โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    โนโรไวรัส (Norovirus) ตัวการท้องเสียระบาดในเจ้าตัวเล็ก

    2 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    Package Image
    นพ. พรเทพ สวนดอก

    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่

    อัปเดตเมื่อ: 12 ม.ค. 2569
    Dr. Porntep Suandork
    นพ. พรเทพ สวนดอก
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) สำหรับเด็ก (3 เข็ม)
    โนโรไวรัส (Norovirus) ตัวการท้องเสียระบาดในเจ้าตัวเล็ก
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 12 ม.ค. 2569

    อาการติดเชื้อท้องเสียที่ระบาดกันมากในเด็กตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายคนกังวลใจนั้น อาจไม่ได้มาจากเชื้อแบคทีเรีย แต่มีต้นเหตุจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า โนโรไวรัส (Norovirus) ซึ่งส่งผลให้เจ้าตัวเล็กมีอาการท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียนค่อนข้างรุนแรง ยิ่งถ้าภูมิต้านทานต่ำอาการอาจหนักและร้ายแรงถึงแก่ชีวิตได้ เพราะฉะนั้นการรู้เท่าทันไวรัสชนิดนี้ย่อมช่วยให้สามารถดูแลป้องกันเจ้าตัวเล็กและทำการรักษาได้ทันท่วงที

     

    รู้จักโนโรไวรัส

    โนโรไวรัส (Norovirus) เป็นไวรัสที่ทำให้เกิดการอักเสบของระบบทางเดินอาหาร ไวรัสชนิดนี้ระบาดได้ง่ายและรวดเร็วแม้ร่างกายได้รับเชื้อในปริมาณเพียงเล็กน้อย ที่สำคัญทนต่อความร้อนและน้ำยาฆ่าเชื้อต่าง ๆ ได้ดี ดังนั้นเมื่อเกิดการปนเปื้อนของโนโรไวรัสในอาหารและน้ำดื่ม จึงทำให้เกิดอาการท้องเสีย อาเจียน และสามารถติดต่อกันได้ง่าย เนื่องจากใช้เวลาเพียงไม่นานในการแพร่กระจายเชื้อ ไวรัสนี้พบระบาดได้มากในฤดูหนาว ติดต่อได้ง่ายในสภาพอากาศเย็น และทำให้เกิดโรคทั้งในเด็กและผู้ใหญ่

     

    อาการที่พบ

    อาการที่พบบ่อยหากได้รับเชื้อโนโรไวรัสภายใน 24 – 48 ชั่วโมง ได้แก่

    • ถ่ายเหลวเป็นน้ำ
    • ปวดท้อง
    • คลื่นไส้
    • อาเจียน
    • ปวดศีรษะ
    • ไข้ต่ำ
    • ปวดเมื่อยตามร่างกาย
    • อ่อนเพลีย

     

    การตรวจและรักษา

    ตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อโนโรไวรัส ทำได้โดยการเก็บตัวอย่างอุจจาระเพื่อส่งตรวจพิเศษกับห้องปฏิบัติการ หากพบว่าติดเชื้อโนโรไวรัส แพทย์จะทำการดูแลรักษาตามอาการเป็นสำคัญ หากเด็กมีภูมิต้านทานที่ดีอาการจะดีขึ้นและหายได้เองภายใน 2 – 3 วัน          

    แต่หากเด็กเกิดการขาดน้ำอาจทดแทนด้วยการดื่มน้ำเกลือแร่หรือการให้น้ำเกลือทางหลอดเลือด รับประทานอาหารอ่อน ๆ หรือให้ยาแก้อาเจียนและยาแก้ปวดท้อง แต่ถ้าเด็กภูมิต้านทานต่ำ มีอาการรุนแรงถึงขั้นถ่ายตลอดเวลาต้องนำส่งโรงพยาบาลทันทีและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เพราะอาจเกิดการช็อก ความดันต่ำ และเสียชีวิตได้

     

    การติดต่อของโรค

    เชื้อโนโรไวรัสสามารถติดต่อได้ง่ายจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง ด้วยพฤติกรรมต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

    • รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่มีเชื้อโนโรไวรัส พบบ่อยในน้ำดื่ม น้ำแข็ง ผักผลไม้สด หอยนางรม เป็นต้น
    • เด็กจับหรือสัมผัสกับสิ่งของที่มีเชื้อโนโรไวรัสแล้วเอานิ้วเข้าปาก
    • สัมผัสกับผู้ป่วยโดยตรง

     

    ป้องกันระวังติดเชื้อ

    การดูแลใส่ใจเรื่องความสะอาดคือหัวใจสำคัญของการป้องกันการติดเชื้อโนโรไวรัส ได้แก่

    • ก่อนทานหรือหยิบจับอาหารและหลังเข้าห้องน้ำต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง
    • การล้างมือให้สะอาดต้องล้างด้วยน้ำสบู่ โดยให้น้ำไหลผ่านไม่ต่ำกว่า 15 วินาที
    • ดื่มน้ำที่สะอาด เลือกรับประทานอาหารที่สุก สะอาด สดใหม่
    • เลี่ยงการหยิบจับหรือทำอาหารให้ผู้อื่น
    • ใช้ช้อนกลางหากต้องรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น

     

    เพราะเชื้อโนโรไวรัสสามารถติดต่อได้ง่ายและปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกัน รวมถึงยังไม่มียาที่กำจัดเชื้อไวรัสชนิดนี้โดยเฉพาะ จึงควรดูแลเจ้าตัวเล็กอย่างใกล้ชิดในเรื่องของการรับประทานอาหารและน้ำดื่มที่สะอาด ที่สำคัญล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง คือสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ห่างไกลจากเชื้อโนโรไวรัส

               

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    นพ. พรเทพ สวนดอก

    กุมารเวชศาสตร์

    กุมารเวชศาสตร์โรคติดเชื้อ

    นพ. พรเทพ สวนดอก

    กุมารเวชศาสตร์

    กุมารเวชศาสตร์โรคติดเชื้อ
    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์กุมารเวช โรงพยาบาลกรุงเทพ

    ชั้น 4 อาคาร B โรงพยาบาลกรุงเทพ

    เปิดบริการทุกวัน เวลา 07.00 - 20.00 น.

    0 2310 3006

    0 2755 1006

    0 2310 3000

    1719

    0 2755 1098

    [email protected]

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) สำหรับเด็ก (3 เข็ม)วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) สำหรับเด็ก (3 เข็ม)
    วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) สำหรับเด็ก (3 เข็ม)

    14,900 บาท

    15,930 บาท

    รายละเอียด
    วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) สำหรับเด็ก (2 เข็ม)วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) สำหรับเด็ก (2 เข็ม)
    วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) สำหรับเด็ก (2 เข็ม)

    9,900 บาท

    10,620 บาท

    รายละเอียด
    วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) สำหรับเด็ก (1 เข็ม)วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) สำหรับเด็ก (1 เข็ม)
    วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) สำหรับเด็ก (1 เข็ม)

    5,200 บาท

    5,310 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    เยื่อหุ้มสมองอักเสบในเด็ก อาการเตือนที่พ่อแม่ต้องรู้ก่อนสาย Image
    เยื่อหุ้มสมองอักเสบในเด็ก อาการเตือนที่พ่อแม่ต้องรู้ก่อนสาย
    Gene Therapy ยีนบำบัดรักษากล้ามเนื้ออ่อนแรงในเด็ก (SMA) ที่พ่อแม่ควรรู้ Image
    Gene Therapy ยีนบำบัดรักษากล้ามเนื้ออ่อนแรงในเด็ก (SMA) ที่พ่อแม่ควรรู้
    เด็กนอนกรนอันตรายกว่าที่คิด อย่าปล่อยทิ้งไว้ Image
    เด็กนอนกรนอันตรายกว่าที่คิด อย่าปล่อยทิ้งไว้
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ