ก้อนไทรอยด์ที่พบเมื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดจะมีทั้งกลุ่มเนื้องอกที่ไม่ใช่มะเร็งและกลุ่มเนื้องอกที่เป็นมะเร็ง ในกรณีที่ก้อนไทรอยด์ไม่ใช่มะเร็งสามารถรักษาด้วยการจี้ก้อนไทรอยด์แบบไม่ต้องผ่าตัด (Thyroid Ablation) ซึ่งผลข้างเคียงน้อย ใช้เวลาไม่นาน ไม่ต้องพักฟื้น และไม่กลับมาเป็นซ้ำ
ก้อนไทรอยด์อันตรายหรือไม่
ผู้ป่วยที่มีก้อนไทรอยด์ หากมีขนาดเล็กจนไม่แสดงอาการหรือคลำแทบไม่พบย่อมไม่กระทบการใช้ชีวิตมากนัก แต่หากคลำพบก้อนที่คอและก้อนไทรอยด์มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ แม้จะไม่ใช่มะเร็ง แต่ก็ส่งผลกับการใช้ชีวิตประจำวัน อาทิ กลืนลำบาก ติดคอ จุกแน่นที่คอ เป็นต้น การรีบพบแพทย์เพื่อทำการรักษาโดยเร็วจึงเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งสามารถรักษาได้หลายวิธี ทั้งการรับประทานยา การกลืนแร่ การผ่าตัด และปัจจุบันสามารถรักษาได้โดยการจี้ก้อนไทรอยด์ (Thyroid Ablation) ที่ผลข้างเคียงน้อย ซึ่งวิธีการรักษาขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์เป็นสำคัญ
จี้ก้อนไทรอยด์ (Thyroid Ablation) คืออะไร
จี้ก้อนไทรอยด์ (Thyroid Ablation) คือ การจี้ก้อนไทรอยด์แบบไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้เข็มส่งผ่านพลังงานคลื่นความร้อนไปยังตำแหน่งที่มีก้อนไทรอยด์ โดยมีเครื่องอัลตราซาวนด์ตรวจหาตำแหน่งก้อนไทรอยด์ เมื่อเข็มปล่อยคลื่นพลังงานผ่านหัวเข็มเข้าสู่ก้อนไทรอยด์ ก้อนที่ได้รับความร้อนจะค่อย ๆ หดตัวและเล็กลง ใช้เวลารักษาไม่นาน ไม่ต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาล ผลข้างเคียงต่ำ ทั้งนี้การเลือกวิธีรักษาขึ้นอยู่กับแพทย์เฉพาะทางและความรุนแรงของโรคเป็นสำคัญ

จี้ก้อนไทรอยด์แบบไม่ต้องผ่าตัด (Thyroid Ablation) มีกี่แบบ
การจี้ก้อนไทรอยด์ (Thyroid Ablation) แบบไม่ต้องผ่าตัด เหมาะกับก้อนไทรอยด์ที่ไม่ใช่เนื้อร้าย มีหลายวิธี อาทิ
- จี้ก้อนไทรอยด์ด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (Radiofrequency Ablation – RFA) ได้รับความนิยมมากที่สุด เหมาะกับก้อนไทรอยด์ที่ไม่ใช่มะเร็งและขนาดไม่ใหญ่มาก โดยใช้เข็มชนิดพิเศษสอดเข้าไปยังตำแหน่งก้อนไทรอยด์แล้วปล่อยคลื่นความร้อน RF เป็นพลังงานวิทยุผ่านปลายเข็มเข้าไปทำลายก้อนไทรอยด์ วิธีนี้เน้นความชำนาญของแพทย์เป็นสำคัญ
- จี้ก้อนไทรอยด์ด้วยคลื่นไมโครเวฟ (Microwave Ablation – MWA) โดยใช้เข็มปล่อยคลื่นไมโครเวฟเข้าไปที่ก้อนไทรอยด์ ทำให้ก้อนเนื้อค่อย ๆ ยุบตัวลง วิธีนี้เหมาะกับคนทุกช่วงวัย ลดผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการผ่าตัด
- จี้ก้อนไทรอยด์ด้วยเลเซอร์ (Laser Ablation – LA) โดยใช้เข็มนำพลังงานเลเซอร์ส่งผ่านใยแก้วนำแสงเข้าไปส่งพลังงานความร้อนในก้อนไทรอยด์ ทำให้ก้อนเนื้อฝ่อและยุบตัวลง วิธีนี้ช่วยลดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อข้างเคียง
ตรวจวินิจฉัยก่อนจี้ก้อนไทรอยด์แบบไม่ต้องผ่าตัด (Thyroid Ablation)
- ตรวจชิ้นเนื้อต่อมไทรอยด์ทางห้องปฏิบัติการ
- ตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์ (Thyroid Stimulating Hormone, TSH)
- ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete Blood Count, CBC)
- ตรวจวัดการแข็งตัวของเลือด (Activated Clotting Time)
ใครที่เหมาะกับการจี้ก้อนไทรอยด์แบบไม่ต้องผ่าตัด (Thyroid Ablation)
- ผู้ที่ผ่านการประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางแล้วว่ามีก้อนไทรอยด์ชนิดไม่ร้ายแรง
- ผู้ที่มีก้อนขนาดใหญ่และกระทบต่อการใช้ชีวิต เช่น แน่นคอ กลืนลำบาก เสียงแหบ คอนูนโตเห็นก้อนชัดเจน
- ผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัดและแพทย์เห็นสมควรว่าสามารถก้อนไทรอยด์แบบไม่ต้องผ่าตัดได้
- ผู้ที่ไม่อยากมีแผลเป็นหรือต้องทานยาฮอร์โมนไทรอยด์ไปตลอดชีวิต
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวความเสี่ยงสูง ไม่พร้อมดมยาสลบหรือผ่าตัดใหญ่

ขั้นตอนการจี้ก้อนไทรอยด์แบบไม่ต้องผ่าตัด (Thyroid Ablation)
- ประเมินโดยแพทย์เฉพาะทาง ซักประวัติ ตรวจร่างกาย และประเมินผลการตรวจทั้งหมด
- อัลตราซาวนด์ก้อนไทรอยด์ (Thyroid Ultrasound) ประเมินตำแหน่ง ขนาด ลักษณะก้อน
- ตรวจเซลล์ก้อนไทรอยด์หากมีข้อบ่งชี้ เพื่อยืนยันว่าก้อนเนื้องอกไทรอยด์ไม่ใช่มะเร็ง โดยเจาะดูดด้วยเข็มขนาดเล็ก (Fine Needle Aspiration: FNA) เพื่อยืนยันว่าก้อนเนื้องอกไทรอยด์ไม่ใช่มะเร็ง
- จี้ก้อนไทรอยด์แบบไม่ต้องผ่าตัด (Thyroid Ablation)
- เจาะเลือดประเมินความสี่ยง เช่น ความเข้มข้นเลือด (CBC), การทำงานของต่อมไทรอยด์ (TFT)
- งดน้ำและอาหารก่อนจี้ก้อนไทรอยด์อย่างน้อย 4 ชั่วโมง
- แพทย์ฉีดยาชาบริเวณก้อนไทรอย์ที่จะทำการจี้
- แพทย์นำเข็มเข้าไปยังตำแหน่งก้อนไทรอยด์ โดยนำทางด้วย Ultrasound ทำให้เห็นตำแหน่งอย่างต่อเนื่อง
- เมื่อจี้เสร็จเรียบร้อยแพทย์จะให้สังเกตอาการ 1 ชั่วโมง หากไม่มีภาวะแทรกซ้อนสามารถกลับบ้านได้
- ดูแลหลังจี้ก้อนไทรอยด์แบบไม่ต้องผ่าตัด (Thyroid Ablation)
- พบแพทย์ตามนัดหมายเพื่อติดตามอาการและประเมินการเปลี่ยนแปลงของก้อนไทรอยด์
- หากมีไข้ ปวด บวม แดงบริเวณแผล เสียงแหบ ให้รีบมาพบแพทย์ทันที

ข้อดีของการจี้ก้อนไทรอยด์ (Thyroid Ablation)
- ใช้เวลารักษาไม่นาน
- ไม่มีแผลผ่าตัด
- ไม่ต้องดมยาสลบ
- ลดภาวะแทรกซ้อน
- ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล
- ฟื้นตัวเร็ว
- ไม่ทำให้ฮอร์โมนไทรอยด์ผิดปกติ
ข้อจำกัดของการจี้ก้อนไทรอยด์ (Thyroid Ablation)
- ไม่สามารถใช้กับก้อนไทรอยด์ทุกชนิด เช่น ก้อนเนื้อร้ายหรือมะเร็ง ก้อนใหญ่เกินไป ก้อนที่มีการกระจายตัว
- หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่นอนราบไม่ได้
- ผู้ป่วยโรคเลือด
- ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ (Pacemaker)
- ไม่สามารถใช้แทนการผ่าตัดได้ในทุกกรณี

จี้ก้อนไทรอยด์ (Thyroid Ablation) ต่างจากการผ่าตัดไทรอยด์อย่างไร
|
จี้ก้อนไทรอยด์ (Thyroid Ablation) |
การผ่าตัดไทรอยด์ |
|
ใช้เข็มส่งผ่านคลื่นความร้อนไปยังตำแหน่งก้อนไทรอยด์ |
ผ่าตัดที่ลำคอเพื่อตัดต่อมไทรอยด์บางส่วนหรือทั้งหมด |
|
ลดขนาดก้อนไทรอยด์ |
ตัดก้อนหรือส่วนของต่อมไทรอยด์ออกมา |
|
ไม่ต้องเปิดแผลผ่าตัดใหญ่ |
เปิดแผลผ่าตัด |
|
มีรอยเข็มเล็ก ๆ ไม่มีแผลผ่าตัด |
มีแผลผ่าตัดที่ลำคอ |
|
ไม่ต้องดมยาสลบ |
ดมยาสลบ |
|
ไม่ต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาล กลับบ้านได้ทันที |
พักฟื้นที่โรงพยาบาล |
การรักษาก้อนไทรอยด์ ทั้งจี้ก้อนไทรอยด์ (Thyroid Ablation) และการผ่าตัดไทรอยด์มีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับการตรวจวินิจฉัยเพื่อประเมินวิธีการรักษาโดยแพทย์เฉพาะทาง
โรงพยาบาลที่ชำนาญการจี้ก้อนไทรอยด์ (Thyroid Ablation)
THYROID COMPLETE CARE ศูนย์เบาหวาน ไทรอยด์ และต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลกรุงเทพ ดูแลครบเรื่องไทรอยด์ ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางหลายสาขา (Multidisciplinary Thyroid Team) ประกอบด้วยอายุรแพทย์ต่อมไร้ท่อ ศัลยแพทย์ รังสีแพทย์ แพทย์เวชศาสตร์นิวเคลียร์ และพยาธิแพทย์ ร่วมกันวิเคราะห์ผลการตรวจและวางแผนการดูแลเฉพาะบุคคลที่มากด้วยประสบการณ์ พร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัยและทีมสหสาขาที่พร้อมวางแผนการดูแลรักษาและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การตรวจวินิจฉัย รักษาด้วยการจี้ก้อนไทรอยด์ (Thyroid Ablation) ไปจนถึงติดตามระยะยาว พร้อมคืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตอย่างมั่นใจอีกครั้ง
แพทย์ที่ชำนาญการดูแลรักษาโรคไทรอยด์
นพ.ณัฐนนท์ มณีเสถียร อายุรแพทย์โรคต่อมไร้ท่อและเมตะบอลิสม โรงพยาบาลกรุงเทพ
สามารถคลิกที่นี่เพื่อทำนัดหมายได้ด้วยตนเอง










