โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    5 ที่สุดการบาดเจ็บที่พบบ่อยในกีฬาวอลเลย์บอล

    4 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    Package Image
    อัปเดตเมื่อ: 18 ม.ค. 2569
    undefined undefined undefined
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    Fit For Performance Program
    5 ที่สุดการบาดเจ็บที่พบบ่อยในกีฬาวอลเลย์บอล
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 18 ม.ค. 2569

    การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะกีฬาวอลเลย์บอลที่ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาอาชีพหรือคนทั่วไปก็มีโอกาสเกิดการบาดเจ็บได้ เพราะฉะนั้นการรู้ทันอาการบาดเจ็บที่พบบ่อยจากการเล่นกีฬาวอลเลย์บอลย่อมช่วยเพิ่มความระมัดระวังและรับมือได้ทันท่วงทีหากเกิดการบาดเจ็บโดยไม่คาดคิด


    บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา

    การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬามี 3 ประเภท คือ

    1. การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาแบ่งตามระยะเวลาที่เกิด ได้แก่ 
      • การบาดเจ็บแบบเฉียบพลัน ทันทีทันใด ระยะเวลาไม่เกิน 3 สัปดาห์
      • การบาดเจ็บแบบกึ่งเฉียบพลัน ระยะเวลา 3 สัปดาห์ขึ้นไป แต่ไม่เกิน 3 เดือน 
      • การบาดเจ็บเรื้อรัง เป็นการบาดเจ็บต่อเนื่อง มีระยะเวลาเกิน 3 เดือนขึ้นไปเป็นแล้วไม่หาย
    2. การบาดเจ็บที่เกิดจากแรงกระแทกโดยตรง เรียกว่า การบาดเจ็บรุนแรง (Macro Trauma) เช่น ข้อเท้าแพลง ข้อเคลื่อน กระดูกหัก เป็นต้น
    3. การบาดเจ็บแบบซ้ำ ๆ แต่ไม่รุนแรง เรียกว่า การบาดเจ็บเล็กน้อย (Micro Trauma) เป็นน้อย ๆ ซ้ำ ๆ หรือการใช้งานกล้ามเนื้อมากเกินไป (Overuse Injury) กลุ่มนี้จะค่อนข้างเรื้อรัง

    5 ที่สุดการบาดเจ็บที่พบบ่อยในกีฬาวอลเลย์บอล 

    รูปแบบการบาดเจ็บจากวอลเลย์บอล

    รูปแบบการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาของนักกีฬาวอลเลย์บอล มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์  Timisoara Physical Education and Rehabilitation Journal ซึ่งรวบรวมข้อมูลตั้งแต่ปี 1984 – 2015 ได้สรุป 5 การบาดเจ็บที่พบบ่อยจากการเล่นกีฬาวอลเลย์บอล ได้แก่

    1. ข้อเท้าแพลง (Ankle Sprain) เป็นการบาดเจ็บที่พบบ่อยที่สุดในนักกีฬาวอลเลย์บอล พบได้ประมาณ 32% โดยส่วนใหญ่จะเกิดบริเวณหน้าเน็ตระหว่างการตบเมื่อลูกอยู่เหนือศีรษะอย่างรุนแรง (Spike) หรือการสกัดกั้น (Blogging) โดยจะเกิดในจังหวะการลงพื้นที่มักลงพื้นโดยเหยียบเท้าของคู่ต่อสู้ที่ล้ำเส้นกลางของสนามวอลเลย์บอลเข้ามา หรืออาจจะเหยียบเท้าของเพื่อนร่วมทีมด้วยกันเอง ทำให้เกิดข้อเท้าแพลงได้
    2. เส้นเอ็นรอบเข่าเคล็ด (Knee Sprain & Strain) พบได้ประมาณ 17% เป็นการอักเสบแบบเรื้อรังของเอ็นลูกสะบ้าเข่าอักเสบ มีงานวิจัยที่น่าสนใจในการเก็บข้อมูลนักวอลเลย์บอลระดับทีมชาติพบว่า นักวอลเลย์บอลทีมชาติที่เล่นมาแล้ว 10 ปี กระโดดไปแล้ว 2 ล้านครั้ง เฉลี่ยใน 1 วัน กระโดดประมาณวันละ 500 ครั้ง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เกิดการบาดเจ็บบริเวณขา
    3. การเคล็ดเคลื่อนของข้อต่อนิ้วมือ (Fingers Joint Sprain) พบได้ประมาณ 13% จากการกระโดดรับลูกตบที่มีความเร็วมากกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รวมถึงบอลจากการจัมป์เสิร์ฟ ถ้านิ้วมือไม่แข็งแรงจะเกิดการเคล็ดขัดยอกได้ หรือบางคนเกิดการเคลื่อน ฉีกขาด ผิดรูปได้ ซึ่งอาจพบในคนที่เพิ่งเริ่มเล่นวอลเลย์บอลใหม่ ๆ มากกว่าในมืออาชีพ ดังนั้นนักกีฬาวอลเลย์บอลที่เล่นกันหนัก ๆ จะต้องเซฟนิ้วอย่างดีเพื่อป้องกันการเคลื่อน โดยต้องใช้เทปพันแบบที่ไม่ใช่ผ้ายืดและฝึกกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นของนิ้วมือให้แข็งแรง เพื่อรับแรงกดของลูกบอลที่มีความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไปให้ได้
    4. ปวดหลังส่วนล่าง (Lower Back Pain) พบได้ประมาณ 12% อาจร้ายแรงถึงขั้นกระดูกสันหลังร้าว อาจมีการเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลังมาก โดยเฉพาะตัวเซ็ต (Setter) ในทีมวอลเลย์บอลที่มีการเคลื่อนไหวของหลังบ่อยและมีอาการแอ่น เนื่องจากต้องเซ็ตหลายทิศทาง และตัวตบ (Spiker) ที่ต้องกระโดดแอ่นหลังบ่อย ๆ อาจทำให้กระดูกขยับและพับชนกันได้ หรืออาจเกิดจากการล้มกระแทกพื้นในสนามก็ได้เช่นกัน 
    5. เส้นเอ็นไหล่อักเสบหรือฉีกขาด (Shoulder Strain & Sprain) พบได้ประมาณ 12% เพราะกีฬาวอลเลย์บอลเป็นกีฬาที่ใช้แขนใช้มือตบ ใน 1 ฤดูกาลแข่งขัน ซึ่งใช้เวลาแข่งขันประมาณ 2 – 3 เดือนจะมีการตบโดยตัวตบ (Spiker) ด้วยแขนขวาหรือแขนซ้ายตามที่ถนัดจำนวน 40,000 ครั้งต่อฤดูกาลแข่งขัน ซึ่งถ้าไม่แข็งแรงพอหรือเส้นเอ็นรอบ ๆ หัวไหล่มีการบาดเจ็บและจำเป็นต้องตบซ้ำ ๆ อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บหรือฉีกขาด และนำมาซึ่งความไม่มั่นคงของข้อหัวไหล่ได้ 

    5 ที่สุดการบาดเจ็บที่พบบ่อยในกีฬาวอลเลย์บอล 

    รักษาการบาดเจ็บจากวอลเลย์บอล

    สำหรับการรักษาอาการบาดเจ็บจากวอลเลย์บอลนั้นจะรักษาตามความรุนแรง โดยแบ่งออกเป็น 

    • บาดเจ็บเล็กน้อย (Mild Degree) อาจแค่ประคบเย็น ให้พัก รับประทานยา 
    • บาดเจ็บปานกลาง (Moderate Degree) ทำกายภาพบำบัด พักซ้อม 
    • บาดเจ็บรุนแรง (Severe Degree) ถึงขั้นฉีกขาดหรือเล่นไม่ได้เลย อาจต้องพิจารณาตรวจเพิ่มเติม อาทิ ตรวจอัลตราซาวนด์เพื่อเช็กว่าเอ็นฉีกหรือมีปัญหาอะไรในข้อไหม อาจต้องทำ MRI เพื่อให้ได้รายละเอียดที่มากขึ้น เพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัย และพิจารณารักษาโดยการผ่าตัดต่อไป 

    ปฐมพยาบาลเบื้องต้นในผู้บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา

    การปฐมพยาบาลเบื้องต้นในผู้บาดเจ็บจากการเล่นกีฬาสามารถใช้หลักการ Price ประกอบไปด้วย

    • P (Protection) ป้องกันไม่ให้เกิดการบาดเจ็บซ้ำ ได้แก่ เฝือกอ่อน ไม้เท้า เป็นต้น
    • R (Rest) พักในส่วนที่บาดเจ็บไม่ให้เกิดการบาดเจ็บมากขึ้น 
    • I (Ice) ใช้น้ำแข็งประคบ เพื่อลดบวม ลดการอักเสบ ลดการเกร็งของกล้ามเนื้อ 
    • C (Compression) การรัดด้วยผ้ายืดเพื่อไม่ให้เกิดการบวม
    • E (Elevation) ยกบริเวณที่บาดเจ็บให้สูงกว่าระดับหัวใจเพื่อลดบวมของบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บ

    ปฐมพยาบาลเบื้องต้นในนักกีฬาอาชีพ

    การปฐมพยาบาลเบื้องต้นในนักกีฬาอาชีพ ปัจจุบันมีหลักการใหม่ที่มีชื่อว่า Police ประกอบไปด้วย

    • P (Protection) ป้องกันส่วนที่ได้รับบาดเจ็บไม่ให้เกิดการบาดเจ็บเพิ่มหรือบาดเจ็บซ้ำ
    • O/L (Optimal Loading) การพิจารณาอนุญาตให้นักกีฬาออกกำลังกายด้วยการขยับหรือลงน้ำหนักในบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บให้พอดีไม่มากเกินไปจนเกิดการบาดเจ็บเพิ่มขึ้น เพื่อกระตุ้นให้เกิดการซ่อมแซมเนื้อเยื่อให้สมบูรณ์และแข็งแรง โดยจะต้องปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การกีฬา แพทย์กระดูกและข้อ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู และนักกายภาพบำบัดที่มีความชำนาญ เพื่อวางแผนร่วมกันในการดูแลรักษา ทั้งนี้อาจมีการใช้ยาแก้ปวด ยาลดการอักเสบ การใช้เลเซอร์ การใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เป็นต้น เพื่อให้หายจากอาการบาดเจ็บโดยเร็วที่สุด 
    • I (Ice) การประคบเย็นเพื่อลดอาการบวม อักเสบ ไม่ควรวางถุงน้ำแข็งสัมผัสผิวหนังโดยตรง ป้องกัน Ice Burn
    • C (Compression) การรัดด้วยผ้ายืดเพื่อลดบวม 
    • E (Elevation) ยกบริเวณที่บาดเจ็บให้สูงกว่าระดับหัวใจ เพื่อลดบวม

    อย่างไรก็ตามวิธีป้องกันการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาแนะนำให้ตรวจร่างกายประจำปีวอร์มร่างกายก่อนและหลังออกกำลังกายหากมีอาการบาดเจ็บแนะนำให้รีบพบแพทย์ทันทีเพื่อทำการรักษาโดยเร็วที่สุด

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    สถาบันเวชศาสตร์การกีฬาและออกกำลังกาย โรงพยาบาลกรุงเทพ

    ชั้น 5 อาคาร D โรงพยาบาลกรุงเทพ

    เปิดให้บริการ ทุกวัน เวลา 08.00 – 16.00 น.

    02 310 3979

    02 310 3980

    1719

    [email protected]

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    Fit For Performance ProgramFit For Performance Program
    Fit For Performance Program

    13,900 บาท

    รายละเอียด
    โปรแกรม Fit For Playโปรแกรม Fit For Play
    โปรแกรม Fit For Play

    5,900 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ICE BATHING บำบัดกล้ามเนื้อด้วยความเย็น Image
    ICE BATHING บำบัดกล้ามเนื้อด้วยความเย็น
    ใส่หน้ากาก (Mask) ขณะออกกำลังกายมีผลเสียหรือไม่ Image
    ใส่หน้ากาก (Mask) ขณะออกกำลังกายมีผลเสียหรือไม่
    Be Active กระตุ้นร่างกาย ช่วยกายใจสู้ COVID-19 Image
    Be Active กระตุ้นร่างกาย ช่วยกายใจสู้ COVID-19
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ