โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    ภาวะหัวใจห้องบนเต้นระริก ต้นเหตุสมองขาดเลือด

    4 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    Package Image
    พล.อ.ท.นพ. กัมปนาท วีรกุล

    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

    อัปเดตเมื่อ: 11 ธ.ค. 2568
    Am Dr. Gumpanart Veerakul
    พล.อ.ท.นพ. กัมปนาท วีรกุล
    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจโดยการวิ่งสายพาน Superior Heart Screening EST
    ภาวะหัวใจห้องบนเต้นระริก ต้นเหตุสมองขาดเลือด
    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
    อัปเดตเมื่อ: 11 ธ.ค. 2568

    ภาวะหัวใจห้องบนเต้นระริก (Atrial Fibrillation) หรือเรียกย่อ ๆ ว่า AF หรือ A-Fib เป็นภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดที่พบได้บ่อยที่สุดถึงร้อยละ 1 – 2 รายในประชาชนทั่วไป และพบบ่อยขึ้นตามอายุ โดยประชาชนในกลุ่มอายุ 80 – 90 ปี พบสูงสุดถึงร้อยละ 5 – 15 ซึ่งโรคหัวใจเต้นระริกเป็นเหตุให้เกิดโรคสมองขาดเลือดประมาณ 120,000 รายต่อปีทั่วโลก หรือกล่าวได้ว่า 1 ใน 4 ของผู้ป่วยโรคสมองขาดเลือดทั้งหมดเป็นผลมาจากเป็นโรคหัวใจเต้นระริก ซึ่งทำให้มีคุณภาพชีวิตที่แย่ลง เกิดภาวะทุพพลภาพมากขึ้น และอายุขัยที่สั้นลง ดังนั้นการป้องกันโรคสมองขาดเลือดจากภาวะหัวใจเต้นระริกจึงเป็นอีกเป้าหมายสำคัญในการรักษา ซึ่งปัจจุบันมีวิธีการรักษาหลายวิธี โดยมียาป้องกันการเกิดลิ่มเลือดเป็นหัวใจหลักในการป้องกันรักษา


    รู้จักภาวะหัวใจห้องบนเต้นระริก

    ภาวะหัวใจห้องบนเต้นระริกเป็นภาวะที่หัวใจห้องบนเต้นแบบกระจัดกระจายไร้ความสามัคคี ทำให้แรงบีบตัวของหัวใจห้องบนเสียไป เลือดจึงหมุนวนตกค้างในหัวใจห้องบนจนก่อให้เกิดลิ่มเลือด ซึ่งสามารถหลุดออกจากหัวใจไปอุดกั้นหลอดเลือดสมอง ทำให้เกิดโรคอัมพฤกษ์และอัมพาตเฉียบพลันได้ โดยมีโอกาสสูงกว่าคนทั่วไปถึง 5 เท่า นำไปสู่ความพิการและเสียชีวิตในที่สุด อีกทั้งยังส่งผลให้หัวใจห้องล่างเต้นเร็วและไม่สม่ำเสมอ ทำให้แรงบีบตัวเพื่อสูบฉีดเลือดลดน้อยลง ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมจะนำไปสู่ภาวะหัวใจวายในที่สุด

    สาเหตุภาวะหัวใจห้องบนเต้นระริก

    • โรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ เช่น โรคลิ้นหัวใจรั่วหรือตีบ โรคกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ โรคหัวใจขาดเลือด โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคกล้ามเนื้อหัวใจและเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ เป็นต้น
    • โรคระบบอื่น ๆ เช่น โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ โรคปอดเรื้อรัง โรคถุงลมโป่งพอง ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด ภาวะหลังการผ่าตัดใหญ่ ภาวะเลือดออกในสมองและสมองขาดเลือด เป็นต้น


    อาการภาวะหัวใจห้องบนเต้นระริก

    ผู้ป่วยภาวะหัวใจห้องบนเต้นระริกเกือบครึ่งหนึ่งไม่มีอาการ แต่ต้องมาพบแพทย์ด้วยภาวะแทรกซ้อนของโรค โดยเฉพาะอัมพาตตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายแทน ส่วนอาการที่มาพบแพทย์ก็ไม่ได้เฉพาะเจาะจง ดังต่อไปนี้

    • ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว เต้นไม่สม่ำเสมอ
    • เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ทำกิจวัตรประจำวันหรือออกกำลังกายได้ลดลง
    • เจ็บหรือแน่นหน้าอกหายใจลำบาก
    • เวียนศีรษะ หน้ามืดเป็นลมหมดสติ


    ตรวจวินิจฉัยภาวะหัวใจห้องบนเต้นระริก

    • การตรวจชีพจรและอัตราการเต้นของหัวใจเป็นการตรวจเบื้องต้นที่ง่าย สามารถทำได้ด้วยตนเอง หรือใช้โปรแกรมในโทรศัพท์มือถือ
    • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram) เป็นการตรวจที่จำเป็นที่สุดในการวินิจฉัย ซึ่งสามารถทำได้ในโรงพยาบาลทุกแห่ง หรือใช้อุปกรณ์ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจชนิดพกพาที่นอกโรงพยาบาล
    • การตรวจอื่น ๆ ทางห้องปฏิบัติการ เช่น
      • การตรวจหาภาวะโลหิตจางหรือไตวาย
      • การตรวจการทำงานของต่อมไทรอยด์
      • การตรวจเอกซเรย์ปอด
      • การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiography)



    ตรวจชีพจรได้ด้วยตนเอง

    • การบีบตัวของหัวใจในแต่ละครั้ง ทำให้เกิดแรงขับดันโลหิตไปปะทะกับหลอดเลือดแดงที่ยืดหยุ่น แรงปะทะซึ่งสัมผัสได้จากภายนอกบริเวณที่หลอดเลือดแดงอยู่ตื้นติดกับผิวหนังและหายไปเมื่อหัวใจคลายตัวเรียกว่า ชีพจร หากหัวใจเต้นปกติจะสัมผัสชีพจรได้ชัดเจนและมาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ทิ้งระยะห่างที่คงที่ระหว่างแต่ละครั้ง
    • เบื้องต้นเริ่มฝึกตรวจชีพจรข้อมือก่อน เนื่องจากตรวจได้ง่ายที่สุด เริ่มต้นโดยหงายข้อมือข้างที่ไม่ถนัด คลำโดยใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางของมือข้างที่ถนัดสัมผัสที่ร่องบริเวณใต้ข้อมือด้านฐานของนิ้วโป้งจะคลำได้เส้นเลือดเต้นอย่างชัดเจน เมื่อชำนาญแล้วท่านสามารถฝึกคลำชีพจรที่อื่นได้เช่นกัน เช่น ชีพจรที่คอ สามารถคลำได้ที่ร่องข้างคอหอย แต่ไม่ควรคลำแรง เพราะอาจทำให้หน้ามืดหรือหมดสติได้
    • เมื่อคลำชีพจรได้ชัดเจนแล้ว ขั้นต่อไปให้นับจำนวนครั้งที่คลำได้ใน 1 นาที จำนวนที่นับได้ใน 1 นาทีเรียกว่าความเร็วของชีพจร ระหว่างนับให้สังเกตว่าชีพจรที่คลำได้มีความแรงและจังหวะที่สม่ำเสมอหรือเว้นระยะคงที่หรือไม่
    • ชีพจรผิดปกติ คือ คลำได้ไม่สม่ำเสมอทั้งความแรงและจังหวะ หากตรวจพบให้สงสัยภาวะหัวใจเต้นระริก และควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจยืนยันก่อน เพราะบ่อยครั้งอาจคลำได้ชีพจรมาสะดุดเป็นครั้งคราว ซึ่งลักษณะชีพจรที่ผิดปกติแบบนี้สามารถพบได้และไม่เป็นอันตราย


    รักษาภาวะหัวใจห้องบนเต้นระริกและป้องกันโรคสมองขาดเลือด

    การรักษาภาวะหัวใจห้องบนเต้นระริกมีวัตถุประสงค์หลักคือ รักษาอาการและลดภาวะแทรกซ้อน ซึ่งลดโอกาสเสียชีวิตและโอกาสต้องเข้าโรงพยาบาล โดยการรักษาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น อายุของผู้ป่วย ประวัติการเจ็บป่วย อาการของผู้ป่วยโรคอื่นที่เป็นร่วมด้วย เป็นต้น โดยมีวิธีการหลักดังนี้

    • การใช้ยาเพื่อควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจไม่ให้เร็วจนเกินไป (Rate Control) หรือควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจให้กลับมาเต้นปกติ (Rhythm Control)
    • ป้องกันการเกิดลิ่มเลือดในหัวใจ ซึ่งทำให้เกิดหลอดเลือดอุดตันในอวัยวะสำคัญส่วนอื่นของร่างกายตามมา
    • การใช้ไฟฟ้ากระตุ้นเพื่อปรับการเต้นของหัวใจ (Cardioversion) ให้กลับมาเต้นปกติ
    • การใช้สายสวนหัวใจเพื่อจี้ตัดวงจรไฟฟ้าผิดปกติในหัวใจด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นความร้อน (Radiofrequency Ablation) หรือความเย็นจัด (Cryoablation) ทำให้หัวใจกลับมาเต้นปกติ


    รู้จักยาป้องกันการเกิดลิ่มเลือด

    ยาป้องกันการเกิดลิ่มเลือด บางครั้งเรียกว่ายาต้านการแข็งตัวของเลือด เป็นยาที่ออกฤทธิ์ต่อต้านระบบการแข็งตัวของเลือดที่ซับซ้อน ยาที่ใช้ในผู้ป่วยโรคหัวใจเต้นระริกมีอยู่หลายกลุ่มและออกฤทธิ์ต่อระบบการแข็งตัวของเลือดที่ต่างตำแหน่งกัน ได้แก่

    • ยาป้องกันการเกิดลิ่มเลือดชนิดต้านวิตามินเค ซึ่งใช้มายาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1954 ยาในกลุ่มนี้ คือ ยา Warfarin (Coumadin)
    • ยาป้องกันการเกิดลิ่มเลือดโดยยับยั้งสารโปรตีนชนิด Factor Xa ยาในกลุ่มนี้คือยา Rivaroxaban (Xarelto), Apixaban (Eliquis) และ Endoxaban (Savaysa)


    ข้อควรระวังเมื่อกินยาป้องกันการเกิดลิ่มเลือด

    • กินยาให้ตรงตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดและสม่ำเสมอ ยาจึงมีประสิทธิภาพ
    • มีความเสี่ยงต่อการเกิดเลือดออกมากกว่าคนปกติเช่นกัน จึงควรระมัดระวังการเกิดอุบัติเหตุ และแจ้งให้บุคลากรทางการแพทย์ทราบเสมอว่ากำลังกินยาในกลุ่มนี้ โดยเฉพาะชื่อยาหากทำได้ โดยเฉพาะหากเกิดภาวะฉุกเฉิน เช่น ประสบอุบัติเหตุ หรือในกรณีการทำหัตถการต่าง ๆ แพทย์จึงจะสามารถให้ยาถอนฤทธิ์ หรือให้ส่วนประกอบของเลือด เพื่อทำให้ระบบการแข็งตัวของเลือดกลับสู่ปกติได้
    • เฉพาะยาป้องกันการเกิดลิ่มเลือดชนิดต้านวิตามินเค การรับประทานอาหารที่มีวิตามินเคสูง เช่น ผักสีเขียวจะทำให้ประสิทธิภาพลดลง การกินยาอื่นจะมีผลต่อระดับของยากลุ่มนี้อย่างรุนแรงจึงควรระมัดระวังอย่างมาก รวมทั้งต้องตรวจวัดระดับยาในเลือดเป็นประจำ เพื่อให้แน่ใจว่าระดับยาอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เพราะยากลุ่มนี้มีความเสี่ยงต่อการเกิดเลือดออกในสมองมากกว่ายากลุ่มอื่น
    • ยาป้องกันการเกิดลิ่มเลือดชนิดอื่นที่ไม่ใช่ชนิดต้านวิตามินเคจะออกฤทธิ์สั้นกว่า จึงควรกินยาอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรกินผิดเวลา แม้ว่ายากลุ่มนี้ไม่จำเป็นต้องตรวจวัดระดับยาในเลือด และส่วนใหญ่สามารถกินร่วมกับยาอื่นได้ แต่ก็มีความเสี่ยงต่อการเกิดเลือดออกในทางเดินอาหารมากกว่ายากลุ่มอื่น และไม่ควรใช้หากการทำงานของไตบกพร่อง

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    พล.อ.ท.นพ. กัมปนาท วีรกุล

    อายุรศาสตร์

    อายุรศาสตร์โรคหัวใจ

    พล.อ.ท.นพ. กัมปนาท วีรกุล

    อายุรศาสตร์

    อายุรศาสตร์โรคหัวใจ
    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    คลินิกอายุรกรรมโรคหัวใจ

    ชั้น 1 โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

    เปิดบริการ
    วันจันทร์ - วันเสาร์ 07:00 - 20:00 น.
    วันอาทิตย์ 07:00 - 16:00 น.

    0 2310 3370

    0 2755 1371

    [email protected]

    @hearthospital

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจโดยการวิ่งสายพาน Superior Heart Screening ESTชุดตรวจสุขภาพหัวใจโดยการวิ่งสายพาน Superior Heart Screening EST
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจโดยการวิ่งสายพาน Superior Heart Screening EST

    9,900 บาท

    15,775 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง Superior Heart Screening Echoชุดตรวจสุขภาพหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง Superior Heart Screening Echo
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง Superior Heart Screening Echo

    9,900 บาท

    16,045 บาท

    รายละเอียด
    แพ็กเกจตรวจคราบหินปูนหลอดเลือดหัวใจ (CT Coronary Calcium Score)แพ็กเกจตรวจคราบหินปูนหลอดเลือดหัวใจ (CT Coronary Calcium Score)
    แพ็กเกจตรวจคราบหินปูนหลอดเลือดหัวใจ (CT Coronary Calcium Score)

    5,200 บาท

    7,400 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    MitraClip ซ่อมลิ้นหัวใจไมตรัลรั่วแบบไม่ผ่าตัด ลดเสี่ยง ฟื้นตัวเร็ว Image
    MitraClip ซ่อมลิ้นหัวใจไมตรัลรั่วแบบไม่ผ่าตัด ลดเสี่ยง ฟื้นตัวเร็ว
    มะเร็งหัวใจ โรคยากแต่มีโอกาสเป็นได้ Image
    มะเร็งหัวใจ โรคยากแต่มีโอกาสเป็นได้
    โรคหัวใจกับเรื่องที่คุณไม่เคยรู้ Image
    โรคหัวใจกับเรื่องที่คุณไม่เคยรู้
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ