โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    โรคหัวใจ เกิดจากอะไร รู้ทันปัจจัยเสี่ยง อาการ และวิธีรักษา

    7 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    นพ. ชาติทนง ยอดวุฒิ
    นพ. ชาติทนง ยอดวุฒิ

    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

    อัปเดตเมื่อ: 14 ก.ย. 2569
    Dr. Chattanong Yodwut
    นพ. ชาติทนง ยอดวุฒิ
    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
    แพ็กเกจแนะนำ
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus EKG
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus EKG
    โรคหัวใจ เกิดจากอะไร รู้ทันปัจจัยเสี่ยง อาการ และวิธีรักษา
    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
    อัปเดตเมื่อ: 14 ก.ย. 2569

    โรคหัวใจ ถือเป็นภัยเงียบที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นอันดับต้น ๆ โดยสถิติพบว่าอัตราการเสียชีวิตมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกช่วงวัย การตรวจพบสัญญาณโรคหัวใจตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ในขณะที่ความผิดปกติยังไม่รุนแรงนั้นสำคัญมาก เพราะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาให้กลับมามีหัวใจที่แข็งแรงได้อีกครั้ง การเข้าใจถึงความเสี่ยงและอาการโรคหัวใจ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรทำความเข้าใจเพื่อดูแลสุขภาพเชิงรุก

     

    โรคหัวใจ (Heart Disease) คืออะไร

    โรคหัวใจ คือ ภาวะความผิดปกติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับส่วนประกอบของหัวใจ ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อหัวใจ หลอดเลือดหัวใจ ลิ้นหัวใจ ระบบไฟฟ้าหัวใจ หรือเยื่อหุ้มหัวใจ ซึ่งส่งผลให้การทำงานของหัวใจบกพร่อง นำไปสู่สภาวะที่เป็นอันตรายต่อชีวิตหากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที

    โรคหัวใจเกิดจากอะไร เจาะลึกสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงที่เลี่ยงได้

    โรคหัวใจเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งปัจจัยที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้และปัจจัยที่สามารถป้องกันหรือควบคุมได้ โดยสามารถแบ่งปัจจัยเสี่ยงที่กระตุ้นให้เป็นโรคหัวใจได้ ดังนี้

    • พฤติกรรมการใช้ชีวิต: การสูบบุหรี่จัด การดื่มแอลกอฮอล์เกินพอดี และการขาดการออกกำลังกาย ล้วนส่งผลโดยตรงต่อความแข็งแรงของหลอดเลือดและกล้ามเนื้อหัวใจ
    • ภาวะน้ำหนักเกิน เป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดโรคเรื้อรังที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจ
    • สภาวะโรคเรื้อรัง: ผู้ป่วยโรคหัวใจ จำนวนมากมักมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำลายผนังหลอดเลือดและกระตุ้นการอักเสบ
    • ภาวะโภชนาการ: การรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง โซเดียมสูง หรือน้ำตาลสูงอย่างต่อเนื่อง เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะอ้วนลงพุงที่นำไปสู่โรคหัวใจ
    • ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้: พันธุกรรมที่มีสมาชิกในครอบครัวมีประวัติอาการโรคหัวใจ ตั้งแต่อายุน้อย รวมถึงอายุที่เพิ่มขึ้นซึ่งทำให้หัวใจเสื่อมสภาพตามธรรมชาติ

    9 อาการโรคหัวใจ และสัญญาณเตือนโรคหัวใจกำเริบเฉียบพลัน

    สัญญาณโรคหัวใจ

    หลายคนอาจไม่เคยทราบว่า อาการโรคหัวใจเป็นอย่างไร จนกระทั่งอาการลุกลาม ซึ่งความจริงแล้วร่างกายมักจะส่งสัญญาณเตือนออกมาล่วงหน้า การหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย จะช่วยให้พบสัญญาณโรคหัวใจได้เร็วขึ้น โดย 9 อาการเบื้องต้นที่ควรระวัง และควรมาเช็กโรคหัวใจอย่างละเอียดกับแพทย์ มีดังนี้

    1. เจ็บแน่นหน้าอก: รู้สึกเหมือนมีของหนักมาทับ หรือรัดบริเวณกลางหน้าอกอย่างรุนแรง อาจมีอาการเจ็บร้าวไปถึงกราม ไหล่ และแขนซ้าย ซึ่งเป็นสัญญาณเด่นของหลอดเลือดหัวใจตีบ
    2. เหนื่อยง่ายผิดปกติ: รู้สึกหอบเหนื่อยง่ายเมื่อออกแรงเพียงเล็กน้อย เช่น เดินขึ้นบันไดเพียงไม่กี่ขั้น หรือในรายที่อาการรุนแรงอาจมีอาการเหนื่อยหอบแม้ขณะนั่งพัก
    3. ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ: รู้สึกหัวใจเต้นเร็วรัว เต้นสะดุด หรือเต้นไม่เป็นจังหวะสม่ำเสมอแม้ไม่ได้ออกกำลังกาย ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะวูบหรือหมดสติได้
    4. หายใจไม่อิ่มหรือหายใจลำบาก: รู้สึกหายใจไม่เต็มปอด ต้องพยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ หรือมีอาการไอเรื้อรังโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
    5. หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ: มีอาการคล้ายจะเป็นลมบ่อยครั้ง หรือวูบกะทันหันเนื่องจากหัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองได้เพียงพอ
    6. ภาวะบวมตามร่างกาย: สังเกตอาการบวมน้ำบริเวณข้อเท้า หน้าแข้ง หรือหน้าท้อง เนื่องจากหัวใจทำงานลดลงจนเกิดการคั่งของน้ำและเกลือในร่างกาย
    7. นอนราบไม่ได้: เมื่อนอนราบจะรู้สึกอึดอัด หายใจลำบาก จนต้องลุกขึ้นมานั่งหอบกลางดัด หรือต้องใช้หมอนหนุนสูงหลายใบเพื่อให้หายใจได้สะดวกขึ้น
    8. เหงื่อแตกตัวเย็น: มีเหงื่อออกมากผิดปกติร่วมกับอาการแน่นหน้าอก แม้อยู่ในสภาพอากาศเย็นหรือไม่ได้ออกแรง ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนของ โรคหัวใจกำเริบ อาการ เฉียบพลัน
    9. ปวดจุกบริเวณลิ้นปี่: หลายคนมักสับสนกับโรคกระเพาะ แต่หากอาการปวดจุกท้องมาพร้อมกับอาการคลื่นไส้หรือเหงื่อออก อาจเป็นสัญญาณเตือนของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดส่วนล่าง

    เจาะลึก 7 ประเภทของโรคหัวใจและอาการที่แตกต่างกัน

    ประเภทของโรคหัวใจและอาการ

    ความอันตรายและอาการโรคหัวใจในแต่ละประเภท จะมีความรุนแรงแตกต่างกันไปตามพยาธิสภาพ การเข้าใจว่า โรคหัวใจเป็นยังไงในแต่ละชนิด จะช่วยให้สามารถแยกแยะอาการเบื้องต้นได้ ดังนี้

    1. โรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Artery Disease)

    เกิดจากการสะสมของไขมันและพลาคที่ผนังหลอดเลือดแดง ทำให้หลอดเลือดตีบแคบ ขัดขวางการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ ส่งผลให้เกิดอาการโรคหัวใจอย่างการเจ็บแน่นหน้าอก หากหลอดเลือดอุดตันกะทันหันจะนำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันได้

    2. โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia)

    เป็นภาวะที่ระบบไฟฟ้าหัวใจทำงานผิดปกติ ทำให้หัวใจเต้นเร็วเกินไป ช้าเกินไป หรือไม่สม่ำเสมอ ในกรณีนี้ ผู้ป่วยมักรู้สึกใจสั่น ใจเต้นสะดุด หรือในรายที่เต้นช้ามากอาจมีอาการวูบและหมดสติเนื่องจากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่ทัน

    3. โรคลิ้นหัวใจ (Valvular Heart Disease)

    เกิดจากความผิดปกติของลิ้นหัวใจที่อาจตีบหรือรั่ว ทำให้เลือดไหลเวียนไม่เป็นทิศทางเดียวตามปกติ สัญญาณโรคหัวใจ ที่ชัดเจนคืออาการหอบเหนื่อย นอนราบไม่ได้เนื่องจากน้ำท่วมปอด และมีอาการบวมที่ขาทั้งสองข้าง บางรายที่มีลิ้นหัวใจตีบรุนแรงจะมีอาการวูบหมดสติบ่อยๆ และอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้

    4. ภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart Failure)

    คือสภาวะที่หัวใจมีความผิดปกติจนไม่สามารถบีบตัวส่งเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้เพียงพอ อาการคนเป็นโรคหัวใจ กลุ่มนี้มักจะรู้สึกเหนื่อยง่ายผิดปกติ หายใจไม่สะดวกเวลานอนราบ  และมีอาการบวม โดยเฉพาะที่ขาสองข้าง และตามลำตัว อาการสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง

    5. โรคกล้ามเนื้อหัวใจ (Cardiomyopathy)

    เป็นความผิดปกติที่ตัวกล้ามเนื้อหัวใจโดยตรง ซึ่งมีหลายสาเหตุทำให้มีการหนาตัวหรือขยายตัวผิดปกติส่งผลต่อการคลายตัวและบีบตัว ในระยะแรกอาจไม่มีอาการชัดเจน แต่เมื่อโรคเป็นรุนรงขึ้น จะมีอาการของภาวะหัวใจล้มเหลวได้

    6. โรคของเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ (Pericardial Disease)

    เกิดจากการอักเสบของเนื้อเยื่อที่ห่อหุ้มอยู่รอบนอกของหัวใจ ในกลุ่มนี้มักมีอาการเจ็บแปลบที่หน้าอกเหมือนมีเข็มทิ่ม และอาการจะรุนแรงขึ้นเมื่อหายใจเข้าลึก ๆ หรือนอนหงาย โดยมักจะทุเลาลงเมื่อโน้มตัวไปข้างหน้า อย่างไรก็ตามโรคนี้มักมีน้ำในช่องเยื่อหุ้มหัวใจเกิดร่วมกัน ถ้าน้ำมีประมาณมาก หรือ เกิดขึ้นในเวลาอันสั้น จะทำให้เกิดการบีบรัดหัวใจได้

    7. โรคเยื่อบุหัวใจอักเสบ (Endocarditis)

    ส่วนมากเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสที่ลิ้นหัวใจหรือเนื้อเยื่อบุผิวหัวใจ  บางส่วนไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ เช่นเกิดจากโรคแพ้ภูมิตัวเอง เป็นต้น  อาการจะมีไข้เรื้อรัง ร่วมกับมีอาการทางโรคลิ้นหัวใจ หรือ ตรวจพบเสียงลิ้นหัวใจผิดปรกติ

    สังเกตอย่างไรเมื่อโรคหัวใจกําเริบ อาการวิกฤตที่ต้องส่งโรงพยาบาล

    เมื่อโรคหัวใจกําเริบในระดับอาการวิกฤต มักเกิดขึ้นเฉียบพลันและมีอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดรุนแรง ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกอย่างรุนแรงนานเกิน 20 นาที ร่วมกับเหงื่อออกตัวเย็น คลื่นไส้อาเจียน และหมดแรงกะทันหัน หากพบอาการดังกล่าว ต้องรีบส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุดภายใน 120 นาทีเพื่อเปิดเส้นเลือด

    วิธีการตรวจวินิจฉัยโรคหัวใจด้วยเทคโนโลยีทันสมัย

    เมื่อมีอาการดังกล่าวที่เข้าข่ายจะเป็นโรคหัวใจ แพทย์จะเลือกใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อยืนยันผลการวินิจฉัยและระบุความรุนแรงของโรคได้อย่างถูกต้อง ดังนี้

    1. การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG/ECG): เป็นการตรวจเบื้องต้นที่รวดเร็วเพื่อดูจังหวะการเต้นของหัวใจและภาวะกล้ามเนื้อขาดเลือด
    2. การอัลตราซาวนด์หัวใจ (Echocardiogram): เพื่อดูโครงสร้าง ขนาด และการทำงานของลิ้นหัวใจและกล้ามเนื้อหัวใจอย่างละเอียด
    3. การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย (Exercise Stress Test): เพื่อประเมินภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบขณะที่หัวใจต้องการออกซิเจนสูง
    4. การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูงร่วมกับการออกกำลังกาย หรือการใช้ยา (Exercise stress echocardiogram/Dobutamine stress echocardiogram) เพื่อประเมินโครงสร้างและการทำงานของหัวใจร่วมกับหาภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
    5. การตรวจหัวใจด้วยคอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (CT Scan/MRI Heart): เพื่อตรวจหาหินปูนในหลอดเลือดและประเมินพยาธิสภาพของเนื้อเยื่อหัวใจเชิงลึก

    แนวทางการรักษาโรคหัวใจในการแพทย์ปัจจุบัน

    การรักษาโรคหัวใจ

    การรักษาโรคหัวใจจะขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของโรค โดยแพทย์เฉพาะทางจะวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย ดังนี้

    • การรักษาด้วยยา: ใช้ยาเพื่อคุมระดับความดัน ลดไขมัน ปรับจังหวะการเต้นของหัวใจ หรือละลายลิ่มเลือดตามความเหมาะสม
    • การทำหัตถการผ่านสายสวน: เช่น การขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูนและใส่ขดลวด (Stent) หรือการซ่อมลิ้นหัวใจผ่านสายสวนที่ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่
    • การผ่าตัดทางศัลยกรรม: ในเคสที่มีความซับซ้อน เช่น การผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจ (CABG) หรือการผ่าตัดซ่อมลิ้นหัวใจ
    • การใช้เครื่องมือพิเศษ: เช่น การฝังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ (Pacemaker) สำหรับผู้ที่มีหัวใจเต้นช้าผิดปกติ

    แนวทางดูแลสุขภาพและวิธีฟื้นฟูหัวใจให้กลับมาแข็งแรง

    การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นการดูแลสุขภาพเชิงรุกที่ช่วยลดโอกาสการเป็นโรคหัวใจ และช่วยฟื้นฟูร่างกายได้ดีที่สุด โดยแนวทางที่ควรปฏิบัติ มีดังนี้

    • ปรับอาหาร: เลือกรับประทานอาหารที่ช่วยเพิ่มไขมันดี ลดเค็มและไขมันทรานส์
    • ออกกำลังกาย: การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจ แต่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาความหนักที่เหมาะสม
    • ควบคุมน้ำหนัก: การรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วยลดภาระการทำงานของหัวใจได้อย่างมีนัยสำคัญ และช่วยลดการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งมาสู่โรคหัวใจได้
    • งดปัจจัยทำลายหัวใจ: งดการสูบบุหรี่และจำกัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อป้องกันความเสียหายต่อผนังหลอดเลือดในระยะยาว

    มั่นใจในการดูแลที่ คลินิกอายุรกรรมโรคหัวใจ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

    ที่คลินิกอายุรกรรมโรคหัวใจ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ เราคือโรงพยาบาลเอกชนเฉพาะทางด้านหัวใจแห่งแรกในประเทศที่มีความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจอย่างครบวงจร ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมาตรฐานสากล ทีมแพทย์ผู้ชำนาญการของเราพร้อมให้บริการตรวจเช็กโรคหัวใจ และวินิจฉัยอาการอย่างละเอียดเพื่อความปลอดภัย มั่นใจได้ว่าทุกการเต้นของหัวใจคุณจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดกับเรา

    • ค้นหาแพทย์: https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok/doctor 
    • ทำนัด: https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok/appointment/step1 
    • ติดต่อเรา: https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok/contact 

    แพทย์ที่ชำนาญการโรคหัวใจ

    นพ.ชาติทนง ยอดวุฒิ

    พญ.พันธิตรา พิพัฒน์สวัสดิ์วุฒิ

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    คลินิกอายุรกรรมโรคหัวใจ

    ชั้น 1 โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

    เปิดบริการทุกวัน

    เวลา 07:00 – 16:00 น.

    0 2310 3370

    0 2755 1371

    [email protected]

    @hearthospital


    คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคหัวใจ

    อาการเจ็บหน้าอกแบบไหนที่บ่งบอกว่าเป็นสัญญาณโรคหัวใจ

    มักมีอาการเจ็บแน่นกลางหน้าอกเหมือนมีของหนักทับ หรือรู้สึกคั้นบริเวณหัวใจ อาจมีอาการเจ็บร้าวไปที่กราม ไหล่ หรือแขนซ้าย โดยเฉพาะเมื่อออกแรงทำกิจกรรม และอาการจะทุเลาลงเมื่อได้นั่งพัก

    ภาวะหัวใจล้มเหลวกับหัวใจวายเฉียบพลันต่างกันอย่างไร

    หัวใจวายเฉียบพลันเกิดจากหลอดเลือดอุดตันทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดกะทันหัน ส่วนภาวะหัวใจล้มเหลวคือสภาวะที่กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรงจนไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้เพียงพอ ทำให้มีอาการบวมและเหนื่อยง่าย

    หากคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ เราจะมีโอกาสเป็นด้วยหรือไม่

    พันธุกรรมเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ควบคุมไม่ได้ หากมีญาติสายตรงมีประวัติเป็นโรคหัวใจตั้งแต่อายุน้อย จะมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป จึงควรเข้ารับการตรวจเช็กโรคหัวใจอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่อายุยังน้อย

    ผู้ป่วยโรคหัวใจสามารถออกกำลังกายได้ปกติหรือไม่

    ออกกำลังกายได้และส่งผลดีต่อหัวใจ แต่ต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ โดยเน้นการออกกำลังกายแบบแอโรบิกเบา ๆ เช่น การเดินเร็ว หรือว่ายน้ำ และหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ใช้แรงเบ่งมากหรือมีความเข้มข้นสูงเกินไป

    ทำไมความเครียดถึงส่งผลให้เกิดโรคประสาทหัวใจ อาการคล้ายโรคจริง

    ความเครียดกระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติให้ทำงานผิดปกติ ส่งผลให้มีอาการใจสั่น หายใจไม่อิ่ม หรือเจ็บหน้าอกคล้ายโรคหัวใจทางกายภาพ แม้ตรวจโครงสร้างหัวใจแล้วจะไม่พบความผิดปกติ แต่หากปล่อยไว้ความเครียดเรื้อรังอาจนำไปสู่โรคหัวใจจริงได้ในอนาคต

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    นพ. ชาติทนง ยอดวุฒิ

    อายุรศาสตร์

    อายุรศาสตร์โรคหัวใจ

    นพ. ชาติทนง ยอดวุฒิ

    อายุรศาสตร์

    อายุรศาสตร์โรคหัวใจ
    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    คลินิกอายุรกรรมโรคหัวใจ

    ชั้น 2 อาคาร D โรงพยาบาลกรุงเทพ

    เปิดบริการทุกวัน
    เวลา 07:00 - 17:00 น.

    0 2310 3370

    0 2755 1371

    [email protected]

    @hearthospital

    ประหยัดเวลาค้นหาแพทย์ด้วยตัวเอง

    ให้ AI ช่วยประเมินอาการและแนะนำแพทย์ที่เหมาะสม

    AI เลือกแพทย์ให้

    เลือกปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus EKGชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus EKG
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus EKG

    7,500 บาท

    8,120 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Stress Echoชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Stress Echo
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Stress Echo

    12,500 บาท

    13,520 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus ESTชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus EST
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus EST

    11,900 บาท

    12,790 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    หัวใจขาดเลือด หัวใจวาย หัวใจล้มเหลวต่างกันอย่างไร รู้ทันรับมือให้ถูก Image
    หัวใจขาดเลือด หัวใจวาย หัวใจล้มเหลวต่างกันอย่างไร รู้ทันรับมือให้ถูก
    MitraClip ซ่อมลิ้นหัวใจไมตรัลรั่วแบบไม่ผ่าตัด ลดเสี่ยง ฟื้นตัวเร็ว Image
    MitraClip ซ่อมลิ้นหัวใจไมตรัลรั่วแบบไม่ผ่าตัด ลดเสี่ยง ฟื้นตัวเร็ว
    มะเร็งหัวใจ โรคยากแต่มีโอกาสเป็นได้ Image
    มะเร็งหัวใจ โรคยากแต่มีโอกาสเป็นได้
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ