โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    6 เรื่องต้องรู้ถ้าถูกเบียดจนหายใจไม่ออก

    3 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    นพ. เอกกิตติ์ สุรการ
    นพ. เอกกิตติ์ สุรการ

    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่

    อัปเดตเมื่อ: 05 ม.ค. 2569
    Dr. Ekkit Surakarn
    นพ. เอกกิตติ์ สุรการ
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    แพ็กเกจแนะนำ
    ชุดตรวจสุขภาพเด็ก 6 - 15 ปี
    ชุดตรวจสุขภาพเด็ก 6 - 15 ปี
    6 เรื่องต้องรู้ถ้าถูกเบียดจนหายใจไม่ออก
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 05 ม.ค. 2569

    ไม่มีใครคาดคิดว่าจะต้องอยู่ในสถานการณ์เบียดเสียดจนหายใจไม่ออกและยิ่งไม่มีใครคาดคิดว่าจะอันตรายถึงแก่ชีวิต ดังนั้นจึงต้องทำความเข้าใจและรู้วิธีการดูแลตัวเองเพื่อเอาตัวรอดหากวันหนึ่งต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้  

     

    6 เรื่องที่คุณต้องรู้หากเจอกับสถานการณ์ถูกเบียดจนหายใจไม่ออกเพื่อจะได้รับมือได้ทันท่วงที

    1) การเบียดกันจนเสียชีวิต (Crowd Crush หรือ Crowd Surge)

    คือ การที่คนจำนวนมากเบียดเสียดกันแน่นมากในพื้นที่แคบ ทรวงอกจะถูกบีบอัดจนทำให้หายใจได้ลำบากแม้อยู่ในพื้นที่โล่งอากาศถ่ายเท ส่งผลให้หมดสติและเสียชีวิตได้ ส่วนการเหยียบกันจนเสียชีวิต (Stampede) จะเป็นการที่หมู่คนจำนวนมากเคลื่อนที่แล้วมีผู้เสียหลักล้มลงแล้วถูกเหยียบย่ำบนร่างกายจนเสียชีวิต ความเสี่ยงจะเพิ่มมากขึ้นในสถานการณ์ที่มีการแตกตื่นและพยายามหนีเอาตัวรอด


    2) ภาวะขาดออกซิเจนจากการถูกกดทับ (Compressive Asphyxia)

    คือ การที่ร่างกายถูกกดทับจากภายนอกจนหายใจเข้า – ออกไม่ได้ และการไหลเวียนเลือดผิดปกติจนหมดสติ หากหายใจไม่ได้นานเกิน 3 – 5 นาทีจะทำให้ขาดออกซิเจนจนเป็นอันตรายถึงชีวิต หัวใจหยุดเต้นได้


    3) ประเมินความหนาแน่นของคน

    เป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจสังเกตเมื่ออยู่ในบริเวณที่มีคนจำนวนมาก ควรประเมินความหนาแน่นของคนดังนี้

    • ไม่มีการสัมผัสทางกายภาพกับคนรอบข้าง แสดงว่ามีความหนาแน่นน้อยและอยู่ในสถานการณ์ปกติ
    • มีการสัมผัสกับคนรอบข้างโดยไม่ตั้งใจ 1 – 2 คน แสดงว่าเริ่มมีความหนาแน่น แออัด แต่ยังไม่อันตราย แนะนำให้หาทางออกจากพื้นที่
    • มีการสัมผัสแบบใกล้ชิดจนไม่สามารถขยับมือหรือยกมือแตะหน้าผากตัวเองได้ แสดงว่าหนาแน่นมากและกำลังจะเข้าสู่สถานการณ์อันตราย ควรตั้งสติให้ดีและพยายามออกมาโดยเร็วที่สุด

    4) วิธีเอาตัวรอดจากเหตุการณ์เบียดจนเสียชีวิต

    • ตั้งเป้าหมายว่าต้องออกจากพื้นที่เกิดเหตุโดยเร็วที่สุด อย่าลังเล มีสติ ใจเย็น สอดส่องเส้นทางเสมอ
    • คาดการณ์ว่าจุดไหนคนอยู่เยอะที่สุดแล้วพยายามเคลื่อนไปทางที่คนน้อยกว่าหรือหากปีนได้ควรปีนขึ้นที่สูง
    • หากไม่สามารถออกจากจุดนั้นได้ พยายามทรงตัวให้มั่นคง รักษาสมดุลไม่ให้ล้มลงเด็ดขาด
    • ยกแขนสองข้างตั้งการ์ดบริเวณทรวงอกและใบหน้าให้มีระยะห่าง 2 – 3 เซนติเมตร เพื่อกันพื้นที่ให้สามารถหายใจได้เมื่อถูกเบียดแรงขึ้น
    • มีสติ ควบคุมการหายใจ สูดลมหายใจเข้าออก
    • เมื่อตกอยู่ในฝูงชนที่มีการเคลื่อนที่ ควรเคลื่อนตัวไปโดยเดินไปพร้อม ๆ กัน ไม่เร่ง ไม่ฝืน ไม่ผลัก เพราะอาจเสียหลักล้มลงจนถูกเหยียบได้
    • ออกห่างจากสิ่งกีดขวางที่ปีนไม่ได้ เช่น รั้ว กำแพง วัตถุแข็ง ฯลฯ เพื่อไม่ให้ร่างกายถูกอัด
    • ระวังไม่ให้เสียหลักล้มขณะเดิน เช่น ระวังพื้นที่ลื่น ลาดเอียง เศษวัสดุบนพื้น และสิ่งกีดขวางที่สะดุดล้ม
    • ถ้าล้มลงให้รีบลุกขึ้นโดยเร็วหรือร้องขอความช่วยเหลือทันที

    6 เรื่องต้องรู้ถ้าถูกเบียดจนหายใจไม่ออก5) การช่วยเหลือเบื้องต้นและการ CPR

    เพื่อช่วยชีวิตเมื่อพบผู้หมดสติ ได้แก่

    • โทร. 1669 หรือ 1724 หรือตะโกนให้คนที่อยู่ใกล้เคียงโทรขอความช่วยเหลือ
    • นำผู้หมดสติไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย จัดท่าให้นอนหงายบนพื้นราบ
    • ตรวจการตอบสนองด้วยการเรียกและกระตุ้นโดยการตบไหล่ พร้อมสังเกตการหายใจของทรวงอกและท้อง
    • หากไม่ตอบสนองและไม่หายใจภายในสิบวินาทีอาจหัวใจหยุดเต้น
    • เปิดทางเดินหายใจโดยจับอ้าปากและกดหน้าผากพร้อมกับยกคางให้หน้าแหงนขึ้น
    • ถ้าผู้ป่วยยังไม่หายใจให้เป่าปาก 2 ครั้ง หรือถ้าไม่สามารถเป่าปากช่วยหายใจได้ให้เริ่มกดหน้าอกทันที
    • กดหน้าอกโดยผู้ช่วยเหลือวางมือข้างหนึ่งที่กึ่งกลางหน้าอกผู้ป่วยแล้ววางมืออีกข้างซ้อนกัน กดให้ลึกลงไปอย่างน้อย 2 นิ้วฟุต อัตราการกดหน้าอก 100 – 120 ครั้ง/นาที เช่น กดตามจังหวะเพลง Baby Shark
    • กดหน้าอก 30 ครั้ง สลับกับการการเป่าปาก 2 ครั้ง
    • ทำต่อเนื่องจนกว่าผู้หมดสติจะรู้สึกตัวหรือมีหน่วยแพทย์มาช่วยเหลือ

    6) การเตรียมพร้อมเมื่อต้องเข้าไปในเหตุการณ์ที่มีผู้คนจำนวนมาก

    • หลีกเลี่ยงไม่เข้าไปในบริเวณที่มีคนเบียดเสียดกันแน่นมาก
    • ถ้าประเมินว่ามีคนแออัดมากเกินไปให้รีบออกจากพื้นที่
    • แต่งกายรัดกุม เลี่ยงชุดยาวที่อาจสะดุดล้ม หรือถูกเหยียบ
    • สวมรองเท้าที่คล่องตัว ผูกเชือกรองเท้าให้ดี ไม่หลุดลุ่ยจนถูกเหยียบ
    • วางแผนการเดินทางให้ไม่เร่งรีบในการเข้า – ออกจากพื้นที่ เพื่อเลี่ยงการเบียดเสียดระหว่างทาง

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    นพ. เอกกิตติ์ สุรการ

    เวชศาสตร์ครอบครัว, ศัลยศาสตร์

    ศัลยศาสตร์อุบัติเหตุ

    นพ. เอกกิตติ์ สุรการ

    เวชศาสตร์ครอบครัว, ศัลยศาสตร์

    ศัลยศาสตร์อุบัติเหตุ
    Doctor profileDoctor profile

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ชุดตรวจสุขภาพเด็ก 6 - 15 ปีชุดตรวจสุขภาพเด็ก 6 - 15 ปี
    ชุดตรวจสุขภาพเด็ก 6 - 15 ปี

    3,900 บาท

    7,940 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจคัดกรองโรคตับชุดตรวจคัดกรองโรคตับ
    ชุดตรวจคัดกรองโรคตับ

    11,900 บาท

    20,410 บาท

    รายละเอียด
    การตรวจไขมันสะสมในตับการตรวจไขมันสะสมในตับ
    การตรวจไขมันสะสมในตับ

    4,100 บาท

    4,950 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    EBUS-TBNA และ RP-EBUS ตรวจวินิจฉัยโรคปอดและมะเร็งปอดโดยไม่ต้องผ่าตัด Image
    EBUS-TBNA และ RP-EBUS ตรวจวินิจฉัยโรคปอดและมะเร็งปอดโดยไม่ต้องผ่าตัด
    ลูกหายใจเร็วเกิดจากอะไร พร้อมวิธีดูแลเมื่อลูกมีไข้และหายใจเร็ว Image
    ลูกหายใจเร็วเกิดจากอะไร พร้อมวิธีดูแลเมื่อลูกมีไข้และหายใจเร็ว
    ลูกตัวเตี้ยโตช้ากว่าเพื่อน ทำอย่างไร ทำไมพ่อแม่ต้องเฝ้าระวัง Image
    ลูกตัวเตี้ยโตช้ากว่าเพื่อน ทำอย่างไร ทำไมพ่อแม่ต้องเฝ้าระวัง
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ