โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    โรคกระดูกพรุนอย่าคิดว่าไกลตัว

    3 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    Package Image
    นพ. ปราโมทย์ พัชรมณีปกรณ์

    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่

    อัปเดตเมื่อ: 15 ม.ค. 2569
    Dr. Pramote Patcharamaneepakorn
    นพ. ปราโมทย์ พัชรมณีปกรณ์
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    แพ็กเกจลดน้ำหนัก Let’s SLIM
    โรคกระดูกพรุนอย่าคิดว่าไกลตัว
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 15 ม.ค. 2569

    โรคกระดูกพรุนเป็นโรคที่ทำให้กระดูกเปราะและหักง่ายโดยที่อาจเกิดกระดูกหักเองหรือเกิดแรงกระทำที่ไม่รุนแรงเช่น หกล้มขณะยืนหรือเดิน

     

    สาเหตุโรคกระดูกพรุน

    • พันธุกรรมหรือเกิดขึ้นตามธรรมชาติที่อายุมากขึ้น กระดูกจะบางลงจากฮอร์โมนเพศที่น้อยลง เช่น กระดูกพรุนในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน
    • เกิดจากโรคหรือยาบางอย่าง เช่น โรคไทรอยด์เป็นพิษ โรคฮอร์โมนพาราไทรอยด์สูง โรคฮอร์โมนคอร์ติซอลสูง ยาสเตียรอยด์ ยารักษาโรคมะเร็งเต้านมบางชนิด (Aromatase Inhibitor) และอื่น ๆ

    กลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดโรคกระดูกพรุน

    • ผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไปและผู้ชายอายุ 70 ปีขึ้นไป
    • ผู้หญิงที่มีภาวะฮอร์โมนเพศหญิงต่ำ เช่น ผู้หญิงหมดประจำเดือนก่อนอายุุ 45 ปี ผู้ที่ถูกตัดรังไข่ทั้งสองข้าง ผู้ป่วยโรคเรื้อรังทางอายุรกรรม คนที่ออกกำลังกายอย่างหนักเป็นระยะเวลานาน หรือได้ยา Aromatase Inhibitor
    • ผู้ชายที่มีโรคหรือได้ยาที่ทำให้ฮอร์โมนเพศชายต่ำ เช่น จากการรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก โรคพันธุกรรมที่มีฮอร์โมนเพศชายต่ำ เช่น Klinefelter’s Syndrome
    • ผู้ที่ได้รับยาสเตียรอยด์ขนาดเทียบเท่าหรือมากกว่า Prednisolone 5 มิลลิกรัม/วัน ต่อเนื่องตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป
    • มีบิดาหรือมารดากระดูกสะโพกหักจากอุบัติเหตุที่ไม่รุนแรง
    • น้ำหนักตัวน้อยมาก คือ ดัชนีมวลกายน้อยกว่า 20 กิโลกรัม/ตารางเมตร
    • ปัจจัยอื่น ๆ เช่น ดื่มสุรามาก สูบบุหรี่ กินแคลเซียมไม่เพียงพอ วิตามินดีในเลือดต่ำ ไม่ออกกำลังกาย

    อาการโรคกระดูกพรุน

    ​ส่วนใหญ่ในระยะแรกจะไม่มีอาการ แต่จะแสดงอาการเมื่อมีกระดูกหักแล้ว เช่น ถ้ากระดูกสันหลังหักจะมีอาการปวดหลัง ตัวเตี้ยลง หลังค่อม ถ้ากระดูกสะโพกหักมักจะเกิดจากการหกล้มในท่ายืนหรือเดินจะมีอาการปวดสะโพกมากและกระดูกผิดรูป เดินไม่ไหว ทำให้ต้องนอนติดเตียงถ้าไม่ได้รับการผ่าตัด


    ตรวจคัดกรองโรคกระดูกพรุน

    ​โดยใช้สูตรคำนวณ Osteoporosis Self – Assessment Tool for Asians (OSTA) Score หรือ Khon Kaen Osteoporosis Study (KKOS) Score โดย 2 สูตรนี้จะใช้อายุและน้ำหนักเป็นตัวคำนวณ ถ้าได้ค่าน้อยกว่า -1 แสดงว่ามีความเสี่ยงสูงที่เกิดโรคกระดูกพรุน แนะนำให้ตรวจความหนาแน่นกระดูกต่อไป

    โรคกระดูกพรุนอย่าคิดว่าไกลตัว


    วินิจฉัยโรคกระดูกพรุน

    ​การวินิจฉัยโรคกระดูกพรุนทำได้โดยตรวจความหนาแน่นกระดูก (Bone Mineral Density, BMD) ด้วยเครื่อง Dual – Energy X-Ray Absorptiometry (DXA, เครื่องเด๊กซ่า) นิยมตรวจที่กระดูกสันหลังและกระดูกสะโพกเป็นหลัก ถ้าตรวจตำแหน่งนี้ไม่ได้อาจตรวจที่กระดูกข้อมือ (Distal Radius) แทน โดยจะรายงานผลเป็นค่า  T – Score ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบความหนาแน่นกระดูกที่วัดได้กับค่าเฉลี่ยความหนาแน่นสูงสุดของผู้ใหญ่เพศเดียวกัน ถ้าได้ค่าอยู่ระหว่าง -1 ถึง –2.5 ถือว่ากระดูกบาง (Osteopenia) ถ้าได้ค่าน้อยกว่าหรือเท่ากับ –2.5 ถือว่าเป็นกระดูกพรุน (Osteoporosis)

    โรคกระดูกพรุนอย่าคิดว่าไกลตัว


    รักษาโรคกระดูกพรุน

    1. ก่อนให้รักษาโรคกระดูกพรุนต้องตรวจหาสาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดกระดูกพรุนก่อน เช่น โรคไทรอยด์เป็นพิษ โรคฮอร์โมนพาราไทรอยด์สูง โรคฮอร์โมนคอร์ติซอลสูง หรือยาที่ทำให้กระดูกพรุน ถ้าพบว่าเป็นโรคอื่นก็รักษาสาเหตุของโรคนั้น หรือหยุดยาที่เป็นสาเหตุ
    2. กินแคลเซียมให้เพียงพอ 1,000 – 1,200 มิลลิกรัม/วัน โดยกินจากอาหารธรรมชาติเป็นหลัก เช่น นมและผลิตภัณฑ์ของนม เต้าหู้ ปลาเล็กปลาน้อย กุ้งฝอย ผักใบเขียว งา ถ้ากินจากอาหารไม่เพียงพออาจใช้ยาเม็ดแคลเซียมเสริม เช่น ยา Calcium Carbonate ซึ่งต้องกินพร้อมอาหารหรือหลังอาหารทันทีเพื่อให้ดูดซึมได้ดี
    3. ได้รับวิตามินดีให้เพียงพอจากอาหารหรือจากการสังเคราะห์ที่ผิวหนังโดยแสงแดด โดยปริมาณวิตามินดีที่ต้องการคือ 600 – 800 ยูนิตต่อวัน โดยจะอยู่ในอาหารพวกน้ำมันตับปลา ปลาแซลมอน ปลาซาดีน ปลาทูน่า เห็ด ถ้าได้ไม่เพียงพออาจกินยาวิตามินดีเสริม เช่น Ergocalciferol (Vitamin D2) หรือ Cholecalciferol (Vitamin D3) เป้าหมายให้ระดับวิตามินดีในเลือด 25 Hydroxy vitamin D มากกกว่า 30 นาโนกรัม/มิลลิลิตร
    4. ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ ควรทำทั้งการออกกำลังแบบมีการลงน้ำหนัก(Weight Bearing Aerobic Exercise) เช่น วิ่ง เดินเร็ว เต้นรำ และออกกำลังกายเพื่อเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Strengthening Exercise) รวมทั้งการฝึกการทรงตัว (Balance Exercise) ทั้งหมดจะช่วยลดความเสี่ยงกระดูกหักได้
    5. งดสูบบุหรี่และไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์มากกว่า 3 ยูนิต/วัน
    6. ป้องกันการล้ม เช่น จัดบ้านให้เป็นระเบียบ ทำราวเกาะในห้องน้ำ ระวังพื้นบ้านลื่น หลีกเลี่ยงกินยาที่ทำให้ง่วง เพราะอาจทำให้ล้มได้ หรืออาจใช้ไม้เท้าค้ำยันในผู้ที่ทรงตัวไม่ดี
    7. แพทย์จะประเมินว่าควรใช้ยารักษาโรคกระดูกพรุนหรือไม่ โดยยามีทั้งแบบกินสัปดาห์ละครั้ง ซึ่งต้องกินตอนท้องว่าง ดื่มน้ำตามอย่างน้อย 1 แก้ว และไม่กินยาหรืออาหารอื่นภายใน 1 ชั่วโมง และยาฉีดซึ่งมีแบบฉีดเข้าเส้นเลือดปีละ 1ครั้ง หรือฉีดใต้ผิวหนังทุก 6 เดือน หรือฉีดใต้ผิวหนังทุกวันหรือทุก 1 เดือน ซึ่งแพทย์จะบอกข้อบ่งชี้ ข้อดี ข้อเสียของยาแต่ละชนิดให้ผู้ป่วยรับทราบ
    8. ข้อบ่งชี้ในการใช้ยารักษาโรคกระดูกพรุน คือ มีกระดูกหักจากโรคกระดูกพรุนแล้ว หรือตรวจพบกระดูกพรุนจากเครื่องวัดความหนาแน่นกระดูก หรือตรวจพบกระดูกบางร่วมกับคำนวณ FRAX Score แล้วพบว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกสะโพกหักตั้งแต่ร้อยละ 3 ขึ้นไป
    9. การติดตามการรักษา โดยส่วนใหญ่จะใช้การตรวจความหนาแน่นของกระดูกหลังการรักษาทุก 1 – 2 ปี และในบางรายตรวจเลือดดูค่าความหมุนเวียนกระดูกหลังการรักษาที่ 3 – 6 เดือน

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    นพ. ปราโมทย์ พัชรมณีปกรณ์

    อายุรศาสตร์

    อายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม

    นพ. ปราโมทย์ พัชรมณีปกรณ์

    อายุรศาสตร์

    อายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม
    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์เบาหวาน ไทรอยด์ และต่อมไร้ท่อ

    ชั้น 2 อาคาร โรงพยาบาลกรุงเทพ

    จันทร์ – ศุกร์ 7.00 - 16.00 น.

    เสาร์ – อาทิตย์ และนักขัตฤกษ์ 7.00 – 16.00 น.

    0 2755 1129

    0 2755 1130

    0 2755 1697

    027551697

    [email protected]

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    แพ็กเกจลดน้ำหนัก Let’s SLIMแพ็กเกจลดน้ำหนัก Let’s SLIM
    แพ็กเกจลดน้ำหนัก Let’s SLIM

    28,000 บาท

    รายละเอียด
    แพ็กเกจ CGM ตรวจวัดน้ำตาลเบาหวาน 24 ชม. ไม่ต้องเจาะปลายนิ้วแพ็กเกจ CGM ตรวจวัดน้ำตาลเบาหวาน 24 ชม. ไม่ต้องเจาะปลายนิ้ว
    แพ็กเกจ CGM ตรวจวัดน้ำตาลเบาหวาน 24 ชม. ไม่ต้องเจาะปลายนิ้ว

    3,000 - 3,500 บาท

    รายละเอียด
    แพ็กเกจจี้เนื้องอกไทรอยด์ด้วยคลื่นความถี่สูง ไร้มีด ไร้แผลผ่าตัดแพ็กเกจจี้เนื้องอกไทรอยด์ด้วยคลื่นความถี่สูง ไร้มีด ไร้แผลผ่าตัด
    แพ็กเกจจี้เนื้องอกไทรอยด์ด้วยคลื่นความถี่สูง ไร้มีด ไร้แผลผ่าตัด

    68,000 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    อ้วนเพราะฮอร์โมน ลดน้ำหนักยังไงก็ไม่ผอม Image
    อ้วนเพราะฮอร์โมน ลดน้ำหนักยังไงก็ไม่ผอม
    ภาวะก่อนเบาหวาน เป็นได้แบบไม่รู้ตัว Image
    ภาวะก่อนเบาหวาน เป็นได้แบบไม่รู้ตัว
    จี้ก้อนไทรอยด์ด้วยความร้อนแบบไม่ต้องผ่าตัด (RFA) ไร้แผล ฟื้นตัวเร็ว ใช้ชีวิตอย่างมั่นใจ Image
    จี้ก้อนไทรอยด์ด้วยความร้อนแบบไม่ต้องผ่าตัด (RFA) ไร้แผล ฟื้นตัวเร็ว ใช้ชีวิตอย่างมั่นใจ
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ