โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ
สารบัญ
มะเร็งเต้านม (Breast Cancer) คืออะไร
มะเร็งเต้านมเกิดจากอะไร เจาะลึกสาเหตุและประเภทของเซลล์มะเร็ง
ปัจจัยเสี่ยงมะเร็งเต้านมที่ผู้หญิงไม่ควรมองข้าม
มะเร็งเต้านมมีกี่ระยะ เข้าใจระดับความรุนแรงและการแพร่กระจาย
สัญญาณเตือนและอาการมะเร็งเต้านมในแต่ละระยะ
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากโรคมะเร็งเต้านม
วิธีตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งเต้านมด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์
แนวทางการรักษามะเร็งเต้านมในปัจจุบัน
แนวทางป้องกันและลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งเต้านมในผู้หญิง
ทำไมควรปรึกษาและรักษามะเร็งเต้านมที่โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ
แพทย์ที่ชำนาญการรักษามะเร็งเต้านม
แพ็กเกจผ่าตัดมะเร็งเต้านม
สอบถามเพิ่มเติม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมะเร็งเต้านม
ดูทั้งหมด
มะเร็งเต้านม คืออะไร เช็กปัจจัยเสี่ยง และวิธีรักษาเมื่อตรวจพบ
มะเร็งเต้านม ถือเป็นภัยเงียบที่พบมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในผู้หญิงไทย โดยจากสถิติของสถาบันมะเร็งแห่งชาติพบผู้หญิงเป็นมะเร็งเต้านมสูงถึงร้อยละ 37 ของมะเร็งทั้งหมด และมีอัตราการเสียชีวิตสูงเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งปอด การตรวจพบมะเร็งเต้านมระยะแรกในขณะที่ก้อนมะเร็งยังอยู่เฉพาะที่เต้านม และไม่แพร่กระจายไปต่อมน้ำเหลืองนั้นสำคัญมาก เพราะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้มากกว่าการตรวจพบในระยะลุกลาม การเข้าใจถึงความเสี่ยง และวิธีรักษาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้หญิงทุกคนควรทำความเข้าใจถึงโรคนี้
มะเร็งเต้านม (Breast Cancer) คืออะไร
โรคมะเร็งเต้านม คือโรคที่เกิดจากเซลล์ภายในเต้านมมีความผิดปกติ และเจริญเติบโตจนควบคุมไม่ได้ โดยเต้านมประกอบด้วยไขมัน เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน และต่อมน้ำนมและมีท่อน้ำนมเปิดสู่หัวนม จุดสังเกตที่ใช้แยกความร้ายแรงคือ หากเซลล์ผิดปกติเหล่านี้ยังอยู่เฉพาะที่ในท่อน้ำนม จะเรียกว่ามะเร็งระยะไม่ลุกลาม แต่หากเซลล์เริ่มออกจากท่อน้ำนมเข้าสู่เนื้อเยื่อใกล้เคียง และแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้หรืออวัยวะอื่น จะกลายเป็นมะเร็งชนิดลุกลาม
มะเร็งเต้านมเกิดจากอะไร เจาะลึกสาเหตุและประเภทของเซลล์มะเร็ง
แม้ในปัจจุบันทางการแพทย์จะยังไม่พบสาเหตุมะเร็งเต้านมที่แน่ชัด แต่พบว่ามีความเกี่ยวข้องกับการแบ่งตัวที่ผิดปกติของเซลล์ในท่อน้ำนมหรือต่อมน้ำนมจนกลายเป็นเนื้อร้าย โดยสามารถแบ่งประเภทตามการลุกลามได้ดังนี้
- มะเร็งเต้านมชนิดไม่ลุกลาม (Ductal Carcinoma in Situ, DCIS): เป็นมะเร็งที่เกิดในท่อน้ำนมและยังไม่แพร่กระจายออกไปภายนอกเยื่อบุ หากตรวจพบและรักษาได้เร็วจะช่วยป้องกันการลุกลามได้ดี
- มะเร็งเต้านมชนิดลุกลาม (Invasive Ductal Carcinoma, IDC): เซลล์มะเร็งเริ่มแพร่กระจายออกนอกท่อน้ำนมไปยังเนื้อเยื่อข้างเคียง และอาจกระจายต่อไปยังต่อมน้ำเหลืองหรืออวัยวะสำคัญอื่น ๆ
ปัจจัยเสี่ยงมะเร็งเต้านมที่ผู้หญิงไม่ควรมองข้าม

ปัจจัยที่เป็นสาเหตุของมะเร็งเต้านม หรือเพิ่มความเสี่ยงอาจกระตุ้นให้เกิดโรคมีทั้งปัจจัยที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ สตรีทุกท่านจึงควรทำความเข้าใจเพื่อประเมินความเสี่ยงของตนเอง ดังนี้
- ประวัติทางครอบครัว: ผู้ที่มีญาติสายตรงมีประวัติเป็นมะเร็งเต้านม จะมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไปเนื่องจากปัจจัยทางพันธุกรรมที่ส่งต่อถึงกัน
- ช่วงอายุและฮอร์โมน: ผู้หญิงที่มีประจำเดือนตั้งแต่อายุน้อย หรือเริ่มเข้าสู่วัยทองช้า รวมถึงผู้ที่ไม่มีบุตรจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับอิทธิพลของฮอร์โมน
- พฤติกรรมการใช้ชีวิต: ภาวะโรคอ้วน การขาดการออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ หรือการดื่มแอลกอฮอล์ ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อความผิดปกติของเซลล์
- ประวัติสุขภาพส่วนตัว: ผู้ที่เคยมีเนื้องอกที่เต้านมบางชนิด หรือเคยได้รับการรักษาด้วยรังสีบริเวณทรวงอก จะมีความเสี่ยงสะสมที่อาจพัฒนาไปสู่โรคมะเร็งเต้านม ได้
อายุเท่าไหร่ควรเริ่มตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม
ผู้หญิงควรเริ่มตรวจเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำทุกเดือนตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป เพื่อสังเกตลักษณะมะเร็งเต้านมที่อาจเกิดขึ้น และเมื่อเข้าสู่อายุ 35-40 ปีขึ้นไป ควรเข้ารับการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยเครื่องดิจิทัลแมมโมแกรมโดยแพทย์เฉพาะทางอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
มะเร็งเต้านมมีกี่ระยะ เข้าใจระดับความรุนแรงและการแพร่กระจาย
การทำความเข้าใจว่ามะเร็งเต้านมมีกี่ระยะ จะช่วยให้ทราบถึงโอกาสในการรักษา และโอกาสหายกลับมาเป็นปกติได้ โดยระยะที่ทางการแพทย์แบ่งความรุนแรงไว้ มีดังนี้
- มะเร็งเต้านมระยะแรก (ระยะ 0-1): เซลล์มะเร็งยังจำกัดอยู่ในท่อน้ำนมหรือมีขนาดเล็กมากไม่เกิน 2 เซนติเมตร ผู้ป่วยมีโอกาสที่จะมีชีวิตเกิน 5 ปี สูงถึงร้อยละ 98
- ระยะลุกลามเฉพาะที่ (ระยะ 2-3): ก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่ขึ้นมากกว่า 2 cm .หรือกระจายไปที่ต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้ โอกาสที่จะมีชีวิตเกิน 5 ปี จะลดลงเหลือร้อยละ 84
- ระยะแพร่กระจาย (ระยะ 4): มะเร็งลุกลามไปยังอวัยวะส่วนอื่นแล้ว เช่น ปอด ตับ กระดูก หรือสมอง โอกาสที่จะมีชีวิตเกิน 5 ปี จะลดลงเหลือร้อยละ 23
สัญญาณเตือนและอาการมะเร็งเต้านมในแต่ละระยะ
การหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงด้วยตนเองจะช่วยให้พบสัญญาณผิดปกติได้เร็ว โดยอาการมะเร็งเต้านมที่ผู้ป่วยควรมาพบแพทย์เพื่อวินิจฉัย มีดังนี้
- พบก้อนผิดปกติ: คลำพบก้อนเนื้อที่เต้านมหรือบริเวณใต้รักแร้ ซึ่งเป็นอาการเริ่มแรกของมะเร็งเต้านม ที่พบบ่อยที่สุด โดยก้อนมักจะแข็งและขอบไม่เรียบ
- รูปร่างเต้านมเปลี่ยนไป: เต้านมผิดรูปหรือหัวนมบุ๋มลงไป รวมถึงมีผื่นเรื้อรังบริเวณหัวนม ซึ่งเป็นลักษณะมะเร็งเต้านมที่สังเกตได้จากภายนอก
- สารคัดหลั่งผิดปกติ: มีเลือดหรือน้ำที่ไม่ใช่น้ำนมไหลออกมาจากหัวนม หรือผิวหนังมีลักษณะขรุขระคล้ายเปลือกส้ม บวมแดง หรือมีแผลเรื้อรัง
- อาการเมื่อลุกลาม: หากเป็น มะเร็งเต้านม อาการ ในระยะแพร่กระจายอาจมีอาการปวดกระดูก น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว หรือมีอาการแขนบวมเนื่องจากต่อมน้ำเหลืองอุดกั้น
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากโรคมะเร็งเต้านม
หากปล่อยให้โรคมะเร็งเต้านมลุกลามโดยไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง ดังนี้
- การแพร่กระจายไปยังอวัยวะสำคัญ: เซลล์มะเร็งสามารถกระจายไปสู่อวัยวะอื่น เช่น กระดูกซึ่งทำให้ปวดและแตกหักง่าย หรือลุกลามไปที่ตับ ปอด และสมอง
- ภาวะแขนบวมน้ำเหลือง: เกิดจากการที่เซลล์มะเร็งเข้าไปอุดกั้นทางเดินน้ำเหลืองบริเวณรักแร้ ทำให้แขนข้างนั้นมีอาการบวมและอักเสบได้ง่าย
- สภาวะทางร่างกาย: ในระยะรุนแรงผู้ป่วยอาจประสบปัญหาเบื่ออาหาร น้ำหนักลดลงอย่างมาก และมีภาวะอ่อนเพลียเรื้อรังจากการที่ร่างกายถูกเซลล์มะเร็งคุกคาม
วิธีตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งเต้านมด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์

เมื่อตรวจพบความผิดปกติจากการคลำหรือผลการตรวจเบื้องต้น แพทย์จะเลือกใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยเพื่อยืนยันผลการวินิจฉัย ระบุตำแหน่ง และลักษณะของเซลล์มะเร็งให้ชัดเจนที่สุด โดยมีวิธีการหลักดังนี้
- ดิจิทัลแมมโมแกรม (Digital Mammogram): เป็นเทคโนโลยีการตรวจทางรังสีที่มีความละเอียดสูงที่สุดในปัจจุบัน สามารถพบมะเร็งเต้านมระยะแรกได้ตั้งแต่ก้อนยังมีขนาดเล็กมากจนไม่สามารถคลำเจอได้ ช่วยระบุตำแหน่งความผิดปกติได้
- การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound): มักใช้ตรวจควบคู่กับแมมโมแกรมเพื่อจำแนกความแตกต่างระหว่างก้อนเนื้อและถุงน้ำ (Cyst) รวมถึงช่วยนำทางในการเจาะเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อ
- การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI): ในบางกรณีที่ต้องการรายละเอียดเชิงลึก หรือผู้ป่วยมีความเสี่ยงสูง แพทย์อาจใช้การตรวจวิธีนี้ เพื่อช่วยในกาวินิจฉัยและ ประเมินขอบเขตของโรคให้ชัดเจนยิ่งขึ้นก่อนวางแผนรักษา
- การตรวจทางพยาธิวิทยา (Biopsy): เมื่อพบก้อนที่น่าสงสัย แพทย์จะทำการเจาะหรือตัดชิ้นเนื้อมาตรวจในห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันว่าเป็นเนื้อร้ายหรือไม่ รวมถึงระบุชนิดของเซลล์มะเร็งเพื่อเลือกวิธีการรักษาที่ตรงจุดที่สุด
แนวทางการรักษามะเร็งเต้านมในปัจจุบัน
การรักษาโรคมะเร็งเต้านม จะขึ้นอยู่กับระยะของโรค ชนิดของเซลล์ และสภาวะของผู้ป่วย โดยมักใช้หลายวิธีควบคู่กันไป
- การผ่าตัด (Surgery): มีทั้งการผ่าตัดเอาเต้านมออกทั้งหมดและการผ่าตัดแบบสงวนเต้า รวมถึงการศัลยกรรมเสริมสร้างเต้านมใหม่
- รังสีรักษา (Radiation Therapy): การใช้รังสีพลังงานสูงเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งที่อาจหลงเหลืออยู่หลังการผ่าตัด
- ยาเคมีบำบัด (Chemotherapy): การใช้ยาเพื่อกำจัดเซลล์มะเร็งทั่วร่างกาย ป้องกันการแพร่กระจาย และช่วยลดขนาดก้อนมะเร็ง
- ฮอร์โมนบำบัด (Hormonal Therapy): ใช้ในกรณีที่เซลล์มะเร็งตอบสนองต่อฮอร์โมน เพื่อยับยั้งปัจจัยที่กระตุ้นการเจริญเติบโตของมะเร็ง
แนวทางป้องกันและลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งเต้านมในผู้หญิง
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการดูแลสุขภาพเชิงรุก สามารถลดโอกาสการเกิดมะเร็งเต้านม ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยสามารถปรับรูปแบบการใช้ชีวิตเบื้องต้นได้ ดังนี้
- ปรับการบริโภค: เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นผักและผลไม้ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง
- ออกกำลังกาย: การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอช่วยรักษาสมดุลของฮอร์โมน และควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกินเกณฑ์
- ลดปัจจัยเสี่ยง: งดการสูบบุหรี่และจำกัดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความผิดปกติของเซลล์
- หมั่นตรวจเช็ก: สังเกตความผิดปกติและอาการมะเร็งเต้านมอย่างต่อเนื่องเพื่อให้พบโรคได้เร็วที่สุด
ทำไมควรปรึกษาและรักษามะเร็งเต้านมที่โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ
ศูนย์เต้านม โรงพยาบาลวัฒโนสถ Cancer Hospital มีความชำนาญในการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านม ด้วยทีมสหสาขาวิชาชีพที่วางแผนการรักษารายบุคคล พร้อมเทคโนโลยีตรวจวินิจฉัยที่ตรงจุดและรวดเร็ว เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพ และกลับไปมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
แพ็กเกจผ่าตัดมะเร็งเต้านม
แพ็กเกจผ่าตัดมะเร็งเต้านม ราคาเริ่มต้นที่ 120,000 บาท
คลิกที่นี่
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมะเร็งเต้านม
คลำเจอก้อนที่เต้านม เป็นมะเร็งเสมอไปหรือไม่
อาจจะไม่เสมอไป ส่วนใหญ่เป็นก้อนเนื้อธรรมดาหรือถุงน้ำ อย่างไรก็ตามมะเร็งระยะแรกมักไม่มีอาการปวด หากคลำพบสิ่งผิดปกติควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด เพราะการตรวจพบเร็วช่วยเพิ่มโอกาสหายขาด
ผู้ชายมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมได้หรือไม่
มีโอกาสพบได้แม้จะน้อยกว่าผู้หญิงมาก มักพบในผู้ชายอายุ 60 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรม สัญญาณเตือนสำคัญคือการคลำพบก้อนแข็งบริเวณหลังหัวนม หรือมีความผิดปกติของผิวหนังเต้านม
ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายหรือเสื้อชั้นในมีโครง เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งหรือไม่
ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยันว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย หรือการสวมใส่เสื้อชั้นในมีโครงเหล็กสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งเต้านม ความเชื่อดังกล่าวจึงยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นสาเหตุของโรคโดยตรง
ผู้ที่เสริมหน้าอกด้วยซิลิโคน สามารถตรวจแมมโมแกรมได้หรือไม่
ตรวจได้ตามปกติ แต่ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าเพื่อใช้เทคนิคพิเศษในการดันซิลิโคนออกและถ่ายภาพเนื้อเยื่อเต้านมให้ชัดเจนที่สุด พร้อมปรับแรงกดเครื่องอย่างเหมาะสมเพื่อความปลอดภัยของซิลิโคน
หากตรวจพบยีนกลายพันธุ์ BRCA ต้องตัดเต้านมทิ้งทันทีหรือไม่
ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทันที แพทย์จะแนะนำทางเลือกเพื่อลดความเสี่ยง เช่น การเพิ่มความถี่ในการตรวจคัดกรอง การใช้ยาป้องกัน หรือการผ่าตัดเชิงป้องกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจร่วมกันระหว่างแพทย์และผู้ป่วยตามความเหมาะสมรายบุคคล