โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    หัวใจเต้นเร็ว สัญญาณเตือนหัวใจเต้นผิดจังหวะ

    6 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    นพ. ธัชยศพัทธ์ อรรฆยากร
    นพ. ธัชยศพัทธ์ อรรฆยากร

    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

    อัปเดตเมื่อ: 07 ก.ย. 2569
    Dr. Thachyossaphat Ukkayagorn
    นพ. ธัชยศพัทธ์ อรรฆยากร
    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
    แพ็กเกจแนะนำ
    โปรโมชั่น World Heart Day 2026
    โปรโมชั่น World Heart Day 2026
    หัวใจเต้นเร็ว สัญญาณเตือนหัวใจเต้นผิดจังหวะ
    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
    อัปเดตเมื่อ: 07 ก.ย. 2569

    เมื่อไรที่หัวใจเต้นเร็วจนผิดปกติไม่ควรชะล่าใจ เพราะอาจบ่งบอกว่าร่างกายของคุณกำลังผิดปกติ หรือเป็นโรคต่าง ๆ ได้ ดังนั้นควรรู้เท่าทันและพบอายุรแพทย์หัวใจโดยเร็ว จะได้ดูแลรักษาให้ถูกวิธีก่อนสายเกินไป


    รู้จักกับหัวใจเต้นเร็ว

    หัวใจเต้นเร็วเป็นอาการที่หัวใจมีอัตราการเต้นเร็วกว่าปกติ โดยปกติหัวใจจะมีอัตราการเต้นอยู่ที่  60 – 100 ครั้งต่อนาที แต่เมื่อหัวใจมีอัตราการเต้นมากกว่า 100 ครั้งต่อนาทีขึ้นไปจะถือว่าหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ โดยสิ่งที่ต้องสังเกตร่วมด้วยคือ ลักษณะการเต้นของหัวใจจะมีจังหวะสม่ำเสมอ หากเต้นเร็วบ้างช้าบ้างก็อาจบ่งบอกว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะได้

    ปัจจัยที่ส่งผลให้หัวใจเต้นเร็ว

    ปัจจัยที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วแบ่งออกเป็น

    1.  ปัจจัยภายนอกหัวใจและหลอดเลือด เช่น 
      • ภาวะขาดน้ำ (Dehydration)
      • ภาวะการสูญเสียเลือดเป็นจำนวนมากจนเกิดภาวะซีด 
      • การพักผ่อนไม่เพียงพอ นอนดึก นอนน้อย
      • การติดเชื้อ มีไข้สูง
      • ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ (Thyrotoxicosis) ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน (Hyperthyroidism)
      • ท้องเสีย ถ่ายเหลวปริมาณมาก 
      • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea – OSA)
      • การรับประทานยาบางชนิด
      • การใช้สารเสพติดที่มีฤทธิ์กระตุ้นหัวใจ
      • การดื่มเครื่องดื่มที่มีสารกระตุ้นหัวใจ เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฯลฯ
    2. ปัจจัยภายในหัวใจและหลอดเลือด เช่น
      • โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
      • ผนังกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวผิดปกติ
      • โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด
      • โรคลิ้นหัวใจ
      • โรคความดันโลหิตสูง
      • ภาวะที่เกิดจากไฟฟ้าหัวใจลัดวงจร เช่น Supraventricular Tachycardia – SVT หรือ Wolff Parkinson White Syndrome – WPW และ Atrial Fibrillation – AF เป็นต้น

    หัวใจเต้นเร็วบ่งบอกหัวใจเต้นผิดจังหวะ

    การที่หัวใจเต้นเร็วสามารถบ่งบอกว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Cardiac Arrhythmia) ได้ หากมีอัตราการเต้นของหัวใจเกิน 100 ครั้งต่อนาที และ/หรือมีการเต้นผิดจังหวะร่วมด้วย ได้แก่

    •  หัวใจเต้นเร็วผิดจังหวะที่หัวใจห้องบน (Supraventricular Tachycardia – SVT) จากความผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่หัวใจห้องบน ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น โดยส่วนใหญ่อัตราการเต้นของหัวใจมักจะมากกว่าหรือเท่ากับ 150 ครั้งต่อนาที
    • หัวใจเต้นเร็วผิดจังหวะที่หัวใจห้องล่าง (Ventricular Tachycardia – VT) จากความผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่หัวใจห้องล่าง ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น
    • หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ (Sinus Tachycardia) จากการที่คลื่นไฟฟ้าหัวใจมีความเร็วมากกว่าปกติ ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น โดยส่วนใหญ่อัตราการเต้นหัวใจมักจะไม่เกิน 150 ครั้งต่อนาที

    สังเกตอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ

    • ใจสั่นมากผิดปกติ
    • เวียนศีรษะ หน้ามืด วูบ เป็นลม หมดสติ
    • เจ็บแน่นหน้าอก 
    • อ่อนเพลีย ไม่มีแรง เหนื่อยง่ายกว่าปกติ
    • หายใจไม่อิ่ม หายใจลำบาก
    • เดิน ๆ แล้วรู้สึกคล้ายตกหลุมอากาศ 

    ตรวจวินิจฉัยหัวใจเต้นผิดจังหวะ

    การตรวจวินิจฉัยหัวใจเต้นผิดจังหวะ แพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจจะทำการซักประวัติผู้ป่วยโดยละเอียด จากนั้นจะทำการตรวจร่างกายผู้ป่วย เจาะเลือดตรวจหาความผิดปกติ และใช้เครื่องมือในการตรวจวินิจฉัยความผิดปกติของอัตราการเต้นของหัวใจ เพื่อผลการตรวจที่ชัดเจน ได้แก่

    1.  การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (12-Lead Electrocardiography, ECG or EKG) เป็นการตรวจมาตรฐานของหัวใจ โดยวัดการทำงานของไฟฟ้าในหัวใจ สามารถตรวจได้ทันที เหมาะกับผู้ป่วยที่มีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะมานานพอก่อนมาถึงโรงพยาบาล และสามารถตรวจสุขภาพหัวใจประจำปีในผู้ที่ไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ ได้ด้วย
    2. เครื่องบันทึกการเต้นของหัวใจต่อเนื่อง 24 – 48 ชั่วโมง (Holter Monitoring) เป็นอุปกรณ์ขนาดเล็กที่ใช้บันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจตลอด 24 – 48 ชั่วโมง โดยผู้ป่วยจะติดเครื่องบันทึกไว้ติดตัวตลอดเวลา เครื่องจะสามารถตรวจพบความผิดปกติของการเต้นของหัวใจได้แม้ไม่มีอาการ เหมาะกับผู้ป่วยที่มีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะทุกวันหรือเกือบทุกวันในช่วงเวลาสั้น ๆ ไม่นาน ก่อนมาถึงโรงพยาบาล
    3. เครื่องบันทึกการเต้นของหัวใจชนิดพกพา (Event Recorder) เครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่มีลักษณะคล้ายโทรศัพท์มือถือสามารถพกพาไปที่ต่าง ๆ ได้ เมื่อผู้ป่วยมีอาการให้นำเครื่องมาทาบที่หน้าอกแล้วกดปุ่มบันทึก เครื่องจะบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะที่มีอาการแล้วส่งข้อมูลผ่านโทรศัพท์พื้นฐานที่บ้านมายังโรงพยาบาล เพื่อให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยโดยละเอียด วิธีนี้เหมาะกับผู้ป่วยที่มีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะไม่บ่อย เดือนละประมาณ 2 – 3 ครั้ง มีข้อจำกัดคือผู้ป่วยที่เป็นลมหมดสติกรณีที่เป็นหัวใจเต้นผิดจังหวะจะไม่สามารถตรวจด้วยวิธีนี้ได้
    4. เครื่องบันทึกการเต้นของหัวใจชนิดฝังใต้ผิวหนัง (Implantable Loop Recorder, ILR) มีขนาดเล็กลักษณะคล้าย USB Flash Drive แพทย์จะฝังไว้ใต้ผิวหนังบริเวณหน้าอกด้านซ้าย จากนั้นเครื่องจะบันทึกการเต้นของหัวใจอย่างต่อเนื่อง โดยเก็บคลื่นไฟฟ้าหัวใจเฉพาะช่วงเวลาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะตามที่ได้โปรแกรมไว้ก่อนหน้าหรือเมื่อผู้ป่วยต้องการเท่านั้น เหมาะกับผู้ป่วยที่มีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะนาน ๆ ครั้ง แต่อาการค่อนข้างรุนแรง อาทิ ผู้ป่วยหมดสติแบบไม่ทราบสาเหตุ เป็นต้น
    5. การตรวจวัดสมรรถภาพหัวใจโดยการเดินสายพาน (EST: Exercise Stress Test) เป็นการบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะออกกำลังด้วยการเดินบนสายพานเลื่อน (Treadmill) เพื่อกระตุ้นภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะขณะออกแรง เหมาะกับการตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บแน่นหน้าอก เหนื่อยง่าย หรือใจสั่นโดยไม่ทราบสาเหตุ และยังช่วยตรวจวินิจฉัยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้ด้วย 
    6. การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiogram) สามารถตรวจดูความผิดปกติทางโครงสร้างของหัวใจ ทั้งขนาด รูปร่าง ลักษณะการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจและลิ้นหัวใจ เพื่อตรวจวินิจฉัยความผิดปกติของหัวใจ เช่น ผนังกั้นหัวใจหนาตัวผิดปกติ ห้องหัวใจโต ลิ้นหัวใจตีบหรือรั่วผิดปกติ ผนังกั้นหัวใจรั่ว เป็นต้น
    7. การตรวจทางสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ (Electrophysiology Study) เป็นการตรวจการนำไฟฟ้าของหัวใจเพื่อหาความผิดปกติของการเต้นของหัวใจ โดยแพทย์จะตรวจการทำงานของระบบไฟฟ้าในหัวใจและกระตุ้นให้เกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะขึ้นเพื่อให้ทราบสาเหตุที่แท้จริง วิธีนี้เหมาะกับผู้ป่วยที่ไม่สามารถตรวจหาความผิดปกติด้วยวิธีอื่น ๆ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นได้

    หัวใจเต้นเร็ว สัญญาณเตือนหัวใจเต้นผิดจังหวะ

    การรักษาหัวใจเต้นผิดจังหวะ

    หลังจากได้รับการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจเป็นที่เรียบร้อยแล้วแพทย์จะประเมินทางเลือกการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายได้แก่

    1. การใช้ยาเพื่อปรับจังหวะและอัตราการเต้นของหัวใจ (Antiarrhythmic Drug) ให้ใกล้เคียงระดับปกติ เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ ลดภาวะแทรกซ้อน และลดความรุนแรงที่จะนำไปสู่การเสียชีวิต
    2. การช็อกหัวใจด้วยกระแสไฟฟ้า (Electrical Cardioversion) เพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจให้กลับมาเต้นในอัตราที่ปกติ เพื่อลดภาวะแทรกซ้อน และลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต
    3. การรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะด้วยการจี้ด้วยคลื่นวิทยุ (Radiofrequency Catheter Ablation, RFCA) แพทย์จะใช้สายสวนหัวใจตรวจหาตำแหน่งความผิดปกติภายในหัวใจ จากนั้นจะทำการจี้ด้วยคลื่นวิทยุที่เปลี่ยนจากพลังงานไฟฟ้าไปเป็นพลังงานความร้อนเข้าไปตัดวงจรไฟฟ้าที่ผิดปกติในหัวใจ ปัจจุบันมักใช้ร่วมกับระบบสามมิติ (3D Mapping) เพื่อให้มองเห็นตำแหน่งได้ชัดเจน ลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นกับผู้ป่วย ช่วยเพิ่มโอกาสและความสำเร็จในการรักษาผู้ป่วยหัวใจเต้นเร็วผิดจังหวะ ซึ่งวิธีนี้มีโอกาสรักษาสำเร็จสูงมากกว่า 90% โดยจะต้องรักษากับแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจที่มีความชำนาญการ
    4. การผ่าตัดใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจแบบถาวร (Permanent Pacemaker) แพทย์จะฝังเครื่องที่ใต้ผิวหนังบริเวณใต้ไหปลาร้า เพื่อช่วยให้การเต้นของหัวใจสม่ำเสมอ ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ดียิ่งขึ้น วิธีนี้ใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยมีภาวะหัวใจเต้นช้าผิดปกติ หรือหัวใจหยุดเต้นเป็นช่วง ๆ 
    5. การผ่าตัดฝังเครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติชนิดถาวร (Automated Implantable Cardioverter – Defibrillator, AICD) แพทย์จะฝังเครื่องบริเวณหน้าอกเพื่อช่วยตรวจจับสัญญาณไฟฟ้าหัวใจและช็อกไฟฟ้าหัวใจทันทีที่ผู้ป่วยมีภาวะหัวใจห้องล่างเต้นเร็วผิดจังหวะเพื่อให้จังหวะการเต้นของหัวใจกลับมาเป็นปกติโดยเร็ว  วิธีนี้เหมาะกับผู้ป่วยที่มีกล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวอ่อนกำลัง และผู้ป่วยที่มีหัวใจห้องล่างเต้นเร็วผิดจังหวะ
    6. การผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าและช่วยการบีบตัวของหัวใจ(Cardiac Resynchronization Therapy – CRT) เพื่อกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจห้องล่างซ้ายและขวาให้บีบตัวได้สอดคล้องกัน ช่วยให้หัวใจทำงานได้ดีขึ้น วิธีนี้เหมาะกับผู้ป่วยที่มีการบีบตัวของหัวใจน้อยและมีความเสี่ยงหัวใจล้มเหลว

    การป้องกันหัวใจเต้นผิดจังหวะ

    • ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีและตรวจเช็กหัวใจตามคำแนะนำของแพทย์
    • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
    • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ 
    • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
    • ดื่มน้ำให้ได้ปริมาณที่เพียงพอกับร่างกายในแต่ละวัน 
    • หากผู้ป่วยมีโรคประจำตัวเช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ฯลฯ ควรจะต้องรับประทานยาสม่ำเสมอและมีการตรวจติดตามอาการกับแพทย์เป็นประจำ

    โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะมักพบในผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปีและผู้ที่มีโรคประจำตัว ดังนั้นควรหมั่นสังเกตอาการ หากใจสั่นผิดปกติ วูบ หน้ามืด เวียนศีรษะ เจ็บแน่นหน้าอก เหนื่อยง่าย คล้ายจะเป็นลม ให้รีบพบอายุรแพทย์โรคหัวใจทันทีเพื่อตรวจวินิจฉัยและทำการรักษาอย่างเหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ อาทิ อัมพฤกษ์ อัมพาต หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตกะทันหันได้ 

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    นพ. ธัชยศพัทธ์ อรรฆยากร

    อายุรศาสตร์

    อายุรศาสตร์โรคหัวใจ

    นพ. ธัชยศพัทธ์ อรรฆยากร

    อายุรศาสตร์

    อายุรศาสตร์โรคหัวใจ
    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    คลินิกหัวใจเต้นผิดจังหวะ

    ชั้น 2 อาคาร H โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

    เปิดบริการทุกวัน 07:00 – 16:00 น.

    0 2755 1487

    0 2755 1488

    1719

    [email protected]

    ประหยัดเวลาค้นหาแพทย์ด้วยตัวเอง

    ให้ AI ช่วยประเมินอาการและแนะนำแพทย์ที่เหมาะสม

    AI เลือกแพทย์ให้

    เลือกปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    โปรโมชั่น World Heart Day 2026โปรโมชั่น World Heart Day 2026
    โปรโมชั่น World Heart Day 2026

    รายละเอียด
    ผ่าตัดซ่อม หรือ เปลี่ยนลิ้นหัวใจแผลเล็กผ่านกล้อง 3 มิติ (ไม่ตัดกระดูกหน้าอก)ผ่าตัดซ่อม หรือ เปลี่ยนลิ้นหัวใจแผลเล็กผ่านกล้อง 3 มิติ (ไม่ตัดกระดูกหน้าอก)
    ผ่าตัดซ่อม หรือ เปลี่ยนลิ้นหัวใจแผลเล็กผ่านกล้อง 3 มิติ (ไม่ตัดกระดูกหน้าอก)

    1,400,000 บาท

    1,420,000 บาท

    รายละเอียด
    ผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจแผลเล็ก MICS CABG (ไม่ตัดกระดูกหน้าอก)ผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจแผลเล็ก MICS CABG (ไม่ตัดกระดูกหน้าอก)
    ผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจแผลเล็ก MICS CABG (ไม่ตัดกระดูกหน้าอก)

    1,500,000 บาท

    1,650,000 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    จี้ไฟฟ้าหัวใจด้วย PFA: วิธีรักษาหัวใจเต้นผิดจังหวะ AF แม่นยำปลอดภัย Image
    จี้ไฟฟ้าหัวใจด้วย PFA: วิธีรักษาหัวใจเต้นผิดจังหวะ AF แม่นยำปลอดภัย
    หัวใจเต้นช้าแค่ไหนต้องพบแพทย์ Image
    หัวใจเต้นช้าแค่ไหนต้องพบแพทย์
    หัวใจเต้นเร็วหรือภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ Image
    หัวใจเต้นเร็วหรือภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ