โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    เอ็นไขว้หน้า (ACL) ฉีกขาด: อาการ สาเหตุ การรักษา

    10 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    น.ท. นพ. พรเทพ ม้ามณี ร.น.
    น.ท. นพ. พรเทพ ม้ามณี ร.น.

    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่

    อัปเดตเมื่อ: 02 มิ.ย. 2569
    Cdr. Dr. Pornthep Mamanee
    น.ท. นพ. พรเทพ ม้ามณี ร.น.
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    แพ็กเกจแนะนำ
    แพ็กเกจผ่าตัดส่องกล้องข้อเข่าและข้อไหล่
    แพ็กเกจผ่าตัดส่องกล้องข้อเข่าและข้อไหล่
    เอ็นไขว้หน้า (ACL) ฉีกขาด: อาการ สาเหตุ การรักษา
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 02 มิ.ย. 2569

    การบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้า (Anterior Cruciate Ligament หรือ ACL) เป็นหนึ่งในการบาดเจ็บของหัวเข่าที่พบบ่อยที่สุดในนักกีฬาและคนทั่วไปที่ออกกำลังกาย โดยในประเทศไทยพบผู้ได้รับบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้ามากกว่า 200,000 รายต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามความนิยมของกีฬาสมัยใหม่ เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล และแบดมินตัน สิ่งที่น่ากังวลคือ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รับการรักษาอย่างถูกต้อง ความเสียหายของเอ็นไขว้หน้าจะนำไปสู่ภาวะข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis) ก่อนวัยอันควร ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว การรักษาแต่เนิ่น ๆ และฟื้นฟูอย่างถูกวิธีจึงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตและเล่นกีฬาได้ปกติ

    เอ็นไขว้หน้าทำหน้าที่อะไร?

    หัวเข่าเป็นข้อต่อที่ซับซ้อนที่สุดในร่างกายมนุษย์ ประกอบด้วยกระดูก 3 ชิ้นมาบรรจบกัน ได้แก่ กระดูกต้นขา กระดูกหน้าแข้ง และกระดูกสะบ้า โดยมีเอ็นหลายเส้นทำหน้าที่ยึดโครงสร้างทั้งหมดให้มั่นคง

    หน้าที่ของเอ็นไขว้หน้า

    เอ็นไขว้หน้า (Anterior Cruciate Ligament: ACL) คือ เอ็นขนาดเล็กที่อยู่ตรงกลางข้อเข่า พาดในแนวทแยงมุมจากกระดูกต้นขาไปยังกระดูกหน้าแข้ง มีหน้าที่หลักดังนี้

    • ควบคุมการเลื่อนไปข้างหน้า ของกระดูกหน้าแข้ง ป้องกันไม่ให้เลื่อนออกจากกระดูกต้นขาไปด้านหน้า
    • รักษาความมั่นคงขณะหมุน โดยเฉพาะเมื่อมีการเปลี่ยนทิศทางหรือบิดตัว
    • ส่งสัญญาณให้สมองรับรู้ตำแหน่งของข้อเข่าขณะเคลื่อนไหว

    เมื่อเอ็นไขว้หน้าได้รับบาดเจ็บหรือฉีกขาด การทำหน้าที่ทั้งหมดนี้จะบกพร่อง ทำให้เข่าขาดความมั่นคงและเสี่ยงต่อการบาดเจ็บซ้ำได้ง่ายขึ้น

    เอ็นไขว้หน้าฉีกขาดคืออะไร?

    การบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้า (ACL Injury) หมายถึง ภาวะที่เอ็นไขว้หน้าเกิดการยืดมากเกินไป หรือฉีกขาดบางส่วน ถึงฉีกขาดสมบูรณ์ ซึ่งมักเกิดจากแรงกระทำต่อหัวเข่าอย่างเฉียบพลัน

    เอ็นไขว้หน้าฉีกขาด

    สาเหตุการบาดเจ็บที่พบบ่อย

    1. สาเหตุที่ไม่ได้เกิดจากการปะทะ พบมากถึง 70% ของทั้งหมด:
      • การหยุดกะทันหันหรือเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว
      • การลงพื้นผิดท่า เช่น กระโดดลงแล้วเข่าพับเข้าด้านใน
      • การบิดตัวพร้อมเท้าติดพื้น
      • การเหยียดเข่าแบบโก่ง
    2. สาเหตุที่เกิดจากการปะทะ พบได้ประมาณ 30%
      • ถูกกระแทกด้านข้างของหัวเข่าขณะเล่นกีฬา
      • อุบัติเหตุรถจักรยานยนต์หรือยานพาหนะ
      • การหกล้มจากที่สูง

    กีฬาที่มีความเสี่ยงสูง ทำให้เอ็นไขว้หน้าฉีกขาด: ฟุตบอล บาสเกตบอล วอลเลย์บอล แบดมินตัน เทนนิส สกีลงเนิน และแฮนด์บอล

    ระดับความรุนแรงของการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้า

    การบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าแบ่งตามระดับความรุนแรงได้ 3 ระดับตามมาตรฐานสากล

    • ระดับ 1 (Mild Sprain): การยืดมากเกินไป เส้นใยเอ็นยืดตัวแต่ไม่ขาด เข่ายังมีความมั่นคง ปวดและบวมเล็กน้อย ใช้เวลาฟื้นตัว 2 – 4 สัปดาห์
    • ระดับ 2 (Partial Tear): ฉีกขาดบางส่วน เส้นใยเอ็นฉีกขาดบางส่วน เข่าอาจมีความไม่มั่นคงเล็กน้อย ปวดและบวมปานกลาง บางรายต้องผ่าตัด ใช้เวลาฟื้นตัว 4 – 6 สัปดาห์
    • ระดับ 3 (Complete Tear): ฉีกขาดทั้งหมด เอ็นขาดทั้งหมด เข่าขาดความมั่นคงอย่างชัดเจน มักต้องรักษาด้วยการผ่าตัดสร้างเอ็นใหม่ 

    ภาวะที่มักพบร่วมกับการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้า:

    • หมอนรองกระดูกเข่าฉีกขาด พบร่วม 50 – 75%
    • เอ็นข้างเข่าฉีกขาด
    • กระดูกอ่อนผิวข้อเสียหาย
    • การบาดเจ็บหลายเอ็นพร้อมกัน

    อาการของเอ็นไขว้หน้าฉีกขาด

    หลายคนมักสงสัยว่าอาการของตัวเองเกี่ยวข้องกับเอ็นไขว้หน้าหรือไม่ สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่า ความรุนแรงของอาการไม่ได้สัมพันธ์กับระดับการบาดเจ็บเสมอไป บางรายที่เอ็นขาดทั้งหมด (ระดับ 3) อาจรู้สึกเจ็บน้อยกว่าที่ขาดในตอนแรก

    อาการเฉียบพลัน (Acute Phase — ภายใน 24-48 ชั่วโมงแรก):

    • ได้ยินหรือรู้สึกเสียงดัง “ป๊อก” หรือ “แตก” ในขณะที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนสำคัญ
    • ปวดเข่ารุนแรงอย่างเฉียบพลันทันทีหลังบาดเจ็บ
    • หัวเข่าบวมภายใน 2 – 6 ชั่วโมง จากเลือดออกในข้อเข่า
    • ไม่สามารถลงน้ำหนักขาข้างที่บาดเจ็บได้
    • รู้สึกเข่า “หลวม” หรือ “ไม่มั่นคง”

    อาการระยะเรื้อรัง (Chronic Phase — หลังสัปดาห์แรกเป็นต้นไป):

    • เข่าบวม ปวด และตึงเมื่อขยับ
    • ไม่สามารถงอ – เหยียดเข่าได้เต็มที่ 
    • กล้ามเนื้อต้นขาอ่อนแรงลงอย่างรวดเร็ว 
    • รู้สึกเข่าสั่นหรือไม่มั่นคงเมื่อขึ้น – ลงบันได หมุนตัว หรือเล่นกีฬา
    • เจ็บเมื่อกดบริเวณข้อเข่า

    สัญญาณที่ต้องรีบพบแพทย์ทันที: เข่าบวมมากภายใน 2 ชั่วโมงหลังบาดเจ็บ ไม่สามารถลงน้ำหนักได้เลย หรือเข่าผิดรูปร่างอย่างชัดเจน

    กลุ่มเสี่ยงที่ควรระวัง

    • เพศหญิง มีความเสี่ยงสูงกว่าเพศชาย 2 – 8 เท่า เนื่องจากความแตกต่างทางกายวิภาค (ความกว้างของกระดูกเชิงกราน ความลาดชันของผิวข้อต่อหัวเข่า) ฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ส่งผลต่อความยืดหยุ่นของเอ็น และรูปแบบการเคลื่อนไหว
    • นักกีฬาที่เล่นกีฬาที่ต้องเปลี่ยนทิศทางบ่อย เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล แบดมินตัน
    • ผู้มีปัจจัยทางกาย เช่น อุโมงค์เอ็นไขว้หน้าแคบ ขาโก่ง หรือขาฉิ่งรุนแรง
    • ผู้ที่เคยได้รับบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้ามาก่อน มีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป 15 เท่า
    • วัยรุ่นที่ยังเจริญเติบโต (อายุ 15 – 25 ปี) ที่เล่นกีฬาแข่งขัน
    • ผู้ที่มีสมรรถภาพกล้ามเนื้อต้นขาไม่สมดุล
    • ผู้ที่สวมรองเท้ากีฬาไม่เหมาะสม หรือเล่นกีฬาบนพื้นผิวที่ยึดติดสูงเกินไป
    • ผู้ที่ไม่ได้อบอุ่นร่างกายก่อนออกกำลังกาย

    การวินิจฉัยเอ็นไขว้หน้าฉีกขาด

    การวินิจฉัยที่ถูกต้องตั้งแต่เนิ่น ๆ เป็นสิ่งสำคัญในการวางแผนการรักษาที่เหมาะสม แพทย์จะใช้วิธีการวินิจฉัยหลายขั้นตอนร่วมกัน:

    1. การซักประวัติและตรวจร่างกาย

    แพทย์จะถามถึงกลไกการบาดเจ็บ อาการ และประวัติการบาดเจ็บก่อนหน้า จากนั้นอาจทำการทดสอบเพิ่มเติม เช่น

    • Lachman Test — วินิจฉัยเอ็นไขว้ขาดได้ตรงจุดถึง 85 – 98% ถือเป็นมาตรฐานในการตรวจเอ็นไขว้หน้าฉีกขาด
    • Anterior Drawer Test — ทดสอบการเลื่อนไปข้างหน้าของกระดูกหน้าแข้ง
    • Pivot Shift Test — ทดสอบความไม่มั่นคงขณะเหยียด – งอเข่า

    2. การถ่ายภาพรังสี (X-Ray / Plain Radiograph)

    แม้การเอกซเรย์จะไม่สามารถมองเห็นเอ็นได้โดยตรง แต่ช่วยตรวจสอบว่ามีกระดูกหักหรือกระดูกหลุดออกมาพร้อมเอ็นหรือไม่

    3. การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI — Magnetic Resonance Imaging)

    MRI คือ วิธีการวินิจฉัยสำหรับการบาดเจ็บของเนื้อเยื่ออ่อน ในการวินิจฉัยเอ็นไขว้หน้าฉีกขาดช่วย:

    • ระบุระดับความรุนแรงของการบาดเจ็บ
    • ตรวจหาการบาดเจ็บของโครงสร้างอื่นในข้อเข่าที่อาจเกิดร่วมกัน เช่น หมอนรองกระดูก กระดูกอ่อน
    • ช่วยวางแผนการผ่าตัดอย่างถูกต้อง

    4. การส่องกล้องข้อเข่า (Diagnostic Arthroscopy)

    ในบางกรณีที่ผลการตรวจไม่ชัดเจน แพทย์อาจใช้การส่องกล้องเพื่อดูสภาพภายในข้อเข่าโดยตรง ซึ่งมักทำควบคู่กับการรักษาไปพร้อมกัน

    ทางเลือกในการรักษาเอ็นไขว้หน้าฉีกขาด

    การเลือกวิธีรักษาขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ ระดับความรุนแรงของการบาดเจ็บ อายุ ระดับกิจกรรม ความต้องการในการกลับมาเล่นกีฬา และการบาดเจ็บร่วมที่พบ แพทย์จะพิจารณาร่วมกับผู้ป่วยเพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสม

    วิธีที่ 1: การรักษาแบบไม่ผ่าตัด

    เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีการบาดเจ็บระดับที่ 1 และระดับที่ 2 ผู้สูงอายุที่ไม่ได้เล่นกีฬา

    หลักการ RICE ในระยะแรก (0 – 72 ชั่วโมง):

    • R — Rest (พัก): หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เจ็บ
    • I — Ice (ประคบเย็น): ประคบน้ำแข็งครั้งละ 15-20 นาที ทุก 2-3 ชั่วโมง
    • C — Compression (พันกดทับ): ใช้ผ้าพันแบบยืดหยุ่นลดบวม
    • E — Elevation (ยกขาสูง): ยกขาให้สูงกว่าระดับหัวใจเพื่อลดบวม

    การรักษาเพิ่มเติม:

    • ยาต้านการอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์เช่น Ibuprofen หรือ Naproxen
    • การใส่เฝือกหรืออุปกรณ์พยุงเข่า
    • กายภาพบำบัดและการออกกำลังกายเสริมความแข็งแรง

    ข้อควรระวัง: สำหรับนักกีฬาที่ต้องการกลับมาเล่นกีฬาระดับแข่งขัน หรือผู้ที่มีอาการเข่าไม่มั่นคง การรักษาแบบไม่รับการผ่าตัดเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ และอาจนำไปสู่ความเสียหายของหมอนรองกระดูกและกระดูกอ่อนในระยะยาว

    วิธีที่ 2: การผ่าตัดสร้างเอ็นไขว้หน้าด้วยการส่องกล้อง

    เป็นการผ่าตัดสำหรับผู้ที่มีเอ็นไขว้หน้าฉีกขาดสมบูรณ์ โดยเฉพาะในกลุ่มนักกีฬา การผ่าตัดจึงใช้เอ็นของผู้ป่วยหรือเนื้อเยื่อเอ็นที่ฉีกขาด

    ขั้นตอนการผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าเข่าขาดด้วยการส่องกล้อง

    1. ทีมวิสัญญีแพทย์เตรียมผู้ป่วยให้พร้อมสำหรับการผ่าตัด
    2. ศัลยแพทย์ทำการเจาะรูในตำแหน่งที่เหมาะสมเพื่อใส่กล้อง Arthroscope เข้าไปในตำแหน่งที่มองเห็นรายละเอียดภายในข้อเข่าที่เสียหายผ่านจอแสดงผลได้ดีที่สุด
    3. ศัลยแพทย์ใส่เครื่องมือเข้าไปผ่าตัดบริเวณที่เสียหายและใช้เส้นเอ็นจากบริเวณอื่นมาทดแทน
    4. ศัลยแพทย์ผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าเข่าขาดออกแล้วร้อยเส้นเอ็นใหม่ในตำแหน่งที่กำหนดไว้ให้พอดี
    5. ศัลยแพทย์ตรวจสอบทุกตำแหน่งการผ่าตัดและเย็บปิดแผล

    ผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าเข่าขาดด้วยการส่องกล้องดีอย่างไร

    • แผลเล็ก เจ็บน้อย เนื้อเยื่อเสียหายน้อย โอกาสติดเชื้อน้อย ฟื้นตัวไว  
    • เคลื่อนไหวในการเล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติ 
    • ป้องกันความเสี่ยงจากเอ็นฉีกขาด ข้อเข่าหลวม ข้อเข่าทรุด ข้อเข่าเสื่อม

    การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดเอ็นไขว้หน้า

    • ฝึกกล้ามเนื้อบริหารร่างกายก่อนผ่าตัดร่วมกับนักกายภาพบำบัด ช่วยให้เหยียดและงอเข่าได้เต็มที่ 
    • ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือมีประวัติแพ้ยาต้องแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า
    • ห้ามรับประทานยาละลายลิ่มเลือด 1 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด เช่น Aspirin กลุ่มยา NSAIDS เป็นต้น 
    • ก่อนการผ่าตัดต้องงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6 ชั่วโมง และงดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชม. 

    การดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดเอ็นไขว้หน้า

    การฟื้นตัวจากการผ่าตัดเอ็นไขว้หน้า ใช้เวลาโดยรวมประมาณ 9 – 12 เดือนขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

    ระยะที่ 1: สัปดาห์ที่ 1 – 2 (เริ่มต้นฟื้นฟูการเคลื่อนไหว)

    • ใช้ไม้ค้ำยันช่วยเดิน โดยลงน้ำหนักขาข้างที่ผ่าตัดได้ 50% ของน้ำหนักตัวตามที่แพทย์แนะนำ
    • ประคบน้ำแข็งครั้งละ 15 – 20 นาที 3 – 5 ครั้งต่อวัน
    • นอนยกขาสูงเพื่อลดบวม
    • ออกกำลังกายเบา ๆ ตามโปรแกรมกายภาพบำบัด เช่น เกร็งกล้ามเนื้อต้นขา งอเข่าเบาๆ
    • ดูแลแผลให้แห้งและสะอาด
    • สามารถใช้ผ้าพยุงรัดเข่าจนกว่ากล้ามเนื้อขาจะกลับมาแข็งแรง
    • เลี่ยงการเคลื่อนไหวเยอะเกินไป

    ระยะที่ 2: สัปดาห์ที่ 3 – 6 (การฟื้นฟูการเคลื่อนไหว)

    • ค่อย ๆ ลดการใช้ไม้ค้ำยัน เลิกใช้ผ้าพยุงรัดเข่าเมื่อสามารถเดินได้โดยไม่เจ็บ
    • เพิ่มช่วงการงอเข่าจนถึง 90 องศา
    • ออกกำลังเพิ่มแรงต้านกล้ามเนื้อข้อเข่า เช่น ขี่จักรยาน (Stationary Bike) ฟื้นฟูการเคลื่อนไหว
    • กายภาพบำบัด 3 – 5 ครั้งต่อสัปดาห์

    ระยะที่ 3: สัปดาห์ที่ 7 – 12 (การเสริมสร้างกล้ามเนื้อ)

    • เริ่มออกกำลังกายที่ลงน้ำหนักเพิ่มขึ้น (Progressive Weight Bearing Exercises)
    • ว่ายน้ำ (โดยไม่ใช้การเตะขา) เพื่อฟื้นฟูแบบ Low – Impact
    • ฝึกกระดานทรงตัว (Balance Board) และฝึกการรับรู้ตำแหน่งของร่างกาย (Proprioception)
    • เน้นเพิ่มความแข็งแรงและความสมดุลของกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าและข้อเท้า

    ระยะที่ 4: เดือนที่ 3 – 6 (การเสริมสร้างสมรรถภาพ)

    • เริ่มวิ่งเหยาะ ๆ (Jogging) บนพื้นราบเมื่อเข่าแข็งแรงพอ
    • เพิ่มความหนักในการออกกำลังกาย
    • เน้นออกกำลังเพิ่มความคล่องตัว
    • เริ่มฝึกท่าทางกีฬาเบื้องต้น

    ระยะที่ 5: เดือนที่ 6 – 9+ (การกลับสู่กีฬา)

    • ทดสอบสมรรถภาพ (Return-to-Sport Testing) ก่อนกลับไปเล่นกีฬา
    • ไม่ควรกลับไปเล่นกีฬาที่มีการปะทะหรือเปลี่ยนทิศทางเร็ว ก่อนได้รับอนุมัติจากแพทย์

    สัญญาณแทรกซ้อนที่ต้องพบแพทย์ทันที:

    • แผลมีรอยแดง บวม ร้อน หรือมีหนอง (สัญญาณติดเชื้อ)
    • ขาบวมมาก เจ็บน่อง หรือน่องแดงร้อน
    • ปวดเข่าเพิ่มขึ้นกะทันหันโดยไม่มีสาเหตุ
    • เข่าไม่มั่นคงหรือรู้สึกเหมือนเนื้อเยื่อขาด

    การป้องกันการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้า

    การป้องกันที่ดีที่สุดคือการเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนออกกำลังกาย

    • อบอุ่นร่างกายเสมอ: อย่างน้อย 10 – 15 นาทีก่อนออกกำลังกายหรือแข่งขัน
    • ฝึกโปรแกรม FIFA 11+: โปรแกรมป้องกันการบาดเจ็บที่ FIFA พัฒนาขึ้นเพื่อลดการบาดเจ็บหัวเข่าในนักฟุตบอล
    • ฝึกเทคนิคการลงพื้น: เรียนรู้การลงจากการกระโดดอย่างถูกวิธี โดยงอเข่าและสะโพกไม่ให้เข่าพับเข้าด้านใน
    • เสริมสร้างกล้ามเนื้อสะโพก ต้นขา และน่อง: กล้ามเนื้อแข็งแรงช่วยรับแรงกระแทกและลดภาระของเอ็น
    • ฝึกการทรงตัว: ใช้แผ่นบาลานซ์หรือโบซูบอล เพื่อเสริมการรับรู้ตำแหน่งของข้อเข่า
    • สวมรองเท้าที่เหมาะสม: เลือกรองเท้ากีฬาที่รองรับแรงกระแทกดี เหมาะกับชนิดของพื้นผิวที่เล่น
    • ไม่ฝืนเล่นเมื่อเหนื่อยมาก: กล้ามเนื้อที่เหนื่อยล้าไม่สามารถปกป้องข้อเข่าได้ดี
    • ลดน้ำหนักหากน้ำหนักเกิน: ช่วยลดภาระและแรงกดบนข้อเข่า
    • ฝึกอบรมเทคนิคกับโค้ชที่มีความรู้: โดยเฉพาะเทคนิคการเปลี่ยนทิศทางอย่างปลอดภัย

    คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเอ็นไขว้หน้า (FAQ)

    เอ็นไขว้หน้าฉีกขาดแล้วสามารถหายเองได้ไหมโดยไม่ต้องผ่าตัด?

    เอ็นไขว้หน้าที่ขาดสมบูรณ์ (ระดับ 3) ไม่สามารถสมานตัวเองกลับมาได้เหมือนเดิม เนื่องจากเอ็นชนิดนี้มีเลือดไปเลี้ยงน้อยและอยู่ในสภาพแวดล้อมของน้ำไขข้อที่ขัดขวางกระบวนการสมาน อย่างไรก็ดีผู้ป่วยบางกลุ่ม เช่น ผู้สูงอายุที่ไม่ได้เล่นกีฬาหนักอาจจัดการได้ด้วยการรักษาแบบกายภาพบำบัด โดยอาการในชีวิตประจำวันดีขึ้นได้ แต่ในระยะยาวอาจมีความเสี่ยงต่อการเสื่อมของหมอนรองกระดูกและข้อเข่าเสื่อมสูงขึ้น การตัดสินใจควรเป็นไปตามที่แพทย์ผู้ชำนาญแนะนำ โดยมักพิจารณาจากปัจจัยเฉพาะบุคคล

    หลังจากเอ็นไขว้หน้าฉีกขาดต้องผ่าตัดเร็วแค่ไหน?

    เอ็นไขว้หน้าฉีกขาดอาจไม่จำเป็นต้องผ่าตัดฉุกเฉินทันทีหลังบาดเจ็บ ควรรอให้อาการบวมและการอักเสบเฉียบพลันลดลงก่อน ซึ่งปกติใช้เวลา 3 – 6 สัปดาห์ เพื่อเตรียมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การผ่าตัดในช่วงที่เข่ายังบวมอักเสบอยู่ มีความเสี่ยงสูงกว่าต่อภาวะข้อเข่าแข็งตึงหลังผ่าตัด ควรปรึกษาแพทย์และปฏิบัติตามคำแนะนำ 

    หลังผ่าตัดเอ็นไขว้หน้า ใช้เวลาเท่าไรถึงกลับไปเล่นกีฬาได้?

    สำหรับกีฬาที่ไม่มีการปะทะ เช่น วิ่งหรือว่ายน้ำ อาจกลับมาได้ภายใน 4 – 6 เดือน แต่สำหรับกีฬาที่มีการเปลี่ยนทิศทางบ่อยหรือมีการปะทะ เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล แนะนำให้รอ 9 – 12 เดือน ขึ้นอยู่กับผลการทดสอบสมรรถภาพที่ผ่านเกณฑ์ เพราะการกลับไปเล่นกีฬาเร็วเกินไปเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการบาดเจ็บซ้ำ

    ถ้าไม่รักษาเอ็นไขว้หน้าจะเกิดอะไรขึ้น?

    เอ็นไขว้หน้าที่ฉีกขาดและไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม จะทำให้เข่าขาดความมั่นคง นำไปสู่การบาดเจ็บซ้ำ ๆ ของหมอนรองกระดูก และกระดูกอ่อนผิวข้อ ทุกครั้งที่เข่า “ล็อค” หรือ “หลุด” ในระยะยาว 10 – 15 ปี ความเสียหายสะสมจะนำไปสู่ภาวะข้อเข่าเสื่อมก่อนวัยอันควร จากการศึกษาพบว่า ผู้ที่เอ็นไขว้หน้าขาดแล้วไม่ทำการรักษา มีโอกาสเกิดข้อเข่าเสื่อมสูงถึง 50 – 80% ภายใน 10 – 15 ปี

    เอ็นไขว้หน้าฉีกซ้ำได้ไหมหลังผ่าตัด?

    เอ็นไขว้หน้าสามารถฉีกซ้ำได้ โดยเอ็นใหม่ที่สร้างจากเนื้อเยื่อมีโอกาสฉีกซ้ำประมาณ 5 – 25% ขึ้นอยู่กับอายุ ชนิดกีฬา และการปฏิบัติตามโปรแกรมฟื้นฟูว่าครบถ้วนหรือไม่ มีข้อมูลที่ระบุว่า นักกีฬาวัยรุ่นหญิงที่กลับมาเล่นกีฬาเร็วเกินไปมีความเสี่ยงสูงสุด การป้องกันที่ดีที่สุดคือ ฟื้นฟูให้ครบตามโปรแกรม และสวมผ้ารัดเข่าในช่วงเริ่มกลับมาเล่นกีฬา

    ความแตกต่างระหว่างเอ็นไขว้หน้า (ACL) กับเอ็นไขว้หลัง (PCL) คืออะไร?

    เอ็นไขว้หน้าช่วยป้องกันการเลื่อนไปข้างหน้าของกระดูกหน้าแข้ง ขณะที่เอ็นไขว้หลังป้องกันการเลื่อนไปข้างหลัง ACL ฉีกขาดพบบ่อยกว่า PCL ประมาณ 10 เท่า โดย PCL มักเกิดจากการกระแทกโดยตรงที่ด้านหน้าหัวเข่า เช่น การเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ อาการของ PCL อาจไม่รุนแรงเท่าและบางรายตอบสนองต่อการรักษาแบบบรรเทาอาการได้ดี แต่การบาดเจ็บรุนแรงหรือมีเอ็นอื่นบาดเจ็บร่วมก็อาจต้องผ่าตัด

    ค่าผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าที่โรงพยาบาลกรุงเทพ?

    ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดเอ็นไขว่หน้า มีความแตกต่างกันตามหลายปัจจัย ได้แก่ ชนิดของเนื้อเยื่อที่ใช้ ชนิดของอุปกรณ์ยึดตรึง การบาดเจ็บร่วมที่ต้องรักษาพร้อมกัน เช่น หมอนรองกระดูก และระยะเวลาพักฟื้นในโรงพยาบาล แนะนำให้ปรึกษากับแพทย์ผู้ชำนาญด้านเวชศาสตร์การกีฬาและศัลยกรรมข้อเข่าของโรงพยาบาลเพื่อรับการประเมินสำหรับกรณีของท่านโดยเฉพาะ สามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 1719 หรือนัดหมายออนไลน์ที่นี่

    ไว้วางใจทีมแพทย์ผู้ชำนาญด้านเวชศาสตร์การกีฬาและออกกำลังกาย BASEM Bangkok Hospital

    ศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและออกกำลังกาย BASEM รพ.กรุงเทพ มีทีมแพทย์ที่มีความชำนาญเฉพาะด้านเวชศาสตร์การกีฬาและออกกำลังกาย ศัลยแพทย์ผ่าตัดส่องกล้องข้อเข่า และข้อไหล่ ผ่านการฝึกอบรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมรักษาผู้ป่วยบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้ามาแล้วหลายพันราย รวมถึงนักกีฬาระดับแถวหน้า

    แนะนำหมอโต้งแพทย์เฉพาะการผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าเข่า

    แนะนำ “หมอโต้ง” หรือ นาวาโท นายแพทย์พรเทพ ม้ามณี คือแพทย์ผู้ชำนาญด้านศัลยกรรมกระดูกและเวชศาสตร์การกีฬาที่โรงพยาบาลกรุงเทพ ผู้มีชื่อเสียงด้านการรักษาอาการบาดเจ็บของนักกีฬาอาชีพ โดยเฉพาะการผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าเข่า (ACL) การผ่าตัดข้อเข่าและข้อไหล่ด้วยเทคนิคส่องกล้อง รวมถึงการฟื้นฟูร่างกายให้นักกีฬากลับมาแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยประสบการณ์ดูแลนักฟุตบอลทีมชาติไทยและนักกีฬาระดับประเทศหลายคน ทำให้หมอพรเทพได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในแพทย์เวชศาสตร์การกีฬาชั้นนำของประเทศไทย เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาแพทย์ส่องกล้องกระดูกและข้อเฉพาะทางด้านการบาดเจ็บจากกีฬาและออกกำลังกายมืออาชีพ

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    น.ท. นพ. พรเทพ ม้ามณี ร.น.

    ศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์

    น.ท. นพ. พรเทพ ม้ามณี ร.น.

    ศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์

    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    สถาบันเวชศาสตร์การกีฬาและออกกำลังกาย โรงพยาบาลกรุงเทพ

    ชั้น 5 อาคาร D โรงพยาบาลกรุงเทพ

    เปิดให้บริการ ทุกวัน เวลา 08.00 – 16.00 น.

    02 310 3979

    02 310 3980

    1719

    [email protected]

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    แพ็กเกจผ่าตัดส่องกล้องข้อเข่าและข้อไหล่แพ็กเกจผ่าตัดส่องกล้องข้อเข่าและข้อไหล่
    แพ็กเกจผ่าตัดส่องกล้องข้อเข่าและข้อไหล่

    251,000 - 330,000 บาท

    รายละเอียด
    โปรแกรม Fit For Performanceโปรแกรม Fit For Performance
    โปรแกรม Fit For Performance

    13,900 บาท

    รายละเอียด
    โปรแกรม Fit For Playโปรแกรม Fit For Play
    โปรแกรม Fit For Play

    5,900 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ออกกำลังกายหน้าร้อน รับมืออย่างไรไม่เสี่ยงฮีทสโตรก Image
    ออกกำลังกายหน้าร้อน รับมืออย่างไรไม่เสี่ยงฮีทสโตรก
    HYROX vs SPARTAN RACE vs CROSSFIT เลือกฟิตแบบไหนให้เหมาะกับคุณ Image
    HYROX vs SPARTAN RACE vs CROSSFIT เลือกฟิตแบบไหนให้เหมาะกับคุณ
    ฟื้นฟูร่างกายหลังแข่ง HYROX ลดปวดกล้ามเนื้อ กลับมาฟิตได้เร็ว Image
    ฟื้นฟูร่างกายหลังแข่ง HYROX ลดปวดกล้ามเนื้อ กลับมาฟิตได้เร็ว
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ