โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    อาการเจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก เป็นโรคหัวใจ หรือกรดไหลย้อนกันแน่

    7 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    นพ. รุ่งโรจน์ แพ่งกุล
    นพ. รุ่งโรจน์ แพ่งกุล

    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

    อัปเดตเมื่อ: 14 ก.ย. 2569
    Dr. Rungrod Pangkoon
    นพ. รุ่งโรจน์ แพ่งกุล
    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
    แพ็กเกจแนะนำ
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus EKG
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus EKG
    อาการเจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก เป็นโรคหัวใจ หรือกรดไหลย้อนกันแน่
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 14 ก.ย. 2569

    เมื่อมีอาการเจ็บหน้าอก หรือแน่นหน้าอก หลายคนมักเกิดความกังวลใจ เพราะความรู้สึกอึดอัดคล้ายมีของหนักมากดทับ หรือมีอาการจุกอกตรงกลาง อาจทำให้สับสนว่าเป็นเพียงปัญหาระบบทางเดินอาหารทั่วไป หรือเป็นสัญญาณเตือนอันตรายจากโรคหลอดเลือดหัวใจกันแน่ การทำความเข้าใจความแตกต่างของอาการ ทั้งลักษณะความเจ็บปวด ตำแหน่ง และปัจจัยกระตุ้น จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้สังเกตความผิดปกติของร่างกายได้อย่างถูกต้อง พร้อมรับมือและเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที

    “อาการเจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก” ภัยเงียบที่เตือนปัญหาสุขภาพ

    ความรู้สึกเจ็บหน้าอกและแน่นหน้าอกเป็นภาวะที่พบได้บ่อยและไม่ควรมองข้าม เพราะอาจเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาสุขภาพที่ซับซ้อน ผู้ที่มีอาการมักบรรยายความรู้สึกแตกต่างกันออกไป บางรายอาจรู้สึกอึดอัดเหมือนมีสิ่งของมากดทับที่บริเวณหน้าอก บางรายอาจรู้สึกจุกแน่นกลางอก หรือปวดแสบปวดร้อน ซึ่งความหลากหลายของอาการเหล่านี้ล้วนเป็นกลไกการแจ้งเตือนจากร่างกายว่าระบบอวัยวะภายในบริเวณทรวงอกอาจกำลังทำงานผิดปกติ

    สิ่งสำคัญคือการประเมินลักษณะความเจ็บปวดเบื้องต้น เพราะบริเวณทรวงอกเป็นศูนย์รวมของอวัยวะสำคัญหลายส่วน ทั้งหัวใจ ปอด หลอดอาหาร และกล้ามเนื้อ หากปล่อยปละละเลยหรือไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างถูกต้อง อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ การหมั่นสังเกตอาการร่วมอื่น ๆ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้แพทย์สามารถประเมินความเสี่ยงและแยกแยะโรคเบื้องต้นได้

    อาการจุกหน้าอกเกิดจากอะไร? ทำไมถึงมักเกี่ยวโยงกับ “โรคหัวใจ” และ “กรดไหลย้อน”

    หลายคนมักมีข้อสงสัยว่า อาการจุกหน้าอกเกิดจากอะไร และทำไมจึงทำให้สับสนระหว่างสองโรคนี้ สาเหตุหลักมาจากโครงสร้างทางกายวิภาคศาสตร์ เนื่องจากหลอดอาหารและหัวใจตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้เคียงกันบริเวณส่วนกลางของทรวงอก เมื่อเกิดความผิดปกติหรือมีการอักเสบ เส้นประสาทที่รับความรู้สึกในบริเวณดังกล่าวจึงส่งสัญญาณความเจ็บปวดที่อาจเกิดการทับซ้อนกัน ทำให้สมองรับรู้ถึงความรู้สึกเจ็บหรือจุกในบริเวณเดียวกัน การทำความเข้าใจกลไกของแต่ละโรคจึงช่วยให้แยกแยะความแตกต่างได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

    สาเหตุแน่นหน้าอกจากโรคหัวใจ

    แน่นหน้าอกแบบโรคหัวใจเกิดจากอะไร?

    ภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวกับโรคหัวใจ มักมีจุดเริ่มต้นมาจากหลอดเลือดที่นำเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจเกิดการตีบแคบหรืออุดตัน ส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจได้รับเลือดและออกซิเจนไม่เพียงพอ ร่างกายจึงตอบสนองด้วยอาการเจ็บหัวใจ ซึ่งมักมีลักษณะบีบรัดอย่างรุนแรง หรือเจ็บใต้ราวอกซ้าย อาการเหล่านี้มักจะกำเริบหรือแย่ลงเมื่อมีการออกแรงทำกิจกรรมหนัก ๆ หรือมีความเครียดสะสม และมักจะไม่ทุเลาลงแม้จะนั่งพักแล้วก็ตาม

    สาเหตุจุกแน่นหน้าอกแบบกรดไหลย้อน

    จุกแน่นหน้าอกแบบกรดไหลย้อนเกิดจากอะไร?

    ในส่วนของโรคระบบทางเดินอาหาร มักเกิดจากความผิดปกติของหูรูดส่วนปลายของหลอดอาหารที่ปิดไม่สนิท ทำให้กรดหรือน้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นมาทำลายเยื่อบุหลอดอาหาร ก่อให้เกิดการระคายเคืองและอักเสบ ผู้ป่วยจึงมักมีอาการแสบร้อน หรือเจ็บกลางอก ลิ้นปี่ หรือเรียกง่าย ๆ ว่า กรดไหลย้อนขึ้นคอ โดยมักมีอาการชัดเจนขึ้นเมื่อกินข้าวแล้วจุกกลางอก หรือกินข้าวแล้วแน่นอก และในบางรายอาจพบภาวะกรดไหลย้อน จุก อก ปวดหลังร่วมด้วย เนื่องจากเส้นประสาทบริเวณหลอดอาหารสามารถส่งกระแสประสาทร้าวไปที่แผ่นหลังได้

    เช็กลิสต์ประเมินเบื้องต้น: เจ็บหน้าอกแบบไหน เป็นโรคหัวใจหรือโรคกรดไหลย้อน

    เพื่อให้สามารถประเมินความเสี่ยงเบื้องต้นได้อย่างถูกต้อง สามารถสังเกตความแตกต่างของอาการระหว่างโรคหัวใจและโรคกรดไหลย้อนได้จากเช็กลิสต์เปรียบเทียบดังต่อไปนี้

    ลักษณะอาการ

    โรคหลอดเลือดหัวใจ

    โรคกรดไหลย้อน

    รูปแบบการเจ็บ

    เจ็บเหมือนมีของหนักมากดทับ บีบรัด

    แสบร้อนทรวงอก จุกเสียด แน่นบริเวณลิ้นปี่

    ตำแหน่ง

    อกซ้าย ร้าวไปกราม คอ ไหล่ และแขนซ้าย

    กลางหน้าอก คอหอย ลิ้นปี่ อาจมีปวดร้าวไปหลัง

    ปัจจัยกระตุ้น

    ออกแรง ออกกำลังกาย หรือมีความเครียด

    ทานมื้อใหญ่ ทานอาหารรสจัด หรือนอนแล้วแน่นอก

    อาการร่วม

    หายใจลําบาก หายใจไม่สะดวก เหงื่อแตก ใจสั่น หน้ามืด

    เรอเปรี้ยว มีรสขมในปาก ไอแห้ง คลื่นไส้

    แน่นหน้าอกเกิดจากอะไรได้อีกบ้าง หากไม่ใช่โรคหัวใจ หรือกรดไหลย้อน

    นอกจากโรคหลอดเลือดหัวใจและภาวะกรดไหลย้อนแล้ว อาการแน่นหน้าอก หรืออึดอัดบริเวณทรวงอกยังสามารถเกิดขึ้นได้จากกลไกความผิดปกติของระบบอื่น ๆ ในร่างกาย ดังนี้

    • ปัญหาระบบทางเดินหายใจและปอด: เมื่อเกิดภาวะหลอดลมตีบจากโรคหอบหืด ปอดอักเสบ หรือภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดปอด ร่างกายจะไม่สามารถแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้เกิดความรู้สึกแน่นอก หายใจไม่อิ่ม หอบเหนื่อย หรือเจ็บแปลบขึ้นมาขณะสูดหายใจเข้าลึก ๆ
    • การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและกระดูกทรวงอก: เกิดจากการเกร็ง อักเสบ หรือบาดเจ็บของกล้ามเนื้อบริเวณหน้าอกจากการใช้งาน ผิดท่า การยกของหนัก หรืออุบัติเหตุที่กระทบกระเทือนถึงกระดูกซี่โครง สังเกตได้จากอาการแน่น หรือเจ็บที่จะชัดเจนขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหว เอี้ยวตัว หรือเมื่อใช้นิ้วกดลงไปบริเวณจุดที่อักเสบ
    • สภาวะจิตใจ ความเครียด และโรคแพนิค: ความเครียดสะสมรุนแรง หรือภาวะวิตกกังวลอย่างเฉียบพลัน (Panic Attack) สามารถกระตุ้นให้ระบบประสาทอัตโนมัติทำงานผิดปกติ ส่งผลให้เกิดอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก ใจสั่น เหงื่อออกมาก เหมือนหาสาเหตุไม่ได้ ทั้งที่ตรวจไม่พบความผิดปกติทางกายภาพที่หัวใจ หรือปอด

    อาการเจ็บแน่นหน้าอกระดับไหนที่ควรรีบไปพบแพทย์

    เจ็บหน้าอกระดับไหนควรไปพบแพทย์

    หากมีอาการเจ็บหน้าอกที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน รุนแรง และยาวนานกว่า 10-15 นาที โดยที่นั่งพักแล้วอาการยังไม่ทุเลาลง หรือมีอาการเจ็บร้าวไปที่แขนซ้าย คอ หรือขากรรไกร ควรรีบไปโรงพยาบาลทันทีเพื่อความปลอดภัย เพราะอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน การไปพบแพทย์อย่างรวดเร็วจะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตราย

    แนวทางการตรวจวินิจฉัยโรคโดยแพทย์

    เมื่อผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาล แพทย์จะให้ความสำคัญกับการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการแยกภาวะอันตรายถึงชีวิต เช่น โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด หรือลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด ออกจากสาเหตุอื่นที่ไม่รุนแรง เนื่องจากผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีลักษณะความไม่สบายที่หน้าอกแตกต่างกัน ทั้งความรู้สึกแน่น บีบ อึดอัด หรือแสบกลางอก แพทย์จึงประเมินปัจจัยเสี่ยงร่วมกับตำแหน่งของอาการจุกอก เพื่อเลือกเครื่องมือตรวจวินิจฉัย ดังนี้

    1. การประเมินตามตำแหน่งและลักษณะของอาการ

    • จุกใต้ราวอกซ้าย หรือแน่นกลางอกร้าวไปกราม คอ หลัง หรือแขน: เข้าข่ายปัญหากล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน มักมีอาการแน่น บีบ หรืออึดอัดเหมือนมีของหนักทับ และอาจมีเหงื่อออกมาก หายใจเร็ว ร่วมด้วย
    • แน่นหรือปวดแสบร้อนบริเวณลิ้นปี่/กลางอก: อาจเกิดจากกรดไหลย้อน แผลในกระเพาะอาหาร โรคถุงน้ำดี หรือหลอดอาหารอักเสบ มักสัมพันธ์กับมื้ออาหารหรือการนอนราบ
    • รู้สึกจุกแน่นที่คอ กลืนลำบาก หรือแสบร้อนคอหอย: อาจเกิดจากการระคายเคืองจากกรดไหลย้อน หรือความผิดปกติในการบีบตัวของหลอดอาหาร
    • เจ็บแบบเสียดแทงเฉพาะจุด หรือปวดชัดขึ้นเมื่อเอี้ยวตัว/สูดหายใจเข้า: มักสัมพันธ์กับปัญหากล้ามเนื้อและกระดูกซี่โครงอักเสบ หรือโรคลมรั่วในปอด

    2. เครื่องมือและวิธีการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

    เมื่อประเมินตำแหน่งและความเสี่ยงเบื้องต้นแล้ว แพทย์จะเลือกใช้การตรวจเพิ่มเติมเพื่อยืนยันสาเหตุ โดยจะเริ่มจากการตรวจวินิจฉัยระบบหัวใจและหลอดก่อน ดังนี้

    • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG): การตรวจพื้นฐานที่สำคัญสำหรับผู้ป่วยเจ็บหน้าอกเฉียบพลัน โดยแพทย์จะทำและแปลผลภายใน 10 นาทีแรก เพื่อเช็กจังหวะการเต้นของหัวใจ และตรวจหาภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเร่งด่วน
    • การเอกซเรย์ปอด (Chest X-ray): ช่วยประเมินขนาดหัวใจ ภาวะน้ำท่วมปอด ค้นหาโรคลมรั่วในปอด ปอดอักเสบ หรือตรวจเช็กความผิดปกติของเงาหลอดเลือดแดงใหญ่ในทรวงอก
    • การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiogram / Stress Echo): ประเมินโครงสร้าง การบีบตัวของหัวใจ การทำงานของลิ้นหัวใจ และตรวจหาภาวะเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบได้อย่างละเอียด
    • การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หลอดเลือดหัวใจ (CCTA): การถ่ายภาพเอกซเรย์เพื่อประเมินการตีบแคบของหลอดเลือดหัวใจและลักษณะคราบไขมัน เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงปานกลาง
    • การทดสอบสมรรถภาพหัวใจขณะออกแรง (Exercise Stress Test – EST): การเดินสายพานเพื่อเช็กการทำงานของหัวใจและการขาดเลือดขณะออกกำลังกาย
    • การฉีดสีสวนหัวใจ (Invasive Coronary Angiogram): การตรวจขั้นสูงสำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงหรืออยู่ในภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน เพื่อมองหาจุดอุดตันและขยายหลอดเลือดรักษาได้ทันที

    แต่หากประเมินแล้วว่าอาจมาจากปัญหาระบบทางเดินอาหาร แพทย์อาจพิจารณาการส่องกล้องทางเดินอาหาร (Endoscopy) เพื่อตรวจสอบความผิดปกติของหลอดอาหารและกระเพาะอาหารต่อไป

    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ พร้อมดูแลโรคหัวใจด้วยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ

    อาการเจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก หรือความรู้สึกจุกที่แยกสาเหตุได้ยาก เป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ การตรวจวินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดจึงเป็นสิ่งสำคัญ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ พร้อมให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคหัวใจภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ และทีมสหสาขาวิชาชีพ ทั้งแพทย์เฉพาะทาง พยาบาล นักกายภาพ เภสัชกร และนักโภชนาการ ที่ร่วมกันประเมินและวางแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคล โดยมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่รองรับการวินิจฉัยอย่างละเอียด ช่วยให้คัดกรองและค้นหาสาเหตุของความผิดปกติได้อย่างชัดเจน พร้อมระบบการดูแลที่เน้นความปลอดภัยและใส่ใจในทุกรายละเอียด รวมถึงมีระบบเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างทันท่วงทีตามมาตรฐานความปลอดภัย JCI จากสหรัฐอเมริกา

    สรุปบทความ

    อาการเจ็บหน้าอกไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใด ล้วนเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายที่ไม่ควรละเลย การหมั่นสังเกตลักษณะอาการ ปัจจัยกระตุ้น และอาการร่วมต่าง ๆ จะช่วยให้ประเมินความเสี่ยงเบื้องต้นได้ แม้ว่าบางครั้งอาจมีความคล้ายคลึงกันระหว่างโรคหัวใจและโรคระบบทางเดินอาหาร แต่การเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ผู้ชำนาญการคือแนวทางที่ช่วยระบุสาเหตุที่แท้จริงได้อย่างถูกต้อง เพื่อรับการดูแลรักษาที่เหมาะสมและช่วยให้กลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพ

    • ค้นหาแพทย์: https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok/doctor 
    • ทำนัด: https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok/appointment/step1 
    • ติดต่อเรา: https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok/contact 

    คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับอาการเจ็บหน้าอก

    1. กรดไหลย้อน จุกอก ปวดหลัง เกิดขึ้นพร้อมกันได้หรือไม่?

    สามารถเกิดขึ้นพร้อมกันได้ เนื่องจากกรดที่ไหลย้อนขึ้นมาจะทำให้เยื่อบุหลอดอาหารเกิดการระคายเคือง ซึ่งเส้นประสาทในบริเวณนี้สามารถส่งสัญญาณความรู้สึกเจ็บปวดร้าวไปยังบริเวณแผ่นหลัง ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกจุกอกและปวดหลังร่วมด้วย

    2. นอนแล้วแน่นอก กินข้าวแล้วจุกกลางอก ควรปรับพฤติกรรมอย่างไร?

    ควรปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารโดยหลีกเลี่ยงการทานมื้อใหญ่ งดอาหารรสจัด ของทอด ของมัน และที่สำคัญไม่ควรเอนตัวลงนอนทันทีหลังทานอาหาร ควรเว้นระยะเวลาอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง เพื่อให้อาหารย่อยและลดโอกาสที่กรดจะไหลย้อนกลับขึ้นมา

    3. เจ็บใต้ราวอกซ้าย ใช่โรคหัวใจเสมอไปไหม?

    ไม่เสมอไป อาการเจ็บใต้ราวอกซ้ายอาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้เช่นกัน เช่น กล้ามเนื้อหน้าอกอักเสบจากการใช้งานหนัก หรือโรคกระดูกซี่โครงอักเสบ แต่หากเจ็บรุนแรงเหมือนถูกบีบรัด หรือปวดร้าวไปที่แขนและกราม ควรเฝ้าระวังและรีบพบแพทย์

    4. มีอาการหายใจลําบาก หายใจไม่สะดวก คลื่นไส้ ร่วมกับแน่นหน้าอก ต้องทำอย่างไร?

    กลุ่มอาการเหล่านี้ถือเป็นสัญญาณเตือนอันตรายที่อาจเข้าข่ายภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ควรรีบหยุดกิจกรรมที่ทำอยู่ทันที ให้นั่งพักในที่อากาศถ่ายเทสะดวก และรีบเดินทางไปแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด

    5. ผลตรวจหัวใจปกติ แต่ยังแน่นหน้าอก เกิดจากอะไร?

    อาจเกิดจากภาวะกรดไหลย้อน กล้ามเนื้อหน้าอกหรือกระดูกอ่อนซี่โครงอักเสบ โรคหอบหืด ปอดอักเสบ รวมถึงความเครียดสะสมหรือโรคแพนิค แนะนำให้ตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติมอย่างละเอียดกับแพทย์

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    นพ. รุ่งโรจน์ แพ่งกุล

    อายุรศาสตร์

    อายุรศาสตร์โรคหัวใจ

    นพ. รุ่งโรจน์ แพ่งกุล

    อายุรศาสตร์

    อายุรศาสตร์โรคหัวใจ
    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    คลินิกอายุรกรรมโรคหัวใจ

    ชั้น 2 อาคาร D โรงพยาบาลกรุงเทพ

    เปิดบริการทุกวัน
    เวลา 07:00 - 17:00 น.

    0 2310 3370

    0 2755 1371

    [email protected]

    @hearthospital

    ประหยัดเวลาค้นหาแพทย์ด้วยตัวเอง

    ให้ AI ช่วยประเมินอาการและแนะนำแพทย์ที่เหมาะสม

    AI เลือกแพทย์ให้

    เลือกปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus EKGชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus EKG
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus EKG

    7,500 บาท

    8,120 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Stress Echoชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Stress Echo
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Stress Echo

    12,500 บาท

    13,520 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus ESTชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus EST
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus EST

    11,900 บาท

    12,790 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ใจสั่นเกิดจากอะไร พาเช็กสาเหตุ สัญญาณเตือน และวิธีการตรวจวินิจฉัยก่อนรักษา Image
    ใจสั่นเกิดจากอะไร พาเช็กสาเหตุ สัญญาณเตือน และวิธีการตรวจวินิจฉัยก่อนรักษา
    Cardiopulmonary Exercise Test (CPET) คืออะไร? ตรวจวัดความฟิตและสมรรถภาพหัวใจและปอด Sports Cardiology ก่อนออกกำลังกาย Image
    Cardiopulmonary Exercise Test (CPET) คืออะไร? ตรวจวัดความฟิตและสมรรถภาพหัวใจและปอด Sports Cardiology ก่อนออกกำลังกาย
    หัวใจขาดเลือด หัวใจวาย หัวใจล้มเหลวต่างกันอย่างไร รู้ทันรับมือให้ถูก Image
    หัวใจขาดเลือด หัวใจวาย หัวใจล้มเหลวต่างกันอย่างไร รู้ทันรับมือให้ถูก
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ