สาเหตุ ( Causes of Gallstones)
นิ่วในถุงน้ำดี เกิดจากภาวะความไม่สมดุลของสารประกอบในน้ำดี ทำให้เกิดการตกตะกอนและเกิดนิ่ว ที่มีขนาดเล็กเท่าเม็ดทรายจนถึงขนาดใหญ่ได้หลายเซนติเมตร
สาเหตุที่เกิดการตกตะกอน เกิดจากการไม่สมดุลระหว่างสารประกอบในน้ำดี เช่น คนที่รับประทานอาหารที่มีไขมันสูงเป็นประจำ คนอ้วน โรคเลือดบางชนิด คนสูงอายุ หรือคนที่ได้รับยาบางชนิดที่ทำให้สมดุลของสารประกอบในน้ำดีผิดปกติไป เป็นต้น
ปัจจัยเสี่ยง ( Risk factors)
- เพศ ส่วนมากพบในเพศหญิง > เพศชาย
- อายุ > 40 ปีมีความเสี่ยงมากขึ้น แต่ในภาวะปัจจุบันพบนิ่วในถุงน้ำดีในคนอายุน้อยลงมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะพฤติกรรมการรับประทานอาหารเปลี่ยนไป
- น้ำหนักตัวมาก หรือ ภาวะอ้วน
- อาหารที่มีไขมันสูง และ กากใยต่ำ ( High cholesterol , low fiber diet )
- โรคเลือดบางชนิด เช่น ธาลัสซีเมีย
- ปัจจัยอื่นๆ เช่น ลดน้ำหนักมากหรือเร็วเกินไป / หญิงตั้งครรภ์ /ผู้รับประทานยาหรือฮอรโมนบางชนิด เป็นต้น
อาการของนิ่วในถุงน้ำดี ( Symptoms of Gallstones)
โดยทั่วไป 70-80 % ไม่มีอาการผิดปกติ ส่วนมากพบโดยบังเอิญจากการทำ ultrasound ช่องท้อง
สำหรับรายที่มีอาการ ส่วนใหญ่จะมีอาการดังต่อไปนี้
- อาการท้องอืดท้องเฟ้อ เหมือนอาหารไม่ย่อย โดยเฉพาะเวลาหลังมื้ออาหาร หรือหลังมื้ออาหารที่มีไขมันสูง
- ปวดท้องบริเวณใต้ชายโครงขวา (Sudden intense pain) ในบางครั้งปวดร้าวไปหลัง หรือสะบัก/ไหล่ขวา
- ไข้ ร่วมกับอาการหนาวสั่น ( Fever with chill) ในกรณีที่มีถุงน้ำดีอักเสบร่วม ( cholecystitis) หรือติดเชื้อในท่อทางเดินน้ำดี ( Cholangitis)
- ในรายที่การอักเสบรุนแรงอาจทำให้มีอาการปวดท้อง ตัวเหลืองตาเหลือง เนื่องจากนิ่วในถุงน้ำดีหลุดเข้าไปอุดตันที่ท่อทางเดินน้ำดีใหญ่( bile duct obstruction) ในบางรายอาจก่อให้เกิตภาวะตับอ่อนอักเสบเนื่องจากนิ่วไปอุดอยู่ที่ส่วนปลายของท่อตับอ่อน
การวินิจฉัย
- อาการที่เข้าได้กับโรคนิ่วในถุงน้ำดีดังกล่าวไปข้างต้น+การตรวจร่างกาย
- การตรวจทางรังสีวิทยา เช่น อัลตราซาวนด์ช่องท้องส่วนบน ซึ่งเป็นวิธีที่ดีมากในการยืนยันการวินิจฉัยซึ่งการตรวจด้วยวิธีนี้ให้ผลแม่นยำมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์และทำได้อย่างรวดเร็ว ,การตรวจด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ( CT ) หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ( MRI) ช่องท้องส่วนบน ในรายที่สงสัยนิ่วในท่อทางเดินน้ำดีหรือตับอ่อนหรือในรายที่สงสัยภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้น
การรักษา ( Treatment )
- ในรายที่ตรวจพบนิ่วในถุงน้ำดีแต่ไม่มีอาการผิดปกติ (Asymptomatic gallstones) ไม่มีข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด คนไข้กลุ่มนี้ควรได้รับคำแนะนำการปฏิบัติตัว และตรวจติดตามเป็นระยะ
- แนะนำให้การรักษาผู้ป่วยที่่มีนิ่วในถุงน้ำดีที่มีอาการ ( Symptomatic gallstones) โดยการผ่าตัดถุงน้ำดี (Cholecystectomy) สามารถทำได้โดยการผ่าตัดแบบแผลเล็กผ่านกล้อง ( Laparoscopic cholecystectomy ) หรือการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง ( Open cholecystectomy)ในกรณีที่โรคซับซ้อน ปัจจุบันการผ่าตัดส่องกล้องถุงน้ำดี เจาะแผลเล็กที่หน้าท้อง 3-4 แผลคนไข้ฟื้นตัวเร็ว พักรักษาตัวในโรงพยาบาลเพียง 2-3 วัน ก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามเดิมได้ภายใน 1 สัปดาห์
- ในรายที่ตรวจพบนิ่วในท่อทางเดินน้ำดี ( Bile duct stones) ร่วมด้วย การรักษาจะพิจารณาการนำนิ่วออกจากท่อทางเดินน้ำดีออกก่อนโดยการส่องกล้องผ่านทางปาก ( Endoscopic retrograde cholangiopancreatography : ERCP ) และผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีในเวลาต่อ
- การใช้ยาเพื่อละลายนิ่ว ปัจจุบันไม่แนะนำในทั้งในผู้ป่วยที่มีหรือไม่มีอาการก็ตาม เนื่องจากมีประสิทธิการรักษาต่ำและมีการกลับมาเป็นซ้ำสูง อาจเพียงมีข้อบ่งชี้ในการป้องกันการเกิดนิ่วในถุงน้ำดีสำหรับผู้ป่วยบางราย
การป้องกันนิ่วในถุงน้ำดี
- หลีกเลี่ยงการรับประทานของมัน ของทอด ของหวาน อาหารแปรรูป อาหารฟาสต์ฟู้ด อาหารปิ้งย่าง แอลกอฮอล์ เป็นต้น
- ควบคุมน้ำหนักอย่าให้เกินเกณฑ์ แต่อย่าลดน้ำหนักเร็วเกินไป ควรคุมอาหารร่วมกับออกกำลังกาย
- ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดและระดับไขมันอย่างคอเลสเตอรอลเป็นประจำ
- ระวังไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน โรคอ้วน
- หากต้องทานยาคุมกำเนิด ยาลดคอเลสเตอรอล ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์เท่านั้น
- ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีและอัลตราซาวนด์ช่องท้องตามคำแนะนำของแพทย์
บทความโดย
นพ. อาทิตย์ ภูผาธรรม
อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร
พญ. ศุภวดี วงศ์นิจศีล
อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร











