โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    แผลเบาหวาน ดูแลให้ดีก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อน

    4 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    Package Image
    นพ. อรรถ นิติพน

    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่

    อัปเดตเมื่อ: 09 ม.ค. 2569
    Dr. Att Nitibhon
    นพ. อรรถ นิติพน
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    แพ็กเกจตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง
    แผลเบาหวาน ดูแลให้ดีก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อน
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 09 ม.ค. 2569

    อย่างที่ทราบกันดีว่าโรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่เพียงเพิ่มโอกาสในการเกิดโรคแทรกซ้อน แต่ยังหมายถึงโอกาสในการอักเสบของเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกายที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ที่น่าเป็นห่วงคือ หากผู้ป่วยเบาหวานมีบาดแผลอาจติดเชื้อลุกลามได้ง่ายและหายยาก จึงควรใส่ใจดูแล อย่าละเลยบาดแผลอย่างเด็ดขาด

     

    รู้จักแผลเบาหวาน

    แผลเบาหวานเป็นบาดแผลเรื้อรังที่พบได้บ่อยที่สุด เนื่องจากผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานจะมีไขมันที่ไม่ย่อยสลายไปจับกับเส้นเลือด ส่งผลให้เส้นเลือดตีบและแข็งเกิดการอุดตันในที่สุด ส่งผลให้แผลหายยากเพราะไม่มีเลือดไปหล่อเลี้ยง

    นอกจากนี้เมื่อป่วยด้วยโรคเบาหวาน ระบบประสาทรับความรู้สึกจะเสื่อม รับความรู้สึกได้น้อยลงหรือไม่ได้เลย ทำให้เท้าชา ไม่รู้สึกเจ็บเมื่อสัมผัสความร้อนหรือเย็น หรือแม้กระทั่งเล็บขบ จึงทำให้เกิดบาดแผลได้ง่าย เนื่องจากอาการเจ็บที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติช่วยให้ระวังการเกิดบาดแผล ดังนั้นบ่อยครั้งที่ผู้ป่วยเบาหวานมีแผล กว่าจะรู้ตัวแผลก็ลุกลามไปมากแล้ว อีกทั้งการที่ระบบประสาทสั่งการผิดปกติ ทำให้กล้ามเนื้อทำงานผิดปกติ ส่งผลให้เท้าผิดรูป เท้าบิดเบี้ยว เนื้อบริเวณปุ่มกระดูกบางแห่งต้องรับน้ำหนักเพิ่มขึ้นเกิดเป็นแผลได้เช่นกัน

     

    แผลเบาหวานมักเกิดที่เท้า

    หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมแผลเบาหวานส่วนใหญ่จึงเกิดที่เท้า เนื่องจากผู้ป่วยโรคเบาหวานมีเส้นเลือดตีบและอาการเสื่อมของระบบประสาทรับความรู้สึกส่วนปลาย ทำให้เกิดอาการชา เมื่อเป็นแผลที่เท้าในช่วงแรกมักไม่รู้สึก แต่จะรู้สึกเมื่อแผลรุนแรง ทำให้รักษายาก หายช้า และอาจร้ายแรงถึงขั้นตัดเท้า

     

    กลุ่มเสี่ยงแผลเบาหวาน

    กลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดแผลเบาหวาน คือ ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่เป็นแผลเบาหวานเรื้อรังมานาน 5 – 10 ปี ยิ่งเป็นเบาหวานนานหลายปียิ่งเสี่ยงที่จะเกิดบาดแผล

     

    ลักษณะของแผลเบาหวาน

    • แผลต้องเกิดกับผู้ป่วยเบาหวาน
    • แผลมักเกิดในตำแหน่งปลายมือ ปลายเท้า หรือตำแหน่งรับน้ำหนัก
    • แผลหายช้าหรือไม่หาย

     

    อันตรายของแผลเบาหวาน

    • เรื้อรังรักษายาก เพราะแผลเบาหวานเป็นแผลเรื้อรัง ถ้าควบคุมน้ำตาลได้ไม่ดีจะหายยาก
    • หายช้า เนื่องจากแผลเบาหวานเกิดจากหลอดเลือดแดงตีบ ทำให้เลือดนำออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงอวัยวะส่วนปลายได้ไม่ดี ทำให้แผลขาดเลือดไปเลี้ยง แผลหายยาก หายช้า หรืออาจไม่หาย
    • ปลายประสาทเสื่อม เกิดจากอาการชา ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บ ไม่รู้ว่าเกิดแผล ทำให้แผลลุกลามมากได้
    • เท้าผิดรูป ร่วมกับผิวแห้งหนาผิดปกติ เกิดหนังหนา ๆ เป็นก้อนนูนออกมากดเนื้อเยื่อข้างใต้ เรียกว่า Callus หากเท้าผิดรูปบิดเบี้ยว เกิดแรงกดเฉพาะที่จะทำให้เนื้อเยื่อตายรักษายาก
    • ระบบประสาทอัตโนมัติเสื่อม เนื่องจากเส้นประสาทไม่ดี มีผลต่อต่อมไขมันและต่อมเหงื่อ ทำให้การผลิตและหลั่งไขมันลดลง ส่งผลให้ผิวแห้ง แตก เกิดแผลได้ง่าย
    • เสี่ยงสูญเสียนิ้วและเท้า โดยเฉพาะผู้สูงอายุจะมีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดแผลเรื้อรังและติดเชื้อรุนแรงมากกว่าคนปกติ เพราะระดับน้ำตาลสูง เส้นเลือดแดงตีบ เลือดไม่ไปเลี้ยง กลไกการต่อสู้กับเชื้อโรคบกพร่อง เสี่ยงต่อการติดเชื้อ อีกทั้งมีโอกาสเกิดเนื้อตายจากเส้นเลือดแดงส่วนปลายตีบนำไปสู่การสูญเสียนิ้วหรือขาได้ 

    เบาหวาน, แผลเบาหวาน, ภาวะแทรกซ้อน​

    ตรวจวินิจฉัยแผลเบาหวาน

    1. แพทย์ซักประวัติและตรวจดูแผล หากผู้ป่วยเบาหวานมีแผล แพทย์จะตรวจเช็กตำแหน่งที่เกิดแผลและคลำชีพจร ตรวจอาการชา และเท้าผิดรูป
    2. ตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Poppler Ultrasound) เพื่อตรวจภาวะเส้นเลือดตีบเบื้องต้น เพื่อประเมินการไหลเวียนของเลือดมาเท้า
    3. ตรวจ Ankle – Brachial Index เพื่อเช็กโรคหลอดเลือดเเดงที่แขนหรือขาตีบ โดยมีหลักการคือเปรียบเทียบความดันโลหิตระหว่างหลอดเลือดแดงที่แขน (Brachial Artery) และหลอดเลือดแดงที่ขาบริเวณข้อเท้า (Ankle) ค่าปกติจะต้องไม่ต่ำกว่า 0.9 หากต่ำกว่า 0.9 ถือว่าผิดปกติคือเลือดมาเลี้ยงน้อยเกินไป
    4. TCOM เครื่องประเมินระดับออกซิเจนในผู้ป่วยที่มีปัญหาหลอดเลือดและแผลเรื้อรัง เพื่อดูระดับการขาดออกซิเจน การประเมินการตอบสนองต่อการรักษาด้วยการศัลยกรรมหลอดเลือด เพื่อนำไปสู่แนวทางการรักษาที่เหมาะสม โดยจะตรวจวัดบริเวณขอบหรือรอบแผล หากตรวจแล้วค่าออกซิเจนสูงโอกาสแผลหายจะมีมาก แต่ถ้าตรวจแล้วค่าออกซิเจนต่ำมากโอกาสแผลหายจะยิ่งน้อยลง อาจต้องทำการสวนหลอดเลือด แต่ถ้าร้ายแรงอาจต้องตัดเท้าในที่สุด

     

    หลักการดูแลรักษาแผลเบาหวาน

    1. ดูแลเหมือนแผลทั่วไปตามคำแนะนำและการรักษาของแพทย์เฉพาะทาง
    2. รักษาที่ต้นเหตุหรือสิ่งที่ทำให้เกิดแผล ได้แก่ ควบคุมน้ำตาล ดูแลเส้นเลือดตีบ ดูแลเส้นประสาทที่เสื่อม หากเท้าผิดรูปควรแก้ที่รองเท้า ระวังไม่ให้เกิดแรงกดทับบริเวณ Callus เช่น หนุนตรงอื่นไม่ให้ถูกกดทับ เป็นต้น
    3. การบำบัดรักษาด้วยออกซิเจนความดันสูง (Hyperbaric Oxygen Therapy – HBOT) โดยให้ผู้ป่วยหายใจด้วยออกซิเจนบริสุทธิ์ 100% ขณะนอนอยู่ในห้องที่มีความดันภายในมากกว่าความกดดันของบรรยากาศ (Hyperbaric Chamber) เพื่อให้ร่างกายได้รับออกซิเจนในปริมาณที่สูงกว่าการให้ออกซิเจนตามปกติ เมื่อออกซิเจนในเลือดเพิ่มขึ้น ออกซิเจนละลายอยู่ในเลือดสูงกว่า จะสามารถแก้ภาวะพร่องออกซิเจน ลดการบวมของเนื้อเยื่อ ส่งเสริมการซ่อมแซมบาดแผล ทำให้แผลหายเร็ว โดยผู้ป่วยจะเข้าไปในเครื่อง HBOT วันละ 1 ครั้ง ๆ ละ 1 ชั่วโมงครึ่ง

     

    ดูแลหลังรักษาแผลเบาหวาน

    • ควบคุมเบาหวานให้ดี
    • ทำความสะอาดเท้าทุกวัน
    • ตรวจเท้าและฝ่าเท้าทุกวัน เช็กดูว่ามีแผลที่เท้าหรือมีรอยถลอกหรือไม่
    • ทาครีมไม่ให้เท้าแห้งแตก ยกเว้นซอกนิ้วเท้าไม่ต้องทาต้องให้แห้งอยู่เสมอเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
    • ถ้าเท้าผิดรูปอาจต้องตัดรองเท้าให้รับกับรูปเท้า


    การดูแลรักษาแผลเบาหวานทั้งที่เท้าและบริเวณอื่น ๆ เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องรีบรักษาโดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้แผลลุกลามรุนแรงจนเกินเยียวยา ซึ่งการรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางด้านการดูแลบาดแผลที่พร้อมด้วยเครื่องมือและเทคโนโลยีในการรักษา พร้อมทั้งการติดตามดูแลรักษากับแพทย์เฉพาะทางด้านโรคเบาหวาน  ย่อมช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ ลดความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น และทำให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างราบรื่น

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    นพ. อรรถ นิติพน

    กุมารศัลยศาสตร์ศัลยศาสตร์

    ศัลยศาสตร์อุบัติเหตุ

    นพ. อรรถ นิติพน

    กุมารศัลยศาสตร์ศัลยศาสตร์

    ศัลยศาสตร์อุบัติเหตุ
    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์เบาหวาน ไทรอยด์ และต่อมไร้ท่อ

    ชั้น 2 อาคาร โรงพยาบาลกรุงเทพ

    จันทร์ – ศุกร์ 7.00 - 16.00 น.

    เสาร์ – อาทิตย์ และนักขัตฤกษ์ 7.00 – 16.00 น.

    0 2755 1129

    0 2755 1130

    0 2755 1697

    027551697

    [email protected]

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    แพ็กเกจตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงแพ็กเกจตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง
    แพ็กเกจตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง

    6,500 บาท

    12,170 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    อ้วนเพราะฮอร์โมน ลดน้ำหนักยังไงก็ไม่ผอม Image
    อ้วนเพราะฮอร์โมน ลดน้ำหนักยังไงก็ไม่ผอม
    ภาวะก่อนเบาหวาน เป็นได้แบบไม่รู้ตัว Image
    ภาวะก่อนเบาหวาน เป็นได้แบบไม่รู้ตัว
    จี้ก้อนไทรอยด์ด้วยความร้อนแบบไม่ต้องผ่าตัด (RFA) ไร้แผล ฟื้นตัวเร็ว ใช้ชีวิตอย่างมั่นใจ Image
    จี้ก้อนไทรอยด์ด้วยความร้อนแบบไม่ต้องผ่าตัด (RFA) ไร้แผล ฟื้นตัวเร็ว ใช้ชีวิตอย่างมั่นใจ
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ