การคลำเจอก้อนที่คอมีโอกาสพบได้ทุกเพศทุกวัย อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ การสังเกตความผิดปกติและพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยโดยเร็วเป็นสิ่งสำคัญ เพราะไม่เพียงช่วยลดความรุนแรงของโรค ยังช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน คืนความมั่นใจในการใช้ชีวิตและดูแลสุขภาพได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที
ก้อนที่คอคืออะไร
ก้อนที่คอ (Neck Mass) คือ ก้อนที่คลำเจอหรือมองเห็นได้บริเวณต่าง ๆ ของคอ เช่น ข้างคอ ใต้คาง ใต้หู ลูกกระเดือก มีตั้งแต่ขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่ สามารถพบได้ทุกช่วงวัย ส่วนใหญ่ก้อนที่คอไม่มีอาการและไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่มีบางก้อนที่อาจเป็นสัญญาณบอกโรคจำเป็นต้องพบแพทย์อย่างเร่งด่วน

ก้อนที่คอเกิดจากอะไร
ก้อนที่คอเกิดได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่
- ก้อนไทรอยด์ (Thyroid Nodule) พบบ่อยในผู้ใหญ่ ก้อนจะอยู่บริเวณด้านหน้าคอ ไม่เจ็บ เมื่อกลืนอาหารจะขยับขึ้นลง มักเป็นก้อนชนิดไม่ร้ายแรง แต่บางรายอาจเสี่ยงเป็นมะเร็งไทรอยด์ ถ้าก้อนเจ็บ โตเร็ว กลืนลำบาก จำเป็นต้องได้รับแข็ง กดการตรวจเพิ่มเติมโดยเร็ว
- ต่อมน้ำเหลืองโต (Lymphadenitis) ก้อนมักพบบริเวณคอด้านข้าง ใต้กราม หรือเหนือกระดูกไหปลาร้า มีลักษณะแข็ง ไม่เจ็บ พบได้หลายก้อนพร้อมกัน มักมีขนาดโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากพบว่าก้อนโตเร็ว ร่วมกับมีไข้ น้ำหนักลด หรืออ่อนเพลีย อาจเป็นสัญญาณของมะเร็ง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยทันที
- ซีสต์บริเวณลำคอ (Neck Cyst) มีลักษณะเป็นถุงน้ำ ของเหลว หรือไขมันที่เกิดขึ้นบริเวณลำคอ อาจอักเสบได้ พบได้ตั้งแต่กำเนิดหรือหลังติดเชื้อ ต่อมไขมันอุดตัน ต่อมไทรอยด์ผิดปกติ ส่วนใหญ่พบในคนอายุน้อย
- ก้อนเนื้อชนิดไม่ร้ายแรง เช่น ก้อนไขมัน (Lipoma) ก้อนจากต่อมน้ำลาย มักโตช้าและไม่มีอาการ
- มะเร็งศีรษะและลำคอ ก้อนที่คอโตขึ้นเรื่อย ๆ ไม่เจ็บ มีแผลในปากเรื้อรัง เสียงแหบเรื้อรัง กลืนลำบาก แม้โอกาสพบมีน้อย แต่หากมีอาการควรพบแพทย์โดยเร็ว เพราะอาจลุกลามรุนแรง

คลำเจอก้อนที่คอแบบไหนควรพบแพทย์
- คลำพบก้อนที่คอครั้งแรก
- ก้อนที่คอใหญ่ขึ้นรวดเร็ว
- ก้อนที่คอแข็งและเคลื่อนที่น้อย
- เจ็บก้อนที่คอหรือกดแล้วเจ็บ
- เสียงแหบเรื้อรัง
- กลืนอาหารลำบาก
- หายใจลำบาก
- ต่อมน้ำเหลืองโต
- น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
ยิ่งตรวจก้อนที่คอเร็วเมื่อคลำเจอตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยให้ทราบสาเหตุและวางแผนดูแลได้อย่างเหมาะสม
คลำเจอก้อนที่คอเสี่ยงมะเร็งหรือไม่
ก้อนที่คอมักถูกคลำเจอโดยบังเอิญและทำให้เกิดความกังวลว่าเป็นก้อนไทรอยด์หรือมะเร็งไทรอยด์ ซึ่งการเจอก้อนที่คอไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นมะเร็งเสมอไป อาจเกิดจากต่อมไทรอยด์ ต่อมน้ำเหลือง ซีสต์ หรือก้อนเนื้อชนิดไม่ร้ายแรง แต่หากคลำพบก้อนที่คอควรพบแพทย์โดยเร็วเพื่อหาสาเหตุและดูแลรักษาอย่างเหมาะสม

ตรวจวินิจฉัยก้อนที่คออย่างไร
- ซักประวัติและตรวจร่างกาย ระยะเวลาที่พบก้อน อาการร่วม โรคประจำตัว ประวัติครอบครัว แพทย์ตรวจคลำก้อนบริเวณลำคออย่างละเอียด
- ตรวจอัลตราซาวนด์คอและต่อมไทรอยด์ ด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงเพื่อตรวจตำแหน่งของก้อน ขนาด ลักษณะก้อน จำนวนก้อน เพื่อประเมินโรคและตรวจความเสี่ยงมะเร็ง
- ตรวจเลือด หากสงสัยโรคต่อมไทรอยด์ แพทย์อาจตรวจระดับฮอร์โมน เช่น TSH, Free T4, Free T3 เพื่อประเมินการทำงานของต่อมไทรอยด์และตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด
- เจาะดูดเซลล์ด้วยเข็มขนาดเล็ก Fine Needle Aspiration (FNA) ในกรณีที่แพทย์สงสัยเนื้องอกหรือมะเร็งจะทำการเจาะดูดเซลล์จากก้อนด้วยเข็มขนาดเล็กมาตรวจทางพยาธิวิทยาเพื่อความชัดเจน
- ตรวจ CT Scan เพื่อประเมินขนาด ตำแหน่ง การแพร่กระจายของก้อน
- ตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ในกรณีที่มีการบ่งชี้ว่าก้อนเกิดการลุกลามในบริเวณที่ซับซ้อน
- ตรวจเนื้อเยื่อ (Excisional Biopsy) เพื่อยืนยันความผิดปกติในกรณีที่ไม่สามารถวินิจฉัยด้วยวิธีอื่นได้ชัดเจน
หากก้อนที่คอเป็นก้อนไทรอยด์รักษาได้อย่างไร
หากก้อนที่คอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นก้อนไทรอยด์ แพทย์สามารถทำการรักษาโดย
- ติดตามอาการ (Active Surveillance)
- รักษาด้วยยา ในกรณีที่เกี่ยวกับความผิดปกติของฮอร์โมน
- จี้ก้อนไทรอยด์ (Thyroid Ablation)
- รักษาด้วยวิธี PEI (Percutaneous Ethalnol Injection) ในกรณีที่เป็นถุงน้ำไทรอยด์ โดยฉีดสารเอทานอลเข้าไปในถุงน้ำของต่อมไทรอยด์เพื่อช่วยให้ก้อนยุบตัวโดยไม่ต้องผ่าตัด
- ผ่าตัดไทรอยด์ ในกรณีที่ก้อนที่คอขนาดใหญ่ กดเบียดอวัยวะข้างเคียง หรือสงสัยมะเร็ง
- รักษาด้วยไอโอดีนรังสีในผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้

ก้อนที่คอทุกก้อนต้องผ่าตัดหรือไม่
ก้อนที่คอไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเสมอไป ขึ้นอยู่กับสาเหตุและอาการที่ประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางเป็นสำคัญ หากรุนแรงไม่มากอาจตรวจติดตามด้วยการอัลตราซาวนด์เป็นระยะ หากเริ่มรุนแรงแพทย์อาจจี้ก้อนไทรอยด์ (Thyroid Ablation) หรือทำการผ่าตัดเพื่อรักษาให้อาการดีขึ้น
ก้อนที่คอหายเองได้หรือไม่
ก้อนที่คออาจหายเองได้ขึ้นอยู่กับสาเหตุเป็นสำคัญ หากอักเสบหรือติดเชื้อ เช่น ต่อมน้ำเหลืองบวม อาจยุบได้เอง แต่ในกรณีที่เกิดจากความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ ซีสต์ หรือเนื้องอก ควรได้รับการประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องโดยเร็ว
โรงพยาบาลที่ชำนาญการดูแลรักษาโรคไทรอยด์
THYROID COMPLETE CARE ศูนย์เบาหวาน ไทรอยด์ และต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลกรุงเทพ ดูแลครบเรื่องไทรอยด์ ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางหลายสาขา (Multidisciplinary Thyroid Team) ที่มากด้วยประสบการณ์ เทคโนโลยีที่ทันสมัย และทีมสหสาขาที่พร้อมวางแผนการดูแลรักษาและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การตรวจวินิจฉัย รักษา ไปจนถึงติดตามระยะยาว พร้อมคืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตอย่างมั่นใจอีกครั้ง
แพทย์ที่ชำนาญการดูแลรักษาโรคไทรอยด์
นพ.ณัฐนนท์ มณีเสถียร อายุรแพทย์โรคต่อมไร้ท่อและเมตะบอลิสม โรงพยาบาลกรุงเทพ
สามารถคลิกที่นี่เพื่อทำนัดหมายได้ด้วยตนเอง










