โรคมะเร็งเต้านมถือเป็นภัยเงียบที่พบได้บ่อยในผู้หญิงตั้งแต่วัย 40 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงจากพันธุกรรม สภาวะฮอร์โมน หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน หากตรวจพบช้าและไม่รีบเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้องอาจทำให้เซลล์มะเร็งลุกลามไปยังอวัยวะส่วนอื่นจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ การทำความเข้าใจเรื่องการผ่าตัดมะเร็งเต้านม และเทคโนโลยีการรักษา จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาให้มีประสิทธิภาพและทำให้คนไข้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ
การผ่าตัดมะเร็งเต้านมสำคัญอย่างไร
การผ่าตัดมะเร็งเต้านมถือเป็นขั้นตอนสำคัญและเป็นวิธีการรักษาที่ช่วยกำจัดก้อนเนื้อร้ายออกจากร่างกายให้เร็วที่สุด เพื่อลดโอกาสที่เซลล์มะเร็งจะแพร่กระจายไปตามระบบน้ำเหลืองหรืออวัยวะส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย การตัดสินใจเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดอย่างทันท่วงที ช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยระยะของโรคได้ละเอียดยิ่งขึ้นผ่านการตรวจชิ้นเนื้อและต่อมน้ำเหลือง
ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างมากในการวางแผนการรักษาต่อเนื่อง เช่น การให้ยาเคมีบำบัดหรือการฉายแสง เพื่อให้การรักษามะเร็งครอบคลุมและมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้การผ่าตัดด้วยเทคนิคสมัยใหม่ยังช่วยรักษาสรีระและลดผลกระทบทางจิตใจของผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี
ประเภทของการผ่าตัดเต้านม พร้อมข้อดี-ข้อควรพิจารณา

เมื่อมีการวินิจฉัยว่าจำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีผ่าตัดเต้านม แพทย์จะพิจารณาจากขนาดของก้อนเนื้อ ตำแหน่งที่พบ และความต้องการของคนไข้ เพื่อเลือกรูปแบบการผ่าตัดที่เหมาะสมที่สุดเพื่อให้ผลลัพธ์การรักษามีประสิทธิภาพและคงความพึงพอใจด้านสรีระ
การผ่าตัดมะเร็งเต้านมแบบเก็บรักษาเต้านมหรือการผ่าตัดแบบสงวนเต้า (Breast Conserving Surgery)
วิธีนี้คือการผ่าตัดเอาเฉพาะส่วนที่เป็นก้อนมะเร็งและเนื้อเยื่อปกติรอบก้อนออกบางส่วน เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีเซลล์มะเร็งหลงเหลืออยู่ โดยยังคงรักษาตัวเต้านมส่วนใหญ่เอาไว้ได้ เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีก้อนมะเร็งเพียงตำแหน่งเดียว ขนาดก้อนไม่ใหญ่เกินไปเมื่อเทียบกับขนาดเต้านม และผู้ป่วยมีความพร้อมที่จะเข้ารับการฉายรังสีต่อเนื่องหลังการผ่าตัดเพื่อลดความเสี่ยงในการกลับมาเป็นซ้ำ
- ข้อดี: ช่วยคงรูปทรงเดิมไว้ได้มาก แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก และลดความรู้สึกสูญเสียสภาวะความเป็นสตรี
- ข้อควรพิจารณา: จำเป็นต้องเข้ารับการฉายรังสีหลังผ่าตัดเกือบทุกราย และอาจต้องผ่าตัดซ้ำหากพบเซลล์มะเร็งที่ขอบเนื้อเยื่อ
การผ่าตัดเต้านมออกทั้งข้างหรือการผ่าตัดเต้านมทั้งหมด (Mastectomy)
เป็นการผ่าตัดนำเนื้อเยื่อเต้านมออกทั้งหมด ซึ่งอาจรวมถึงผิวหนังและหัวนมในบางกรณี วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีก้อนมะเร็งขนาดใหญ่ หรือพบมะเร็งหลายจุดกระจายทั่วเต้านม รวมถึงผู้ที่มีข้อจำกัดในการรับรังสีรักษา หรือผู้ป่วยที่มีความกังวลสูงและต้องการลดความเสี่ยงการกลับมาเป็นซ้ำในเต้านมเดิม
- ข้อดี: กำจัดรอยโรคได้อย่างครอบคลุม และในคนไข้บางรายอาจไม่จำเป็นต้องรับการฉายรังสีเพิ่มเติม
- ข้อควรพิจารณา: สูญเสียสรีระของเต้านมไปทั้งข้าง และแผลผ่าตัดจะมีความยาวมากกว่าแบบสงวนเต้า
การผ่าตัดเต้านมร่วมกับการเสริมสร้างเต้านมใหม่ (Breast Reconstruction)
คือการผ่าตัดนำเนื้อมะเร็งออกพร้อมกับการศัลยกรรมตกแต่งเพื่อสร้างรูปทรงเต้านมขึ้นมาใหม่ในคราวเดียวกัน หรืออาจทำหลังจากรักษาเสร็จสิ้นแล้ว โดยใช้ซิลิโคนหรือเนื้อเยื่อของตัวคนไข้เองจากบริเวณหน้าท้องหรือหลัง
- ข้อดี: ช่วยคืนความมั่นใจและรักษาสรีระให้แลดูเป็นธรรมชาติ ลดผลกระทบทางจิตใจหลังสูญเสียอวัยวะ
- ข้อควรพิจารณา: ระยะเวลาผ่าตัดและพักฟื้นนานขึ้น และอาจมีภาวะแทรกซ้อนเฉพาะทางที่เกี่ยวเนื่องกับวัสดุเสริมสร้าง
ผ่าตัดมะเร็งเต้านมนอนโรงพยาบาลกี่วัน?

ความกังวลที่พบบ่อยสำหรับผู้ป่วยคือ ผ่าตัดมะเร็งเต้านมนอนโรงพยาบาลกี่วัน? โดยปกติแล้วผู้ป่วยจะใช้เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลประมาณ 2 – 5 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของรูปแบบการผ่าตัด การตอบสนองของร่างกาย และปริมาณเลือดหรือน้ำเหลืองที่ไหลออกทางสายระบาย
หากอาการคงที่และแพทย์ประเมินว่าปลอดภัย ผู้ป่วยสามารถกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้ตามคำแนะนำ เพื่อการวางแผนลางานและการเตรียมตัวดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม
การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการผ่าตัดเต้านมเพื่อความพร้อมของร่างกาย
เพื่อให้การผ่าตัดดำเนินไปอย่างราบรื่นและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ผู้ป่วยควรเตรียมความพร้อมตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดดังนี้
- งดยาในกลุ่มแอสไพริน ยาละลายลิ่มเลือด หรืออาหารเสริมบางชนิดอย่างน้อย 7 – 14 วันก่อนผ่าตัดตามคำสั่งแพทย์
- งดสูบบุหรี่และงดดื่มแอลกอฮอล์เพื่อช่วยให้แผลสมานตัวได้ดีขึ้นและลดความเสี่ยงแผลเน่า
- เข้ารับการตรวจร่างกายพื้นฐาน เช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และการเอกซเรย์ปอด เพื่อความปลอดภัยในการดมยาสลบ
- งดน้ำและอาหารก่อนการผ่าตัดอย่างน้อย 6 – 8 ชั่วโมงตามกำหนดการผ่าตัด
- เตรียมสภาพจิตใจให้พร้อม พูดคุยปรึกษากับคนใกล้ชิดหรือทีมบุคลากรทางการแพทย์เพื่อลดความกังวล
แนวทางการดูแลตนเองหลังผ่าตัดมะเร็งเต้านมเพื่อการฟื้นฟูที่มีประสิทธิภาพ

หลังการผ่าตัด การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้รวดเร็วและลดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น โดยมีแนวปฏิบัติหลักดังนี้
- ดูแลแผลผ่าตัดให้แห้งและสะอาดอยู่เสมอ ไม่ควรเปิดทำแผลเองหากแพทย์ไม่ได้สั่ง และระวังไม่ให้สายระบายเลือดหักพับ
- บริหารแขนและไหล่เบา ๆ ตามท่าทางที่นักกายภาพบำบัดแนะนำ เพื่อป้องกันภาวะพังผืดรัดหรือปัญหาไหล่ติดที่อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
- สังเกตอาการผิดปกติที่แผล เช่น มีอาการบวมผิดสังเกต แผลแดง ร้อน มีหนอง หรือมีไข้สูงให้รีบแจ้งแพทย์ทันที
- รับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูงเพื่อช่วยในการสมานแผล และเน้นผักผลไม้เพื่อป้องกันการท้องผูกหลังผ่าตัด
- มาพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอเพื่อติดตามผลชิ้นเนื้อและตรวจดูความเรียบร้อยของแผล
โรงพยาบาลที่ชำนาญด้านการรักษามะเร็งเต้านม
ศูนย์เต้านม โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านมะเร็ง ที่มีประสบการณ์การรักษากว่า 10 ปี พร้อมให้บริการแบบครบวงจร โดยทีมแพทย์และบุคลากรผู้ชำนาญการที่พร้อมให้คำแนะนำ คำปรึกษา ตรวจหามะเร็งเต้านมตั้งแต่ระยะที่ยังไม่แสดงอาการ เพื่อลดการเกิดโรค เพิ่มโอกาสในการรักษาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
สรุปบทความ
การตัดสินใจเลือกวิธีรักษาและการเตรียมตัวที่ดีย่อมส่งผลต่อความสำเร็จในการรักษาในระยะยาว หากคุณมีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพเต้านมหรือกำลังมองหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสม การได้รับคำแนะนำจากทีมแพทย์ที่ชำนาญการจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ
เราพร้อมเดินเคียงข้างผู้ป่วยในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การป้องกัน การวินิจฉัย ไปจนถึงการฟื้นฟู เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลที่มีมาตรฐานและใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อให้คุณกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีและยิ้มได้อย่างสดใสอีกครั้ง
- ค้นหาแพทย์: https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok-cancer/doctor
- ทำนัด: https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok-cancer/appointment/step1
- ติดต่อเรา: https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok-cancer/contact
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการผ่าตัดมะเร็งเต้านม
1. การผ่าตัดมะเร็งเต้านมเจ็บมากไหม?
การผ่าตัดในปัจจุบันมีการใช้เทคนิคการดมยาสลบและการระงับปวดที่มีประสิทธิภาพสูง ทำให้ในระหว่างการผ่าตัดผู้ป่วยจะไม่รู้สึกเจ็บ หลังการผ่าตัดอาจมีความรู้สึกตึงหรือเจ็บแปลบบริเวณแผลบ้าง ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่ง โดยทั่วไปผู้ป่วยจะสามารถลุกเดินและทำกิจวัตรประจำวันเบา ๆ ได้ภายใน 1 – 2 วันหลังผ่าตัด
2. หลังผ่าตัดมะเร็งเต้านมแล้ว แขนจะบวมหรือไม่?
ภาวะแขนบวม อาจเกิดขึ้นได้ในผู้ป่วยบางรายที่จำเป็นต้องผ่าตัดเลาะต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้ออกเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ด้วยเทคนิคการผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองเซนติเนลในปัจจุบัน ช่วยลดโอกาสการเกิดแขนบวมได้มาก รวมถึงการทำกายภาพบำบัดและการบริหารแขนอย่างถูกวิธีตามคำแนะนำของนักกายภาพบำบัด จะช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. หากเลือกผ่าตัดแบบสงวนเต้า มะเร็งจะกลับมาเป็นซ้ำได้ง่ายกว่าการตัดทั้งเต้าหรือไม่?
จากการศึกษาทางการแพทย์พบว่า หากผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดแบบสงวนเต้าควบคู่กับการฉายรังสีตามโปรแกรมที่แพทย์กำหนด อัตราการรอดชีวิตและการกลับมาเป็นซ้ำไม่ได้แตกต่างจากการผ่าตัดเต้านมออกทั้งหมดอย่างมีนัยสำคัญ สิ่งสำคัญคือการประเมินความเหมาะสมของขนาดก้อนและระยะของโรคโดยแพทย์ผู้ชำนาญการก่อนเลือกวิธีผ่าตัด
4. ผ่าตัดมะเร็งเต้านมนอนโรงพยาบาลกี่วัน และต้องพักฟื้นนานแค่ไหนก่อนกลับไปทำงานได้?
โดยปกติผู้ป่วยจะพักฟื้นที่โรงพยาบาลประมาณ 2 – 5 วัน เพื่อสังเกตอาการและดูแลสายระบายเลือด ส่วนการกลับไปทำงานหากเป็นงานที่ไม่ต้องใช้แรงแขนมากหรือขยับตัวเยอะ มักจะเริ่มทำได้หลังผ่าตัดประมาณ 2 – 4 สัปดาห์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของร่างกายแต่ละบุคคลและดุลยพินิจของแพทย์
5. แผลผ่าตัดมะเร็งเต้านมยาวแค่ไหน และจะทิ้งรอยแผลเป็นที่น่ากลัวหรือไม่?
ขนาดของแผลขึ้นอยู่กับวิธีผ่าตัด หากเป็นแบบสงวนเต้าแผลจะมีความยาวประมาณ 3 – 5 เซนติเมตร แต่ถ้าเป็นแบบตัดเต้าทั้งหมดแผลจะยาวข้ามหน้าอก









