โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจกับการฉีดวัคซีน COVID-19

    5 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    Package Image
    นพ. ชาติทนง ยอดวุฒิ

    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

    อัปเดตเมื่อ: 31 ธ.ค. 2568
    Dr. Chattanong Yodwut
    นพ. ชาติทนง ยอดวุฒิ
    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจโดยการวิ่งสายพาน Superior Heart Screening EST
    ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจกับการฉีดวัคซีน COVID-19
    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
    อัปเดตเมื่อ: 31 ธ.ค. 2568

    หลายคนกังวลกับการฉีดวัคซีน COVID-19 ในเรื่องของผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นในระยะสั้นและระยะยาว โดยเฉพาะผู้ป่วยในกลุ่มโรคเรื้อรังอย่างโรคหลอดเลือดหัวใจจะเกิดความกังวลมากเป็นพิเศษ ดังนั้นการเข้าใจให้ถูกต้องและเตรียมตัวให้เหมาะสมก่อนฉีดวัคซีน COVID-19 จึงเป็นเรื่องสำคัญ

     

    กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดที่เสี่ยงรุนแรงหากติดเชื้อโควิด-19

    สำหรับคนที่มีโรคประจำตัวและโรคเรื้อรัง หากติดเชื้อโควิด-19 มีโอกาสสูงมากที่จะพัฒนาไปเป็นโรคที่รุนแรงและมีโอกาสเสียชีวิตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ป่วยที่มีโรคหัวใจและหลอดเลือดอยู่ก่อนแล้ว ยกตัวอย่างเช่น

    1. ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดที่มีอาการเฉียบพลันและเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา
    2. ผู้ป่วยโรคความดันหลอดเลือดแดงปอดสูง
    3. ผู้ป่วยโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในผู้ใหญ่ที่มีอาการหัวใจล้มเหลว
    4. ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบชนิดเรื้อรังที่ยังมีอาการเจ็บหน้าอกอยู่
    5. ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวในระยะรุนแรงหรือผู้ป่วยที่รับการปลูกถ่ายหัวใจ
    6. ผู้ป่วยโรคอ้วนรุนแรง โดยเฉพาะถ้ามีค่าดัชนีมวลกายมากกว่า 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร
    7. ผู้ป่วยที่มีโรคร่วมหรือปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดที่คุมไม่ได้ตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง เป็นต้น
    8. ผู้ป่วยที่มีโรคร่วมกับโรคเบาหวานชนิดที่ต้องพึ่งอินซูลินที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี

    ข้อดีของวัคซีนโควิด-19 กับผู้ป่วยกลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด

    โรคหัวใจและหลอดเลือดตามที่กล่าวไปทั้งหมด ควรได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทันที ถ้าควบคุมอาการของโรคได้หมดและอาการสงบแล้ว เพื่อให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโควิด-19 เพราะหากป้องกันตัวเองไม่ได้และได้รับเชื้อโควิด-19 ร่างกายจะสามารถต่อสู้กับเชื้อโควิด-19 ได้ โดยจะมีผลดังต่อไปนี้

    • ถ้าภูมิคุ้มกันสูงมากพอจะสามารถฆ่าเชื้อได้
    • ยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อในร่างกาย ทำให้เชื้อไวรัสไม่สามารถแบ่งตัว ไวรัสไม่สามารถเพิ่มจำนวนในร่างกายได้
    • เชื้อไวรัสไม่สามารถเข้าไปในเซลล์ได้จึงไม่เกิดการติดเชื้อ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ถ้าตนเองมีโรคหัวใจหรือหลอดเลือดหัวใจอยู่ก่อนแล้ว มีโอกาสติดเชื้อชนิดรุนแรงจนต้องเข้า ICU และโอกาสเสียชีวิตเพิ่มขึ้นมากกว่ากลุ่มคนที่ไม่มีโรคหัวใจและหลอดเลือด
    • หากเชื้อไวรัสไม่สามารถแบ่งตัวในร่างกาย เชื้อจะไม่สามารถแพร่กระจายสู่คนอื่นได้ เป็นการป้องกันและลดโอกาสในการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น
    • หากทุกคนมีภูมิคุ้มกันอยู่ในร่างกาย เชื้อโควิด-19 จะไม่สามารถเจริญเติบโตและแพร่พันธุ์ได้อีกต่อไป จึงเป็นการตัดวงจรการระบาดและเป็นการตัดวงจรการกลายพันธุ์ของเชื้อไปด้วย


    เตรียมพร้อมผู้ป่วยกลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดก่อนฉีดวัคซีน COVID-19

    การเตรียมความพร้อมและการปฏิบัติตัวสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดก่อนฉีดวัคซีน COVID-19 ได้แก่

    1. ตรวจสอบอาการของโรคที่เป็นอยู่ว่ามีอาการหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจต้องพิจารณาว่ามีอาการที่เป็นอันตรายรุนแรงถึงชีวิตหรือไม่ เช่น ผู้ป่วยที่มีอาการโรคหลอดเลือดหัวใจตีบชนิดเฉียบพลันจะมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ็บแน่นหน้าอกขณะออกแรงหรือออกกำลังกายบริเวณกลางหน้าอกหรือร้าวไปแขนซ้าย ฯลฯ และโรคของหลอดเลือดหัวใจมีอาการภาวะหัวใจล้มเหลวชนิดเฉียบพลันร่วมด้วย ได้แก่ เหนื่อย นอนราบไม่ได้ หรือต้องนอนหมอนสูง หรือมีภาวะน้ำท่วมปอดร่วมด้วย

      หากมีอาการทั้งหมดตามที่กล่าวข้างต้น มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรักษาให้หายและดีขึ้น ผู้ป่วยถึงจะสามารถเข้ารับการฉีดวัคซีน COVID-19 ได้ ทั้งนี้ยังไม่มีข้อกำหนดชัดเจนว่าระยะเวลาควรจะเป็นเท่าไรหลังจากรักษาจนหายแล้วถึงจะได้รับการฉีดวัคซีนได้ จึงขึ้นอยู่กับดุลยพิจของแพทย์ผู้ทำการรักษาในผู้ป่วยเป็นราย ๆ ไป โดยอาจจะให้รับวัคซีนเมื่อผู้ป่วยมีอาการคงที่พร้อมออกจากโรงพยาบาลเพื่อกลับบ้าน หรือช่วงที่ผู้ป่วยกลับบ้านไปแล้วและติดตามการรักษาแบบผู้ป่วยนอกคือให้มาตามนัดหมายของแพทย์

    2. กรณีผู้ป่วยมีความดันโลหิตสูงชนิดรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าความดันโลหิตสูงตัวบนมากกว่า 160 มิลลิเมตรปรอท จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องควบคุมความดันโลหิตให้ดีก่อนฉีดวัคซีน โดยจะต้องควบคุมความดันโลหิตตัวบนให้ต่ำกว่า 140 มิลลิเมตรปรอทในวันก่อนมารับวัคซีน

    3. กรณีที่รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิด Warfarin ถ้าระดับ INR คงที่มาตลอดและ INR ต่ำกว่า 4.0 ภายใน 1 สัปดาห์ หรือมีผลระดับ INR ก่อนหน้านี้อยูในระดับต่ำกว่า 3.0 มาโดยตลอด (ไม่จําเป็นต้องหยุดหรือปรับขนาดยาและไม่จําเป็นตองตรวจ INR ก่อนรับวัคซีน) สามารถรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้โดยใช้เข็มฉีดยาขนาดเล็ก 25G หรือ 27G ฉีดที่กล้ามเนื้อต้นแขน แล้วกดตําแหน่งที่ฉีดไว้นานประมาณ 5 นาที จากนั้นอาจประคบเย็นต่อด้วยน้ำแข็งหรือเจลเย็น

    4. สำหรับผู้ป่วยที่รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือดกลุ่มใหม่ (NOACs) และยาต้านเกล็ดเลือด เช่น Aspirin, Clopidogrel, Ticaglelor หรือ Prasugrel สามารถฉีดวัคซีนได้โดยไม่ต้องงดยาก่อนฉีด ควรใช้เข็มขนาดเล็ก 25G หรือเล็กกว่า และไม่ควรคลึงกล้ามเนื้อหลังฉีดวัคซีน ควรกดตำแหน่งที่ฉีดวัคซีนนานอย่างน้อย 5 นาทีและแน่ใจว่าไม่มีเลือดออกผิดปกติ

      บุคคลผู้ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั้งก่อนและหลังการฉีด สามารถทํากิจวัตรประจําวันได้ตามปกติ (เช่น การบริโภคอาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งชา กาแฟ ยาต่าง ๆ ตลอดจนทําหน้าที่การงานที่เคยทําปกติได้) และไม่ควรออกกําลังกายหนักกว่าที่เคยทําปกติ หรือพักผ่อนน้อยกว่าปกติในช่วง 1 – 2 วันก่อนและหลังการได้รับวัคซีน

      ในกรณีที่จําเป็นต้องได้รับวัคซีนอื่น (เช่น วัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า วัคซีนบาดทะยัก) ให้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้โดยไม่จําเป็นต้องเว้นระยะเวลา แต่ให้ฉีดในตําแหน่งที่ต่างกัน ส่วนในกรณีที่ต้องสังเกตอาการ และอาการไม่พึงประสงค์จากการได้รับวัคซีนแต่ละชนิด อาจเว้นระยะเวลาห่างกันประมาณ 1 สัปดาห์

    ผู้ที่มีความเสี่ยงหลอดเลือดหัวใจกับวัคซีน COVID-19

    สำหรับคนที่มีความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ เช่น ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ภาวะเหล่านี้หากสามารถควบคุมได้แล้วและมีความคงที่ ไม่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพก่อนทำการฉีดวัคซีน COVID-19 แต่ถ้ายังควบคุมได้ไม่ดีหรือยังควบคุมไม่ได้ควรต้องปรึกษาแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยโดยละเอียดก่อนฉีดวัคซีน หากไม่แน่ใจหรือมีอาการผิดปกติอื่นใดที่คิดว่าอาจจะสัมพันธ์กับโรคที่เป็นอยู่ ควรต้องปรึกษาแพทย์ก่อนทำการฉีดวัคซีน


    ผู้ป่วยที่ต้องรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจกับวัคซีน COVID-19

    สำหรับคนที่จำเป็นจะต้องได้รับการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจ เช่น ผู้ป่วยที่กำลังจะเข้ารับการทำบอลลูนหรือใส่ขดลวด หรือผู้ป่วยที่กำลังจะได้รับการรักษาด้วยการทำผ่าตัด Bypass เส้นเลือดหัวใจที่ยังแสดงอาการของโรคหลอดเลือดหัวใจอยู่ ควรจะต้องได้รับการรักษาให้เสร็จเรียบร้อยก่อนที่จะได้รับการฉีดวัคซีน COVID-19

    แต่หากเป็นการนัดหมายเพื่อทำบอลลูนหลอดเลือดหัวใจหรือผ่าตัดบายพาสเส้นเลือดหัวใจในกรณีที่โรคค่อนข้างสงบหรือไม่ได้แสดงอาการมากนักควรต้องปรึกษาแพทย์เฉพาะทางโรคหัวใจเพื่อประเมินโดยละเอียดว่าโอกาสที่จะติดเชื้อ หรืออยู่ในชุมชน หรือกลุ่มคนที่มีการระบาดค่อนข้างสูงหรือไม่ หากประเมินแล้วผลดีของการฉีดวัคซีนมีมากกว่าควรต้องฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ก่อน ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์และสถานการณ์ของการติดเชื้อในขณะนั้นด้วย


    วัคซีน COVID-19 กับการเกิดลิ่มเลือด

    สำหรับอาการไม่พึงประสงค์ที่หลายคนเป็นกังวล แต่มีอุบัติการณ์เกิดขึ้นค่อนข้างน้อยมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ที่สูงอายุมากขึ้น คือ การเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือด โดยอาจพบเพียงแค่ 1 ในล้านโดสเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือด ยาต้านการแข็งตัวของเลือด และยาต้านเกล็ดเลือด ยิ่งพบอุบัติการณ์ในการเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดจากการฉีดวัคซีนน้อยลงไปอีก


    ฉีดวัคซีน COVID-19 กับสถานพยาบาลที่มีความพร้อม

    ผู้ป่วยกลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดควรได้รับการฉีดวัคซีน COVID-19 ในสถานพยาบาลที่มีความพร้อมในการสังเกตอาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 30 นาทีหลังได้รับวัคซีน เพื่อให้สามารถดูแลได้ทันท่วงทีหากมีภาวะแทรกซ้อนหรือภาวะไม่พึงประสงค์ ซึ่งภาวะไม่พึงประสงค์ในระยะแรกหลังฉีดวัคซีนไปแล้ว 30 นาที ส่วนใหญ่จะเป็นอาการที่เกิดขึ้นเฉพาะที่ และอาการไม่รุนแรง เช่น เจ็บปวดบริเวณที่ฉีด อาการอื่น ๆ เช่น ปวดศีรษะ เหนื่อยหอบ ปวดกล้ามเนื้อ มีไข้ หนาวสั่น ปวดบริเวณข้อ หรือคลื่นไส้ ซึ่งระหว่างที่สังเกตอาการ หากพบความผิดปกติเหล่านี้ให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อประเมินอาการทันที โดยข้อมูลที่มีการศึกษามาแล้วพบว่า อาการเหล่านี้จะพบน้อยลงเรื่อย ๆ เมื่อฉีดวัคซีนในผู้ป่วยที่มีอายุมากขึ้น และจะพบมากขึ้นในผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนอายุน้อย


     

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    นพ. ชาติทนง ยอดวุฒิ

    อายุรศาสตร์

    อายุรศาสตร์โรคหัวใจ

    นพ. ชาติทนง ยอดวุฒิ

    อายุรศาสตร์

    อายุรศาสตร์โรคหัวใจ
    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    คลินิกอายุรกรรมโรคหัวใจ

    ชั้น 1 โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

    เปิดบริการ
    วันจันทร์ - วันเสาร์ 07:00 - 20:00 น.
    วันอาทิตย์ 07:00 - 16:00 น.

    0 2310 3370

    0 2755 1371

    [email protected]

    @hearthospital

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจโดยการวิ่งสายพาน Superior Heart Screening ESTชุดตรวจสุขภาพหัวใจโดยการวิ่งสายพาน Superior Heart Screening EST
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจโดยการวิ่งสายพาน Superior Heart Screening EST

    9,900 บาท

    15,775 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง Superior Heart Screening Echoชุดตรวจสุขภาพหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง Superior Heart Screening Echo
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง Superior Heart Screening Echo

    9,900 บาท

    16,045 บาท

    รายละเอียด
    แพ็กเกจตรวจคราบหินปูนหลอดเลือดหัวใจ (CT Coronary Calcium Score)แพ็กเกจตรวจคราบหินปูนหลอดเลือดหัวใจ (CT Coronary Calcium Score)
    แพ็กเกจตรวจคราบหินปูนหลอดเลือดหัวใจ (CT Coronary Calcium Score)

    5,200 บาท

    7,400 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    MitraClip ซ่อมลิ้นหัวใจไมตรัลรั่วแบบไม่ผ่าตัด ลดเสี่ยง ฟื้นตัวเร็ว Image
    MitraClip ซ่อมลิ้นหัวใจไมตรัลรั่วแบบไม่ผ่าตัด ลดเสี่ยง ฟื้นตัวเร็ว
    มะเร็งหัวใจ โรคยากแต่มีโอกาสเป็นได้ Image
    มะเร็งหัวใจ โรคยากแต่มีโอกาสเป็นได้
    โรคหัวใจกับเรื่องที่คุณไม่เคยรู้ Image
    โรคหัวใจกับเรื่องที่คุณไม่เคยรู้
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ