โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    ดูแลหัวใจช่วงคลายล็อกดาวน์ COVID-19

    5 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    Package Image
    นพ. อนุสิทธิ์ ทัฬหสิริเวทย์

    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

    อัปเดตเมื่อ: 17 ธ.ค. 2568
    Dr. Anusith Tunhasiriwet
    นพ. อนุสิทธิ์ ทัฬหสิริเวทย์
    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus EKG
    ดูแลหัวใจช่วงคลายล็อกดาวน์ COVID-19
    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
    อัปเดตเมื่อ: 17 ธ.ค. 2568

    ไวรัส COVID-19 ยังคงแพร่กระจายอย่างต่อเนื่องทั่วโลกและทำอันตรายกับระบบต่าง ๆ ในร่างกาย แม้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ร้อยละ 80 จะมีอาการไม่มาก มีอาการทางเดินหายใจ จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อรับออกซิเจนร้อยละ 14 และหนักระยะวิกฤติต้องนอนไอซียูร้อยละ 6 และมีอัตราตายทั่วโลกร้อยละ 7 ทั้งนี้มากน้อยแล้วแต่ขีดความสามารถในการดูแลผู้ป่วยของแต่ละประเทศ


    กลุ่มเสี่ยงที่มีอายุเกิน 60 ปีขึ้นไปมีโอกาสเสี่ยงเสียชีวิตร้อยละ 3.6 โดยเฉพาะถ้าอายุมากกว่า 80 ปี (อัตราเสียชีวิตร้อยละ 15) มีโรคประจำตัว ไม่ว่าจะเป็นหลอดเลือดหัวใจ (อัตราเสียชีวิตร้อยละ 13) โรคเบาหวาน (อัตราเสียชีวิตร้อยละ 9) ความดันโลหิตสูง (อัตราเสียชีวิตร้อยละ 8) ตลอดจนโรคมะเร็ง (อัตราเสียชีวิตร้อยละ 7.6)

    ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีโรคประจำตัว หากได้รับเชื้อ COVID-19 เข้าไปและปรากฏอาการโรคปอดบวม มีไข้ ไอ หายใจลำบาก ภาวะออกซิเจนต่ำ ถ้าไม่รีบรักษาอาจนำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หัวใจเต้นผิดจังหวะ ภาวะหัวใจวาย ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลวต้องใส่เครื่องช่วยพยุงการทำงานของหัวใจและปอด (ECMO) และอวัยวะล้มเหลวหลายระบบ เสียชีวิตได้ในที่สุด


    ดูแลตัวเองให้ไกล COVID-19 

    เพราะเชื้อไวรัส COVID-19 แพร่กระจายได้ง่ายทางละอองฝอยของผู้ป่วย สามารถติดต่อได้ทุกระยะ แม้ไม่มีอาการแสดง ทุกคน ทุกเพศ ทุกวัยควรระมัดระวังการติดต่อด้วยการ

    • งดเดินทางไปแหล่งระบาด
    • คุมเข้มมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ทั้งในบ้านและนอกบ้าน โดยในบ้านควรอยู่ห่างผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว
    • กินร้อน ช้อนแยก
    • ดูแลสุขอนามัยของตนเองอย่างเคร่งครัด
    • สวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งหากออกไปนอกบ้าน
    • ล้างมือเป็นประจำด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์หากจับผิวสัมผัสในที่สาธารณะ
    • ปิดฝาชักโครกทุกครั้งหลังขับถ่าย
    • หากมีโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเดิมหรือมีโรคประจำตัวที่เสี่ยงต่อหลอดเลือดหัวใจตีบ อาทิ ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต ควรรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งและควบคุมระดับไขมัน น้ำตาล ค่าการอักเสบของหลอดเลือดและความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
    • ถ้าติดบุหรี่ควรเลิกบุหรี่โดยเร็ว
    • ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่และวัคซีนป้องกันปอดบวม Pneumococcal Vaccine หากมีข้อบ่งชี้ในผู้สูงวัยที่มีโรคปอดหรือโรคหัวใจ

     

    ดูแลหัวใจช่วงคลายล็อกดาวน์ COVID-19

    TELEHEALTH ยุค COVID-19

    TELEHEALTH ถือเป็นระบบบริการแบบใหม่ (New Normal) ในการรับการรักษาเพื่อลดการมาตรวจที่โรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น ซึ่งจะช่วยลดโอกาสติดเชื้อจากผู้อื่นและลดการแพร่กระจายเชื้อกรณีตนเองเจ็บป่วย ระบบ Telehealth ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ป่วย โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่มีโรคประจำตัว ไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ที่สำคัญคือเพิ่มการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) โดยผู้ป่วยสามารถรับบริการปรึกษาแพทย์ทางโทรศัพท์มือถือ บางสถานพยาบาลอำนวยความสะดวก บริการรับเจาะเลือดและจัดส่งยาให้คนไข้ถึงบ้าน ตลอดจนให้บริการส่งยาทางไปรษณีย์


    บริการตรวจโรคผ่าน Telehealth

    โรคที่สามารถตรวจผ่าน Telehealth ได้แก่

    1. ความดันโลหิตสูง แพทย์สามารถซักประวัติ สอบถามอาการ ประเมินสัญญาณชีพ อาทิ ตรวจความดันโลหิตและชีพจรโดยเครื่องวัดอัตโนมัติในท่านอน ท่านั่ง และท่ายืน ตลอดจนตรวจวัดความดันโลหิตและชีพจรหลังจากออกกำลังกาย ซึ่งจะทำให้แพทย์สามารถปรับยาควบคุมความดันโลหิตได้อย่างเหมาะสม
    2. โรคไขมันในเลือดสูง Telehealth บริการใหม่เฉพาะบุคคลผ่านแอปพลิเคชันในมือถือ ทำให้ผู้ป่วยทราบผลการตรวจสุขภาพประจำปี โดยสามารถเปรียบเทียบผลไขมันในเลือดของแต่ละปีได้ นอกจากนี้การตรวจทางห้องปฏิบัติการแบบส่งทีมเจาะเลือดที่บ้าน และการส่งยาให้คนไข้ทางไปรษณีย์ หรือ Messenger ของโรงพยาบาล ตลอดจนการรับยาที่ร้านยาใกล้บ้านจะทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงบริการง่ายขึ้น สะดวกรวดเร็วขึ้น ทำให้สามารถรักษาภาวะไขมันในเลือดสูงและป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากไขมันสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    3. โรคหัวใจอ่อนกำลังหรือขาดเลือดภายหลังออกจากโรงพยาบาล โดยผ่านการปรึกษาทาง Telehealth นอกจากแพทย์ซักประวัติทางมือถือ ยังสามารถประเมินภาวะน้ำในร่างกายผู้ป่วยและภาวะหัวใจวายน้ำท่วมปอด โดยประเมินน้ำหนักตัวที่ผู้ป่วยชั่งที่บ้าน ฟังเสียงหัวใจและปอดผ่านเครื่องมือดิจิทัลทางไกล (Digital Stethoscope) โดยผู้ป่วยวางทาบอุปกรณ์บนทรวงอก ซึ่งอุปกรณ์นี้สามารถจับสัญญาณและบันทึกเสียงของหัวใจและปอดได้ชัดเจนแล้วส่งผลออนไลน์ให้แพทย์ ประกอบกับการตรวจดูว่ามีขาบวมหรือไม่ทางกล้องวิดีโอ ทำให้แพทย์สามารถปรับยาขับปัสสาวะได้อย่างเหมาะสม ช่วยป้องกันภาวะน้ำในร่างกายมากเกินจนน้ำท่วมปอดได้ ลดความเสี่ยงที่จะกลับเข้าไปนอนโรงพยาบาลซ้ำได้ นอกจากนี้อุปกรณ์ตรวจจับออกซิเจนปลายนิ้วปัจจุบันสามารถเชื่อมต่อกับโรงพยาบาลได้ แพทย์ฟื้นฟูหัวใจสามารถทราบอัตราการเต้นของหัวใจและออกซิเจนของผู้ป่วยขณะเดินออกกำลังกายเบา ๆ ได้ หากพบความผิดปกติ ทำให้สามารถวางแผนการรักษาได้ ขณะเดียวกันหากพบภาวะขาดออกซิเจนขณะนอนหลับ แพทย์สามารถนัดมาตรวจค้นหาสาเหตุความผิดปกติการนอนโดยเฉพาะในรายที่น้ำหนักตัวมากเกินไป
    4. โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ เทคโนโลยีการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติขนาดเล็กล่าสุด ผู้ป่วยสามารถมองเห็นคลื่นไฟฟ้าหัวใจตนเองผ่านทางมือถือและสามารถส่งสัญญาณของคลื่นไฟฟ้าหัวใจของผู้ป่วยให้กับแพทย์ได้แบบทันที (Real Time) ทำให้แพทย์สามารถประเมินจังหวะการเต้นหัวใจได้อย่างทันท่วงทีและต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง แม้แต่ขณะที่ผู้ป่วยนอนหลับหรือออกกำลังกายก็สามารถตรวจภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ แพทย์สามารถนัดผู้ป่วยเข้ามาตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติมได้ โดยเฉพาะในรายที่หัวใจเต้นผิดจังหวะแบบเต้นพลิ้ว (Atrial Fibrillation) เพื่อป้องกันภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่สมองตามมา นอกจากนี้ในผู้ป่วยที่ได้รับยาละลายลิ่มเลือด ชนิดต้องเจาะเลือดเพื่อปรับยา การเจาะเลือดที่บ้านจะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ป่วย ลดโอกาสการมาตรวจที่โรงพยาบาลได้ดูแลหัวใจช่วงคลายล็อกดาวน์ COVID-19
    5. โรคเบาหวาน ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องเจ็บตัวเจาะเลือดที่ปลายนิ้วแบบเดิม ปัจจุบันสามารถตรวจง่าย ๆ ด้วยแผ่นแปะตรงผิวหนังที่แขนและส่งผลระดับน้ำตาลในเลือดให้แพทย์ทาง Telehealth แพทย์สามารถปรับยาโรคเบาหวาน ซักประวัติอาหารที่ทาน และให้คำแนะนำควบคุมอาหาร ตลอดจนสามารถให้คำแนะนำเรื่องการออกกำลังกายที่ถูกต้อง หากผู้ป่วยมีนาฬิกาที่ตรวจจับชีพจรได้ แพทย์สามารถแนะนำเลือกโซนอัตราการเต้นของหัวใจที่ช่วยเผาผลาญไขมันได้ดีที่สุด
    6. โรคลิ้นหัวใจผิดปกติและหลอดเลือดหัวใจตีบ การระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 เป็นวงกว้าง เคสผู้ป่วยหัวใจที่ไม่เร่งด่วนจะถูกเลื่อนการผ่าตัดและหัตถการการทำบอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจออกไปก่อน เพื่อป้องกันผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 ทั้งในช่วงก่อนมาผ่าตัดหรือหลังผ่าตัดกลับบ้านไปแล้ว ระบบการปรึกษาแพทย์ทางออนไลน์ แพทย์สามารถติดตามอาการผู้ป่วยเป็นระยะ ๆ หากมีอาการผิดปกติ อาทิ เหนื่อย แน่นหน้าอก สามารถพิจารณาผ่าตัดหรือทำหัตถการโดยเร่งด่วนได้ อนาคตอันใกล้หากเทคโนโลยีอัลตราซาวนด์หัวใจสมบูรณ์ขึ้น ผู้ป่วยสามารถตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจผ่านเครื่องมือชนิดพกพา (Handheld Echocardiography) โดยทีมเยี่ยมบ้าน ทำให้ผู้ป่วยสะดวกยิ่งขึ้น
    7. บริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่บ้าน ทำให้ผู้ป่วยสูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัวสะดวกขึ้น หรือแม้แต่บุคคลทั่วไปก็สามารถลดการไปฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลได้ ผู้ที่มีความเสี่ยงทุกคนควรได้วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เพื่อช่วยลดโอกาสการป่วยจากไข้หวัดใหญ่ ที่สำคัญคือจะได้ไม่ถูกเฝ้าระวังติดตาม เพราะไข้หวัดใหญ่มีอาการแสดงคล้ายกับการติดเชื้อ COVID-19
    8. เมื่อมีอาการไข้ ไอ เหนื่อย หายใจลำบาก ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีโรคประจำตัว บางครั้งอาการแยกไม่ออกว่าเป็นจากการติดเชื้อ COVID-19 หรือโรคหัวใจเดิมกำเริบ ผู้ป่วยสามารถปรึกษาเบื้องต้นผ่าน Telehealth กรณีเข้าข่ายผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้อ COVID-19 แพทย์สามารถนัดหมายมาตรวจคัดกรองและหาสาเหตุแต่เนิ่น ๆ จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนทางปอด หัวใจ และไตที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยในกรณีฉุกเฉินผู้ป่วยสามารถเรียกบริการรถพยาบาลที่เตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉินครบครันไปรับผู้ป่วยที่บ้านได้


    เทคโนโลยีของ Telehealth ถือเป็นบริการทางการแพทย์รูปแบบใหม่ที่มีช่องทางเข้าพบหมอได้ง่าย ประหยัดเวลา และค่าใช้จ่าย ที่สำคัญนอกจากทำให้ผู้ป่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ COVID-19 แล้ว ยังทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอบอุ่นสบายใจที่ได้ใกล้หมอกว่าการไปตรวจที่โรงพยาบาลปกติ ช่วยลดภาวะความเครียดความกังวลใจของผู้ป่วยในช่วงที่ต้องกักตัวอยู่ในบ้านได้ด้วย


    แม้การระบาดระลอกแรกกำลังจะผ่านไป แต่ตราบใดที่ยังไม่มียาต้านไวรัสที่ทรงอานุภาพหรือวัคซีนป้องกันที่มีประสิทธิภาพ หากทุกคนออกมาใช้ชีวิตปกติหรือการ์ดเริ่มตกก็อาจเสี่ยงต่อการระบาดระลอกที่สองหรือสามตามมา ซึ่งถึงตอนนั้นหากเชื้อไวรัสมีการกลายพันธุ์จะมีผู้คนที่ล้มเจ็บป่วยและเสียชีวิตจำนวนมาก เทคโนโลยี Telehealth ถือเป็นทางเลือกที่ช่วยให้การดูแลรักษาโรคสามารถทำได้ที่บ้านลดการมาตรวจที่โรงพยาบาล

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    นพ. อนุสิทธิ์ ทัฬหสิริเวทย์

    อายุรศาสตร์

    อายุรศาสตร์โรคหัวใจ

    นพ. อนุสิทธิ์ ทัฬหสิริเวทย์

    อายุรศาสตร์

    อายุรศาสตร์โรคหัวใจ
    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    คลินิกอายุรกรรมโรคหัวใจ

    ชั้น 1 โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

    เปิดบริการทุกวัน
    เวลา 07:00 - 16:00 น.

    0 2310 3370

    0 2755 1371

    [email protected]

    @hearthospital

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus EKGชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus EKG
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus EKG

    7,500 บาท

    8,120 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Stress Echoชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Stress Echo
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Stress Echo

    12,500 บาท

    13,520 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus ESTชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus EST
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus EST

    11,900 บาท

    12,790 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    MitraClip ซ่อมลิ้นหัวใจไมตรัลรั่วแบบไม่ผ่าตัด ลดเสี่ยง ฟื้นตัวเร็ว Image
    MitraClip ซ่อมลิ้นหัวใจไมตรัลรั่วแบบไม่ผ่าตัด ลดเสี่ยง ฟื้นตัวเร็ว
    มะเร็งหัวใจ โรคยากแต่มีโอกาสเป็นได้ Image
    มะเร็งหัวใจ โรคยากแต่มีโอกาสเป็นได้
    โรคหัวใจกับเรื่องที่คุณไม่เคยรู้ Image
    โรคหัวใจกับเรื่องที่คุณไม่เคยรู้
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ