โตขึ้นลูกเราจะสูงไหม นี่เป็นคำถามที่พ่อแม่มักสงสัยและกังวลใจ โดยเฉพาะเมื่อสังเกตเห็นว่า ลูกตัวเล็กกว่าเพื่อนวัยเดียวกัน เพราะหากลูกเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ แต่ความสูงยังคงเดิม ไม่เพียงแต่เป็นสัญญาณเตือนว่าลูกอาจเจริญเติบโตไม่สมวัย ยังส่งผลต่อจิตใจของลูกเมื่อถูกเปรียบเทียบกับเพื่อนวัยเดียวกัน การทำความเข้าใจปัจจัยที่ส่งผลต่อความสูงเด็ก รู้วิธีคำนวณความสูงสุดท้าย และหมั่นสังเกตภาวะเด็กตัวเตี้ยอย่างถูกวิธี ย่อมช่วยให้เข้าใจการเจริญเติบโตของลูกและรับมือกับปัญหาได้ทันท่วงที
ภาวะตัวเตี้ย (Short Stature) คืออะไร
ภาวะตัวเตี้ย หรือ Short Stature ในทางการแพทย์หมายถึง ภาวะที่เด็กมีความสูงต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานเมื่อเทียบกับเด็กในเพศและวัยเดียวกัน (ความสูงอยู่ต่ำกว่าเปอร์เซ็นไทล์ที่ 3 ของกราฟการเจริญเติบโต) หรือมีอัตราการเจริญเติบโตที่ช้าผิดปกติ เช่น สูงเพิ่มขึ้นน้อยกว่า 4 เซนติเมตรต่อปีในช่วงก่อนเข้าสู่วัยรุ่น ซึ่งภาวะนี้อาจเป็นเพียงลักษณะทางพันธุกรรมที่ไม่ได้เป็นโรค หรืออาจเป็นสัญญาณเตือนของความผิดปกติซ่อนเร้น เช่น การขาดฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth Hormone Deficiency) ภาวะขาดไทรอยด์ หรือโรคทางพันธุกรรมอื่น ๆ
วิธีสังเกตว่าลูกตัวเล็ก หรือเข้าข่ายภาวะเด็กตัวเตี้ย (Short Stature)
คุณพ่อคุณแม่สามารถประเมินได้ว่าลูกเข้าข่ายภาวะเด็กเตี้ย หรือภาวะตัวเตี้ย (Short Stature) หรือไม่ โดยการสังเกตจากอัตราการเพิ่มความสูงของลูกในแต่ละช่วงวัย ซึ่งโดยปกติแล้วเด็กควรมีอัตราการเพิ่มความสูงตามมาตรฐาน ดังนี้
- แรกเกิด – 1 ปี อัตราการเพิ่มความสูง 23 – 27 เซนติเมตรต่อปี
- 1 – 2 ปี อัตราการเพิ่มความสูง 10 – 12 เซนติเมตรต่อปี
- 2 – 4 ปี อัตราการเพิ่มความสูง 6 – 7 เซนติเมตรต่อปี
- ก่อนเข้าสู่วัยรุ่น อัตราการเพิ่มความสูง 4 – 5.5 เซนติเมตรต่อปี
เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น เด็กจะมีช่วงเวลาประมาณ 1 – 2 ปี ที่มีการเพิ่มความสูงอย่างรวดเร็ว (Peak Pubertal Growth Spurt) โดยเด็กผู้หญิงจะเพิ่มขึ้นประมาณ 7 – 10 เซนติเมตรต่อปี ส่วนเด็กผู้ชายจะเพิ่มขึ้นประมาณ 8 – 12 เซนติเมตรต่อปี หากพบว่าลูกมีอัตราการเจริญเติบโตที่น้อยกว่าเกณฑ์เหล่านี้อย่างเห็นได้ชัด ควรพาไปปรึกษาแพทย์
ปัจจัยที่ส่งผลกับความสูงเด็ก
การที่เด็กคนหนึ่งจะเจริญเติบโตและมีความสูงตามเกณฑ์หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลัก 2 ประการ ได้แก่
- พันธุกรรม โดยปกติแล้วถ้าพ่อแม่สูง ลูกมักจะสูง หรือถ้าพ่อแม่เตี้ย ลูกก็มักจะเตี้ย
- สิ่งแวดล้อม ได้แก่ ภาวะโภชนาการที่เหมาะสม การออกกำลังกาย การพักผ่อนให้เพียงพอ และการทำงานของระบบต่อมไร้ท่อ ได้แก่ Growth Hormone, Thyroid Hormone และ Sex Hormone ที่เป็นปกติ เป็นต้น
ซึ่งโดยปกติแล้วเด็กจะมีอัตราการเพิ่มความสูงตามมาตรฐาน ดังนี้
|
อายุ |
อัตราการเพิ่มความสูง (เซนติเมตรต่อปี) |
|
แรกเกิด – 1 ปี |
23 – 27 เซนติเมตร |
|
1 – 2 ปี |
10 – 12 เซนติเมตร |
|
2 – 4 ปี |
6 – 7 เซนติเมตร |
|
ก่อนเข้าสู่วัยรุ่น |
4 – 5.5 เซนติเมตร |
|
ช่วงวัยรุ่น เด็กจะมีเวลาประมาณ 1 – 2 ปีที่จะมีการเพิ่มความสูง สูงสุด (Peak Pubertal Growth Spurt) |
|
***ทั้งนี้ทั้งนั้นสามารถรู้ความสูงสุดท้ายคร่าว ๆ ของลูกได้ล่วงหน้าด้วยวิธีการประเมินและคาดคะเนความสูงสุดท้ายเมื่อเป็นผู้ใหญ่
ประเมินและคาดคะเนความสูงสุดท้ายเมื่อเป็นผู้ใหญ่
การประเมินและคาดคะเนความสูงสุดท้ายเมื่อเป็นผู้ใหญ่ มี 2 วิธีหลัก ๆ ดังนี้
1) การคำนวณความสูงสุดท้ายจากความสูงของพ่อแม่ (Midparental Height และ Target Height)
เป็นความสูงตามศักยภาพทางพันธุกรรม โดยพ่อแม่สามารถลองคำนวณความสูงคร่าว ๆ ของลูกได้เองด้วยวิธีนี้
เด็กผู้ชาย = (ความสูงของพ่อ + ความสูงของแม่ + 13) ÷ 2
ยกตัวอย่างเช่น
ส่วนสูงพ่อ = 175 ซม. ส่วนสูงแม่ = 152 ซม.
175 + 152 = 327 ซม.
นำผลลัพธ์ไปบวก 13 จะได้ 327 + 13 = 340
นำผลลัพธ์หารด้วย 2 จะได้ 340 / 2 = 170
170 เซนติเมตร คือความสูงคร่าว ๆ ของลูกชายในอนาคต
เด็กผู้หญิง = (ความสูงของพ่อ + ความสูงของแม่ – 13) ÷ 2
ยกตัวอย่างเช่น
ส่วนสูงพ่อ = 175 ซม. ส่วนสูงแม่ = 152 ซม.
175 + 152 = 327
นำผลลัพธ์ไปลบ 13 จะได้ 327 – 13 = 314
นำผลลัพธ์หารด้วย 2 จะได้ 314/2 = 157
157 เซนติเมตร คือ ความสูงคร่าว ๆ ของลูกสาวในอนาคต
***อย่างไรก็ตาม ความเป็นไปได้ของความสูงสุดท้ายจะอยู่ในช่วงบวกลบ 7 – 9 เซนติเมตร ดังนั้นความสูงสุดท้ายของลูกชาย ตามตัวอย่างจะอยู่ที่ 161 – 179 เซนติเมตร และลูกสาวจะอยู่ที่ 148 – 166 เซนติเมตร ตามลำดับ
2) การคำนวณความสูงสุดท้ายจากภาพถ่ายเอกซเรย์อายุกระดูก (Bone Age) (Predicted Adult Height)
เราสามารถรู้อายุกระดูกได้จากการเอกซเรย์มือซ้าย ตั้งแต่ข้อมือถึงปลายนิ้ว โดยเปรียบเทียบการเจริญของกระดูกทุกชิ้นกับภาพถ่ายเอกซเรย์อายุกระดูกมาตรฐาน ซึ่งอายุกระดูกจะบอกได้ว่า เด็กแต่ละคนสามารถเจริญเติบโตได้อีกมากน้อยเพียงใด และโดยทั่วไปแล้ว แพทย์จะติดตามพัฒนาการและการเจริญเติบโตของเด็กโดยใช้กราฟมาตรฐานการเจริญเติบโตตามเพศและเชื้อชาติ ซึ่งมีทั้งกราฟความสูงและน้ำหนักเมื่อเทียบกับอายุ พ่อแม่สามารถนำน้ำหนักส่วนสูงมาลองจุดเทียบกับค่าปกตินี้ได้
กราฟมาตรฐานการเจริญเติบโตของเด็กหญิงและเด็กชาย
อาหารเพิ่มความสูง โภชนาการสำคัญที่พ่อแม่ไม่ควรละเลย
แม้พันธุกรรมจะมีส่วนสำคัญ แต่โภชนาการที่เหมาะสมก็เป็นปัจจัยที่ช่วยดันศักยภาพความสูงของเด็กให้ไปได้ถึงจุดสูงสุด อาหารที่ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของกระดูกและกล้ามเนื้อ ได้แก่
- โปรตีนคุณภาพสูง: เช่น ไข่ไก่ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ปลา และเต้าหู้ เป็นแหล่งกรดอะมิโนที่สำคัญในการสร้างเซลล์และเนื้อเยื่อต่าง ๆ
- แคลเซียม: เช่น นมวัว โยเกิร์ต ชีส ปลาเล็กปลาน้อย และผักใบเขียวเข้ม (เช่น คะน้า บรอกโคลี) ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง
- แร่ธาตุสังกะสี (Zinc): เช่น อาหารทะเล ตับ และธัญพืชต่าง ๆ มีส่วนช่วยในการทำงานของโกรทฮอร์โมน
- วิตามินดี: ร่างกายสังเคราะห์ได้จากการรับแสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้า หรือพบในเห็ดและปลาทะเล มีหน้าที่ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการเพิ่มความสูง
ในยุคที่มีข้อมูลข่าวสารมากมาย มีหลายความเชื่อเกี่ยวกับการเพิ่มความสูงที่อาจทำให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจคลาดเคลื่อน ได้แก่
ดื่มนมแทนน้ำแล้วจะสูง
การดื่มนมมีประโยชน์ต่อกระดูก แต่การดื่มมากเกินไปโดยไม่รับประทานอาหารอื่นให้ครบ 5 หมู่ อาจทำให้เด็กได้รับพลังงานล้นเกินจนกลายเป็นโรคอ้วน ซึ่งภาวะอ้วนเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กระตุ้นให้เด็กเป็นหนุ่มเป็นสาวก่อนวัยและทำให้กระดูกปิดเร็วขึ้น
โหนบาร์ช่วยยืดกระดูกให้ยาวขึ้น
การโหนบาร์เป็นการยืดเหยียดกล้ามเนื้อและข้อต่อกระดูกสันหลัง ทำให้หลังตรงและดูสูงขึ้นชั่วคราว แต่ไม่ได้ช่วยยืดความยาวของกระดูกชิ้นยาว (เช่น กระดูกขา) ที่เป็นปัจจัยหลักของความสูงอย่างถาวร
อาหารเสริมเพิ่มความสูงเห็นผลแน่นอน
ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่รับรองว่ามียาหรืออาหารเสริมใดที่กินแล้วรับประกันการเพิ่มความสูงได้ หากเด็กไม่ได้มีภาวะขาดสารอาหาร การเสริมโภชนาการด้วยอาหารมื้อหลักยังคงเป็นวิธีที่ดีและปลอดภัยที่สุด
แพทย์ช่วยคำนวณความสูงในอนาคตของลูกได้ชัดเจนกว่า
ตามปกติแล้วแพทย์จะใช้ข้อมูลคำนวณความสูงจากทั้ง 2 วิธี โดยการคำนวณความสูงสุดท้ายจากพันธุกรรมควบคู่กับภาพถ่ายเอกซเรย์กระดูกเพื่อดูอายุกระดูก ซึ่งอายุกระดูกจะบอกได้ว่าเด็กจะสามารถเติบโตได้อีกมากน้อยเพียงใด แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์ความสูงสุดท้ายร่วมกัน โดยที่อายุกระดูกไม่จำเป็นต้องเท่ากับอายุจริง เพราะยังมีปัจจัยอื่น ๆ และฮอร์โมนเป็นตัวกำหนด โดยเฉพาะอย่างยิ่งฮอร์โมนเพศ ซึ่งการคำนวณด้วยวิธีนี้ต้องปรึกษาแพทย์เฉพาะทางหรือกุมารแพทย์ต่อมไร้ท่อ
ภาวะเป็นหนุ่มเป็นสาวก่อนวัย ภัยแฝงที่ทำให้ เด็กโต ไวแต่หยุดสูงเร็ว
สำหรับเด็กที่สูงพรวดพราดนำโด่งเพื่อนวัยเดียวกันอย่างเห็นได้ชัดให้ระวังอาจเสี่ยงเป็นโรคเป็นหนุ่มเป็นสาวก่อนวัย (Precocious Puberty) ที่จะส่งผลให้เด็กมีการเจริญเติบโตเร็วในช่วงแรก และมีอายุกระดูกล้ำหน้าไปกว่าอายุจริง จากนั้นหัวกระดูกจะปิดเร็วกว่ากำหนด ทำให้เด็กที่โตเร็วในตอนแรกกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ตัวไม่สูงหรือตัวเล็กในอนาคตได้
ซึ่งโรคเป็นหนุ่มเป็นสาวก่อนวัยนี้ นอกจากจะส่งผลต่อเรื่องความสูงแล้ว ยังส่งผลต่อสภาพจิตใจของเด็กด้วย โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงที่มักจะมีพัฒนาการของเต้านมก่อนอายุ 8 ขวบ หรือมีประจำเดือนครั้งแรกก่อนอายุ 9 ขวบ ทำให้ร่างกายแตกต่างกับเพื่อนวัยเดียวกัน ส่วนเด็กชายสังเกตได้จากขนาดอัณฑะที่มักใหญ่กว่า 4 ซีซี เป็นต้น หากเด็กเป็นโรคนี้ควรต้องพบแพทย์เพื่อทำการรักษาชะลอความหนุ่มสาว ซึ่งแพทย์จะทำการตรวจวัดอายุกระดูก และปัจจัยอื่น ๆ อาทิ ฮอร์โมน พันธุกรรมความสูง ฯลฯ เพื่อวินิจฉัยและประเมินการรักษา รวมถึงให้คำปรึกษาว่าควรจะฉีดยาเพื่อชะลอการปิดของกระดูกเพื่อเพิ่มความสูงหรือไม่ ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับแต่ละกรณี
ศูนย์กุมารเวช โรงพยาบาลกรุงเทพ พร้อมให้คำปรึกษาเรื่อง ความสูงเด็ก
การติดตามพัฒนาการและการเจริญเติบโตของลูกอย่างสม่ำเสมอคือสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรละเลย หากสงสัยว่าลูกมีความสูงต่ำกว่าเกณฑ์ หรือสูงเร็วเกินวัย ศูนย์กุมารเวช โรงพยาบาลกรุงเทพ มีความพร้อมในการดูแลประเมินพัฒนาการของเด็กทุกช่วงวัย ด้วยทีมกุมารแพทย์เฉพาะทางด้านต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม พร้อมให้การตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด ตั้งแต่การวิเคราะห์พันธุกรรม การตรวจประเมินอายุกระดูก ไปจนถึงการให้คำปรึกษาเพื่อวางแผนการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เพื่อให้เด็กเติบโตอย่างสมวัยและมีสุขภาพที่แข็งแรง
สรุปบทความ
หากสงสัยว่าลูกของคุณสูงเร็วหรือสูงเกินวัยหรือไม่ สามารถพาลูกเข้ารับการตรวจและปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการด้านโรคเป็นหนุ่มเป็นสาวก่อนวัยโดยเฉพาะที่ศูนย์กุมารเวช โรงพยาบาลกรุงเทพ ซึ่งมีทีมแพทย์พร้อมตรวจวินิจฉัยและดูแลรักษาแบบองค์รวมครอบคลุมตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยรุ่น
ข้อมูล :
- บทความ How to Maximize Adult Height โดยสุทธิพงศ์ วัชรสินธุ จากหนังสือคู่มือการสอนการสร้างเสริมสุขภาพในหลักสูตรพยาบาลศาสตร์บัณฑิต โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับความสูงเด็กและภาวะเด็กตัวเตี้ย
1. เด็กตัวเตี้ยสามารถรักษาให้สูงขึ้นได้หรือไม่
การรักษาภาวะตัวเตี้ยจะขึ้นอยู่กับสาเหตุ หากพบว่าเกิดจากการขาดโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone Deficiency) แพทย์อาจพิจารณาแนวทางการรักษาด้วยการเสริมฮอร์โมน แต่หากเกิดจากพันธุกรรมหรือกระดูกปิดไปแล้ว การรักษาด้วยฮอร์โมนอาจไม่สามารถเพิ่มความสูงได้ จึงควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
2. การดื่มนมเยอะ ๆ ช่วยเพิ่มความสูงเด็กได้เสมอไปหรือไม่
นมเป็นแหล่งของโปรตีนและแคลเซียมที่มีประโยชน์ต่อการสร้างกระดูก แต่ความสูงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการดื่มนมเพียงอย่างเดียว เด็กจำเป็นต้องได้รับสารอาหารอื่น ๆ อย่างครบถ้วน รวมถึงการออกกำลังกายที่มีการกระแทกเพื่อกระตุ้นกระดูก (เช่น กระโดดเชือก บาสเกตบอล) และการนอนหลับอย่างเพียงพอร่วมด้วย
3. ควรพาลูกไปตรวจอายุกระดูกเมื่ออายุเท่าไร
คุณพ่อคุณแม่สามารถพาลูกไปพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินเบื้องต้นได้ทันทีเมื่อสังเกตพบว่าลูกมีส่วนสูงน้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐานของเด็กวัยเดียวกัน หรือมีอัตราการเพิ่มความสูงที่ช้าผิดปกติ (เช่น สูงขึ้นน้อยกว่า 4 เซนติเมตรต่อปีในวัยก่อนเข้าสู่วัยรุ่น) หรือเมื่อพบสัญญาณการเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย
4. การนอนดึกส่งผลให้ลูกตัวเล็กจริงหรือไม่
มีส่วนจริง เนื่องจากการหลั่งของโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนสำคัญที่ช่วยในเรื่องการเจริญเติบโต จะหลั่งออกมามากที่สุดในช่วงที่เด็กนอนหลับสนิทในเวลากลางคืน (Deep Sleep) การนอนดึกหรือพักผ่อนไม่เพียงพอจึงอาจส่งผลกระทบต่อการหลั่งฮอร์โมนชนิดนี้ได้











