โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    ไม่อยากให้ลูกเป็นดาวน์ซินโดรมต้องทำอย่างไร

    3 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    นพ. ธีระ วัชรปรีชานนท์
    นพ. ธีระ วัชรปรีชานนท์

    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่

    อัปเดตเมื่อ: 09 ธ.ค. 2568
    Dr. Teera Wacharaprechanont
    นพ. ธีระ วัชรปรีชานนท์
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    แพ็กเกจแนะนำ
    แพ็กเกจฝากครรภ์
    แพ็กเกจฝากครรภ์
    ไม่อยากให้ลูกเป็นดาวน์ซินโดรมต้องทำอย่างไร
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 09 ธ.ค. 2568

    หนึ่งในความกังวลของคุณแม่ตั้งครรภ์คือการที่เจ้าตัวเล็กเสี่ยงกับดาวน์ซินโดรม ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสมองและสติปัญญาของลูกน้อย รวมถึงพัฒนาการเจริญเติบโตในด้านต่าง ๆ หากไม่อยากให้ลูกเป็นดาวน์ซินโดรม นอกจากต้องฝากครรภ์กับสูตินรีแพทย์ที่มีความชำนาญยังต้องดูแลครรภ์อย่างถูกต้องเพื่อป้องกันโรคดาวน์ซินโดรม

     

    ดาวน์ซินโดรมคืออะไร

    ดาวน์ซินโดรมเป็นภาวะที่เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม ทำให้ทารกมีพัฒนาการทางร่างกายและสติปัญญาช้ากว่าปกติ

    ไม่อยากให้ลูกเป็นดาวน์ซินโดรมต้องทำอย่างไร

    สาเหตุที่ทำให้ทารกดาวน์ซินโดรมคืออะไร

    สาเหตุหลักที่ทำให้ทารกเป็นดาวน์ซินโดรมแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

    1. การแบ่งตัวของโครโมโซมผิดปกติ (Trisomy 21) เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด อยู่ที่ประมาณ 95% ของผู้ป่วยดาวน์ซินโดรม เกิดจากการที่โครโมโซมคู่ที่ 21 แบ่งตัวผิดปกติ ทำให้มีโครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา 1 แท่ง (จากปกติมี 2 แท่ง) มักพบในมารดาที่อายุมากแล้ว เนื่องจากเซลล์ไข่มีโอกาสแบ่งตัวผิดปกติมากขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น
    2. การสับเปลี่ยนของโครโมโซม (Chromosomal Translocation) เป็นสาเหตุที่พบได้ประมาณ 4% ของผู้ป่วยดาวน์ซินโดรม เกิดจากการที่โครโมโซมคู่ที่ 21 ส่วนหนึ่งไปติดอยู่กับโครโมโซมคู่อื่น เช่น คู่ที่ 14 สามารถเกิดขึ้นได้ในมารดาที่อายุน้อย
    3. ภาวะโมเซอิก (Mosaicism) เป็นสาเหตุที่พบได้น้อยที่สุด ประมาณ 1% ของผู้ป่วยดาวน์ซินโดรม เกิดจากการที่มีเซลล์ทั้งที่มีโครโมโซมปกติ (46 แท่ง) และเซลล์ที่มีโครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา (47 แท่ง) ในร่างกายเดียวกัน

    ปัจจัยเสี่ยงคุณแม่ตั้งครรภ์ทารกดาวน์ซินโดรม

    • อายุมารดา มารดาอายุมากกว่า 35 ปี มีความเสี่ยงที่ลูกจะเป็นดาวน์ซินโดรมสูงขึ้น
    • ประวัติครอบครัว หากมีประวัติคนในครอบครัวเป็นดาวน์ซินโดรมจะมีความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้น
    • ประวัติเคยคลอดบุตรที่เป็นดาวน์ซินโดรม การตั้งครรภ์ครั้งต่อไปจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

    ไม่อยากให้ลูกเป็นดาวน์ซินโดรมต้องทำอย่างไร

    ป้องกันลูกเป็นดาวน์ซินโดรมได้อย่างไร

    การป้องกันภาวะดาวน์ซินโดรมทำได้โดยการตรวจคัดกรองและตรวจวินิจฉัยขณะตั้งครรภ์เพื่อประเมินความเสี่ยงทารกในครรภ์เป็นดาวน์ซินโดรม ซึ่งมีหลายวิธีได้แก่

    • ตรวจคัดกรองช่วงไตรมาสที่ 1 เป็นการตรวจเลือดและอัลตราซาวนด์ในช่วงอายุครรภ์ 11 – 13 สัปดาห์เพื่อวัดความหนาของเนื้อเยื่อบริเวณต้นคอของทารก (Nuchal Translucency: NT) และตรวจระดับฮอร์โมนในเลือด
    • ตรวจคัดกรองช่วงไตรมาสที่ 2 เป็นการตรวจเลือดในช่วงอายุครรภ์ 15 – 20 สัปดาห์ เพื่อตรวจระดับฮอร์โมน 4 ชนิด (Quadruple Screen)
    • ตรวจคัดกรองโดยตรวจสารพันธุกรรมของทารกในเลือดมารดา (Non – Invasive Prenatal Testing: NIPT) เป็นการตรวจเลือดของมารดาเพื่อตรวจหา DNA ของทารกในครรภ์ ตรวจได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 10 สัปดาห์ขึ้นไป ซึ่งมีความถูกต้องสูงกว่าการตรวจคัดกรองแบบอื่น ๆ หากผลการตรวจคัดกรองมีความเสี่ยงสูง แพทย์จะแนะนำให้ตรวจวินิจฉัยเพื่อยืนยันผลการตรวจวินิจฉัยด้วย 2 วิธีหลัก ๆ คือ
      1. การเจาะน้ำคร่ำ (Amniocentesis) ในช่วงอายุครรภ์ 15 – 20 สัปดาห์เพื่อนำเซลล์ของทารกไปตรวจโครโมโซม
      2. การตัดชิ้นเนื้อรก (Chorionic villus sampling: CVS) ในช่วงอายุครรภ์ 10 – 13 สัปดาห์เพื่อนำเซลล์รกไปตรวจโครโมโซม

    การวางแผนครอบครัวและเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์เป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะการตรวจสุขภาพทั้งผู้หญิงและผู้ชายเพื่อประเมินความเสี่ยงของภาวะดาวน์ซินโดรมและตรวจโรคที่อาจส่งผลต่อการตั้งครรภ์เช่นโรคธาลัสซีเมีย  โรคเบาหวาน  และการตรวจคัดกรองพาหนะของโรคทางพันธุกรรมอื่น ๆ ในลูกน้อย ช่วยให้ทราบความเสี่ยงและวางแผนการตั้งครรภ์คุณภาพได้อย่างเหมาะสม ลดอัตราเสี่ยงในการตั้งครรภ์ได้เป็นอย่างดี

    แพทย์ผู้ชำนาญด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์

    นพ.ธีระ วัชรปรีชานนท์ สูตินรีแพทย์ เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลกรุงเทพ

    สามารถคลิกที่นี่เพื่อทำนัดหมายได้ด้วยตนเอง

    โรงพยาบาลที่ชำนาญด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์

    ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลกรุงเทพ พร้อมดูแลคุณแม่ตั้งครรภ์ตลอดระยะเวลาของการฝากครรภ์ โดยสูตินรีแพทย์ ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ และทีมสหสาขาที่พร้อมดูแลระหว่างการตั้งครรถ์จนถึงวันคลอด เพื่อป้องกันความเสี่ยงดาวน์ซินโดรม และให้คุณแม่และเจ้าตัวเล็กมีสุขภาพที่แข็งแรง

    แพ็กเกจฝากครรภ์

    แพ็กเกจฝากครรภ์ราคาเริ่มต้นที่ 69,000 บาท

    คลิกที่นี่ 

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    นพ. ธีระ วัชรปรีชานนท์

    สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา

    เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์

    นพ. ธีระ วัชรปรีชานนท์

    สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา

    เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์
    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ชั้น 2 อาคาร D โรงพยาบาลกรุงเทพ

    เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 - 20.00 น.

    0 2310 3005

    0 2755 1005

    0 2310 3000

    1719

    0 2755 1685

    [email protected]

    เลือกปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    แพ็กเกจฝากครรภ์แพ็กเกจฝากครรภ์
    แพ็กเกจฝากครรภ์

    69,000 - 89,000 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    วัยทองผู้หญิงคืออะไร รู้จักอาการ สาเหตุ และวิธีรับมืออย่างเข้าใจ Image
    วัยทองผู้หญิงคืออะไร รู้จักอาการ สาเหตุ และวิธีรับมืออย่างเข้าใจ
    การทำ ICSI คืออะไร เหมาะกับใคร มีขั้นตอนการทำอย่างไรบ้าง Image
    การทำ ICSI คืออะไร เหมาะกับใคร มีขั้นตอนการทำอย่างไรบ้าง
    ภาวะมดลูกแตก อาการ สาเหตุ การรักษาที่ต้องรู้ก่อนคลอด Image
    ภาวะมดลูกแตก อาการ สาเหตุ การรักษาที่ต้องรู้ก่อนคลอด
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ