ภาวะหลอดเลือดดำบกพร่องเรื้อรัง (CVI) รีบรักษาก่อนลุกลามเกินเยียวยา

5 นาทีในการอ่าน
ภาวะหลอดเลือดดำบกพร่องเรื้อรัง (CVI) รีบรักษาก่อนลุกลามเกินเยียวยา

แชร์

ภาวะหลอดเลือดดำบกพร่องเรื้อรังเกิดจากความเสื่อมสภาพของผนังหลอดเลือดดำและลิ้นภายในหลอดเลือด ทำให้ระบบที่ควบคุมให้เลือดดำไหลกลับเข้าสู่หัวใจเสียไป เลือดจะคั่งในหลอดเลือดดำบริเวณส่วนล่างของร่างกาย ระยะแรกจะมีอาการบวม เป็น ๆ หาย ๆ ที่เท้า ข้อเท้า และขา ตามมาด้วยความเสื่อมเนื้อเยื่อจนเกิดแผลเรื้อรังในระยะยาว สาเหตุที่พบบ่อยคือ การเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำชั้นลึก การบาดเจ็บของหลอดเลือดดำ และการเสื่อมของหลอดเลือดดำในผู้สูงอายุ ผู้ป่วยมักมีโรคประจำตัวเรื้อรังอย่างเบาหวาน โรคไต ความดันโลหิต โรคหัวใจและหลอดเลือดร่วมด้วย หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดดำ อาการที่พบระยะแรก ได้แก่ ปวดตึงน่อง คล้ายอาการปวดกล้ามเนื้อขาหรือกล้ามเนื้ออักเสบ ทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่เข้าใจผิด เข้ารับการรักษาล่าช้า หรือไม่ได้รับการรักษาที่ถูกวิธีตั้งแต่ต้นจนลุกลามกลายเป็นภาวะหลอดเลือดดำบกพร่องเรื้อรัง (CVI) และเกิดแผลเรื้อรังจากหลอดเลือดดำ (Chronic Venous Ulcer) ที่รักษาค่อนข้างยาก

หน้าที่หลอดเลือดดำ

หลอดเลือดดำมีหน้าที่สำคัญ คือ ลำเลียงเลือดจากส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะแขนและขากลับสู่หัวใจ และเป็นแหล่งกักเก็บเลือดที่สำคัญ ปริมาณเลือดในระบบหลอดเลือดดำมีประมาณ 2 ใน 3 ของเลือดในร่างกาย ระบบหลอดเลือดดำประกอบด้วยหลอดเลือด 3 ส่วน คือ 

  1. หลอดเลือดดำชั้นใต้ผิวหนัง (Superficial Venous System) มีขนาดเล็ก ผนังหลอดเลือดหนา มีลิ้นควบคุมให้เลือดไหลจากส่วนปลายแขนขาเข้าสู่หัวใจ
  2. หลอดเลือดดำชั้นลึก (Deep Venous System) ได้แก่ หลอดเลือดดำในกล้ามเนื้อและอวัยวะภายใน รับเลือดจากหลอดเลือดดำส่วนปลายกลับเข้าหัวใจ มีขนาดใหญ่ ผนังบาง 
  3. หลอดเลือดดำทางเชื่อม (Communicating Vein) ทำหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างหลอดเลือดดำใต้ผิวหนังกับหลอดเลือดดำชั้นลึก

รู้จักภาวะหลอดเลือดดำบกพร่องเรื้อรัง 

ภาวะหลอดเลือดดำบกพร่องเรื้อรัง (Chronic Venous Insufficiency: CVI) เกิดจากพยาธิสภาพของหลอดเลือดดำ เป็นหนึ่งในสามของโรคหลอดเลือดดำที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่

  • เส้นเลือดขอด (Varicose Vein)
  • ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึก (Deep Vein Thrombosis: DVT) 
  • ภาวะหลอดเลือดดำบกพร่องเรื้อรัง (Chronic Venous Insufficiency: CVI)

สาเหตุของภาวะหลอดเลือดดำบกพร่องเรื้อรัง

ภาวะหลอดเลือดดำบกพร่องเรื้อรัง (CVI) เกิดได้จากการอุดตันของหลอดเลือดดำ (Venous Obstruction) และภาวะลิ้นของหลอดเลือดบกพร่อง (Valvular Insufficiency) มักเกิดหลังจากโรคหลอดเลือดดำลึกอุดตันเฉียบพลันหรือเรื้อรัง (Deep Vein Thrombosis) ลิ่มเลือด และการมีเลือดคั่งจากการอุดตันกระตุ้นให้เกิดการอักเสบของหลอดเลือด การอักเสบนี้จะทำลายลิ้นของหลอดเลือดดำ ทำให้ไม่สามารถควบคุมให้เลือดไหลกลับหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เลือดจะคั่งจนความดันในหลอดเลือดดำสูงมาก ส่งผลให้ความเสื่อมของหลอดเลือดดำรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็แสดงอาการของภาวะหลอดเลือดดำบกพร่องเรื้อรังออกมา เช่น มีเลือดรั่วซึมออกไปสะสมในเนื้อเยื่อโดยรอบ ทำให้ผิวหนังสีคล้ำขึ้น มักพบรอบข้อเท้า เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่ต่ำที่สุด มีความดันในหลอดเลือดดำสูงที่สุด ผิวหนังและเนื้อเยื่อโดยรอบจะอักเสบกลายเป็นแผลเรื้อรัง 

กลุ่มเสี่ยงภาวะหลอดเลือดดำบกพร่องเรื้อรัง

  • กรรมพันธุ์
  • ผู้ที่เป็นโรคเรื้อรัง อาทิ เบาหวาน โรคไต โรคหัวใจและหลอดเลือด

Chronic Venous Insufficiency

อาการภาวะหลอดเลือดดำบกพร่องเรื้อรัง 

อาการภาวะหลอดเลือดดำบกพร่องเรื้อรัง (CVI) ขึ้นอยู่กับขนาดของลิ่มเลือดที่อุดตัน แบ่งเป็น 7 ระยะ ได้แก่

  • ระยะ 0 มีอาการปวดขา ขาหนัก เมื่อยขา ชา ร้อน บวม เป็นตะคริวในเวลากลางคืน หน่วงตึงบริเวณเท้าและขาส่วนล่าง 
  • ระยะ 1 หลอดเลือดฝอยพองโตขึ้นคล้ายใยแมงมุม 
  • ระยะ 2 เส้นเลือดขอด หลอดเลือดดำโตขึ้น ขยายตัวทั้งยาวขึ้น ใหญ่ขึ้น คดเคี้ยว
  • ระยะ 3 เท้าและขาเริ่มบวม ขาทั้งสองข้างไม่เท่ากัน
  • ระยะ 4 ผิวหนังเปลี่ยนสี แข็งกระด้าง เกิดรอยขาว โดยเฉพาะบริเวณเท้า รอบข้อเท้า และขาช่วงล่าง
  • ระยะ 5 แผลที่ผิวหนัง แผลเปื่อย แผลอักเสบ โดยเฉพาะแผลใกล้ตาตุ่มด้านนอก
  • ระยะ 6 เป็นแผลเรื้อรัง จากหลอดเลือดดำเสื่อม (Venous Ulcer) แผลมีขนาดใหญ่ บริเวณรอบข้อเท้า และติดเชื้อได้ 

สัญญาณเตือนภาวะหลอดเลือดดำบกพร่องเรื้อรัง

  • ปวดตึงน่อง เมื่อยืนหรือเดินนาน ๆ
  • เป็นตะคริว ขาชา หลอดเลือดฝอยพองโตหรือเส้นเลือดขอดร่วมด้วย
  • บวมแดงร้อน (คล้ายอาการปวดกล้ามเนื้อขาหรือกล้ามเนื้ออักเสบ แต่ไม่บวม) 
  • ผิวหนังที่ขาบวมแข็ง

แผลเรื้อรังจากภาวะหลอดเลือดดำบกพร่องเรื้อรัง

แผลเรื้อรังจากหลอดเลือดดำเสื่อม (Venous Ulcer) ที่เกิดจากภาวะหลอดเลือดดำบกพร่องเรื้อรังต่างจากแผลเรื้อรังจากสาเหตุอื่น โดยมีลักษณะดังนี้

  • แผลมักอยู่บริเวณรอบตาตุ่ม พบบริเวณตาตุ่มด้านในมากกว่าตาตุ่มด้านนอก
  • แผลมีลักษณะตื้นและไม่ลึก
  • แผลมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ตามระยะเวลาและจำนวนครั้งที่เกิดขึ้นใหม่
  • ฐานของแผลมักมีสีแดง บางครั้งเห็นตุ่มเล็ก ๆ สีแดงตามพื้นแผล
  • แผลแฉะชุ่มเปียก 
  • ขอบแผลรุ่งริ่งมีสีดำโดยรอบ
  • ไม่ค่อยเจ็บแผลยกเว้นติดเชื้อ
  • ข้อเท้ามักบวมแข็ง 
  • ผิวหนังสีดำคล้ำ 

Chronic Venous Insufficiency


ตรวจวินิจฉัยภาวะหลอดเลือดดำบกพร่องเรื้อรัง

  • ตรวจร่างกายระบบหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำ
  • ตรวจการทำงานของลิ้นในหลอดเลือดดำ (Percussion Test)
  • ทดสอบความบกพร่องของลิ้นในหลอดเลือดดำ (The Tourniquet Test)
  • ตรวจสัญญาณสะท้อนการไหลของเลือด (Doppler Ultrasound)
  • Duplex Ultrasound การตรวจพิเศษโดยใช้คลื่นความถี่สูงค้นหาการไหลเวียนเลือดที่ผิดทิศทางและภาวะหลอดเลือดดำอุดตัน เพื่อประเมินการทำงานของหลอดเลือดดำ และลิ้นหลอดเลือดดำ 
  • Plethysmography ตรววจหาการอุดตันของเลือดในหลอดเลือดดำ 
  • Venography ตรวจภาพเอกซเรย์หลอดเลือดดำโดยการฉีดสารทึบรังสีเข้าไปในหลอดเลือดดำเพื่อค้นหาความผิดปกติ 

รักษาภาวะหลอดเลือดดำบกพร่องเรื้อรัง

การรักษาภาวะหลอดเลือดดำบกพร่องเรื้อรัง (CVI) แพทย์จะรักษาตามอาการของผู้ป่วยเป็นหลัก ได้แก่

  1. สวมถุงน่องทางการแพทย์ สำหรับผู้ที่มีหลอดเลือดดำบกพร่อง การไหลเวียนของเลือดดำจะไม่ดีแม้ขณะเดิน ควรเพิ่มการไหลเวียนของเลือด โดยสวมถุงน่องหรือถุงเท้าทางการแพทย์ตลอดเวลา ยกเว้นขณะอาบน้ำและเวลานอน เพื่อบีบเลือดที่คั่งอยู่ในหลอดเลือดดำที่อยู่ตื้นให้ไหลเข้าสู่หลอดเลือดดำชั้นลึก ช่วยลดแรงดันในหลอดเลือดดำ ลดการเกิดตะคริว ลดอาการปวดน่อง ลดการอักเสบของผิวหนัง เร่งการหายของแผลเรื้อรัง

    การสวมถุงน่องทางการแพทย์ที่ออกแบบให้มีการบีบรัดตามระดับที่ถูกต้องอย่างสม่ำเสมอร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม อาทิ หมั่นขยับขาทั้งสองข้าง (ขยับนิ้วเท้าและเกร็งน่อง) ไม่นั่งหรือยืนเป็นเวลานาน ออกกำลังกายที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการบีบตัวของกล้ามเนื้อขาและการไหลเวียนของเลือดกลับสู่หัวใจได้ดี เช่น การว่ายน้ำ เต้นรำ หรือขี่จักรยาน ควบคุมไม่ให้น้ำหนักเกิน นอนยกขาสูง สวมกางเกงที่ไม่รัดเกินไป นวดขาและเท้าบ่อย ๆ ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น อาบน้ำเย็นหรือประคบเย็นเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนหลอดเลือดดำและช่วยลดอาการปวดขา เป็นต้น ช่วยรักษาและป้องกันการเกิดซ้ำของโรคได้

  2. การรักษาแผลหลอดเลือดดำเรื้อรังเฉพาะที่ แพทย์จะทำแผลเพื่อขจัดเนื้อเยื่อที่ตาย ป้องกันแผลติดเชื้อ กระตุ้นให้ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อ และผิวหนังมาปกคลุมแผล โดยเน้นเรื่องความสะอาดและไม่เกิดอันตรายกับบาดแผล มีการพันรัดเท้าและขาเพื่อช่วยลดการคั่งของเลือดทุกครั้ง
  3. การฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ แพทย์ตรวจหาตำแหน่งหลอดเลือดดำบกพร่องโดยใช้อัลตราซาวนด์ แล้วฉีดยาเข้าไปเฉพาะที่เพื่อไม่ให้เลือดดำไหลย้อนมาคั่งบริเวณแผลเรื้อรัง วิธีนี้ช่วยให้ไม่ต้องผ่าตัดและไม่เสียเวลาพักฟื้น โดยอาจมีการรับประทานยาเพื่อช่วยรักษาแผลหลอดเลือดดำเรื้อรังร่วมด้วย
  4. การผ่าตัดรักษาหลอดเลือดดำบกพร่องเรื้อรัง ในกรณีที่รักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล แพทย์จะทำการผ่าตัดซ่อมสร้างหลอดเลือดส่วนลึก เพื่อแก้ไขการไหลย้อนกลับของหลอดเลือดดำ หากผู้ป่วยมีอาการขาบวมอย่างรุนแรงและมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แพทย์จะทำการผ่าตัดเย็บซ่อมลิ้นของหลอดเลือดดำที่เสียให้ตึงขึ้น หรือผ่าตัดนำลิ้นที่ดีจากหลอดเลือดดำบริเวณแขนมาทดแทนลิ้นที่ถูกทำลายในหลอดเลือดดำส่วนขา หรือผ่าตัดเอาลิ่มเลือดที่อุดตันหลอดเลือดดำออก วิธีผ่าตัดดังกล่าวจะช่วยให้แผลหลอดเลือดดำเรื้อรังหายเร็วขึ้น ลดการเกิดแผลและการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังที่มากขึ้น ลดอาการปวดขาและขาบวม ทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


ความผิดปกติของหลอดเลือดดำหากปล่อยทิ้งไว้อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ควรสังเกตความผิดปกติของหลอดเลือดดำที่ขาเป็นประจำหากมีเส้นเลือดขอดขาบวมผิวหนังเปลี่ยนสีหรือเป็นแผลที่หายช้าควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาอย่างเหมาะสมก่อนลุกลามยากเกินรักษา 


 


สอบถามเพิ่มเติมที่
ศูนย์หลอดเลือด
ชั้น 1 อาคาร D โรงพยาบาลกรุงเทพ
จันทร์,พุธ, เสาร-อาทิตย์ 08.00 – 17.00 น.
อังคาร, พฤหัสบดี, ศุกร์ 08.00 - 19.00 น.

แชร์