โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    น้ำคร่ำน้อยตอนใกล้คลอดอันตรายไหม

    4 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    Package Image
    นพ. ธีระ วัชรปรีชานนท์

    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่

    อัปเดตเมื่อ: 09 ธ.ค. 2568
    Dr. Teera Wacharaprechanont
    นพ. ธีระ วัชรปรีชานนท์
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    ตรวจมะเร็งปากมดลูกโดยสูติ-นรีแพทย์
    น้ำคร่ำน้อยตอนใกล้คลอดอันตรายไหม
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 09 ธ.ค. 2568

    ภาวะน้ำคร่ำน้อย (Oligohydramnios) คือ ภาวะที่คุณแม่ตั้งครรภ์มีปริมาณน้ำคร่ำน้อยกว่าปกติ น้ำคร่ำสำคัญต่อการเติบโตของทารกในครรภ์ ช่วยป้องกันอันตรายจากการกระทบกระเทือน ภาวะน้ำคร่ำน้อยอาจเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงของการตั้งครรภ์ แต่หากคุณแม่ตั้งครรภ์น้ำคร่ำน้อยเกินไปในช่วงใกล้คลอด จากการทำงานของรกที่ไม่สมบูรณ์อาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ทำให้ทารกได้รับสารอาหารและออกซิเจนไม่เพียงพอ ส่งผลให้ทารกเจริญเติบโตช้า (Fetal Growth Restriction – FGR) และเพิ่มความเสี่ยงที่สายสะดือจะถูกกดทับระหว่างการหดรัดตัวของมดลูก ทำให้เลือดและออกซิเจนที่ส่งไปยังทารกลดลง อาจทำให้ทารกเกิดภาวะเครียดในครรภ์ (Fetal Distress) หัวใจเต้นผิดปกติ ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต และอาจต้องทำการคลอดฉุกเฉิน 

    หากเกิดภาวะน้ำคร่ำน้อยในช่วงอายุครรภ์น้อยอาจทำให้เกิดการกดทับ ส่งผลให้ทารกมีรูปร่างผิดปกติ เช่น ใบหน้าผิดรูป แขนขาโก่งงอ หรือเกิดภาวะเท้าปุก ปอดพัฒนาไม่เต็มที่ (Pulmonary Hypoplasia) การตรวจครรภ์ตามนัดหมายกับสูตินรีแพทย์จึงมีความสำคัญ เพราะช่วยให้รับมือได้อย่างถูกวิธีและทันท่วงที

    น้ำคร่ำคืออะไร

    น้ำคร่ำ (Amniotic Fluid) คือ ของเหลวที่อยู่ภายในถุงน้ำคร่ำ มีหน้าที่ห่อหุ้มทารกในครรภ์ และมีบทบาทสำคัญต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของทารก 

    องค์ประกอบของน้ำคร่ำ

    • น้ำ ประมาณ 98%
    • สารอาหาร ได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน
    • เซลล์ผิวหนังของทารก
    • ปัสสาวะของทารก
    • สารคัดหลั่งจากปอดของทารก

    น้ำคร่ำมีหน้าที่สำคัญอย่างไร

    • ส่งเสริมการเติบโต น้ำคร่ำช่วยให้ทารกเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ส่งเสริมการพัฒนาของกล้ามเนื้อและกระดูก
    • ป้องกันการกระทบกระเทือน น้ำคร่ำช่วยรองรับแรงกระแทกจากภายนอก ลดความเสี่ยงทารกได้รับบาดเจ็บ
    • ควบคุมอุณหภูมิ น้ำคร่ำช่วยรักษาอุณหภูมิให้คงที่ ทารกอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
    • พัฒนาปอด ทารกต้องฝึกหายใจโดยการสูดและขับน้ำคร่ำ ซึ่งช่วยพัฒนาปอดให้แข็งแรง
    • พัฒนาทางเดินอาหาร ทารกจะกลืนน้ำคร่ำ ซึ่งช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบทางเดินอาหาร
    • ป้องกันการติดเชื้อ น้ำคร่ำมีสารช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย
    • ขยายปากมดลูกเมื่อเจ็บครรภ์คลอด แรงดันน้ำในโพรงน้ำคร่ำช่วยขยายปากมดลูกเมื่อคุณแม่ใกล้คลอด

    ปริมาณน้ำคร่ำของคุณแม่ตั้งครรภ์เป็นอย่างไร

    • ปริมาณน้ำคร่ำจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุครรภ์
    • ปริมาณน้ำคร่ำสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 800 – 1,000 มิลลิลิตร ในช่วงไตรมาสที่ 3 ภาวะน้ำคร่ำน้อยคือ มีปริมาณน้อยกว่า 500 มิลลิลิตร 

    น้ำคร่ำน้อยตอนใกล้คลอดอันตรายไหม

    ภาวะน้ำคร่ำน้อยเกิดจากอะไร

    • การแตกของถุงน้ำคร่ำก่อนกำหนด
    • ความผิดปกติของทารกในครรภ์ เช่น ความผิดปกติของไต
    • รกเสื่อมสภาพหรือทำงานไม่เพียงพอ ทำให้การไหลเวียนของเลือดและสารอาหารไปยังทารกลดลง
    • โรคประจำตัวของคุณแม่ เช่น เบาหวานหรือความดันโลหิตสูง ภาวะครรภ์เป็นพิษ
    • การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) บางชนิด

    ภาวะน้ำคร่ำน้อยมีอาการอย่างไร

    คุณแม่ตั้งครรภ์สามารถสังเกตภาวะน้ำคร่ำน้อยจากอาการผิดปกติ ดังต่อไปนี้

    • ของเหลวไหลออกจากช่องคลอด
    • ทารกดิ้นน้อยลงมากกว่าปกติ
    • มดลูกมีขนาดลดลง
    • น้ำหนักตัวลดลง

    น้ำคร่ำน้อยตอนใกล้คลอดอันตรายไหม

    ภาวะน้ำคร่ำน้อยอันตรายต่อทารกในครรภ์อย่างไร

    ภาวะน้ำคร่ำน้อยอาจทำให้เกิดอันตรายต่อทารกได้ อาทิเช่น 

    • คลอดก่อนกำหนด ภาวะน้ำคร่ำน้อยเพิ่มความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด
    • ปอดของทารกไม่ขยาย ทำให้ทารกหายใจลำบากหลังคลอด
    • สายสะดือถูกกดทับ เมื่อน้ำคร่ำน้อย มดลูกอาจบีบรัดสายสะดือ ทำให้ทารกขาดออกซิเจน
    • ทารกเสียชีวิตในครรภ์ โดยเฉพาะช่วงอายุครรภ์น้อย ๆ เกิดจากน้ำเดิน มีพังผืดกดรัดส่วนอวัยวะของทารก
    • ทารกพิการ เพราะน้ำคร่ำน้อยที่เกิดจากภาวะน้ำเดินหรือแท้งคุกคามในไตรมาสแรก ทำให้เกิดพังผืดในถุงน้ำคร่ำ (Amniotic Band Syndrome – ABS) ถ้าไปกดรัดส่วนอวัยวะของทารก อาจทำให้ทารกถูกกดทับ ทำให้เกิดความพิการของอวัยวะ เช่น ใบหน้า แขน ขา มือ เท้าผิดรูป เป็นต้น

    ดูแลคุณแม่ตั้งครรภ์เมื่อมีภาวะน้ำคร่ำน้อยอย่างไร

    หากคุณแม่ตั้งครรภ์มีภาวะน้ำคร่ำน้อย สูตินรีแพทย์จะพิจารณาการรักษาภาวะน้ำคร่ำน้อยโดยขึ้นอยู่กับสาเหตุ อายุครรภ์ และสุขภาพของทารก โดยมีแนวทางการรักษาดังนี้

    • การเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หากภาวะน้ำคร่ำน้อยไม่รุนแรงและทารกยังแข็งแรงดี แพทย์อาจทำการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดด้วยการตรวจอัลตราซาวนด์เป็นระยะเพื่อติดตามปริมาณน้ำคร่ำและการเจริญเติบโตของทารก รวมถึงการตรวจสุขภาพทารกในครรภ์ (เช่น NST, BPP)
    • การเติมน้ำคร่ำ (Amnioinfusion) ในบางกรณีโดยเฉพาะในช่วงอายุครรภ์ 24 – 34 สัปดาห์ สูตินรีแพทย์อาจพิจารณาเติมน้ำเกลือเข้าไปในโพรงมดลูกผ่านทางหน้าท้อง เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำคร่ำ ช่วยลดการกดทับสายสะดือและเพิ่มพื้นที่ให้ทารกเคลื่อนไหว
    • การรักษาภาวะสุขภาพของมารดา หากภาวะน้ำคร่ำน้อยมีสาเหตุจากโรคประจำตัวของมารดา เช่น ความดันโลหิตสูงหรือเบาหวาน การควบคุมและรักษาโรคเหล่านั้นอย่างเหมาะสมอาจช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น
    • การยุติการตั้งครรภ์ หากภาวะน้ำคร่ำน้อยรุนแรง ทารกมีภาวะสุขภาพไม่ดี หรืออายุครรภ์ครบกำหนดแล้ว แพทย์อาจพิจารณาชักนำการคลอดหรือผ่าตัดคลอด

    คุณแม่ตั้งครรภ์ป้องกันภาวะน้ำคร่ำน้อยได้อย่างไร

    • ฝากครรภ์และพบแพทย์ตามนัดหมายอย่างสม่ำเสมอ
    • สังเกตอาการผิดปกติ เช่น น้ำเดินหรือทารกดิ้นน้อยลง
    • หากมีอาการผิดปกติควรรีบไปพบสูตินรีแพทย์ทันที

    คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ควรมองข้ามภาวะน้ำคร่ำน้อย เพราะอาจส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ ควรหมั่นสังเกตตนเองและพบสูตินรีแพทย์ตามนัดหมาย หากมีอาการผิดปกติรีบแจ้งสูตินรีแพทย์ทันที เพื่อให้เจ้าตัวเล็กลืมตาดูโลกอย่างเติบโตและแข็งแรง 

    แพทย์ผู้ชำนาญด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์

    นพ.ธีระ วัชรปรีชานนท์ สูตินรีแพทย์ เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลกรุงเทพ

    สามารถคลิกที่นี่เพื่อทำนัดหมายได้ด้วยตนเอง

    โรงพยาบาลที่ชำนาญด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์

    ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลกรุงเทพ พร้อมดูแลคุณแม่ตั้งครรภ์จนถึงวันคลอดและหลังคลอด โดยสูตินรีแพทย์ ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์และทีมสหสาขาที่มากด้วยประสบการณ์ คอยดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อให้คุณแม่และเจ้าตัวเล็กมีสุขภาพที่แข็งแรงพร้อมเติบโตอย่างสมบูรณ์

    แพ็กเกจฝากครรภ์

    แพ็กเกจฝากครรภ์ราคาเริ่มต้นที่ 69,000 บาท

    คลิกที่นี่ 

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    นพ. ธีระ วัชรปรีชานนท์

    สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา

    เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์

    นพ. ธีระ วัชรปรีชานนท์

    สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา

    เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์
    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ชั้น 2 อาคาร D โรงพยาบาลกรุงเทพ

    เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 - 20.00 น.

    0 2310 3005

    0 2755 1005

    0 2310 3000

    1719

    0 2755 1685

    [email protected]

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ตรวจมะเร็งปากมดลูกโดยสูติ-นรีแพทย์ตรวจมะเร็งปากมดลูกโดยสูติ-นรีแพทย์
    ตรวจมะเร็งปากมดลูกโดยสูติ-นรีแพทย์

    2,600 บาท

    2,990 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจสุขภาพสำหรับสุภาพสตรีชุดตรวจสุขภาพสำหรับสุภาพสตรี
    ชุดตรวจสุขภาพสำหรับสุภาพสตรี

    10,100 บาท

    12,770 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจสุขภาพพร้อมวิวาห์ สุภาพสตรีชุดตรวจสุขภาพพร้อมวิวาห์ สุภาพสตรี
    ชุดตรวจสุขภาพพร้อมวิวาห์ สุภาพสตรี

    7,400 บาท

    12,840 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ภาวะมดลูกแตก อาการ สาเหตุ การรักษาที่ต้องรู้ก่อนคลอด Image
    ภาวะมดลูกแตก อาการ สาเหตุ การรักษาที่ต้องรู้ก่อนคลอด
    วัคซีน RSV คุณแม่ตั้งครรภ์ทำไมต้องฉีด Image
    วัคซีน RSV คุณแม่ตั้งครรภ์ทำไมต้องฉีด
    ทำไมคุณแม่ต้องฝากครรภ์ให้ถูกที่ Image
    ทำไมคุณแม่ต้องฝากครรภ์ให้ถูกที่
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ