โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดต่อเรา
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    นิ่วในถุงน้ำดี (Gallstones)

    3 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    Package Image
    นพ. อาทิตย์ ภูผาธรรม

    โรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่น

    Package Image
    พญ. ศุภวดี วงศ์นิจศีล

    โรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่น

    08 เม.ย. 2569
    Dr. Arthit Phuphatham
    นพ. อาทิตย์ ภูผาธรรม
    โรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่น
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    โปรแกรม คัดกรองสุขภาพตับ
    นิ่วในถุงน้ำดี (Gallstones)
    โรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่น
    อัปเดตเมื่อ: 08 เม.ย. 2569

    สาเหตุ ( Causes of Gallstones)

    นิ่วในถุงน้ำดี เกิดจากภาวะความไม่สมดุลของสารประกอบในน้ำดี ทำให้เกิดการตกตะกอนและเกิดนิ่ว ที่มีขนาดเล็กเท่าเม็ดทรายจนถึงขนาดใหญ่ได้หลายเซนติเมตร

    สาเหตุที่เกิดการตกตะกอน เกิดจากการไม่สมดุลระหว่างสารประกอบในน้ำดี เช่น คนที่รับประทานอาหารที่มีไขมันสูงเป็นประจำ คนอ้วน โรคเลือดบางชนิด คนสูงอายุ หรือคนที่ได้รับยาบางชนิดที่ทำให้สมดุลของสารประกอบในน้ำดีผิดปกติไป เป็นต้น


    ปัจจัยเสี่ยง ( Risk factors)

    1. เพศ ส่วนมากพบในเพศหญิง > เพศชาย
    2. อายุ > 40 ปีมีความเสี่ยงมากขึ้น แต่ในภาวะปัจจุบันพบนิ่วในถุงน้ำดีในคนอายุน้อยลงมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะพฤติกรรมการรับประทานอาหารเปลี่ยนไป
    3. น้ำหนักตัวมาก หรือ ภาวะอ้วน
    4. อาหารที่มีไขมันสูง และ กากใยต่ำ ( High cholesterol , low fiber diet )
    5. โรคเลือดบางชนิด เช่น ธาลัสซีเมีย
    6. ปัจจัยอื่นๆ เช่น ลดน้ำหนักมากหรือเร็วเกินไป / หญิงตั้งครรภ์ /ผู้รับประทานยาหรือฮอรโมนบางชนิด เป็นต้น

    อาการของนิ่วในถุงน้ำดี ( Symptoms of Gallstones)

    โดยทั่วไป 70-80 % ไม่มีอาการผิดปกติ ส่วนมากพบโดยบังเอิญจากการทำ ultrasound ช่องท้อง

    สำหรับรายที่มีอาการ ส่วนใหญ่จะมีอาการดังต่อไปนี้

    1. อาการท้องอืดท้องเฟ้อ เหมือนอาหารไม่ย่อย โดยเฉพาะเวลาหลังมื้ออาหาร หรือหลังมื้ออาหารที่มีไขมันสูง
    2. ปวดท้องบริเวณใต้ชายโครงขวา (Sudden intense pain) ในบางครั้งปวดร้าวไปหลัง หรือสะบัก/ไหล่ขวา
    3. ไข้ ร่วมกับอาการหนาวสั่น ( Fever with chill) ในกรณีที่มีถุงน้ำดีอักเสบร่วม ( cholecystitis) หรือติดเชื้อในท่อทางเดินน้ำดี ( Cholangitis)
    4. ในรายที่การอักเสบรุนแรงอาจทำให้มีอาการปวดท้อง ตัวเหลืองตาเหลือง เนื่องจากนิ่วในถุงน้ำดีหลุดเข้าไปอุดตันที่ท่อทางเดินน้ำดีใหญ่( bile duct obstruction) ในบางรายอาจก่อให้เกิตภาวะตับอ่อนอักเสบเนื่องจากนิ่วไปอุดอยู่ที่ส่วนปลายของท่อตับอ่อน

    การวินิจฉัย

    1. อาการที่เข้าได้กับโรคนิ่วในถุงน้ำดีดังกล่าวไปข้างต้น+การตรวจร่างกาย
    2. การตรวจทางรังสีวิทยา เช่น อัลตราซาวนด์ช่องท้องส่วนบน ซึ่งเป็นวิธีที่ดีมากในการยืนยันการวินิจฉัยซึ่งการตรวจด้วยวิธีนี้ให้ผลแม่นยำมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์และทำได้อย่างรวดเร็ว ,การตรวจด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ( CT ) หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ( MRI) ช่องท้องส่วนบน ในรายที่สงสัยนิ่วในท่อทางเดินน้ำดีหรือตับอ่อนหรือในรายที่สงสัยภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้น

    การรักษา ( Treatment )

    1. ในรายที่ตรวจพบนิ่วในถุงน้ำดีแต่ไม่มีอาการผิดปกติ (Asymptomatic gallstones) ไม่มีข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด คนไข้กลุ่มนี้ควรได้รับคำแนะนำการปฏิบัติตัว และตรวจติดตามเป็นระยะ
    2. แนะนำให้การรักษาผู้ป่วยที่่มีนิ่วในถุงน้ำดีที่มีอาการ ( Symptomatic gallstones) โดยการผ่าตัดถุงน้ำดี (Cholecystectomy) สามารถทำได้โดยการผ่าตัดแบบแผลเล็กผ่านกล้อง ( Laparoscopic cholecystectomy ) หรือการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง ( Open cholecystectomy)ในกรณีที่โรคซับซ้อน  ปัจจุบันการผ่าตัดส่องกล้องถุงน้ำดี เจาะแผลเล็กที่หน้าท้อง 3-4 แผลคนไข้ฟื้นตัวเร็ว พักรักษาตัวในโรงพยาบาลเพียง 2-3 วัน ก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามเดิมได้ภายใน 1 สัปดาห์
    3. ในรายที่ตรวจพบนิ่วในท่อทางเดินน้ำดี ( Bile duct stones) ร่วมด้วย การรักษาจะพิจารณาการนำนิ่วออกจากท่อทางเดินน้ำดีออกก่อนโดยการส่องกล้องผ่านทางปาก ( Endoscopic retrograde cholangiopancreatography : ERCP ) และผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีในเวลาต่อ
    4. การใช้ยาเพื่อละลายนิ่ว ปัจจุบันไม่แนะนำในทั้งในผู้ป่วยที่มีหรือไม่มีอาการก็ตาม เนื่องจากมีประสิทธิการรักษาต่ำและมีการกลับมาเป็นซ้ำสูง อาจเพียงมีข้อบ่งชี้ในการป้องกันการเกิดนิ่วในถุงน้ำดีสำหรับผู้ป่วยบางราย

    การป้องกันนิ่วในถุงน้ำดี

    • หลีกเลี่ยงการรับประทานของมัน ของทอด ของหวาน อาหารแปรรูป อาหารฟาสต์ฟู้ด อาหารปิ้งย่าง แอลกอฮอล์ เป็นต้น
    • ควบคุมน้ำหนักอย่าให้เกินเกณฑ์ แต่อย่าลดน้ำหนักเร็วเกินไป ควรคุมอาหารร่วมกับออกกำลังกาย
    • ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดและระดับไขมันอย่างคอเลสเตอรอลเป็นประจำ
    • ระวังไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน โรคอ้วน
    • หากต้องทานยาคุมกำเนิด ยาลดคอเลสเตอรอล ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์เท่านั้น
    • ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีและอัลตราซาวนด์ช่องท้องตามคำแนะนำของแพทย์

    บทความโดย
     

    นพ. อาทิตย์ ภูผาธรรม
    อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร

    พญ. ศุภวดี วงศ์นิจศีล
    อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    นพ. อาทิตย์ ภูผาธรรม

    อายุรศาสตร์

    อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร

    นพ. อาทิตย์ ภูผาธรรม

    อายุรศาสตร์

    อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร
    Doctor profileDoctor profile
    Doctor Image

    พญ. ศุภวดี วงศ์นิจศีล

    อายุรศาสตร์

    อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร

    พญ. ศุภวดี วงศ์นิจศีล

    อายุรศาสตร์

    อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร
    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    แผนกอายุรกรรม

    043042888

    [email protected]

    @bangkokkhonkaen

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    โปรแกรม คัดกรองสุขภาพตับโปรแกรม คัดกรองสุขภาพตับ
    โปรแกรม คัดกรองสุขภาพตับ

    4,500 บาท

    รายละเอียด
    คัดกรองมะเร็งลำไส้คัดกรองมะเร็งลำไส้
    คัดกรองมะเร็งลำไส้

    20,000 บาท

    รายละเอียด
    ตรวจเชื้อ H.Pylori ทางลมหายใจ UREA BREATH TESTตรวจเชื้อ H.Pylori ทางลมหายใจ UREA BREATH TEST
    ตรวจเชื้อ H.Pylori ทางลมหายใจ UREA BREATH TEST

    2,600 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    โรคพาร์กินสัน (Parkinson’s Disease) Image
    โรคพาร์กินสัน (Parkinson’s Disease)
    ไวรัสตับอักเสบ  คืออะไร Image
    ไวรัสตับอักเสบ คืออะไร
    มะเร็งตับ……รู้ทันป้องกันได้ Image
    มะเร็งตับ……รู้ทันป้องกันได้
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ