โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    ทำไมคุณแม่ต้องฝากครรภ์ให้ถูกที่

    8 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    นพ. วีรวิชญ์ พรวัฒนไกรเลิศ
    นพ. วีรวิชญ์ พรวัฒนไกรเลิศ

    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่

    อัปเดตเมื่อ: 09 ธ.ค. 2568
    Dr. Weerawich Pornwattanakrilert
    นพ. วีรวิชญ์ พรวัฒนไกรเลิศ
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    แพ็กเกจแนะนำ
    แพ็กเกจฝากครรภ์
    แพ็กเกจฝากครรภ์
    ทำไมคุณแม่ต้องฝากครรภ์ให้ถูกที่
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 09 ธ.ค. 2568

    สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ “การฝากครรภ์” มีความสำคัญมาก เพราะเป็นการดูแลคุณแม่และทารกในครรภ์อย่างต่อเนื่องจนกว่าจะถึงวันคลอด ซึ่งมีรายละเอียดค่อนข้างมาก ทั้งการตรวจเช็กพัฒนาการของทารกในครรภ์ การเฝ้าระวังความเสี่ยงหรือภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ตลอดจนการแนะนำวิธีปฏิบัติตัวที่ถูกต้องขณะตั้งครรภ์ เพื่อให้เจ้าตัวน้อยลืมตาดูโลกอย่างแข็งแรง ดังนั้นการเลือกฝากครรภ์ให้ถูกที่จะช่วยให้คุณแม่มีความอุ่นใจในการดูแลลูกน้อยในครรภ์อย่างมีคุณภาพ ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทาง เครื่องมือทันสมัย และบริการที่ได้มาตรฐาน

    ฝากครรภ์คืออะไร

    การฝากครรภ์ (Antenatal Care) คือ การดูแลครรภ์ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์หรือตรวจพบว่ากำลังตั้งครรภ์ โดยจะอยู่ในช่วงอายุครรภ์ 4 – 8 สัปดาห์ ซึ่งควรฝากครรภ์กับสถานพยาบาลที่มีสูติแพทย์ผู้ชำนาญการ รวมไปถึงสูติแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ (MFM) เพื่อให้การดูแลคุณแม่ตั้งครรภ์และทารกในครรภ์แบบเชิงลึก ติดตามการเจริญเติบโตและป้องกันความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับทารกในครรภ์ คอยให้คำปรึกษาและคำแนะนำอย่างใกล้ชิด ตลอดจนเตรียมพร้อมร่างกายและจิตใจของคุณแม่ เพื่อให้ตั้งครรภ์ รวมไปถึงคลอดบุตรได้อย่างปลอดภัย และได้ทารกที่มีพัฒนาการสมบูรณ์แข็งแรง

    ฝากครรภ์ไตรมาสแรก (เริ่มตั้งครรภ์ – อายุครรภ์ 14 สัปดาห์) ต้องตรวจอะไร

    หลังจากที่สูติแพทย์ได้ตรวจยืนยันว่ามีการตั้งครรภ์ในมดลูกที่ปกติแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็จะเข้าสู่กระบวนการฝากครรภ์ โดยสูติแพทย์จะมีการซักประวัติ ตรวจร่างกายเบื้องต้น เพื่อประเมินว่าคุณแม่ตั้งครรภ์นั้นมีความเสี่ยงอะไรบ้าง และมีจุดไหนที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

    นอกจากการซักประวัติและตรวจร่างกายเบื้องต้นแล้ว ก็จะมีการเก็บตัวอย่างเลือดและปัสสาวะของคุณแม่ตั้งครรภ์ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อประเมินความพร้อมเบื้องต้นของคุณแม่ตั้งครรภ์ซึ่งประกอบไปด้วย 

    • ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดและเกล็ดเลือด เพื่อบอกระดับความเข้มข้นของเลือด (ภาวะซีด) ขนาดและรูปร่างเม็ดเลือดแดง ปริมาณเม็ดเลือดขาว และปริมาณเกล็ดเลือดในร่างกาย
    • ตรวจหาพาหะโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย โดยการตรวจเลือดเพื่อเช็กว่าเป็นพาหะของโรคธาลัสซีเมียหรือไม่ ได้แก่ แอลฟา – ธาลัสซีเมียแฝง, เบตา – ธาลัสซีเมียแฝง, ฮีโมโกลบินอีแฝง และโฮโมซัยกัสฮีโมโกลบินอี
    • ตรวจหมู่โลหิต ABO ว่าอยู่ในกรุปเลือด A, B, O หรือ AB
    • ตรวจหมู่โลหิตอาร์เอช ว่าเป็นแบบปกติ (Positive) หรือเป็น Negative ซึ่งพบได้น้อยมาก
    • ตรวจหาภูมิคุ้มกันของร่างกายต่อเชื้อไวรัสเอชไอวี ตรวจเลือดเพื่อหาภูมิคุ้มกัน (Antibody) ของร่างกายที่สร้างขึ้นเพื่อตอบสนองเมื่อมีเชื้อ HIVเข้าสู่ร่างกาย ถ้าผลเลือดออกมาเป็นลบคือไม่พบเชื้อเอชไอวี
    • ตรวจคัดกรองโรคซิฟิลิส ตรวจเลือดเพื่อตรวจหาเชื้อซิฟิลิส
    • ตรวจหาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี HBs Antibody (Anti – HBs) หรือ Hepatitis B Surface Antibody ตรวจเลือดเพื่อหาภูมิคุ้มกันร่างกายที่ต่อต้านส่วนเปลือก (Surface) ของเชื้อไวรัสตับอักเสบบี 
    • ตรวจหาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี HbsAg (Hbs Antigen) หรือ Hepatitis B Surface Antigen ตรวจเลือดเพื่อหาสารโปรตีนจากเปลือกของเชื้อไวรัสตับอักเสบบี หากผลเป็นบวกแสดงว่ากำลังมีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี
    • ตรวจหาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี HBc Antibody หรือ HBcAb Hepatitis B Core Antibody ตรวจเลือดเพื่อหาภูมิคุ้มกันร่างกายที่สร้างขึ้นเพื่อต่อต้านส่วนแกนหรือ Core ของเชื้อไวรัสตับอักเสบบี 
    • ตรวจหาภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบซี ตรวจเลือดเพื่อหาภูมิคุ้มกันร่างกายที่สร้างขึ้นเพื่อต่อต้านเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดซี 
    • ตรวจภูมิคุ้มกันโรคหัดเยอรมัน ตรวจเลือดเพื่อหาภูมิคุ้มกันเชื้อไวรัสหัดเยอรมัน เพราะหากติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์มีความเสี่ยงที่จะทำให้ทารกพิการแต่กำเนิดหรือแท้งได้
    • ตรวจเลือดดูค่าการทำงานของต่อมไทรอยด์ เพื่อประเมินการทำงานของต่อมไทรอยด์ หากผิดปกติอาจส่งผลเสียต่อการตั้งครรภ์ได้
    • ตรวจระดับวิตามินดี เพราะในหญิงตั้งครรภ์เสี่ยงขาดวิตามินดี ซึ่งเป็นวิตามินอีกชนิดหนึ่งที่สำคัญต่อคุณแม่ตั้งครรภ์ โดยหากต่ำกว่า 32 ng/ml (80 nmol/L) ในเลือดแสดงว่ามีภาวะขาดวิตามินดี 
    • ตรวจปัสสาวะอย่างสมบูรณ์ เพื่อตรวจระดับน้ำตาลที่อาจบ่งชี้ภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์, ตรวจโปรตีนในปัสสาวะที่อาจเป็นสัญญาณของภาวะครรภ์เป็นพิษ, ตรวจระดับคีโตนเช็กการเผาผลาญไขมันของร่างกาย และตรวจหาเชื้อแบคทีเรียและเม็ดเลือดขาวที่แสดงถึงการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดได้

    ทำไมคุณแม่ต้องฝากครรภ์ให้ถูกที่

    ตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรมสำคัญอย่างไร

    ดาวน์ซินโดรม (Down Syndrome) เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากการมีโครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา 1 แท่ง ทำให้ทารกมีความผิดปกติต่าง ๆ เช่น มีความบกพร่องของสติปัญญา, ใบหน้าผิดปกติ, ผนังกั้นห้องหัวใจรั่ว เป็นต้น สาเหตุส่วนมากเกิดจากการแบ่งตัวของโครโมโซมในเซลล์ไข่ช่วงที่มีการปฏิสนธิผิดปกติ หมายความว่าคุณแม่ตั้งครรภ์ทุกรายมีโอกาสที่จะมีทารกเป็นดาวน์ซินโดรม โดยความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นตามอายุของหญิงตั้งครรภ์ที่มากขึ้น ดังนั้นการตรวจคัดกรองดาวน์ซิน
    โดรมจึงมีความสำคัญมาก ซึ่งในปัจจุบันมีวิธีการตรวจคัดกรองภาวะนี้ที่ค่อนข้างแม่นยำมากจากการตรวจชิ้นส่วนของดีเอ็นเอของทารกที่อยู่ในเลือดของมารดา (Cell – Free Fetal DNA) หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ NIPT (Non – Invasive Prenatal Testing) โดยสามารถตรวจได้เร็วที่สุดที่อายุครรภ์หลัง 10 สัปดาห์

    ตรวจคัดกรองภาวะครรภ์เป็นพิษสำคัญอย่างไร

    ภาวะครรภ์เป็นพิษ คือ ภาวะที่คุณแม่ตั้งครรภ์มีความดันโลหิตสูงร่วมกับมีโปรตีนรั่วออกมาในปัสสาวะ ถือเป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงขั้นมีเลือดออกในสมอง ชักเกร็ง และเสียชีวิตได้ โดยภาวะนี้มักเกิดในช่วงหลังอายุครรภ์ 20 สัปดาห์ ดังนั้นการตรวจคัดกรองภาวะครรภ์เป็นพิษในช่วงไตรมาสแรกจึงมีความสำคัญมากเช่นกัน เพราะสามารถระบุความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษในคุณแม่ตั้งครรภ์รายนั้น ๆ ได้ โดยจะประเมินจากประวัติส่วนตัวของหญิงตั้งครรภ์, ค่าความดันโลหิต, ค่าสารชีวเคมีในเลือด (Placental Growth Factor- PlGF), การวัดการไหลเวียนของเส้นเลือดที่เลี้ยงมดลูกจากการอัลตราซาวนด์ โดยหากผลออกมาว่าคุณแม่ตั้งครรภ์รายนั้นอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูงที่จะเกิดครรภ์เป็นพิษก็จะให้รับประทานยา (แอสไพริน) เพื่อป้องกันการเกิดครรภ์เป็นพิษในอนาคตได้ ทั้งนี้การตรวจคัดกรองภาวะครรภ์เป็นพิษและการใช้ยาแอสไพริน คุณแม่ควรได้รับคำแนะนำอย่างละเอียดโดยสูติแพทย์อีกครั้ง

    ทำไมคุณแม่ต้องฝากครรภ์ให้ถูกที่

    ฝากครรภ์ไตรมาสที่สอง (อายุครรภ์ 14 – 28 สัปดาห์) ต้องตรวจอะไร

    การตรวจอัลตราซาวนด์คุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ 14 – 28 สัปดาห์จำเป็นในการประเมินสุขภาพ ความผิดปกติ หรือความพิการของทารกในครรภ์ และตรวจได้ตลอดการตั้งครรภ์ตามที่แพทย์แนะนำเพื่อเช็กความผิดปกติทางโครงสร้างร่างกายทารกในครรภ์ ไม่ว่าจะเป็นน้ำคร่ำ รก สายสะดือ กะโหลกศีรษะ เนื้อสมอง แขน ขา ช่องอก เนื้อปอด หัวใจ ผนังหน้าท้อง และอวัยวะภายในช่องท้อง วัดขนาดทารกเพื่อตรวจสอบการเติบโต ป้องกันการตั้งครรภ์เกินกำหนด อีกทั้งการเห็นภาพทารกเคลื่อนไหวในครรภ์แสดงสายใยความรักความผูกพันระหว่างคุณแม่และลูกน้อย 

    โดยการอัลตราซาวนด์คุณแม่ตั้งครรภ์มีตั้งแต่การอัลตราซาวนด์ 2 มิติ 3 มิติ และ 4 มิติ

    • การอัลตราซาวนด์ 2 มิติ (Ultrasound 2D) เป็นการตรวจพื้นฐานของคุณแม่ตั้งครรภ์ สามารถแสดงรายละเอียดต่าง ๆ ของทารกทั้งอวัยวะภายนอกและภายในของทารกในครรภ์ จัดเป็นการอัลตราซาวนด์ที่ได้ข้อมูลของทารกมากที่สุด โดยเฉพาะการอัลตราซาวนด์ในช่วงอายุครรภ์ 18 – 22 สัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงอายุครรภ์ที่เหมาะสมที่สุดในการประเมินอวัยวะต่าง ๆ ของทารกอย่างละเอียด โดยสูติแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ (MFM) 
    • การอัลตราซาวนด์ 3 มิติ (Ultrasound 3D) เป็นการตรวจที่เพิ่มความลึกเพิ่มเติมจากแบบ 2 มิติ ทำให้มองเห็นรูปร่างภายนอกของทารก รวมถึงใบหน้า จะช่วยให้คุณแม่ตั้งครรภ์สามารถจินตนาการหน้าตาของลูกน้อยได้
    • การอัลตราซาวนด์ 4 มิติ (Ultrasound 4D) เป็นการตรวจแบบสามมิติที่เพิ่มมิติที่ 4 คือ “เวลา” เข้าไป ทำให้มองเห็นภาพทารกเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์

    ตรวจคัดกรองเบาหวานขณะตั้งครรภ์สำคัญอย่างไร

    โดยปกติการตรวจคัดกรองเบาหวานขณะตั้งครรภ์จะทำในช่วงอายุครรภ์ 24 – 28 สัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงที่รกมีการสร้างฮอร์โมนที่ทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงได้มากที่สุด หากพบว่าเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ต้องได้รับการดูแลเรื่องการรับประทานอาหาร รวมไปถึงการติดตามระดับน้ำตาลในเลือดอย่างใกล้ชิด

    ฝากครรภ์ครบ 28 สัปดาห์ (ไตรมาสที่ 3) ต้องตรวจอะไร

    เมื่ออายุครรภ์ครบ 28 สัปดาห์จะถือว่าเข้าสู่ไตรมาสที่ 3 ทารกในครรภ์เริ่มเติบโตเต็มที่ คุณแม่จะต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติมเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการคลอดบุตรดังต่อไปนี้ 

    • ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดและเกล็ดเลือด เพื่อเช็กความเข้มข้นของเลือด ขนาดและรูปร่างเม็ดเลือดแดง ปริมาณเม็ดเลือดขาว และปริมาณเกล็ดเลือดในร่างกายอีกครั้งก่อนคลอด
    • ตรวจคัดกรองโรคซิฟิลิส ตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อซิฟิลิส 
    • ตรวจหาภูมิคุ้มกันของร่างกายต่อเชื้อไวรัสเอชไอวี ตรวจเลือดซ้ำเพื่อหาภูมิคุ้มกัน (Antibody) ของร่างกายคุณแม่ที่สร้างขึ้นเพื่อตอบสนองเมื่อมีเชื้อ HIVเข้าสู่ร่างกาย 
    • ตรวจหาเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus Group B (GBS) ที่แฝงอยู่ที่ช่องคลอดและทวารหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ติดเชื้อในกระแสเลือด และทารกแรกเกิดอาจติดเชื้อรุนแรง หรือเสียชีวิตได้
    • ตรวจวัดสุขภาพทารกในครรภ์ วัดอัตราการเต้นหัวใจของทารก และการบีบตัวของมดลูก (Non -Stress Test – NST) เมื่อคุณแม่มีอายุครรภ์ 28 สัปดาห์ขึ้นไป เพื่อยืนยันว่าทารกในครรภ์แข็งแรงและไม่มีความผิดปกติเกิดขึ้น

    ทำไมคุณแม่ต้องฝากครรภ์ให้ถูกที่

    วัคซีนที่คุณแม่ควรได้รับขณะตั้งครรภ์

    วัคซีนที่คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องได้รับขณะตั้งครรภ์เพื่อป้องกันความผิดปกติของทารก ได้แก่

    • วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ เพราะไข้หวัดใหญ่เปลี่ยนสายพันธุ์ทุกปี ทั้งยังมีอาการและภาวะแทรกซ้อนรุนแรง คุณแม่ตั้งครรภ์จึงต้องได้รับวัคซีน 1 เข็มต่อการตั้งครรภ์แต่ละครั้งและควรฉีดเมื่ออายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป 
    • วัคซีนป้องกันโควิด-19 เพราะปัจจุบันยังคงมีการระบาดของเชื้ออยู่ ซึ่งหากมีการติดเชื้อในช่วงตั้งครรภ์ อาจทำให้มีอาการที่รุนแรงมากกว่าปกติได้ แนะนำฉีดได้ช่วงอายุครรภ์ 12 – 20 สัปดาห์
    • วัคซีนป้องกันคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก เพราะเป็นโรคติดเชื้อที่แพร่กระจายได้ง่าย โดยเฉพาะไอกรนที่คุณแม่มักส่งต่อเชื้อสู่ลูกน้อย หรือบาดทะยักที่มีความรุนแรงหากไม่ได้ฉีดให้ครบถ้วน คุณแม่ตั้งครรภ์จึงควรฉีดวัคซีนป้องกันคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก เมื่อมีอายุครรภ์ 20 – 32 สัปดาห์
    • วัคซีนป้องกันไวรัส RSV (Abrysvo) เป็นวัคซีนที่แนะนำให้ฉีดให้กับคุณแม่ตั้งครรภ์ เพื่อให้คุณแม่สร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัส RSV ไปยังลูกน้อยผ่านทางรก ทำให้ลูกน้อยมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ RSV ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง  6 เดือนแรก แนะนำฉีดวัคซีนเมื่อมีอายุครรภ์ 24 – 36 สัปดาห์

    ทำไมคุณแม่ต้องฝากครรภ์ให้ถูกที่

    ข้อดีของการฝากครรภ์

    • คุณแม่มีสุขภาพสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ ดูแลครรภ์และปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง
    • หากเกิดความผิดปกติกับทารกระหว่างตั้งครรภ์สามารถรับมือได้อย่างทันท่วงที
    • ลดอัตราการแท้งบุตร คลอดก่อนกำหนด ทารกในครรภ์เสียชีวิต
    • ลดภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์  
    • ป้องกันการอักเสบและติดเชื้อของทารกในครรภ์
    • คลอดลูกน้อยที่สมบูรณ์ แข็งแรง น้ำหนักตัวเหมาะสม

    จะเห็นได้ว่าการฝากครรภ์ที่มีคุณภาพ มีรายละเอียดต่าง ๆ มากมาย ดังนั้นการเลือกฝากครรภ์ให้ถูกที่ก็จะช่วยลดความกังวลของคุณแม่ในระหว่างตั้งครรภ์ ทำให้การตั้งครรภ์นั้นเป็นไปอย่างราบรื่นไปจนถึงวันคลอด เพื่อให้เจ้าตัวน้อยลืมตาดูโลกอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

    แพทย์ผู้ชำนาญด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์

    นพ.วีรวิชญ์ พรวัฒนไกรเลิศ สูตินรีแพทย์ ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลกรุงเทพ

    สามารถคลิกที่นี่เพื่อทำนัดหมายได้ด้วยตนเอง

    โรงพยาบาลที่ชำนาญด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์

    ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลกรุงเทพ พร้อมดูแลคุณแม่ตั้งครรภ์ตลอดระยะเวลาของการฝากครรภ์ โดยมีสูตินรีแพทย์ ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ และทีมสหสาขาที่พร้อมดูแลในทุกมิติระหว่างการตั้งครรถ์จนถึงวันคลอด เพื่อให้คุณแม่แข็งแรงและเจ้าตัวเล็กลืมตาดูโลกอย่างสมบูรณ์

    แพ็กเกจฝากครรภ์

    แพ็กเกจฝากครรภ์ราคาเริ่มต้นที่ 69,000 บาท

    คลิกที่นี่ 

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    นพ. วีรวิชญ์ พรวัฒนไกรเลิศ

    สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา

    เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์

    นพ. วีรวิชญ์ พรวัฒนไกรเลิศ

    สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา

    เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์
    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ชั้น 2 อาคาร D โรงพยาบาลกรุงเทพ

    เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 - 20.00 น.

    0 2310 3005

    0 2755 1005

    0 2310 3000

    1719

    0 2755 1685

    [email protected]

    เลือกปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    แพ็กเกจฝากครรภ์แพ็กเกจฝากครรภ์
    แพ็กเกจฝากครรภ์

    69,000 - 89,000 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    วัยทองผู้หญิงคืออะไร รู้จักอาการ สาเหตุ และวิธีรับมืออย่างเข้าใจ Image
    วัยทองผู้หญิงคืออะไร รู้จักอาการ สาเหตุ และวิธีรับมืออย่างเข้าใจ
    การทำ ICSI คืออะไร เหมาะกับใคร มีขั้นตอนการทำอย่างไรบ้าง Image
    การทำ ICSI คืออะไร เหมาะกับใคร มีขั้นตอนการทำอย่างไรบ้าง
    ภาวะมดลูกแตก อาการ สาเหตุ การรักษาที่ต้องรู้ก่อนคลอด Image
    ภาวะมดลูกแตก อาการ สาเหตุ การรักษาที่ต้องรู้ก่อนคลอด
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ