โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    แพ้อาหารในผู้ใหญ่ (Adult - Onset Food Allergy) อาการ วิธีสังเกต ตรวจรักษา รู้ทันก่อนรุนแรง

    6 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    พญ. ชวิศา ปานอาภรณ์
    พญ. ชวิศา ปานอาภรณ์

    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่

    อัปเดตเมื่อ: 26 ส.ค. 2569
    Dr. Chawisa Panaphorn
    พญ. ชวิศา ปานอาภรณ์
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    แพ็กเกจแนะนำ
    แพ็กเกจตรวจค้นหาโรคลมพิษเรื้อรัง (Chronic Urticaria)
    แพ็กเกจตรวจค้นหาโรคลมพิษเรื้อรัง (Chronic Urticaria)
    แพ้อาหารในผู้ใหญ่ (Adult - Onset Food Allergy) อาการ วิธีสังเกต ตรวจรักษา รู้ทันก่อนรุนแรง
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 26 ส.ค. 2569

    แพ้อาหารในผู้ใหญ่ (Adult – Onset Food Allergy) ไม่ใช่เรื่องไกลตัวและมีโอกาสเกิดขึ้นได้ บางครั้งสิ่งที่เคยกินแล้วไม่แพ้ ตอนนี้หรือในอนาคตอาจกินแล้วเกิดการแพ้อาหารได้ ซึ่งความรุนแรงมีตั้งแต่อาการเล็กน้อยไปจนถึงรุนแรง การรู้เท่าทันเพื่อรับมืออย่างถูกต้องช่วยป้องกันความรุนแรงที่ไม่คาดคิด

     

    แพ้อาหารในผู้ใหญ่ (Adult – Onset Food Allergy) คืออะไร

    แพ้อาหารในผู้ใหญ่ (Adult – Onset Food Allergy) คือ การแพ้แบบเฉียบพลันที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันเกิดความผิดปกติในการจดจำสารที่เคยไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย อาการมักเกิดหลังจากการรับประทานอาหารที่เป็นสาเหตุของการแพ้เพียงไม่กี่นาทีหรือภายใน 2 – 4 ชั่วโมง โดยอาจมีผื่นคันตามร่างกาย ปากบวม หน้าบวม หรือมีอาการระบบอื่นร่วมด้วยได้ พบบ่อยในกลุ่มอาหารทะเล ถั่วเปลือกแข็ง ผักและผลไม้สด

    ปัจจัยหลักเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันในลำไส้ที่เปลี่ยนแปลงไปจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง ความเครียด ภาวะเจ็บป่วยเรื้อรัง อายุ การเปลี่ยนแปลงสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ การใช้ยาปฏิชีวนะ หรือโรคในระบบทางเดินอาหาร เหล่านี้ทำให้ร่างกายมีแนวโน้มเกิดการแพ้ต่ออาหารที่ไม่เคยมีอาการได้มากขึ้น

    ปัจจัยกระตุ้นร่วมที่ทำให้เกิดการแพ้อาหารได้ง่ายมากขึ้น (Cofactors)

    ผู้ป่วยบางรายอาจรับประทานอาหารชนิดนั้น ๆ ได้โดยไม่มีอาการ แต่อาจเกิดอาการแพ้เมื่อมีปัจจัยกระตุ้นร่วม (Cofactors) ดังนี้

    • การออกกำลังกาย (Food – Dependent Exercise – Induced Urticaria/Anaphylaxis; FDEIA) เช่น แป้งสาลีหรืออาหารทะเล ร่วมกับการออกกำลังกายภายใน 1 – 4 ชั่วโมง
    • ยาในกลุ่ม NSIADs เช่น Aspirin เพิ่มการดูดซึมสารก่อภูมิแพ้ในลำไส้
    • แอลกอฮอล์ เพิ่มการแพร่กระจายและการดูดซึมของสารก่อภูมิแพ้เข้าสู่กระแสเลือด
    • การติดเชื้อหรือป่วยส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันไวต่อการตอบสนองมากขึ้น
    • การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในช่วงมีประจำเดือน
    • ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ

    ปัจจัยการแพ้อาหาร

    สัญญาณเตือนแพ้อาหารในผู้ใหญ่ (Signs and Symptoms)

    • ระบบผิวหนัง: ผื่นคัน ลมพิษ ปากบวม ตาบวม คันในปาก ลิ้น หรือลำคอ
    • ระบบทางเดินอาหาร: คลื่นไส้ อาเจียนอย่างรุนแรง หรือท้องเสียทันที
    • ระบบทางเดินหายใจ: แน่นคอ แน่นหน้าอก หายใจลำบาก หรือมีเสียงวี้ดขณะหายใจ
    • ระบบไหลเวียนโลหิต: หน้ามืด เวียนศีรษะ จากความดันโลหิตตก

    **หากมีอาการผื่นลมพิษขึ้นทั่วตัว ปากบวมหรือมีอาการตั้งแต่ 2 ระบบขึ้นไปให้รีบไปโรงพยาบาลทันที**

    ตรวจวินิจฉัยแพ้อาหารในผู้ใหญ่ (Diagnosis Procedure)

    หากมีอาการแพ้อาหารควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำทดสอบการแพ้อาหาร มีหลายวิธี ได้แก่

    • การทดสอบทางผิวหนัง (Skin Prick Test) โดยใช้อาหารจริง (Prick to Prick test) หรือสารสกัดสำเร็จรูป (Allergen Extract) จากอาหารที่สงสัยว่าแพ้หยดลงบนผิวหนังแล้วใช้เข็มสะกิดเพื่อดูการตอบสนองของร่างกายทางผิวหนัง ช่วยในการวินิจฉัยภาวะแพ้อาหารชนิดที่เกิดผ่านกลไก IgE (IgE – Mediated Food Allergy)
    • การตรวจเลือดหา Specific IgE (Serum Specific IgE for food) เพื่อวัดระดับแอนติบอดีชนิด IgE ที่เจาะจงต่อโปรตีนในอาหารแต่ละชนิดในซีรั่ม ช่วยในการวินิจฉัยภาวะแพ้อาหารชนิดที่เกิดผ่านกลไก IgE (IgE – Mediated Food Allergy)
    • การทดสอบโดยการรับประทาน (Oral Food Challenge Test) เป็นวิธีมาตรฐานสูงสุด (Gold Standard) ในการวินิจฉัยภาวะแพ้อาหาร โดยให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารที่สงสัยว่าแพ้ทีละน้อยตามปริมาณและช่วงเวลาที่กำหนดอย่างเป็นขั้นตอนภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทาง ใช้วินิจฉัยในกรณีที่การตรวจประเมินทางผิวหนังหรือการตรวจเลือดหา Specific IgE ให้ผลไม่ชัดเจน ใช้ในการหาปริมาณอาหารที่ผู้ป่วยสามารถรับประทานได้ต่อครั้งโดยไม่เกิดอาการแพ้และใช้ในการทดสอบหาอาหารทดแทน

    แนวทางการดูแลรักษาการแพ้อาหารในผู้ใหญ่ (Treatment and Management)

    การรักษาและการดูแลภาวะแพ้อาหารในผู้ใหญ่ จะเน้นไปที่การป้องกันการเกิดปฏิกิริยาแพ้ซ้ำ การเตรียมรับมือภาวะฉุกเฉิน และการจัดการปัจจัยกระตุ้นร่วม

    1) แนวทางการรักษาหลัก

    • หลีกเลี่ยงอาหารที่สงสัยแพ้อย่างเคร่งครัด เป็นวิธีป้องกันที่สำคัญที่สุด สังเกตส่วนประกอบของอาหารทุกครั้งก่อนรับประทาน ระวังการปนเปื้อน ฝึกอ่านฉลากอาหารทุกครั้งอย่างละเอียด โดยสังเกตชื่อระบุสารก่อภูมิแพ้ หรือข้อความเตือน เช่น “อาจมี…”
    • การควบคุมปัจจัยร่วม เช่น หลีกเลี่ยงการรับประทานยาในกลุ่ม NSAIDs หรือดื่มแอลกอฮอล์ ร่วมกับอาหารที่สงสัยว่าแพ้ งดออกกำลังกายอย่างน้อย 2 – 4 ชั่วโมงทั้งก่อนและหลังมื้ออาหาร หากสงสัยภาวะ Food – Dependent Exercise – Induced Urticaria/Anaphylaxis; FDEIA) เป็นต้น
    • พกยาบรรเทาอาการและยาฉุกเฉินเสมอ
    • ยาแก้แพ้รุ่นที่สอง (Second – generation Oral Antihistamine) ใช้บรรเทาอาการแพ้ที่ไม่รุนแรง เช่น ผื่นคัน คันปาก หรือลมพิษวงจำกัด แต่ไม่สามารถป้องกันหรือรักษาอาการแพ้รุนแรง (Anaphylaxis) ได้
    • ยาฉีดอะดรีนาลีนอัตโนมัติ (Epinephrine Auto – Injector; Epipen) ยาหลักเพียงชนิดเดียวสำหรับรักษาภาวะแพ้รุนแรง จำเป็นต้องพกติดตัวตลอดเวลาสำหรับผู้ที่มีประวัติแพ้รุนแรงหรือความเสี่ยงสูง ทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์เฉพาะทาง

    2) คำแนะนำเพิ่มเติม

    • พกบัตรแจ้งการแพ้อาหาร (Food Allergy Card) ติดตัวไว้เสมอ
    • จัดทำแผนรับมือต่อภาวะแพ้อาหารรุนแรง (Anaphylaxis Action Plan): มีแผนรับมือภาวะฉุกเฉินเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุอาการที่ต้องใช้ยาฉีดอะดรีนาลีน ขนาดยา เบอร์โทรติดต่อฉุกเฉิน และขั้นตอนปฏิบัติเพื่อให้ผู้ใกล้ชิดหรือผู้พบเห็นช่วยเหลือได้ทันที
    • แจ้งพนักงานร้านหรือเชฟเรื่องอาหารที่แพ้ทุกครั้งเมื่อทานอาหารนอกบ้าน: สอบถามขั้นตอนการประกอบอาหารเพื่อหลีกเลี่ยงการปนเปื้อนของอาหารที่แพ้
    • รับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูงและหลากหลายเพื่อดูแลสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้
    • จดบันทึกรายการอาหารและรายการวัตถุดิบที่ทานในแต่ละวัน: หากมีอาการแพ้ใหม่เกิดขึ้น บันทึกนี้จะช่วยในการหาความสัมพันธ์ระหว่างอาการและอาหาร ช่วยในการวินิจฉัยหาสาเหตุโรคได้ดีมากขึ้น
    • ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางก่อนงดอาหารวงกว้าง: ไม่ควรงดอาหารหลากหลายชนิดตามผลตรวจเลือด Specific IgE หรือ Skin Prick Test เพียงอย่างเดียวโดยที่ไม่มีประวัติอาการแพ้จริงจากการรับประทาน เพื่อป้องกันภาวะขาดสารอาหารและการเสียคุณภาพชีวิตโดยไม่จำเป็น

    ปฏิกิริยาข้ามสายพันธุ์ (Cross – Reactivity) คืออะไร

    ปฏิกิริยาข้ามสายพันธุ์ (Cross – Reactivity) คือ ภาวะที่แพ้อาหารหรือสารก่อภูมิแพ้ชนิดหนึ่งแล้วเกิดอาการแพ้ต่ออาหารอีกชนิดหนึ่งที่มีโครงสร้างโปรตีนหรือคุณสมบัติคล้ายกัน ทั้งที่ไม่เคยแพ้อาหารชนิดหลังมาก่อน ที่พบค่อนข้างบ่อยคือ กลุ่มอาหารทะเลเปลือกแข็ง ผลไม้ที่มียาง ถั่วบางชนิด เช่น แพ้กุ้ง ก็อาจมีอาการแพ้ปู กั้ง ตามมา หรือการแพ้ยางลาเทกซ์ก็อาจทำให้มีอาการแพ้ต่อกล้วย อะโวคาโด กีวี เป็นต้น

    Oral Allergy Syndrome; OAS (Pollen – Food Allergy Syndrome; PFAS) คือ ภาวะแพ้อาหารที่เกิดจากปฏิกิริยาข้ามสายพันธุ์ระหว่างสารก่อภูมิแพ้ที่จำเพาะต่อละอองเกสรดอกไม้/หญ้า (Pollen) กับโปรตีนที่มีโครงสร้างใกล้เคียงกันในผัก ผลไม้ หรือถั่วบางชนิด เช่น หากแพ้ละอองเกสรเบิร์ช (Birch Pollen) อาจมีอาการแพ้เมื่อรับประทานแอปเปิล พีช พลัม ลูกแพร์ เฮเซลนัท แครอท เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันเข้าใจผิดว่าเป็นละอองเกสร เพราะโครงสร้างโปรตีนใกล้เคียงกันจึงกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาแพ้

    สารปรุงแต่งอาหารทำให้เกิดการแพ้ได้หรือไม่

    อาหารหลายชนิดมีการเติมสารปรุงแต่ง (Food Addictives) เพื่อช่วยยืดอายุ เพิ่มสีสัน หรือปรับรสชาติ เช่น สารกันเสีย สีผสมอาหาร ผงชูรส สารเพิ่มรสชาติ ในบางคนสารเหล่านี้อาจทำให้เกิดการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันแบบ Non – IgE Mediated Food Allergy) แม้อาการจะคล้ายกับการแพ้อาหารทั่วไป เช่น ผื่นลมพิษ หน้าแดง หรือริมฝีปากบวม แต่อาการมักไม่รุนแรง

    เมื่อไรที่ควรสงสัยการแพ้สารปรุงแต่งในอาหาร

    1. อาการสัมพันธ์กับปริมาณที่ได้รับ หากรับประทานเพียงเล็กน้อยอาจไม่เกิดอาการ แต่เมื่อได้รับในปริมาณมากกระตุ้นให้เกิดอาการได้
    2. เกิดอาการเฉพาะบางครั้งที่รับประทาน แม้ว่าเป็นอาหารชนิดเดียวกัน
    3. มีอาการต่ออาหารหลายชนิดที่ไม่เกี่ยวข้องกัน เช่น กุ้งแห้ง ไวน์ ผักอบแห้ง ที่ใช้ Sulfites เป็นส่วนประกอบร่วมกัน

    การวินิจฉัยหลักคือการทำการทดสอบโดยการรับประทาน (Oral Food Challenge Test) ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ และหลีกเลี่ยงแหล่งอาหารที่ทำให้เกิดอาการ

    ทำไมคนยุคใหม่แพ้อาหารมากขึ้น

    ภูมิคุ้มกันส่วนใหญ่ของร่างกายเกี่ยวข้องกับลำไส้ โดยจุลินทรีย์ที่อยู่ในลำไส้ หรือ Gut Microbiome ช่วยรักษาสมดุลของภูมิคุ้มกัน เมื่อสมดุลของจุลินทรีย์เสียไปจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น การใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น การรับประทานอาหารแปรรูปเป็นประจำ ความเครียดสะสม การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ จำนวนจุลินทรีย์ชนิดดีลดลง ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติจนเกิดการแพ้ขึ้น

    แพ้อาหาร

    สงสัยว่าแพ้อาหารควรงดอาหารหรือไม่

    หากสงสัยว่าแพ้อาหารควรพบแพทย์เฉพาะทางโดยเร็วเพื่อทำการทดสอบทางผิวหนัง Skin Prick Test เจาะเลือดหา Specific IgE ที่จำเพาะต่ออาหารชนิดนั้น ๆ หรือทดสอบอาหารโดยการรับประทาน (Oral Food Challenge Test) เพื่อระบุให้ชัดเจนว่าแพ้อาหารจริงหรือไม่ ไม่ควรงดอาหารเองโดยไม่มีผลตรวจชัดเจน เพราะอาจทำให้ขาดสารอาหารและเลี่ยงอาหารผิดชนิด ทั้งนี้เพื่อการดูแลและให้คำแนะนำที่ถูกต้องต่อไป

    โรงพยาบาลที่ชำนาญการรักษาโรคแพ้อาหารที่ไหนดี

    ศูนย์โรคภูมิแพ้และหอบหืด โรงพยาบาลกรุงเทพ พร้อมให้การตรวจประเมิน วินิจฉัย ดูแลรักษาผู้ที่มีอาการแพ้อาหารอย่างใกล้ชิด ตลอดจนให้คำปรึกษาและให้ความรู้ที่ถูกต้อง ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางและทีมสหสาขาที่มีความชำนาญและมากด้วยประสบการณ์เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดี

    แพทย์ที่ชำนาญการรักษาโรคแพ้อาหาร

    พญ.ชวิศา ปานอาภรณ์ อายุรแพทย์เฉพาะทางโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน ศูนย์โรคภูมิแพ้และหอบหืดโรงพยาบาลกรุงเทพ

    สามารถคลิกที่นี่เพื่อทำนัดหมายได้ด้วยตนเอง

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    พญ. ชวิศา ปานอาภรณ์

    อายุรศาสตร์

    อายุรศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันทางคลินิก

    พญ. ชวิศา ปานอาภรณ์

    อายุรศาสตร์

    อายุรศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันทางคลินิก
    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์โรคภูมิแพ้ และหอบหืด

    ชั้น 3 อาคาร A โรงพยาบาลกรุงเทพ

    วันจันทร์ -วันพฤหัสบดี เวลา 8.00 - 16.30 น.
    วันศุกร์-วันอาทิตย์ เวลา 8.00 - 15.30 น.

    0 2310 3000

    0 2755 1731

    1719

    [email protected]

    ประหยัดเวลาค้นหาแพทย์ด้วยตัวเอง

    ให้ AI ช่วยประเมินอาการและแนะนำแพทย์ที่เหมาะสม

    AI เลือกแพทย์ให้

    เลือกปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    แพ็กเกจตรวจค้นหาโรคลมพิษเรื้อรัง (Chronic Urticaria)แพ็กเกจตรวจค้นหาโรคลมพิษเรื้อรัง (Chronic Urticaria)
    แพ็กเกจตรวจค้นหาโรคลมพิษเรื้อรัง (Chronic Urticaria)

    8,900 บาท

    รายละเอียด
    แพ็กเกจตรวจภูมิแพ้อากาศและสิ่งแวดล้อมแพ็กเกจตรวจภูมิแพ้อากาศและสิ่งแวดล้อม
    แพ็กเกจตรวจภูมิแพ้อากาศและสิ่งแวดล้อม

    8,800 บาท

    13,200 บาท

    รายละเอียด
    แพ็กเกจวัคซีนภูมิแพ้แพ็กเกจวัคซีนภูมิแพ้
    แพ็กเกจวัคซีนภูมิแพ้

    2,200 - 3,700 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ไอเรื้อรัง (Chronic Cough) อาจเกิดจากโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ โรคหืด หลอดลมอักเสบ รีบรักษาหยุดอาการไอ Image
    ไอเรื้อรัง (Chronic Cough) อาจเกิดจากโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ โรคหืด หลอดลมอักเสบ รีบรักษาหยุดอาการไอ
    แพ้ยาอันตรายรุนแรง รู้ทันอาการก่อนสาย Image
    แพ้ยาอันตรายรุนแรง รู้ทันอาการก่อนสาย
    ภูมิคุ้มกันบำบัดแบบอมใต้ลิ้น (SLIT) ทางเลือกรักษาภูมิแพ้ถึงต้นเหตุ Image
    ภูมิคุ้มกันบำบัดแบบอมใต้ลิ้น (SLIT) ทางเลือกรักษาภูมิแพ้ถึงต้นเหตุ
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ