โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    รู้ระวังท้องร่วงเพราะไวรัสโรต้า (Rotavirus)

    2 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    Package Image
    นพ. พรเทพ สวนดอก

    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่

    อัปเดตเมื่อ: 10 ธ.ค. 2568
    Dr. Porntep Suandork
    นพ. พรเทพ สวนดอก
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) สำหรับเด็ก (3 เข็ม)
    รู้ระวังท้องร่วงเพราะไวรัสโรต้า (Rotavirus)
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 10 ธ.ค. 2568

    เมื่อพูดถึงอาการท้องเสียหรืออุจจาระร่วงแน่นอนว่าเกือบทุกคนต้องเคยเป็น ซึ่งหลัก ๆ แล้วมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสมากที่สุด รองจากนั้นคือเชื้อแบคทีเรียและเชื้ออื่น ๆ แต่เจ้าไวรัสชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการท้องเสียได้รุนแรงมากที่สุดมีชื่อว่า ไวรัสโรต้า (Rotavirus) ซึ่งพบได้ในช่วงที่อากาศเย็นทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ที่สำคัญสามารถเป็นซ้ำและแพร่กระจายเชื้อได้อย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้นการรู้เท่าทันไวรัสชนิดนี้คือสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ป้องกันรักษาได้อย่างถูกต้อง

     

    รู้จักไวรัสโรต้า

    ไวรัสโรต้า เป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่มีหลายสายพันธุ์ เมื่อเชื้อไวรัสนี้เข้าไปในระบบทางเดินอาหารแม้เพียงเล็กน้อยก็ทำให้เกิดอาการอุจจาระร่วงรุนแรงได้ ซึ่งพบมากในเด็กเล็กและมีอาการรุนแรงกว่าเด็กโต ถึงขนาดที่ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล และสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย นอกจากนี้ไวรัสโรต้ายังทนต่อสิ่งแวดล้อมได้นานหลายชั่วโมงจึงทำให้เกิดการระบาดอย่างรวดเร็ว

     

    อาการที่พบ

    • อาเจียน
    • ท้องเสีย ถ่ายเหลวเป็นน้ำ
    • มีไข้
    • ชักเพราะไข้สูง

    ไวรัสโรต้าอาจทำให้เกิดอาการท้องเสียและอาเจียนอย่างหนักจนเกิดภาวะขาดน้ำรุนแรงถึงขั้นช็อกหรือเสียชีวิตได้ จึงควรสังเกตอาการขาดน้ำที่เป็นสัญญาณเตือนว่าต้องรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว ได้แก่ กระหายน้ำ ปากแห้ง กระวนกระวาย ซึม ตาโบ๋ กระหม่อมบุ๋ม เป็นต้น

     

    วิธีการรักษา

    การดูแลรักษาเจ้าตัวเล็กและผู้ที่ได้รับเชื้อไวรัสโรต้าที่ดีที่สุดคือ การทดแทนน้ำในร่างกายที่สูญเสียไปเพื่อไม่ให้เกิดภาวะขาดน้ำรุนแรงและดูแลเรื่องการรับประทานอาหาร ดังนี้

    • ดื่มน้ำเกลือแร่ครั้งละน้อย บ่อย ๆ
    • เลี่ยงการให้ยาปฏิชีวนะและยาฆ่าเชื้อ
    • งดนมและผลไม้
    • ถ้าเป็นเด็กเล็กไม่ต้องหยุดนมแม่
    • หากอาการไม่รุนแรงควรให้ดื่มน้ำสะอาดร่วมกับน้ำเกลือแร่ อาหารเหลว และอาหารอ่อน
    • ถ้าอาการรุนแรง คือ มีไข้สูง ถ่ายเป็นมูกเลือด อาเจียน ซึม และเพลียมาก ควรรีบพบแพทย์ทันที

    rota​

    ป้องกันระวังโรต้า

    เนื่องจากการติดเชื้อไวรัสโรต้าส่วนใหญ่ติดต่อจากการสัมผัสโดยตรงและการรับประทานอาหารที่มีการปนเปื้อนของเชื้อนี้ เพราะฉะนั้นวิธีการป้องกัน ได้แก่

    • ล้างมือบ่อย ๆ
    • ก่อนและหลังทานอาหารรวมถึงหลังเข้าห้องน้ำต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง
    • ทานอาหารปรุงสุก สดใหม่
    • ดื่มน้ำสะอาด
    • ไม่ใช้อุปกรณ์การทานอาหารร่วมกับผู้อื่น
    • ถ้าเปลี่ยนผ้าอ้อมให้เด็กต้องล้างมือทุกครั้ง
    • หมั่นทำความสะอาดของเล่นอยู่เสมอ
    • เลี่ยงการสัมผัสกับผู้ที่มีอาการท้องเสีย

     

    วัคซีนป้องกันเจ้าตัวเล็กจากไวรัสโรต้า

    วัคซีนป้องกันอาการท้องร่วงรุนแรงจากไวรัสโรต้าในปัจจุบันเป็นวัคซีนชนิดหยอดที่ใช้ได้เฉพาะในเด็กเล็กเท่านั้น ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้วว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันโรค ลดความรุนแรงของโรค และมีความปลอดภัยสูง โดยจะเริ่มหยอดครั้งแรกในเด็กที่มีอายุเกิน 6 สัปดาห์ขึ้นไปและจะให้ครั้งต่อไปห่างจากครั้งแรก 4 สัปดาห์ โดยหยอดทางปาก 2 หรือ 3 ครั้งขึ้นอยู่กับชนิดของวัคซีน หากเด็กได้รับวัคซีนป้องกันไวรัสโรต้าครบถ้วน แม้จะท้องร่วงจากการติดเชื้อไวรัสโรต้าก็จะมีอาการเบาลง ทั้งนี้ควรพบกุมารแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อรับวัคซีนและคำแนะนำที่ถูกต้องเหมาะสม 

          

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    นพ. พรเทพ สวนดอก

    กุมารเวชศาสตร์

    กุมารเวชศาสตร์โรคติดเชื้อ

    นพ. พรเทพ สวนดอก

    กุมารเวชศาสตร์

    กุมารเวชศาสตร์โรคติดเชื้อ
    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์กุมารเวช โรงพยาบาลกรุงเทพ

    ชั้น 4 อาคาร B โรงพยาบาลกรุงเทพ

    เปิดบริการทุกวัน เวลา 07.00 - 20.00 น.

    0 2310 3006

    0 2755 1006

    0 2310 3000

    1719

    0 2755 1098

    [email protected]

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) สำหรับเด็ก (3 เข็ม)วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) สำหรับเด็ก (3 เข็ม)
    วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) สำหรับเด็ก (3 เข็ม)

    14,900 บาท

    15,930 บาท

    รายละเอียด
    วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) สำหรับเด็ก (2 เข็ม)วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) สำหรับเด็ก (2 เข็ม)
    วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) สำหรับเด็ก (2 เข็ม)

    9,900 บาท

    10,620 บาท

    รายละเอียด
    วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) สำหรับเด็ก (1 เข็ม)วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) สำหรับเด็ก (1 เข็ม)
    วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) สำหรับเด็ก (1 เข็ม)

    5,200 บาท

    5,310 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    เยื่อหุ้มสมองอักเสบในเด็ก อาการเตือนที่พ่อแม่ต้องรู้ก่อนสาย Image
    เยื่อหุ้มสมองอักเสบในเด็ก อาการเตือนที่พ่อแม่ต้องรู้ก่อนสาย
    Gene Therapy ยีนบำบัดรักษากล้ามเนื้ออ่อนแรงในเด็ก (SMA) ที่พ่อแม่ควรรู้ Image
    Gene Therapy ยีนบำบัดรักษากล้ามเนื้ออ่อนแรงในเด็ก (SMA) ที่พ่อแม่ควรรู้
    เด็กนอนกรนอันตรายกว่าที่คิด อย่าปล่อยทิ้งไว้ Image
    เด็กนอนกรนอันตรายกว่าที่คิด อย่าปล่อยทิ้งไว้
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ