โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    เส้นเลือดหัวใจตีบรักษาหายไหม? รู้ทันอาการและแนวทางรักษา

    7 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
    อัปเดตเมื่อ: 03 ก.ค. 2569
    แพ็กเกจแนะนำ
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Heart Check with CT Calcium Score (CAC)
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Heart Check with CT Calcium Score (CAC)
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus EKG
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus EKG
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Stress Echo
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Stress Echo
    เส้นเลือดหัวใจตีบรักษาหายไหม? รู้ทันอาการและแนวทางรักษา
    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
    อัปเดตเมื่อ: 03 ก.ค. 2569
    ในช่วงหลายสิบกว่าปีที่ผ่านมา คนไทยมีแนวโน้มการเสียชีวิตด้วยด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะโรคเส้นเลือดหัวใจตีบหรือตัน ซึ่งปัจจุบันเป็นสาเหตุการตายอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย โดยพบว่าอาหารเป็นปัจจัยสำคัญ เนื่องจากการบริโภคที่เปลี่ยนไป ด้วยอาหารที่มีไขมันและคาร์โบไฮเดรตสูง ออกกำลังกายน้อยลง และมีความเครียดมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นกรรมพันธุ์อีกด้วย
     

    โรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน คืออะไร

    โรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน หรือหลอดเลือดหัวใจตีบ คือ ภาวะที่หลอดเลือดแดงคอโรนารี (Coronary Artery) ซึ่งทำหน้าที่นำเลือดที่มีออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ เกิดการสะสมของคราบไขมัน หินปูน และสารต่าง ๆ บริเวณผนังหลอดเลือด (Atherosclerosis) ส่งผลให้ช่องภายในหลอดเลือดตีบแคบลง ทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ลดลง นำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และอาจรุนแรงถึงขั้นกล้ามเนื้อหัวใจตายได้


    สาเหตุของเส้นเลือดหัวใจตีบเกิดจากอะไร

    โรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรือตันเกิดจากหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจแข็งตัว หรือมีไขมันไปเกาะผนังของหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดแดงตีบแคบลง ปริมาณเลือดแดงผ่านได้น้อย เป็นผลทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และหากหลอดเลือดแดงตีบแคบมากจนอุดตัน จะทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายได้ 
          
    คราบพลักในหลอดเลือด ความเสี่ยงที่ทำให้เกิดสภาวะเส้นเลือดหัวใจตีบตัน

    สภาวะของเส้นเลือดที่ทำให้้เกิดเส้นเลือดหัวใจตีบตัน

    เส้นเลือดหัวใจขณะเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ

    ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน

    ปัจจัยที่ส่งผลให้เกิด โรคหัวใจตีบ สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ และปัจจัยที่สามารถปรับเปลี่ยนและควบคุมได้ด้วยตัวเอง

    ปัจจัยเสี่ยงที่คุมไม่ได้

    ปัจจัยเสี่ยงที่ไม่สามารถควบคุมได้ มีดังนี้

    • อายุ : โดยปกติแล้ว ความเสี่ยงของโรคหัวใจจะเพิ่มขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น
    • พันธุกรรม : ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ
    • เพศ : ผู้ชายจะมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจมากกว่าผู้หญิงก่อนวัยหมดประจำเดือน 

    ปัจจัยเสี่ยงที่ควบคุมได้

    ปัจจัยเสี่ยงที่สามารถควบคุมโรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรือตันได้ มีดังนี้

    • โรคความดันโลหิตสูง : การปล่อยให้ความดันโลหิตสูงอยู่เป็นเวลานาน ๆ จะทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือดมาเลี้ยงร่างกาย กล้ามเนื้อหัวใจจะหนาขึ้น หัวใจจะโตขึ้น หลอดเลือดตีบแข็งและอุดตัน กล้ามเนื้อหัวใจตาย และนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวในที่สุด
    • การสูบบุหรี่ : ผู้ที่สูบบุหรี่จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ 2 – 4 เท่า เนื่องจากสารที่อยู่ภายในบุหรี่จะทำให้เซลล์ที่เยื่อบุผนังหลอดเลือดเสื่อม ทำให้หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจตีบตัน ซึ่งนำไปสู่สภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย
    • ระดับไขมันในเลือด : ผู้ที่มีระดับไขมัน LDL คอเลสเตอรอลสูงจะมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจสูงขึ้น ไขมันดังกล่าวทำให้ผนังหลอดเลือดหนาตัวขึ้นและหลอดเลือดตีบแคบลง เลือดไหลเวียนน้อยลง ในที่สุดหลอดเลือดหัวใจก็อุดตันและเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตาย
    • โรคเบาหวาน : ทำให้ความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดและหัวใจสูงขึ้น เบาหวานทำให้หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ เสื่อมลง
    • การขาดการออกกำลังกาย : ผู้ที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายจะมีความเสี่ยงจากโรคหลอดเลือดและหัวใจสูงขึ้น การออกกำลังกายเป็นประจำช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดและหัวใจได้ และยังช่วยควบคุมปัจจัยความเสี่ยงอื่น ๆ เช่น ความดันโลหิต ระดับไขมันคอเลสเตอรอลในเลือด เบาหวาน และน้ำหนักที่มากเกินหรืออ้วน
    • ความอ้วน : ผู้ที่มีดัชนีมวลกายตั้งแต่ 30 กิโลกรัม / ส่วนสูง (เมตร)2 ถือว่ามีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดและหัวใจ โดยสามารถคำนวณดัชนีมวลกายได้จากน้ำหนักตัว (หน่วยเป็นกิโลกรัม) หารด้วยส่วนสูง (หน่วยเป็นเมตร) ยกกำลัง 2 อย่างไรก็ตามหากมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ร่วมด้วย แม้มีดัชนีมวลกายตั้งแต่ 25 กิโลกรัม / (เมตร)2 ก็ถือว่ามีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจเพิ่มขึ้น

    สังเกตอาการหลอดเลือดหัวใจตีบก่อนสายเกินแก้

    ในระยะเริ่มต้น ผู้ป่วยมักไม่แสดงอาการผิดปกติใด ๆ แต่เมื่อหลอดเลือดตีบแคบหรืออุดตันค่อนข้างมาก จะเริ่มมีอาการแสดงออกมาให้เห็น ดังนี้

    • มีอาการเจ็บแน่นหน้าอก เหมือนมีของหนักกดทับตรงกลางหน้าอก โดยเฉพาะขณะออกแรง
    • มีอาการเจ็บร้าวจากหน้าอกขึ้นไปถึงคาง ไหล่ หลัง หรือเจ็บลงไปถึงแขนซ้าย 
    • เจ็บแน่นจุกอกหรือจุกใต้ลิ้นปี่ เป็น ๆ หาย ๆ โดยเฉพาะขณะออกแรงและดีขึ้นเมื่อพัก แต่หากมีอาการขณะพัก หรือมีอาการต่อเนื่องนานเกิน 20 นาที ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
    • หายใจหอบ เหนื่อย
    • เหงื่อแตก ใจสั่น
    • หมดสติ หรือหัวใจหยุดเต้น (Heart Attack) 

    แนวทางการรักษาหลอดเลือดหัวใจตีบหรือตัน

    การรักษาหลอดเลือดหัวใจตีบ มีเป้าหมายเพื่อเปิดทางเดินเส้นเลือดที่อุดตันให้เลือดกลับไปไหลเวียนได้ตามปกติ ป้องกันภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย โดยวิธีการรักษาที่เป็นมาตรฐาน แบ่งออกเป็น 2 วิธีหลัก ดังนี้

    1. การขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูนและใส่ขดลวด

    การรักษาด้วยการขยายหลอดเลือดหัวใจผ่านสายสวน (Percutaneous Coronary Intervention: PCI) เป็นหัตถการที่แพทย์ใช้สายสวนขนาดเล็กนำบอลลูนไปยังตำแหน่งที่หลอดเลือดหัวใจตีบหรืออุดตัน จากนั้นจึงขยายบอลลูน เพื่อกดคราบไขมันและหินปูนที่เกาะอยู่บริเวณผนังหลอดเลือด ทำให้ช่องภายในหลอดเลือดกว้างขึ้น จากนั้นอาจใส่ขดลวดค้ำยัน (Stent) เพื่อช่วยพยุงหลอดเลือดให้เปิดกว้างและลดโอกาสการตีบซ้ำ  วิธีนี้มักใช้ในผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดหัวใจตีบบางตำแหน่ง โดยแพทย์จะประเมินจากลักษณะของรอยโรค ตำแหน่ง ความซับซ้อนของหลอดเลือด รวมถึงภาวะสุขภาพและความเสี่ยงของผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสม

    2. การผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ (การทำบายพาส)

    การผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ หรือที่รู้จักกันว่า “การทำบายพาส” แพทย์จะใช้เส้นเลือดภายในทรวงอกด้านซ้ายและเส้นเลือดแดงบริเวณแขนซ้าย หรือเส้นเลือดดำบริเวณขา ตั้งแต่ข้อเท้าด้านในจนถึงโคนขาด้านในมาเย็บต่อเส้นเลือดเพื่อนำเลือดแดงจากเส้นเลือดแดงใหญ่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจส่วนที่ขาดเลือดโดยข้ามผ่านเส้นเลือดส่วนที่ตีบ

    “กรณีแพทย์ตัดสินใจทำการผ่าตัด ส่วนใหญ่จะทำเมื่อเส้นเลือดตีบและอุดตันแล้วประมาณ 70% ขึ้นไป แต่หากมีไขมันมาเกาะโดยไม่มีหินปูน และมีอายุ 30 – 40 ปี อาจรักษาด้วยการทานยา จะช่วยให้ไขมันลดลง หรือกรณีที่อุดตันเส้นเดียวก็ทานยาหรือใส่ขดลวดบอลลูนได้”
    การรักษาด้วยการบอลลูนจากโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ      การขยายคราบพลักจากโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
    ภาพหัวใจเพื่อรักษาอาการเส้นเลือดหัวใจตีบ

    การทำผ่าตัดบายพาสโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันในปัจจุบัน มี 2 วิธี คือ

    1. การผ่าตัดแบบไม่ใช้เครื่องปอดและหัวใจเทียม (Off-Pump CABG): เป็นการผ่าตัดแบบไม่ต้องหยุดหัวใจ ช่วยให้ใช้เลือดน้อยลง ลดระยะเวลาดมยาสลบ และพักฟื้นในโรงพยาบาลสั้นลง
    2. การผ่าตัดแบบใช้เครื่องปอดและหัวใจเทียม (On-Pump CABG): เป็นการผ่าตัดโดยต้องหยุดการทำงานของหัวใจทั้งหมดชั่วคราว เพื่อให้ศัลยแพทย์ทำการเย็บต่อหลอดเลือดได้

    การปฏิบัติตัวของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน

    เพื่อป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ ผู้ป่วยควรดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัด ดังนี้

    1. รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดและมาตรวจตามนัดทุกครั้ง
    2. รับประทานผัก ผลไม้ และดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2 – 3 ลิตร
    3. รับประทานอาหารแต่พออิ่มและควรพักหลังอาหารประมาณ 1/2 – 1 ชั่วโมง
    4. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ดีที่สุด คือ การเดิน เริ่มโดยเดินช้า ๆ ก่อนแล้วค่อย ๆ เพิ่มระยะทาง แต่อย่าให้เกินกำลังตนเอง
    5. ทำจิตใจให้สงบ หาโอกาสพักผ่อน หาวิธีลดความเครียด หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้ตื่นเต้น เช่น ดูเกมการแข่งขันที่เร้าใจ ฯลฯ
    6. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงและเค็มจัด
    7. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และจำกัดการดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนในปริมาณที่เหมาะสม
    8. หลีกเลี่ยงงานหนัก งานรีบเร่ง และงานที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องนาน ๆ
    9. เมื่อมีอาการเจ็บหน้าอกให้หยุดกิจกรรมนั้น ๆ ทันที แล้วรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด

    ให้โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพดูแลคุณ เพราะโรคหัวใจ… รอไม่ได้ 

    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ มุ่งเน้นการรักษาที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นหลัก ด้วยเป้าหมายในการลดความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด เรามีความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยด้วยทีมสหสาขาวิชาชีพ ไม่ว่าจะเป็น ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก อายุรแพทย์โรคหัวใจ วิสัญญีแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ที่มีประสบการณ์ ร่วมกันวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล พร้อมด้วยเทคโนโลยีและเครื่องมือทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน มุ่งเน้นการดูแลตามมาตรฐานด้านความปลอดภัย พร้อมเฝ้าระวังและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพและกลับไปมีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกครั้ง

    สรุปบทความ

    โรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน เป็นภัยเงียบที่มักไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่สามารถส่งผลอันตรายถึงชีวิตได้หากเกิดการอุดตันเฉียบพลัน การป้องกันที่สำคัญคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และตรวจสุขภาพหัวใจเป็นประจำ หากพบความผิดปกติหรือมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที


    คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับโรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน

    1. หลอดเลือดหัวใจตีบรักษาหายไหม

    การรักษาในปัจจุบันเช่น การใช้ยา การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและใส่ขดลวด (PCI) หรือการผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ (CABG) การทำบอลลูนหรือผ่าตัดบายพาส มีเป้าหมายเพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ บรรเทาอาการ และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนจากโรค อย่างไรก็ตาม โรคหลอดเลือดหัวใจตีบเป็นภาวะเรื้อรังที่เกิดจากการสะสมของคราบไขมันภายในผนังหลอดเลือด ผู้ป่วยยังจำเป็นต้องควบคุมปัจจัยเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เช่น งดสูบบุหรี่ ควบคุมระดับไขมันในเลือด ความดันโลหิต เบาหวาน ควบคุมน้ำหนัก และรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์ เนื่องจากโรคหลอดเลือดหัวใจอาจมีการดำเนินต่อไป และอาจเกิดรอยตีบใหม่หรือการตีบซ้ำได้ในอนาคต

    2. เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบสามารถออกกำลังกายได้หรือไม่

    ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบส่วนใหญ่สามารถออกกำลังกายได้ และการออกกำลังกายอย่างเหมาะสมเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลรักษา เช่น การเดินเร็ว ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน ทั้งนี้ ประเภทและระดับความหนักของการออกกำลังกายควรพิจารณาตามสภาพร่างกาย ความรุนแรงของโรค และคำแนะนำของแพทย์ โดยเฉพาะในผู้ที่เพิ่งได้รับการรักษาหรือมีอาการไม่คงที่

    3. อาการแบบไหนที่ควรรีบมาพบแพทย์ทันที

    หากมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกรุนแรง เหมือนมีของหนักมากดทับ อาการเจ็บร้าวไปที่กราม คอ หรือแขนซ้าย ร่วมกับอาการเหนื่อย หายใจลำบาก เหงื่อออกผิดปกติ คลื่นไส้ หน้ามืด หรือมีอาการเจ็บหน้าอกไม่ดีขึ้นแม้นั่งพักเกิน 15-20 นาที ให้รีบพบแพทย์หรือเรียกรถพยาบาลฉุกเฉินทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

    4. อาการเส้นเลือดหัวใจตีบ 1 เส้น และหลายเส้น แตกต่างกันอย่างไร

    จำนวนของหลอดเลือดหัวใจที่มีรอยตีบไม่ได้สัมพันธ์โดยตรงกับความรุนแรงของอาการเสมอไป ผู้ป่วยบางรายที่มีหลอดเลือดตีบเพียง 1 เส้นอาจมีอาการรุนแรงได้ หากรอยตีบอยู่ในตำแหน่งสำคัญ ขณะที่บางรายที่มีหลอดเลือดหัวใจตีบหลายเส้นอาจมีอาการไม่ชัดเจน

    ความรุนแรงของอาการขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ตำแหน่งของรอยตีบ ระดับความรุนแรงของการตีบ ปริมาณเลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ การทำงานของหัวใจ และความสามารถของร่างกายในการสร้างหลอดเลือดฝอยทดแทนของผู้ป่วยแต่ละราย ดังนั้น การวางแผนการรักษาจึงต้องอาศัยการประเมินโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    คลินิกอายุรกรรมโรคหัวใจ

    ชั้น 1 โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

    เปิดบริการทุกวัน
    เวลา 07:00 - 16:00 น.

    0 2310 3370

    0 2755 1371

    [email protected]

    @hearthospital

    เลือกปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Heart Check with CT Calcium Score (CAC)ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Heart Check with CT Calcium Score (CAC)
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Heart Check with CT Calcium Score (CAC)

    14,500 บาท

    18,445 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus EKGชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus EKG
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus EKG

    6,900 บาท

    8,120 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Stress Echoชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Stress Echo
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Stress Echo

    9,900 บาท

    13,520 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    หัวใจขาดเลือด หัวใจวาย หัวใจล้มเหลวต่างกันอย่างไร รู้ทันรับมือให้ถูก Image
    หัวใจขาดเลือด หัวใจวาย หัวใจล้มเหลวต่างกันอย่างไร รู้ทันรับมือให้ถูก
    MitraClip ซ่อมลิ้นหัวใจไมตรัลรั่วแบบไม่ผ่าตัด ลดเสี่ยง ฟื้นตัวเร็ว Image
    MitraClip ซ่อมลิ้นหัวใจไมตรัลรั่วแบบไม่ผ่าตัด ลดเสี่ยง ฟื้นตัวเร็ว
    มะเร็งหัวใจ โรคยากแต่มีโอกาสเป็นได้ Image
    มะเร็งหัวใจ โรคยากแต่มีโอกาสเป็นได้
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ