โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    รับมือโรคติดต่อให้เจ้าตัวเล็กไม่ป่วยเมื่อไปโรงเรียน

    3 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    Package Image
    นพ. พรเทพ สวนดอก

    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่

    อัปเดตเมื่อ: 17 ม.ค. 2569
    Dr. Porntep Suandork
    นพ. พรเทพ สวนดอก
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) สำหรับเด็ก (3 เข็ม)
    รับมือโรคติดต่อให้เจ้าตัวเล็กไม่ป่วยเมื่อไปโรงเรียน
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 17 ม.ค. 2569

    เวลาที่เด็กไปโรงเรียนมักเจ็บป่วยได้ง่าย ซึ่งเป็นธรรมชาติของเด็กเมื่อไปเจอเพื่อนเด็กคนอื่น ๆ ทำให้พ่อแม่หลายคนห่วงและกังวล การรู้เท่าทันและดูแลลูกน้อยได้ถูกวิธี นอกจากช่วยให้พ่อแม่คลายกังวลเมื่อลูกต้องไปโรงเรียน ยังช่วยให้ลูกมีพัฒนาการที่สมวัยจากการที่ไม่ต้องเรียนที่บ้านเพียงอย่างเดียว


    เข้าใจลูกป่วยบ่อยเมื่อไปโรงเรียน

    การที่ลูกเกิดการเจ็บป่วยเมื่อไปโรงเรียนไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะการไปเจอเพื่อนและทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่โรงเรียนอาจมีโอกาสรับเชื้อได้ซึ่งเด็กจะมีการสร้างภูมิคุ้มกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ช่วงเทอมแรกอาจป่วยบ่อยเพราะยังไม่เคยมีภูมิหลังจากนั้นร่างกายจะเริ่มปรับมากขึ้นการเจ็บป่วยจะน้อยลงเพราะเด็กปรับตัวค่อนข้างเร็วพ่อแม่ที่มีความกังวลในเรื่องพัฒนาการไม่จำเป็นต้องกังวลมากนักเพราะเด็กมักเจ็บป่วยระยะสั้นคือ 3 – 7 วัน และส่วนใหญ่แทบทั้งหมดได้รับวัคซีนพื้นฐานที่จำเป็นกับร่างกายมาแล้ว แต่ในกรณีที่ป่วยนานเกินไปควรรีบไปพบกุมารแพทย์โดยเร็ว เพราะอาจจำเป็นต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพื่อให้หายโดยเร็วและกลับมาเรียนได้ดังเดิม อย่างไรก็ตามการเรียนที่โรงเรียนกระตุ้นพัฒนาการเด็กได้ดีกว่าการเรียนที่บ้าน


    รับมือโรคติดต่อให้เจ้าตัวเล็กไม่ป่วยเมื่อไปโรงเรียน 

    โรคติดต่อในโรงเรียนที่พบบ่อย

    โรคติดต่อในโรงเรียนที่พบบ่อย ได้แก่

    • โรคระบบทางเดินหายใจ จากไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจ อาทิไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ RSV (Respiratory Syncytial Virus) มักพบในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ อาการของโรคจะคล้ายกัน แต่ความรุนแรงแตกต่างกัน อาจลงปอดได้ถ้ารุนแรงมาก หากเจ้าตัวเล็กกินยาแล้วไข้ไม่ลดคืออุณหภูมิเกิน 38.5 องศาเซลเซียสต้องรีบมาตรวจเช็กกับกุมารแพทย์โดยเร็วที่สุด เพราะมีโอกาสเกิดอาการชักเกร็งได้ หากเจ้าตัวเล็กมีไข้เกิน 3 วันขึ้นไปต้องระวังโรคไข้เลือดออก 

    นอกจากนี้หากไข้สูงแล้วเจ้าตัวเล็กมีอาการซึมร่วมด้วยอาจติดเชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัสในกระแสเลือด เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือปอดอักเสบรุนแรง จนอาจทำให้เด็กพิการหรือเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2 ปี สิ่งที่ควรทำเบื้องต้นคือเช็ดตัวหรือกินยาลดไข้

    • โรคระบบทางเดินอาหาร ตามธรรมชาติเด็กหยิบของเล่นด้วยกัน ทำกิจกรรมด้วยกัน มีโอกาสติดต่อโรคกันได้ ส่วนใหญ่ที่พบในปัจจุบันคือ โนโรไวรัส (Norovirus) เพราะยังไม่มีวัคซีน เมื่อเกิดการระบาดจึงติดต่อได้ง่าย ส่วนไวรัสโรต้า (Rotavirus) มีวัคซีนให้ฉีดเป็นที่เรียบร้อย พ่อแม่จึงควรสังเกตอาการลูกน้อยเป็นสำคัญ หากเจ้าตัวเล็กท้องเสีย อาเจียน ถ่ายเหลวเกินกว่า 5 ครั้งใน 1 วัน มีไข้ อาจเป็นโนโรไวรัส ซึ่งถ้าร่างกายกำจัดเองได้ กุมารแพทย์จะใช้การรักษาแบบประคับประคอง เมื่อพ้นภาวะขาดน้ำและมีไข้อาการจะดีขึ้น อาจต้องอาศัยยาฆ่าเชื้อร่วมด้วย 

    ที่อยากให้พ่อแม่ระวังคือเชื้อซาลโมเนลลาที่อาจปนเปื้อนมากับผักผลไม้สดมักพบในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี หากเจ้าตัวเล็กติดเชื้อจะมีไข้สูง ปวดท้อง ถ่ายเป็นมูกเลือดกลิ่นคาวสีเขียว อาการจะหนักกว่าผู้ใหญ่ ซึ่งต้องอาศัยยาฆ่าเชื้อ ไม่เช่นนั้นจะหายช้า


    วัคซีนเสริมภูมิคุ้มกันเด็กวัยเรียน

    วัคซีนพื้นฐานสำหรับเด็กเป็นวัคซีนจำเป็นที่เด็กทุกคนควรได้รับ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้เด็ก ประกอบไปด้วยวัคซีนคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน วัคซีนหัด หัดเยอรมัน คางทูม วัคซีนไข้สมองอักเสบ วัคซีนวัณโรค วัคซีนตับอักเสบบี วัคซีนโปลิโอ และวัคซีนเอชพีวี

    นอกจากนี้วัคซีนเสริมเป็นทางเลือกที่ช่วยป้องกันหรือลดความรุนแรงของโรคให้เจ้าตัวเล็กมีสุขภาพที่แข็งแรงยิ่งขึ้นโดยพ่อแม่สามารถเสริมให้เจ้าตัวเล็กได้อย่างเหมาะสมประกอบไปด้วย

    • วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ควรฉีดเด็กปีละครั้ง ตั้งแต่ 6 เดือน – 18 ปี 
    • วัคซีนโรต้าไวรัส หยด 2 ครั้ง ช่วงอายุ 2 เดือนและ 4 เดือน 
    • วัคซีน IPD เริ่มฉีดตั้งแต่อายุ 2 เดือน 4 เดือน 6 เดือน เพราะเด็กเล็กอาการจะรุนแรงมาก
    • วัคซีนมือเท้าปาก (Enterovirus Type71 Vaccine) ฉีดได้ตั้งแต่ 6 เดือน – 6 ปี เพราะเป็นช่วงที่โอกาสติดเชื้อสูง 
    • วัคซีนอีสุกอีใส ฉีด 2 เข็มตลอดชีวิต โดยฉีดตอนช่วงอายุ 12 – 18 เดือน และช่วงอายุ 4 – 6 ปี
    • วัคซีนตับอักเสบเอ ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 1 ปีขึ้นไป โดยเข็มที่ 2 ห่างกัน 6 – 12 เดือน ป้องกันตัวเหลือง ดีซ่าน
    • วัคซีนไข้เลือดออก ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไป โดยฉีด 3 เข็มคือ 0, 6, 12 เดือน ช่วยลดความรุนแรงของโรค
    • วัคซีนนิวโมคอคคัส ฉีดได้ตั้งแต่ช่วง 6 สัปดาห์ – 9 ปี ช่วยป้องกันปอดอักเสบและเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

    รับมือโรคติดต่อให้เจ้าตัวเล็กไม่ป่วยเมื่อไปโรงเรียน 

    เตรียมพร้อมเจ้าตัวเล็กก่อนฉีดวัคซีน

    • เด็กต้องมีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีไข้สูง เจ็บป่วยเฉียบพลัน
    • สอบถามผลข้างเคียงและการดูแลเด็กก่อนฉีดวัคซีน
    • หลังฉีดวัคซีนอาจมีการปวดบวมในตำแหน่งที่ฉีดได้
    • ควรดูอาการหลังฉีดวัคซีนอย่างน้องครึ่งชั่วโมง
    • หากเด็กมีอาการแพ้วัคซีนหรือมีอาการผิดปกติหลังฉีดวัคซีนแจ้งกุมารแพทย์โดยเร็วที่สุด

    เสริมเกราะภูมิคุ้มกันภายนอกให้เด็กวัยเรียน

    ในทุกวันที่เจ้าตัวเล็กต้องไปโรงเรียน พ่อแม่สามารถเสริมเกราะให้เจ้าตัวเล็กได้โดย

    • สวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในห้องเรียนหรือในกลุ่มคนเยอะ ๆ 
    • ล้างมือด้วยสบู่และแอลกอฮอล์ควบคู่ไปด้วยกัน
    • ใช้ภาชนะ ช้อนส้อม และแก้วส่วนตัว ไม่กินรวมกับผู้อื่น
    • หากเจ้าตัวเล็กป่วยต้องรอจนกว่าจะหายดีจึงให้กลับไปโรงเรียนได้ตามปกติเพื่อป้องกันการติดต่อ
    • รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารและวิตามินที่เพียงพอ


    การที่เจ้าตัวเล็กไปโรงเรียนช่วยกระตุ้นพัฒนาการให้สมวัยได้เป็นอย่างดีพ่อแม่จึงไม่จำเป็นต้องกังวลมากนักกับความเจ็บป่วยเพราะเป็นการสร้างภูมิตามธรรมชาติสิ่งสำคัญคือการสังเกตและรีบดูแลรักษาให้เจ้าตัวเล็กหายป่วยโดยเร็วที่สุดและเสริมภูมิคุ้มกันให้เจ้าตัวเล็กด้วยการฉีดวัคซีนเพื่อให้สุขภาพกายดีสุขภาพใจดีมีพัฒนาการที่ดีสมวัย

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    นพ. พรเทพ สวนดอก

    กุมารเวชศาสตร์

    กุมารเวชศาสตร์โรคติดเชื้อ

    นพ. พรเทพ สวนดอก

    กุมารเวชศาสตร์

    กุมารเวชศาสตร์โรคติดเชื้อ
    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์กุมารเวช โรงพยาบาลกรุงเทพ

    ชั้น 4 อาคาร B โรงพยาบาลกรุงเทพ

    เปิดบริการทุกวัน เวลา 07.00 - 20.00 น.

    0 2310 3006

    0 2755 1006

    0 2310 3000

    1719

    0 2755 1098

    [email protected]

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) สำหรับเด็ก (3 เข็ม)วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) สำหรับเด็ก (3 เข็ม)
    วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) สำหรับเด็ก (3 เข็ม)

    14,900 บาท

    15,930 บาท

    รายละเอียด
    วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) สำหรับเด็ก (2 เข็ม)วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) สำหรับเด็ก (2 เข็ม)
    วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) สำหรับเด็ก (2 เข็ม)

    9,900 บาท

    10,620 บาท

    รายละเอียด
    วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) สำหรับเด็ก (1 เข็ม)วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) สำหรับเด็ก (1 เข็ม)
    วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) สำหรับเด็ก (1 เข็ม)

    5,200 บาท

    5,310 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    เยื่อหุ้มสมองอักเสบในเด็ก อาการเตือนที่พ่อแม่ต้องรู้ก่อนสาย Image
    เยื่อหุ้มสมองอักเสบในเด็ก อาการเตือนที่พ่อแม่ต้องรู้ก่อนสาย
    Gene Therapy ยีนบำบัดรักษากล้ามเนื้ออ่อนแรงในเด็ก (SMA) ที่พ่อแม่ควรรู้ Image
    Gene Therapy ยีนบำบัดรักษากล้ามเนื้ออ่อนแรงในเด็ก (SMA) ที่พ่อแม่ควรรู้
    เด็กนอนกรนอันตรายกว่าที่คิด อย่าปล่อยทิ้งไว้ Image
    เด็กนอนกรนอันตรายกว่าที่คิด อย่าปล่อยทิ้งไว้
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ