แผลหลอดเลือด อันตรายกว่าที่คิด

2 นาทีในการอ่าน
แผลหลอดเลือด อันตรายกว่าที่คิด

แชร์

แผลหลอดเลือดมีทั้งแผลหลอดเลือดแดงตีบตันและแผลหลอดเลือดดำทำงานผิดปกติ ซึ่งนับว่าเป็นแผลเรื้อรังที่นอกจากสร้างความทรมานให้กับผู้ป่วย หากไม่รีบรักษาอาจร้ายแรงจนทำให้ต้องสูญเสียอวัยวะส่วนนั้นได้ในที่สุด ดังนั้นการทำความเข้าใจเพื่อทำการรักษาอย่างถูกวิธีและทันท่วงทีคือสิ่งสำคัญ


ลักษณะแผลหลอดเลือดตีบตัน

แผลหลอดเลือดตีบตัน แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่

  1. แผลหลอดเลือดแดงตีบตัน
  2. แผลหลอดเลือดดำทำงานผิดปกติ

แผลหลอดเลือด, แผลเรื้อรัง, ศัลยกรรม

1) แผลหลอดเลือดแดงตีบตัน

แผลหลอดเลือดแดงตีบตันส่วนใหญ่พบในคนอายุมาก เกิดจากภาวะที่ทำให้หลอดเลือดแดงตีบตัน ได้แก่ แคลเซียมที่เกิดจากคอเลสเตอรอล โรคของหลอดเลือด เช่น หลอดเลือดแดงอักเสบ เบาหวาน เป็นต้น

ลักษณะบาดแผลหลอดเลือดแดงตีบตันที่สำคัญ ได้แก่

  • แผลจะซีดๆ
  • แผลไม่มีเลือดออก
  • แผลสามารถลึกถึงเส้นอ้นถึงกระดูกได้
  • รู้สึกปวดมาก
  • แผลจะลึกและเจ็บ


กลุ่มเสี่ยงแผลหลอดเลือดแดงตีบ

  1. ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน โรคอ้วน ไขมันในเลือดสูง
  2. ผู้ที่เท้าชา เท้าผิดรูป
  3. ผู้ที่มีเส้นประสาทผิดปกติ
  4. ผู้ที่มีโรคข้อต่าง ๆ
  5. ผู้ที่ใส่รองเท้าไม่ถูกต้อง ไม่สามารถป้องกันเท้าได้ ทำให้เกิดแรงกดบริเวณปุ่มกระดูกมาก

***รองเท้าที่ดีจะต้องเป็นรองเท้าสวม เช่น รองเท้ากีฬา ขนาดรองเท้าต้องพอดี ไม่คับ ไม่หลวม หัวแม่เท้าห่างจากหัวรองเท้าประมาณ 1 หัวแม่มือ


ความรุนแรงของแผลหลอดเลือดแดงตีบ

หากเป็นแผลหลอดเลือดแดงตีบแล้วปล่อยไว้ไม่รักษาจะเกิดแผลที่เจ็บ ลึก รุนแรง และอาจติดเชื้อ เมื่อแผลติดเชื้อมากๆ อาจลุกลามจนเนื้อตายเป็นบริเวณกว้าง เพราะเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ และอาจต้องตัดอวัยวะส่วนนั้นในที่สุด ยกตัวอย่างเช่น หากเป็นแผลหลอดเลือดแดงตีบจากนิ้วเท้าลามมาถึงเท้า ถ้าติดเชื้อจนเนื้อตายมาก ๆ อาจต้องตัดเท้า เป็นต้น ซึ่งระยะการลุกลามนั้นไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับว่าบาดแผลขาดเลือดมากแค่ไหนและเชื้อโรครุนแรงแค่ไหน


รักษาแผลหลอดเลือดแดงตีบ

การรักษาแผลหลอดเลือดแดงตีบสามารถทำได้เช่นดียวกับรักษาแผลเรื้อรังทั่วไปและตรวจแก้เส้นเลือด หากเส้นเลือดไม่ดีต้องให้ยา อาจร่วมกับการถ่างขยายเส้นเลือดไม่ให้ตีบ หากไม่ได้ผลอาจต้องผ่าตัด โดยแพทย์จะเลือกใช้เทคโนโลยีการรักษาที่เหมาะสมเข้ามาช่วย การดูแลแผลหลอดเลือดแดงมักจะทำให้แผลแห้งเพื่อลดการติดเชื้อ

 

ป้องกันไม่ให้เกิดแผลหลอดเลือดแดงตีบซ้ำ

  • ห้ามสูบบุหรี่
  • ห้ามนั่งไขว่ห้าง
  • เลี่ยงอากาศเย็น
  • ใส่รองเท้าที่ดี
  • ออกกำลังกายเท่าที่ทำได้

 

แผลหลอดเลือด, แผลเรื้อรัง, ศัลยกรรม


2) แผลหลอดเลือดดำทำงานผิดปกติ

แผลหลอดเลือดดำทำงานผิดปกติจะอยู่ที่ขา เกิดจากการที่เนื้อเยื่อเลือดที่ไหลมาตามหลอดเลือดแดงไหลกลับไปที่หลอดเลือดดำ เกิดการคั่งค้างไม่สามารถไหลกลับสู่หัวใจได้ดี ทำให้ขาบวม ออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อไม่ดี ขาดสารอาหารที่มีประโยชน์ และเกิดเป็นแผลขึ้น


ลักษณะบาดแผลหลอดเลือดดำตีบตันที่สำคัญ ได้แก่

  • มักเกิดบริเวณด้านข้างขา
  • แผลมีสีดำคล้ำ
  • ขาบวม
  • ไม่ปวด
  • แผลจะไม่ค่อยลึกถึงเส้นเอ็น
  • แผลจะตื้นและไม่เจ็บ


รักษาแผลหลอดเลือดดำตีบ

  1. ทำแผลตามหลักการของแพทย์
  2. ใช้การรัดพันขาให้แน่นในระดับหนึ่งเพื่อให้ยุบ ไม่บวม ซึ่งข้อจำกัดของการพันขาในแผลหลอดเลือดดำทำงานผิดปกติจะต้องไม่มีปัญหาหลอดเลือดแดงร่วมด้วย เพราะหากมีปัญหาหลอดเลือดแดงเมื่อพันขาจะเกิดแรงกดทับ ทำให้หลอดเลือดแดงไปเลี้ยงไม่ได้
  3. การผ่าตัดแก้ไขสาเหตุ เพราะแผลหลอดเลือดดำอาจเกิดจากปัญหาหลอดเลือดดำได้


ป้องกันไม่ให้เกิดแผลหลอดเลือดดำตีบซ้ำ

  • เมื่อรักษาจนหายแล้วต้องดูแลเท้าให้ดี
  • สังเกตตัวเองทุกวัน หากมีแผลต้องรีบพบแพทย์โดยเร็วเพื่อทำการรักษา
  • ลดน้ำหนักให้เป็นไปตามเกณฑ์
  • ไม่ยืนหรือนั่งห้อยขานาน ๆ

 

หากเป็นแผลหลอดเลือด ไม่ว่าจะเป็นแผลหลอดเลือดแดงตีบตันหรือแผลหลอดเลือดดำทำงานผิดปกติ ควรรีบมาพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อทำการรักษาอย่างต่อเนื่องจนหายขาด ปัจจุบันมีเครื่องมือและเทคโนโลยีในการรักษาที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ ลดความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น ทำให้ผู้ป่วยกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกครั้ง


สอบถามเพิ่มเติมที่
ศูนย์ศัลยกรรม
ชั้น 1 อาคาร D โรงพยาบาลกรุงเทพ

แชร์