ใจสั่น หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ เป็นอาการที่เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ไปจนถึงความผิดปกติของฮอร์โมนไทรอยด์และโรคหัวใจ โดยเฉพาะไทรอยด์เป็นพิษและหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งมีอาการคล้ายกันจนแยกได้ยาก จึงควรสังเกตและรู้เท่าทันโรคเพื่อให้รับมือได้อย่างถูกวิธี
ใจสั่นคืออะไร
ใจสั่น (Heart Palpitations) คือ อาการหัวใจเต้นไม่ปกติ เช่น หัวใจเต้นเร็ว เต้นแรง เต้นไม่เป็นจังหวะ เต้นไม่สม่ำเสมอ สามารถเกิดขึ้นได้ อาจพบร่วมกับอาการเจ็บหน้าอก เหนื่อยง่าย เวียนศีรษะ หมดสติ หากใจสั่นรุนแรง ใจสั่นไม่หยุด ควรต้องรีบพบแพทย์โดยเร็ว เพราะอาจร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้
อาการแบบไหนเรียกใจสั่น
อาการใจสั่นอาจเกิดขึ้นแค่ไม่กี่วินาทีไปจนถึงนานหลายนาทีจากสาเหตุที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล
- หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
- หัวใจเต้นแรง
- หัวใจเต้นสะดุดผิดจังหวะ
- หัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ
ใจสั่นเกิดจากอะไร
- เครียด วิตกกังวล พักผ่อนไม่เพียงพอ นอนไม่เป็นเวลา
- เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เครื่องดื่มชูกำลัง สารกระตุ้นบางชนิด
- ยาบางชนิดเช่นยาแก้คัดจมูกยาพ่นขยายหลอดลมยาที่มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาท
- ภาวะขาดน้ำและความผิดปกติของเกลือแร่
- ภาวะโลหิตจาง
- ไทรอยด์เป็นพิษ
- หัวใจเต้นผิดจังหวะ

ไทรอยด์เป็นพิษทำให้ใจสั่นได้อย่างไร
ต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนที่ควบคุมการทำงานในหลายระบบของร่างกาย โดยเฉพาะการเผาผลาญพลังงาน เมื่อฮอร์โมนไทรอยด์มากเกินไป กระตุ้นกล้ามเนื้อและระบบไฟฟ้าของหัวใจให้เต้นเร็วและแรงขึ้น เพิ่มความเร็วของการบีบตัวของหัวใจเมื่อมีความเครียดทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้นส่งผลให้เกิดอาการใจสั่นได้
อาการไทรอยด์เป็นพิษที่ควรสังเกต
- ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว
- มือสั่น
- เหงื่อออกง่าย ขี้ร้อน
- อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
- น้ำหนักลด ถ่ายบ่อย ท้องเสีย
- หงุดหงิด กระสับกระส่าย วิตกกังวล อารมณ์แปรปรวน
- นอนไม่หลับ
- กล้ามเนื้ออ่อนแรง
- ประจำเดือนผิดปกติ
- ตาโปน

หัวใจเต้นผิดจังหวะทำให้ใจสั่นได้อย่างไร
ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) เป็นภาวะที่ระบบไฟฟ้าในหัวใจทำงานผิดปกติส่งผลให้อัตราการเต้นของหัวใจหรือจังหวะการบีบตัวของหัวใจผิดปกติ ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ บีบตัวเร็วเกินไป บีบตัวช้าเกินไป บีบตัวไม่สม่ำเสมอ เกิดอาการใจสั่นได้
อาการหัวใจเต้นผิดจังหวะที่พบบ่อย
- หัวใจเต้นเร็วหรือแรงผิดปกติ
- หัวใจเต้นสะดุด
- หัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ
- ใจสั่นเป็นช่วงๆ
- เหนื่อยง่าย หายใจไม่สะดวก
- เวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลม
- เจ็บหน้าอก หมดสติ
ไทรอยด์เป็นพิษกับหัวใจเต้นผิดจังหวะต่างกันอย่างไร
|
หัวข้อ |
ไทรอยด์เป็นพิษ |
หัวใจเต้นผิดจังหวะ |
|
อาการ |
ใจสั่นร่วมกับหัวใจเต้นเร็วต่อเนื่อง หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะในรายที่เป็นรุนแรง |
หัวใจเต้นเร็วหรือไม่สม่ำเสมอแบบฉับพลันอาจหยุดฉับพลันหรือเกิดเป็นช่วงๆ |
|
อาการร่วม |
เหงื่อออกมาก มือสั่น หิวบ่อย น้ำหนักลด ขับถ่ายเปลี่ยนไป |
หัวใจเต้นสะดุด ชีพจรไม่สม่ำเสมอ ใจสั่นเป็นพัก ๆ เหนื่อยง่าย หน้ามืด |
|
ตรวจวินิจฉัย |
ตรวจเลือดเพื่อวัดระดับ TSH และ Free T4 รวมถึง Free T3 ตามข้อบ่งชี้ |
ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG/EKG) หรือใช้เครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบพกพา |
หมายเหตุ: ผู้ป่วยคนเดียวกันอาจมีทั้งไทรอยด์เป็นพิษและหัวใจเต้นผิดจังหวะร่วมกันได้

ใจสั่นแบบไหนควรพบแพทย์
- ใจสั่นบ่อยหรือเป็นซ้ำโดยไม่ทราบสาเหตุ
- หัวใจเต้นเร็วโดยไม่ได้ออกแรง
- ใจสั่นร่วมกับน้ำหนักลด มือสั่น เหงื่อออกมากผิดปกติ
- ใจสั่นร่วมกับเหนื่อยง่าย เวียนศีรษะ อ่อนเพลียผิดปกติ
- ใจสั่นร่วมกับเจ็บหรือแน่นหน้าอก หายใจลำบาก หน้ามืดรุนแรง หมดสติ
ตรวจวินิจฉัยอาการใจสั่น
แพทย์จะตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยแต่ละรายตามอาการและความรุนแรง มีหลายวิธี ได้แก่
- ซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด
- ตรวจความสมบูรณ์เม็ดเลือด ระดับเกลือแร่ การทำงานของไต
- ตรวจ TSH, FT4, FT3 หรือ T4, T3 เพื่อประเมินการทำงานของต่อมไทรอยด์
- ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG/EKG) เพื่อประเมินอัตราการเต้นและจังหวะหัวใจ หากตรวจแล้วไม่พบความผิดปกติ แต่มีข้อบ่งชี้แพทย์อาจใช้เครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจชนิดพกพาเพื่อตรวจหาความผิดปกติ
- ตรวจอัลตราซาวนด์หัวใจ (Echocardiogram) เมื่อสงสัยความผิดปกติของโครงสร้างหรือการทำงานของหัวใจ

ใจสั่นรักษาอย่างไร
การรักษาอาการใจสั่นขึ้นอยู่กับสาเหตุเป็นสำคัญ
- รักษาใจสั่นจากไทรอยด์เป็นพิษ แพทย์อาจรักษาด้วยยาต้านไทรอยด์ ไอโอดีนรังสี หรือการผ่าตัด หากหัวใจเต้นเร็วร่วมด้วย แพทย์อาจพิจารณาให้ยาควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจ โดยต้องประเมินโรคร่วมและข้อจำกัดในการรักษา
- รักษาใจสั่นจากหัวใจเต้นผิดจังหวะ แพทย์จะทำการรักษาตามชนิดของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ อาจมีการให้ยา การจี้ไฟฟ้าหัวใจผ่านสายสวน (Catheter Ablation) หรือการรักษาต่างๆตามข้อบ่งชี้
ดูแลตนเองอย่างไรเมื่อใจสั่น
- จดบันทึกเวลาเกิดอาการ ระยะเวลา อาการร่วม สิ่งที่ทำก่อนเกิดอาการ
- หากอาการใจสั่นเกิดขึ้นซ้ำหรือมีอาการเตือน ควรพบแพทย์เพื่อตรวจตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง
- ไม่ซื้อยาควบคุมการเต้นของหัวใจหรือหยุดยาประจำด้วยตนเอง
- ลดหรืองดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเลี่ยงเครื่องดื่มชูกำลัง
ป้องกันอาการใจสั่นได้อย่างไร
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอและนอนให้เป็นเวลา
- สังเกตปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการใจสั่น เช่น คาเฟอีน ความเครียด เครื่องดื่มชูกำลัง
- ดูแลควบคุมโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคไทรอยด์และโรคหัวใจ
- รับประทานอาหารให้หลากหลายและสมดุล
- ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ไทรอยด์เป็นพิษทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะได้หรือไม่
A: ฮอร์โมนไทรอยด์ที่สูงเกินไปจนเกิดไทรอยด์เป็นพิษเพิ่มความเสี่ยงภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ โดยเฉพาะภาวะหัวใจห้องบนเต้นพลิ้ว (Atrial Fibrillation: AFIB) ที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วและไม่สม่ำเสมอ เพิ่มความเสี่ยงการเกิดลิ่มเลือดและโรคหลอดเลือดสมอง ทั้งนี้ต้องพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินความเสี่ยงและเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสม
Q: ใจสั่นบ่อย ๆ อันตรายหรือไม่
A: อันตรายของอาการใจสั่นขึ้นอยู่กับสาเหตุ สามารถเกิดขึ้นจากโรคไทรอยด์เป็นพิษ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือโรคอื่นๆ ซึ่งอาการและความรุนแรงแตกต่างในแต่ละบุคคล ใจสั่นบ่อย ๆ อาจถึงขั้นเจ็บหน้าอก หายใจลำบากมาก หมดสติ เพราะฉะนั้นการตรวจเช็กอาการใจสั่นอย่างละเอียดกับแพทย์เฉพาะทางเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย
Q: ใจสั่นจากไทรอยด์เป็นพิษหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะต้องพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กเท่านั้นใช่หรือไม่
A: ใช่แม้จะสังเกตอาการใจสั่นเบื้องต้นได้ด้วยตนเองแต่ไม่ควรตัดสินว่าเกิดจากสาเหตุใดควรพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียดเพราะอาการใจสั่นกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุและมีแนวทางการตรวจวินิจฉัยและดูแลรักษาแตกต่างกัน
โรงพยาบาลที่ชำนาญการรักษาไทรอยด์เป็นพิษ
THYROID COMPLETE CARE ศูนย์เบาหวาน ไทรอยด์ และต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลกรุงเทพ ดูแลไทรอยด์เป็นพิษด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางหลายสาขา (Multidisciplinary Thyroid Team) ที่มากด้วยประสบการณ์ เทคโนโลยีที่ทันสมัย และทีม
สหสาขาที่พร้อมวางแผนการดูแลรักษาและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การตรวจวินิจฉัย ไปจนถึงวางแผนการรักษา ดูแลติดตามระยะยาว พร้อมคืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตอย่างมั่นใจอีกครั้ง
แพทย์ที่ชำนาญการดูแลรักษาไทรอยด์เป็นพิษ
พญ.สมโชดก ชาครียรัตน์ อายุรแพทย์เฉพาะทาง เบาหวาน ไทรอยด์ และต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลกรุงเทพ
สามารถคลิกที่นี่เพื่อทำนัดหมายได้ด้วยตนเอง










