โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ รู้ให้ลึกก่อนตัดสินใจรักษา

    5 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    Package Image
    นพ. วีระ ลุวีระ

    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

    อัปเดตเมื่อ: 08 ธ.ค. 2568
    Dr. Vira Luvira
    นพ. วีระ ลุวีระ
    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    แพ็กเกจตรวจสุขภาพหัวใจ
    โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ รู้ให้ลึกก่อนตัดสินใจรักษา
    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
    อัปเดตเมื่อ: 08 ธ.ค. 2568

    โรคหลอดเลือดหัวใจตีบไม่เพียงแต่เป็นโรคที่พบได้บ่อย แต่ยังส่งผลถึงคุณภาพชีวิต รวมถึงอาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิต โรคนี้เกิดจากการอักเสบเรื้อรังของหลอดเลือด ส่งผลให้เกิดการสะสมของคราบไขมัน พังผืด และหินปูน ซึ่งทำให้พื้นที่ด้านในหลอดเลือดแคบลง นำไปสู่การขาดเลือดของกล้ามเนื้อหัวใจ หากเกิดขึ้นเฉียบพลันอาจทำให้หัวใจล้มเหลว ความดันโลหิตต่ำ หัวใจเต้นผิดจังหวะ หากเป็นไปอย่างเรื้อรังอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจอ่อนกำลังได้ ถ้าไม่รีบรักษาให้ถูกวิธีและทันท่วงที จึงควรทำความเข้าใจโรคหลอดเลือดหัวใจตีบอย่างถูกต้อง

    โรคหลอดเลือดหัวใจตีบคืออะไร

    โรคหลอดเลือดหัวใจตีบเกิดจากการอักเสบเรื้อรังและการเสื่อมสภาพของหลอดเลือด โดยผนังหลอดเลือดชั้นในเปลี่ยนสภาพเป็นคราบไขมัน พังผืด (Atherosclerotic Plaque)  ส่งผลให้ผนังหลอดเลือดด้านในหนาตัวขึ้นและนำไปสู่โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้

    อาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเป็นอย่างไร

    อาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มอาการ ได้แก่

    1. การขาดเลือดแบบค่อยเป็นค่อยไปและเรื้อรัง (Chronic Coronary Syndrome / Stable Angina) เกิดจากหลอดเลือดค่อย ๆ ตีบ เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้น้อยลง เกิดการขยายตัวของหลอดเลือดฝอยเพื่อลดแรงต้านทานในหลอดเลือด และเพิ่มหลอดเลือดจากบริเวณอื่นมาช่วย ในระยะที่ร่างกายปรับตัวได้ ผู้ป่วยอาจไม่มีอาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือมีอาการไม่มาก แต่เมื่อออกแรงมากหรือเจ็บป่วย กล้ามเนื้อหัวใจต้องการเลือดมากขึ้นเกินกว่าหลอดเลือดที่ตีบและกลไกการปรับตัวตอบสนองจะมีอาการ เช่น เจ็บหน้าอกขณะออกกำลังกาย ออกแรงมาก ยกของหนัก แต่หยุดพักแล้วดีขึ้น  เมื่อโรคเป็นมากขึ้น อาการขาดเลือดจะเป็นง่ายขึ้น หนักขึ้น นานขึ้น ต้องพักนานขึ้นกว่าจะหาย รบกวนการทำกิจวัตรประจำวัน ผู้ป่วยที่กิจกรรมน้อยอาจเจ็บหน้าอกไม่ชัดเจนและเหนื่อยง่าย เนื่องจากแรงบีบตัวของหัวใจลดลงเพราะขาดเลือดไปเลี้ยงเรื้อรัง
    2. การขาดเลือดแบบเฉียบพลัน (Acute Coronary Syndrome / Heart Attack) เกิดจากการฉีกขาดของแผ่นคราบไขมันในผนังหลอดเลือด ตามมาด้วยการอุดตันจากลิ่มเลือด ทำให้รูหรือพื้นที่หน้าตัดของหลอดเลือดลดลงอย่างมากในเวลารวดเร็ว ส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดโดยขาดการปรับตัว ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีอาการรุนแรง นอกจากเจ็บหน้าอกจะมีภาวะความดันโลหิตต่ำ น้ำท่วมปอด หัวใจเต้นผิดจังหวะ เนื่องจากกล้ามเนื้อหัวใจเสียการทำงานเป็นบริเวณกว้างอย่างรวดเร็วโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ รู้ให้ลึกก่อนตัดสินใจรักษา

    ภาพแสดงการเปรียบเทียบระหว่างการขาดเลือดแบบค่อยเป็นค่อยไป (stable angina) และการขาดเลือดแบบเฉียบพลัน (acute coronary syndrome)

    ตรวจวินิจฉัยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดอย่างไร

    แนวทางการตรวจวินิจฉัยและรักษาภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันค่อนข้างชัดเจนและไม่ซับซ้อน ประกอบด้วยการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เจาะเลือด ฉีดสีสวนหัวใจ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เนื่องจากเป็นภาวะฉุกเฉิน ในส่วนของการตรวจวินิจฉัยเพื่อประเมินผู้ป่วยที่มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเรื้อรังหรือคงที่จำเป็นต้องมีความสอดคล้องกันระหว่างอาการของผู้ป่วยและผลตรวจพบ อย่างแน่นหน้าอก เหนื่อย อาจมาจากสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่หัวใจขาดเลือด เช่น เยื่อหุ้มหัวใจ หลอดเลือดแดงใหญ่ หรืออวัยวะอื่น เช่น ปอด กระเพาะอาหาร และในขณะเดียวกันการตรวจพบความผิดปกติทางหลอดเลือดหัวใจที่รุนแรงปานกลางหรือก้ำกึ่งอาจไม่ได้ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการและไม่จำเป็นต้องได้รับการขยายหลอดเลือด

    ตรวจประเมินหลอดเลือดหัวใจชนิดไม่รุกรานคืออะไร

    การตรวจประเมินหลอดเลือดหัวใจชนิดไม่รุกราน (Non Invasive) ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ทั้งการทำ Stress Echocardiography, Stress Cardiac Magnetic Resonance Imaging (Stress MRI) และ Coronary Computed Tomographic Angiography (CCTA) ซึ่งสามารถคัดกรองผู้ป่วยที่มีผลการตรวจปกติหรือผิดปกติเพียงเล็กน้อยออกไป โดยไม่จำเป็นต้องไปถึง การฉีดสีสวนหัวใจ (Coronary Angiography: CAG) ซึ่งเป็นการตรวจชนิดรุกราน (Invasive) และมีภาวะแทรกซ้อนมากกว่า แต่ในกรณีที่ผลการตรวจผิดปกติชัดเจนมักจะนำไปสู่การฉีดสีสวนหัวใจ ซึ่งเป็นมาตรฐานในการวินิจฉัยโรคหลอดเลือดหัวใจ

    โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ รู้ให้ลึกก่อนตัดสินใจรักษา

    ภาพการฉีดสีสวนหัวใจ (Coronary Angiography : CAG)

    โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ รู้ให้ลึกก่อนตัดสินใจรักษา

    ภาพการฉีดสีสวนหัวใจ (Coronary Angiography : CAG)

    เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Coronary Computed Tomographic Angiography : CCTA)

    โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ รู้ให้ลึกก่อนตัดสินใจรักษา

    ภาพจากการตรวจ stress echocardiograpphy (ซ้าย) และ การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (cardiac magnetic resonance imaging : MRI) (ขวา)

    หากผลการฉีดสีสวนหัวใจพบความผิดปกติชัดเจน (เช่น หลอดเลือดตีบแคบมากกว่า 75%) สอดคล้องกับผลตรวจชนิดไม่รุกรานก่อนหน้าจะมีข้อบ่งชี้ในการทำหัตถการขยายหลอดเลือดหัวใจ แต่ก็มีหลายครั้งที่ผลการฉีดสีสวนหัวใจให้ผลก้ำกึ่ง ในกรณีเช่นนี้การตรวจเพิ่มเติมโดยใส่อุปกรณ์เข้าไปในหลอดเลือดหัวใจจะช่วยให้ได้ข้อมูลที่ละเอียดขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการรักษา ซึ่งการตรวจดังกล่าว ได้แก่ ส่องกล้องเพื่อสร้างภาพภายในหลอดเลือดหัวใจ (Intravascular Imaging) โดยใช้คลื่นเสียง (Intravascular Ultrasound : IVUS) หรือ คลื่นแสง Near Infrared (Optical Coherence Tomography : OCT) และการศึกษาความดัน/อัตราการไหลของเลือด เหนือและใต้ต่อรอยตีบ (Functional Assessment) เช่น การวัด Functional Flow Reserve (FFR) หรือ Instantaneous wave-Free Ratio (iFR)

    ส่องกล้องเพื่อสร้างภาพภายในหลอดเลือดหัวใจคืออะไร

    แม้ว่าการฉีดสีสวนหัวใจจะเป็นมาตรฐานในการวินิจฉัยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ แต่ยังมีข้อจำกัดในการประเมิน เช่นบริเวณต้นขั้วของหลอดเลือด หลอดเลือดที่มีความคดเคี้ยวหรือซ้อนทับกัน แม้ว่าจะทำการถ่ายภาพในหลาย ๆ มุมแล้ว รวมถึงการฉีดสีเป็นการดูเงาร่างภายในหลอดเลือด ไม่สามารถบอกถึงพยาธิสภาพของผนังหลอดเลือดได้โดยตรง การส่องกล้องเพื่อสร้างภาพภายในหลอดเลือดหัวใจ (Intravascular imaging/IVUS/OCT) โดยใส่กล้องเข้าไปถ่ายภาพ 360 องศา ตลอดความยาวของหลอดเลือดจะช่วยให้ได้รายละเอียดที่ชัดเจน วัดพื้นที่หน้าตัดของหลอดเลือดส่วนที่ตีบแคบที่สุด (Minimal Lumen Area) รวมถึงเข้าใจพยาธิสภาพของหลอดเลือดบริเวณนั้น ซึ่งในบางกรณีอาจไม่จำเป็นต้องทำการขยายหลอดเลือด

    โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ รู้ให้ลึกก่อนตัดสินใจรักษา

    ภาพ Intravascular ultrasound : IVUS (ซ้าย) และ Optical coherence tomography : OCT (ขวา)

    ความดันหรืออัตราการไหลของเลือดช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขยายหลอดเลือดอย่างไร

    ในการประเมินหัวใจขาดเลือดปัจจัยที่มีผลนอกจากความรุนแรงของการตีบแล้วตำแหน่งและความสำคัญของจุดที่ตีบนั้นยังเป็นประเด็นที่สำคัญในการตัดสินใจในการรักษาเช่นรอยโรคที่ตีบมากแต่เป็นแขนงเล็กหรือปลายทางของหลอดเลือดอาจไม่ได้สร้างปัญหาเท่ารอยตีบปานกลางของส่วนต้นของหลอดเลือดใหญ่ที่รับผิดชอบพื้นที่กล้ามเนื้อหัวใจในบริเวณที่มากกว่าหรือการที่มีรอยตีบมากกว่า 1 จุดในหลอดเลือดเดียวกันนั้น การขยายหลอดเลือดก็อาจไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกจุด การศึกษาความดันหรืออัตราการไหลของเลือด (Functional Assessment / Flow Study) โดยวัดอัตราการไหลของเลือดในรอยตีบจุดต่างๆช่วยเพิ่มความมั่นใจทั้งในการตัดสินใจขยายหลอดเลือดว่ามีความจำเป็นได้ประโยชน์เหนือกว่าความเสี่ยงและหลีกเลี่ยงการขยายหลอดเลือดในบริเวณที่อาจจะยังไม่จำเป็น

    โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ รู้ให้ลึกก่อนตัดสินใจรักษา

    ภาพ Fractional Flow Reserve (FFR) และ instantaneous wave Free Ratio (iFR)

    โรคหลอดเลือดหัวใจตีบอาจดูเหมือนวินิจฉัยได้ไม่ยาก จากการเข้าอุโมงค์ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือฉีดสีสวนหัวใจ แต่การตัดสินใจรักษาขยายหลอดเลือดหัวใจในผู้ป่วยแต่ละคน แต่ละหลอดเลือด และแต่ละรอยโรคจำเป็นต้องพิจารณาหลายปัจจัย ทั้งในแง่ของอาการป่วยและความผิดปกติที่ตรวจพบ เสมือนการวัดตัวตัดเสื้อตามขนาดของบุคคลนั้น ๆ (Tailored Approach) ในปัจจุบันมีการตรวจที่ละเอียดมากขึ้นซึ่งมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นที่ยอมรับในมาตรฐานสากลช่วยในการตัดสินใจอย่างชัดเจนยิ่งขึ้นในการตัดสินใจขยายหลอดเลือดรวมถึงการใช้อุปกรณ์และช่วยลดการขยายหลอดเลือดใส่ขดลวดค้ำยันโดยไม่จำเป็น

    ทำไมถึงเลือกรักษาหลอดเลือดหัวใจตีบที่โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

    • โรงพยาบาลเอกชนเฉพาะทางด้านโรคหัวใจแห่งแรกในประเทศไทย
    • ทีมแพทย์หัวใจที่มีประสบการณ์สูงในการรักษา
    • เทคโนโลยี อุปกรณ์ และห้องผ่าตัดที่ทันสมัย
    • ประเมินวางแผนและออกแบบการรักษาโรคหัวใจเฉพาะบุคคลโดยทีมแพทย์หัวใจ
    • มีมาตรฐานและผลลัพธ์การรักษาที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

    โรงพยาบาลที่ชำนาญการรักษาหลอดเลือดหัวใจตีบ

    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพมีทีมแพทย์เฉพาะทางหัวใจที่มีความชำนาญในการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบทุกมิติ ด้วยความชำนาญและประสบการณ์ของทีมแพทย์ พร้อมเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย พร้อมดูแลทุกปัญหาหัวใจในทุกเจเนอเรชันด้วยความใส่ใจ เพื่อให้กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกครั้ง

    Tailored Heart Treatment = ใส่ใจเฉพาะคุณ

    ไม่รักษาเหมือนกันทุกคน แต่รักษาอย่างเหมาะสมกับ “หัวใจของคุณ”

    แพทย์ที่ชำนาญการรักษาหลอดเลือดหัวใจตีบ

    นพ.วีระ ลุวีระ อายุรแพทย์โรคหัวใจ ผู้ชำนาญการรักษาหลอดเลือดหัวใจตีบผ่านสายสวน โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

    สามารถคลิกที่นี่เพื่อทำนัดหมายได้ด้วยตนเอง

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    นพ. วีระ ลุวีระ

    อายุรศาสตร์

    อายุรศาสตร์โรคหัวใจ

    นพ. วีระ ลุวีระ

    อายุรศาสตร์

    อายุรศาสตร์โรคหัวใจ
    Doctor profileDoctor profile

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    แพ็กเกจตรวจสุขภาพหัวใจแพ็กเกจตรวจสุขภาพหัวใจ
    แพ็กเกจตรวจสุขภาพหัวใจ

    9,900 - 28,000 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    MitraClip ซ่อมลิ้นหัวใจไมตรัลรั่วแบบไม่ผ่าตัด ลดเสี่ยง ฟื้นตัวเร็ว Image
    MitraClip ซ่อมลิ้นหัวใจไมตรัลรั่วแบบไม่ผ่าตัด ลดเสี่ยง ฟื้นตัวเร็ว
    จี้ไฟฟ้าหัวใจด้วยเทคโนโลยี PFA  ทางเลือกใหม่รักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ AF Image
    จี้ไฟฟ้าหัวใจด้วยเทคโนโลยี PFA ทางเลือกใหม่รักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ AF
    IVL (IntraVascular Lithotripsy) คลื่นกระแทกหินปูนในหลอดเลือดหัวใจผ่านสายสวน Image
    IVL (IntraVascular Lithotripsy) คลื่นกระแทกหินปูนในหลอดเลือดหัวใจผ่านสายสวน
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ