเหตุและรักษาได้อย่างถูกวิธี


เวียนศีรษะบ้านหมุนบอกโรค

อาการเวียนศีรษะบ้านหมุนสามารถบอกโรคที่กำลังเกิดขึ้นกับร่างกายได้หลายโรค ได้แก่

  1.  โรคทางหู
    • หูชั้นนอก อาทิ ขี้หูอุดตัน, หูชั้นนอกอักเสบ, เนื้องอกหูชั้นนอก, กระดูกช่องหูหัก ฯลฯ
    • หูชั้นกลาง อาทิ หูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลัน, หูชั้นกลางอักเสบเรื้อรัง, เลือดคั่งในหูชั้นกลาง, เนื้องอกที่โพรงหลังจมูก ฯลฯ
    • หูชั้นใน อาทิ หูชั้นในอักเสบ, เยื่อหุ้มสมองอักเสบ, น้ำในหูชั้นในผิดปกติหรือน้ำในหูไม่เท่ากัน, หินปูนในหูชั้นในเคลื่อน, เส้นประสาทการทรงตัวในหูอักเสบ, เนื้องอกประสาทการทรงตัวหรือเส้นประสาทการได้ยิน ฯลฯ
  2. โรคทางสมองและระบบประสาท
    • เส้นประสาทการทรงตัวอักเสบ
    • เนื้องอกประสาททรงตัว 
    • โรคระบบประสาทส่วนกลาง
    • ความเสื่อมของระบบประสาทส่วนกลาง
    • การติดเชื้อของระบบประสาท
  3. โรคอื่น
    • โรคแพ้ภูมิตัวเอง
    • โรคต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยกว่าปกติ
    • โรคเลือด 
    • โรคหลอดเลือดตีบจากไขมันในเลือดสูง
    • โรคความดันโลหิตสูง
    • โรคเบาหวาน
    • โรคกระดูกต้นคอเสื่อม
    • โรคไต
    • โรคภูมิแพ้
    • กระดูกกะโหลกแตกหัก
    • เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ

เวียนศีรษะบ้านหมุน ห้ามชะล่าใจอาจเสี่ยงโรคร้าย

ตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุ

การตรวจวินิจฉัยอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนเพื่อหาสาเหตุเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะยิ่งเจอสาเหตุของโรคเร็ว รักษาได้เร็ว ย่อมช่วยให้ผลลัพธ์การรักษาเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งแพทย์สามารถตรวจวินิจฉัยโดย

  • ซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด
  • เจาะเลือดตรวจหาความผิดปกติ
  • ตรวจปัสสาวะ
  • ตรวจการได้ยิน
  • ตรวจหาความผิดปกติของหัวใจ
  • ตรวจคลื่นสมองระดับก้านสมอง
  • ตรวจระบบประสาทและการทรงตัว 
  • ตรวจการทำงานของอวัยวะการทรงตัวในหูชั้นใน 
  • ตรวจดูการกลอกของลูกตาและการเคลื่อนไหวของลูกตาในท่าทางต่าง ๆ 

นอกจากนี้แพทย์อาจทำการตรวจวินิจฉัยอื่นๆเพิ่มเติมตามความเหมาะสมอาทิตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) ตรวจวัดแรงดันของน้ำในหูชั้นใน (ECOG) เป็นต้น


รักษาตามอาการ

หลังจากตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แพทย์จะทำการรักษาตามอาการและสาเหตุเป็นสำคัญ ประกอบด้วย

  • การให้ยา เช่น ยากดการรับรู้ของประสาทการทรงตัว, ยาระงับประสาท, ยาแก้คลื่นไส้อาเจียน, ยาขยายหลอดเลือด ฯลฯ
  • การฝึกบริหารการทรงตัว เช่น  บริหารสายตา, บริหารกล้ามเนื้อ คอ แขน ขา, ฝึกการเคลื่อนไหวศีรษะและคอ, ฝึกการเดิน, ฝึกการยืน ฯลฯ
  • การรักษาตามโรคที่พบ เช่น หากเป็นโรคเรื้อรังต้องควบคุมโรคให้ดี หากเป็นโรคเกี่ยวกับหูต้องระวังอุบัติเหตุ เลี่ยงการติดเชื้อของหู และการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจส่วนบน เป็นต้น

การปฏิบัติตัวหากเวียนศีรษะบ้านหมุน

  • ถ้าเวียนศีรษะบ้านหมุนขณะเดิน ให้หยุดเดินทันที หาที่นั่งพัก ป้องกันการล้มและอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น
  • ถ้าเวียนศีรษะบ้านหมุนขณะขับรถ ให้จอดรถข้างทางเปิดไฟฉุกเฉินทันที 
  • ถ้าเวียนศีรษะบ้านหมุนมากให้นอนพบพื้นราบโดยไม่เคลื่อนไหว มองไปยังวัตถุนิ่ง จนอาการดีขึ้นจึงค่อย ๆ ลุก หากรู้สึกง่วงนอนควรนอนหลับพักผ่อนให้อาการดีขึ้น
  • เลี่ยงเสียงดัง
  • ลดหรืองดดื่มชา กาแฟ น้ำอัดลม
  • เลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดอาการเวียนศีรษะ เช่น เครียด วิตกกังวล นอนน้อย สารก่อภูมิแพ้ต่าง ๆ ฯลฯ
  • เลี่ยงท่าทางที่ทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ เช่น หมุนหันศีรษะเร็ว ๆ, ก้มเงยคอหรือหันเต็มที่ ฯลฯ


อย่างไรก็ตามหากมีอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนไม่ควรชะล่าใจอย่างเด็ดขาดเพราะสามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุตั้งแต่ไม่รุนแรงไปจนถึงรุนแรงถึงชีวิตได้การพบแพทย์โดยเร็วที่สุดจะช่วยให้รักษาได้ทันเวลา


 


สอบถามเพิ่มเติมที่
ศูนย์การได้ยิน การพูด การทรงตัวและเสียงในหู
ชั้น 2 อาคารโรงพยาบาลกรุงเทพ
เปิดให้บริการ
จันทร์ – ศุกร์ 09.00 - 17.00 น.
วันเสาร์ อาทิตย์ 09.00 - 16.00 น.

แชร์