โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน รีบรักษาทัน โอกาสรอดสูง

    3 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    Package Image
    นพ. ระพินทร์ กุกเรยา

    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

    อัปเดตเมื่อ: 11 ธ.ค. 2568
    Dr. Rapin Kukreja
    นพ. ระพินทร์ กุกเรยา
    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    แพ็กเกจตรวจโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง
    กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน รีบรักษาทัน โอกาสรอดสูง
    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
    อัปเดตเมื่อ: 11 ธ.ค. 2568

    “เจ็บหน้าอกแบบฉับพลัน” ระวังอาจเป็นสัญญาณเตือนว่า คุณกำลังเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน 

    หากคุณกำลังทำกิจกรรมประจำวันแล้วเกิดเจ็บหน้าอกนาน แน่น หายใจไม่ออก หรือรู้สึกเจ็บหน้าอกเวลาออกกำลังกายหรือออกแรงทำกิจกรรมหนัก ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน จนรู้สึกร้าวไปที่ไหล่ ใจสั่น บางรายอาจมีอาการคลื่นไส้ เหงื่อออก หัวใจเต้นแรงผิดปกติ หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์ในทันที เพราะถ้าถึงมือหมอไม่ทันเวลา อาจอันตรายถึงชีวิตได้


    ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน

    ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันเกิดจากการที่หลอดเลือดตีบตัน เพราะมีไขมันเกาะผนังหลอดเลือดสะสมเป็นเวลานาน (Plaque) จนผนังหลอดเลือดตีบแคบลง หากวันใดที่ Plaque ดังกล่าวเกิดการปริตัวหรือแตกเป็นแผลจะทำให้เลือดแข็งตัวกลายเป็นลิ่มเลือดอุดตันในเส้นเลือด จนเลือดไม่สามารถไหลไปเลี้ยงหัวใจ กลายเป็นภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และนำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจเสียหายหรือตายบางส่วน ที่สำคัญคือกล้ามเนื้อหัวใจตายเมื่อขาดเลือดรุนแรงมากกว่า 20 นาที ถ้าหากเป็นหลอดเลือดที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ส่วนต้นที่ส่งเลือดเลี้ยงในพื้นที่กล้ามเนื้อบริเวณกว้างก็มีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตกระทันหันอย่างรวดเร็วได้

    ปัจจุบันแม้ผู้ป่วยที่ประสบภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทั้งผู้ป่วยก็มีอายุน้อยลง แต่ข่าวดีก็คือ อัตราคนไข้ที่เสียชีวิตจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันลดลง โดยจากสถิติกลุ่มผู้ที่เกิดภาวะดังกล่าวพบว่า ประมาณร้อยละ 10 – 15 เสียชีวิตตั้งแต่ยังมาไม่ถึงโรงพยาบาล ขณะที่ร้อยละ 10 เสียชีวิตที่โรงพยาบาล กลุ่มที่ได้รับการรักษาเร็วก็จะมีโอกาสรอด ความเสียหายต่อกล้ามเนื้อหัวใจจะน้อย สามารถกลับไปมีชีวิตเป็นปกติได้ แต่ถ้ากล้ามเนื้อหัวใจเสียหายมาก แม้จะรอดชีวิต ในระยะยาวผู้ป่วยที่เคยประสบภาวะดังกล่าว ย่อมมีผลกระทบต่อการดำรงชีวิต อาจเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนกำลังจนบีบตัวไม่ไหว ทำงานหนักขึ้น ส่งผลให้ผู้ป่วยมีสุขภาพร่างกายเหมือนคนอ่อนแรง เหนื่อยง่าย กลายเป็นผู้ป่วยติดเก้าอี้ ติดเตียง


    รักษาภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน

    หากมีภาวะหลอดเลือดอุดตันเฉียบพลัน วิธีแก้ไขอันดับแรก คือ ต้องทำให้เลือดกลับมาไหลโดยเร็วที่สุด ในอดีตแพทย์จะนิยมให้ยาละลายลิ่มเลือด แต่ปัจจุบันมีการรักษาโดยใช้สายสวนเพื่อขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูน ซึ่งเป็นวิธีที่ประสบความสำเร็จกว่าการรับประทานยา

    แม้ผู้ป่วยอาจมาพบแพทย์ด้วยอาการแสดงที่หลากหลาย แต่กลุ่มผู้ที่มีอาการเจ็บหน้าอกร่วมกับอาการผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) ที่เรียกว่า ST Elevation MI (STEMI) เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยง เพราะในกระบวนการรักษา ปัจจัยสำคัญที่สุดคือ “ระยะเวลา” โดยกล้ามเนื้อหัวใจจะเริ่มตาย เมื่อขาดเลือดประมาณ 40 นาที ซึ่งในเวลานี้หากทำให้เลือดกลับมาไหลสู่หัวใจได้ ความเสียหายของหัวใจจะน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย ส่วนอีกช่วงเวลาสำคัญที่อาจกล่าวได้ว่าเป็น Golden Period ของการช่วยชีวิตผู้ป่วยที่ดีที่สุด คือประมาณ 4 ชั่วโมง ดังนั้นการวินิจฉัยของแพทย์ที่มีประสบการณ์และมีความชำนาญเฉพาะด้านจึงมีความสำคัญ เพราะจะทำให้วินิจฉัยการรักษาอย่างเหมาะสมและทันเวลา โอกาสช่วยชีวิตผู้ป่วยให้รอดได้มาก ปัจจุบันเริ่มมีการขยายระยะเวลาเปิดหลอดเลือดไปถึง 12 ชั่วโมง  แม้โอกาสดังกล่าวจะเหลือน้อยมาก แต่ก็ถือเป็นการเพิ่มโอกาสในการรักษาชีวิตผู้ป่วยให้ได้มากที่สุด 


    3 – 4 ชั่วโมง หลังหัวใจขาดเลือด เป็นช่วงเวลาที่เรียกว่า Best Window ในเวลาดังกล่าวแพทย์ต้องพยายามเปิดหลอดเลือดให้ได้ภายใน 90 นาที เพื่อทำให้กล้ามเนื้อได้รับความเสียหายน้อยที่สุด ถือว่ามีโอกาสได้คืนอย่างน้อยร้อยละ 60 – 70 แต่ถ้าเลยหลังจากเวลานั้นไปแล้วโอกาสน้อยมาก”


    คนที่รักษาสุขภาพร่างกายตลอดชีวิต ออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะทนภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้ดีกว่าคนที่ไม่ออกกำลังกายเลย เมื่อเป็นโรคความรุนแรงของโรคจะลดลง ระยะฟื้นตัวจะสั้นกว่า ทางที่ดีที่สุดคือป้องกันไม่ให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน  ซึ่งสิ่งที่แก้ได้และทำให้ดีขึ้นได้คือ ดูแลสุขภาพร่างกาย ปรับพฤติกรรมสุขภาพที่ช่วยลดปัจจัยเสี่ยง ออกกำลังกาย ไม่เครียด ไม่สูบบุหรี่ ดูแลโรคประจำตัวให้อยู่ในภาวะปกติ ควบคุมน้ำหนักให้ดีที่สุด และหมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำ

     

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    นพ. ระพินทร์ กุกเรยา

    อายุรศาสตร์

    อายุรศาสตร์โรคหัวใจ

    นพ. ระพินทร์ กุกเรยา

    อายุรศาสตร์

    อายุรศาสตร์โรคหัวใจ
    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    คลินิกอายุรกรรมโรคหัวใจ

    ชั้น 1 โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

    เปิดบริการ
    วันจันทร์ - วันเสาร์ 07:00 - 20:00 น.
    วันอาทิตย์ 07:00 - 16:00 น.

    0 2310 3370

    0 2755 1371

    [email protected]

    @hearthospital

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    แพ็กเกจตรวจโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองแพ็กเกจตรวจโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง
    แพ็กเกจตรวจโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง

    40,000 บาท

    รายละเอียด
    แพ็กเกจตรวจสุขภาพหัวใจ Supreme Preventive Heart Check-upแพ็กเกจตรวจสุขภาพหัวใจ Supreme Preventive Heart Check-up
    แพ็กเกจตรวจสุขภาพหัวใจ Supreme Preventive Heart Check-up

    34,000 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจโดยการวิ่งสายพาน Superior Heart Screening ESTชุดตรวจสุขภาพหัวใจโดยการวิ่งสายพาน Superior Heart Screening EST
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจโดยการวิ่งสายพาน Superior Heart Screening EST

    9,900 บาท

    15,775 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    MitraClip ซ่อมลิ้นหัวใจไมตรัลรั่วแบบไม่ผ่าตัด ลดเสี่ยง ฟื้นตัวเร็ว Image
    MitraClip ซ่อมลิ้นหัวใจไมตรัลรั่วแบบไม่ผ่าตัด ลดเสี่ยง ฟื้นตัวเร็ว
    มะเร็งหัวใจ โรคยากแต่มีโอกาสเป็นได้ Image
    มะเร็งหัวใจ โรคยากแต่มีโอกาสเป็นได้
    โรคหัวใจกับเรื่องที่คุณไม่เคยรู้ Image
    โรคหัวใจกับเรื่องที่คุณไม่เคยรู้
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ