โรคหัวใจเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนไทย โดยเฉพาะหัวใจขาดเลือด หัวใจวาย หัวใจล้มเหลวที่พบได้บ่อย ควรรู้เท่าทันความต่างเพื่อให้รับมือการรักษาได้ถูกวิธี
1) ความแตกต่างระหว่างหัวใจขาดเลือด หัวใจวาย และหัวใจล้มเหลวคืออะไร
- หัวใจขาดเลือด (Ischemia) เป็นภาวะที่กล้ามเนื้อหัวใจได้รับเลือดและออกซิเจนมาเลี้ยงไม่สมดุลกับความต้องการของกล้ามเนื้อหัวใจ มักเกิดในคนที่มีหลอดเลือดหัวใจตีบอยู่แล้วไปออกแรงหรือออกกำลังกายที่หนักเกินไปจนเกิดอาการแน่นหน้าอก เปรียบเหมือนเครื่องยนต์ยังเดินอยู่ แต่เริ่มสะดุดหรือเริ่มมีสัญญาณเตือนว่าน้ำมันหรือไฟฟ้าที่มาหล่อเลี้ยงเครื่องยนต์เริ่มไม่เพียงพอ
- หัวใจวาย (Heart Attack) มักเกิดจากหลอดเลือดหัวใจอุดตันเฉียบพลัน ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดกะทันหัน ส่งผลให้เกิดอาการแน่นหน้าอกอย่างรุนแรง เป็นลมหมดสติ หรือเสียชีวิตได้ ถือเป็นภาวะเร่งด่วนที่ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที เปรียบเหมือนเครื่องยนต์น็อกกะทันหัน โดยอาจมีหรือไม่มีสัญญาณเตือนมาก่อนเลยก็ได้
- หัวใจล้มเหลว (Heart Failure) เป็นภาวะที่กล้ามเนื้อหัวใจไม่สามารถปั๊มเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างเพียงพอ และ / หรือไม่สามารถสูบเลือดกลับเข้ามาในหัวใจได้ตามปกติ ทำให้มีอาการได้หลากหลาย เช่น เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ขาบวม เป็นต้น เปรียบเหมือนเครื่องยนต์ที่เสื่อมสภาพ ประสิทธิภาพไม่เท่าเดิมแล้ว
2) สาเหตุของหัวใจขาดเลือดเกี่ยวข้องกับหลอดเลือดหัวใจตีบอย่างไร
ภาวะหัวใจขาดเลือดส่วนใหญ่มีสาเหตุหลักมาจากโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เพราะเมื่ออายุเพิ่มขึ้นหลอดเลือดหัวใจอาจมีคราบตะกรันหรือไขมัน (Plaque) ไปเกาะที่ผนังด้านใน ทำให้รูท่อแคบลงเรื่อย ๆ เมื่อใช้ร่างกายหนัก เช่น ออกกำลังกายหนักเกินไป หรือภาวะเครียด เลือดที่ไหลผ่านท่อแคบ ๆ จะส่งไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่ทัน ทำให้เกิดอาการเจ็บแน่นหน้าอกจากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
3) สัญญาณเตือนโรคหัวใจที่คนมักมองข้าม
หลายคนคิดว่าต้องมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกจึงมีความเสี่ยงโรคหัวใจและไปพบแพทย์ ทั้งที่ความจริงแล้วแค่เหนื่อยง่ายผิดปกติ จากที่เคยเดินขึ้นบันไดไหว ตอนนี้รู้สึกหอบ จุกเสียดแน่นใต้ลิ้นปี่ เหงื่อออกมากกว่าปกติ หรือบางกรณีอาจปวดร้าวไปถึงกราม ไหล่ซ้าย หรือแขนซ้าย อาจบ่งบอกว่าคุณกำลังเป็นโรคหัวใจ
4) ภาวะหัวใจวายทำไมถึงอันตรายเฉียบพลัน
ภาวะหัวใจวายเปรียบเหมือนอุบัติเหตุท่อน้ำมันระเบิดและอุดตันอย่างสมบูรณ์จากคราบไขมันที่เกาะผนังหลอดเลือดเกิดปริแตก (Plaque Rupture) ร่างกายจะส่งเกล็ดเลือดไปซ่อมแซมอย่างรวดเร็วจนเกิดเป็นลิ่มเลือดก้อนใหญ่ที่อุดตันหลอดเลือดทั้งหมด เมื่อหลอดเลือดตัน เลือดไม่สามารถไหลไปหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ กล้ามเนื้อหัวใจบริเวณนั้นจะเริ่มตายภายในไม่กี่นาที และอาจเกิดไฟฟ้าลัดวงจร ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงจนเสียชีวิตเฉียบพลัน
5) ยิ่งตรวจพบหัวใจขาดเลือดเร็วยิ่งช่วยป้องกันภาวะหัวใจวาย
การตรวจสุขภาพหัวใจมีความสำคัญอย่างมาก หากตรวจเจอภาวะหัวใจขาดเลือดตั้งแต่ตอนที่หลอดเลือดหัวใจยังไม่อุดตันสนิท แพทย์เฉพาะทางหัวใจจะให้ยาต้านเกล็ดเลือดและยาลดไขมันเพื่อป้องกันการตีบตันมากขึ้น และป้องกันการปริแตกของคราบไขมันเหล่านั้น และหากมีข้อบ่งชี้ การทำบอลลูน (Angioplasty) เปรียบเหมือนการทำความสะอาดท่อและขยายท่อให้กว้างขึ้นก่อนที่จะเกิดการอุดตันจนหัวใจวาย ดังนั้นการรู้เร็วย่อมช่วยป้องกันภาวะหัวใจวายในอนาคต
6) หัวใจล้มเหลวหมายถึงหัวใจหยุดเต้นหรือไม่
หัวใจล้มเหลวไม่ใช่หัวใจหยุดเต้น (Cardiac Arrest) แต่หัวใจล้มเหลว (Heart Failure) คือ ภาวะที่หัวใจอ่อนกำลังลงจนไม่สามารถปั๊มเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้เพียงพอ และไม่สามารถสูบเลือดเสียจากอวัยวะต่าง ๆ กลับเข้ามาที่หัวใจได้ เปรียบเหมือนรถที่เครื่องยนต์เริ่มเสื่อม ประสิทธิภาพเริ่มลดลง ยังสตาร์ทติด แต่ขับได้ช้า พอจะขึ้นเนินก็ไม่มีแรง เช่นเดียวกับอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ไม่มีแรงที่เกิดขึ้นแม้ในช่วงทำกิจวัตรปกติ หรือเปรียบเสมือนมีน้ำมันอยู่เต็มถัง แต่เครื่องยนต์กลับเอาไปใช้ไม่ได้ เช่นเดียวกับอาการบวมตามขา หรือนอนราบไม่ได้เพราะมีน้ำท่วมปอด หากไม่รีบรักษาอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เช่นกัน
7) คนที่เคยหัวใจวายมีโอกาสหัวใจล้มเหลวในอนาคตหรือไม่
คนที่เคยหัวใจวายมีโอกาสหัวใจล้มเหลวในอนาคตสูง เพราะกล้ามเนื้อหัวใจบางส่วนตายไปแล้วจากภาวะหัวใจขาดเลือด ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นฟีบตัวลงกลายเป็นพังผืดและบีบตัวไม่ได้เหมือนเดิม กล้ามเนื้อหัวใจส่วนที่เหลือต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อทดแทน เมื่อเวลาผ่านไปหัวใจที่ทำงานหนักขึ้นจะค่อย ๆ อ่อนกำลังลงจนเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้ ดังนั้นหลังจากมีภาวะหัวใจวาย ผู้ป่วยจำเป็นต้องกินยาและดูแลตัวเองตามหมอสั่งอย่างเคร่งครัด เพื่อดูแลกล้ามเนื้อหัวใจให้แข็งแรงในระยะยาว
8) หากไม่เคยหัวใจวายหรือหัวใจขาดเลือดจะมีภาวะหัวใจล้มเหลวได้หรือไม่
แม้ไม่เคยหัวใจวายหรือหัวใจขาดเลือดก็สามารถเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้จากหลายสาเหตุ เช่น
- ความดันโลหิตสูง เมื่อความดันโลหิตสูง กล้ามเนื้อหัวใจต้องทำงานหนักมากขึ้น เพื่อสูบฉีดเลือดออกไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เปรียบความดันโลหิตเหมือนน้ำหนักของเครื่องออกกำลังกาย ยิ่งน้ำหนักเยอะก็ต้องออกแรงเยอะขึ้น เราก็จะเหนื่อยง่ายขึ้น หากเป็นความดันโลหิตสูง กล้ามเนื้อหัวใจก็จะทำงานหนักขึ้นและอ่อนล้าลง
- ภาวะอ้วนหรือน้ำหนักตัวเกิน เมื่อร่างกายเราอ้วนขึ้น ใหญ่ขึ้น กล้ามเนื้อหัวใจต้องทำงานหนักขึ้นในการสูบฉีดเลือดออกไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายให้เพียงพอกับความต้องการ แต่ภาวะนี้ทำให้มีไขมันสะสมอยู่บริเวณหัวใจ ส่งผลให้เกิดการอักเสบและเกิดพังผืดในหัวใจได้ง่ายกว่าคนปกติอีกด้วย
- โรคลิ้นหัวใจทั้งภาวะลิ้นหัวใจรั่วและลิ้นหัวใจตีบล้วนทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้นทั้งคู่ผ่านคนละกลไกกันหากเปรียบหัวใจเป็นเขื่อนกักเก็บน้ำภาวะลิ้นหัวใจตีบเปรียบเสมือนมีประตูกั้นน้ำปิดไม่ให้ไหลออกไปยังพื้นที่ที่ต้องการส่วนภาวะลิ้นหัวใจรั่วเปรียบเสมือนเขื่อนที่รั่วทำให้ไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ทั้งสองภาวะต่างทำให้กล้ามเนื้อหัวใจต้องทำงานหนักมากขึ้นในการปั๊มและการสูบกลับเลือดจนทำให้กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรงและเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้
- พฤติกรรมเสี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์หนักหรือติดเชื้อไวรัสบางชนิดที่ทำลายกล้ามเนื้อหัวใจโดยตรงสามารถทำให้กล้ามเนื้อหัวใจเสื่อมลงและนำมาซึ่งภาวะหัวใจล้มเหลวได้เช่นกัน
9) อาการภาวะหัวใจล้มเหลวระยะเริ่มแรกที่ควรพบแพทย์
อาการหลักคือ บวม เหนื่อย นอนราบไม่ได้ เพราะหัวใจไม่มีแรงปั๊มและแรงสูบ ระบบจัดการน้ำในร่างกายเริ่มรวน ประกอบด้วย
- ตื่นมาหอบตอนกลางคืน หลับไปแล้วต้องสะดุ้งตื่นมานั่งหอบ เพราะน้ำเริ่มไหลทะลักเข้าไปในปอด แล้วหัวใจสูบกลับไม่ทัน มักเจอเป็นอาการแรก ๆ ของภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน
- เหนื่อยตอนนอนราบ ต้องหนุนหมอนหลายใบถึงจะหายใจออก เพราะน้ำขังในเนื้อปอดและเยื่อหุ้มปอดแล้ว มักเจอเป็นอาการต่อจากอาการตื่นมาหอบตอนกลางคืน หรือเจอเป็นอาการแรก ๆ ได้ในภาวะหัวใจล้มเหลวเรื้อรัง
- เท้าหรือขาบวม กดลงไปแล้วบุ๋ม ไม่คืนตัวทันที เป็นสัญญาณว่าน้ำเริ่มขังตามเนื้อเยื่อต่าง ๆ ของร่างกายแล้ว หัวใจไม่สามารถสูบน้ำกลับไปได้แล้ว
10) เทคโนโลยีปัจจุบันที่ช่วยรักษาภาวะหัวใจวายฉุกเฉิน
ปัจจุบันเทคโนโลยีที่ช่วยรักษาภาวะหัวใจวายฉุกเฉินมีให้เลือกหลากหลายขึ้นอยู่กับแพทย์เฉพาะทางหัวใจ ได้แก่
- การสวนหัวใจผ่านสายสวน (Per Cutaneous Intervention) ส่งสายเล็ก ๆ เข้าไปทางข้อมือหรือขาหนีบผ่านหลอดเลือดเข้าไปถึงหลอดเลือดหัวใจ เพื่อสลายลิ่มเลือดออกและใส่ขดลวด (Stent) ทันที
- เครื่องพยุงการทำงานของหัวใจและปอด ได้แก่ เครื่อง Extracorporeal Membrane Oxygenation (ECMO) เครื่องนี้จะทำหน้าที่เสมือนเป็นปอดและหัวใจชั่วคราว เพื่อประคับประคองอวัยวะส่วนอื่น ๆ ของร่างกายในช่วงที่หัวใจวายเฉียบพลัน รอให้ทีมแพทย์ให้การรักษา และฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดกับหัวใจให้เรียบร้อยก่อน
- เครื่องช่วยเหลือการทำงานของหัวใจ เช่น เครื่อง IMPELLA เครื่องสูบฉีดเลือดไปยังหลอดเลือดแดงใหญ่
เอออร์ตา (Aorta) ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดกลับมามีประสิทธิภาพในระยะเวลาอันสั้น ลดความรุนแรงของภาวะช็อกจากหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน หัวใจล้มเหลวเรื้อรัง
ทำไมถึงเลือกรักษาโรคหัวใจที่โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
- โรงพยาบาลหัวใจเอกชนแห่งแรกในไทยได้รับการจัดอันดับเป็น “หนึ่งในโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านการรักษาและผ่าตัดโรคหัวใจที่ดีสุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ปี 2025” จากการจัดอันดับโดย Newsweek และ Statista บริษัทข้อมูลระดับโลก
- ทีมแพทย์ผู้ชำนาญการรักษาหลอดเลือดหัวใจตีบผ่านสายสวน ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย CHIP PCI ผ่านการฝึกอบรมและมีประสบการณ์การรักษาผู้ป่วยหลอดเลือดหัวใจตีบแข็งที่มีความซับซ้อนสูง
- เทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจซับซ้อน (Complex PCI) ที่ทันสมัย อาทิ FFR/iFR, OCT, IVL, Rotablation Angioplasty, High Pressure Balloon Angioplasty, Orbital Atherectomy
- ห้องปฏิบัติการสวนหัวใจ (Cath Lab) ทันสมัย พร้อมระบบ Imaging แบบ Real – Time วินิจฉัยและรักษาได้ถูกต้อง
- ติดตามและวางแผนการรักษาร่วมกับผู้ป่วยแบบเฉพาะบุคคล Tailored Treatment
- พร้อมดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (Heart Attack) เพื่อเพิ่มอัตราการรอดชีวิตด้วยเทคโนโลยีช่วยชีวิตหัวใจวิกฤติ ทั้งเครื่องพยุงหัวใจ Impella, บอลลูนปั๊มหัวใจ IABP (Intra – Aortic Balloon Pump), เครื่องพยุงการทำงานของหัวใจและปอดเทียม ECMO โดยทีมแพทย์เฉพาะทางโรคหัวใจที่มีความชำนาญและทีมสหสาขาที่มากด้วยประสบการณ์ ตลอดจนอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดี
โรงพยาบาลที่ชำนาญการรักษาโรคหัวใจ
โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพมีทีมแพทย์เฉพาะทางหัวใจที่มีความชำนาญในการรักษาโรคหัวใจทุกมิติ ด้วยความชำนาญและประสบการณ์ของทีมแพทย์ พร้อมเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย พร้อมดูแลทุกปัญหาหัวใจในทุกเจเนอเรชันด้วยความใส่ใจ เพื่อให้กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกครั้ง
แพทย์ที่ชำนาญการรักษาโรคหัวใจ
นพ.วสุพล มโนมัยพันธุ์ อายุรแพทย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
สามารถคลิกที่นี่เพื่อทำนัดหมายได้ด้วยตนเอง













