โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    รู้จักเส้นเลือดโป่งในช่องท้อง เช็กอาการ พร้อมแนวทางรักษาและป้องกัน

    7 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
    อัปเดตเมื่อ: 03 ก.ค. 2569
    แพ็กเกจแนะนำ
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Heart Check with CT Calcium Score (CAC)
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Heart Check with CT Calcium Score (CAC)
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus EKG
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus EKG
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Stress Echo
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Stress Echo
    รู้จักเส้นเลือดโป่งในช่องท้อง เช็กอาการ พร้อมแนวทางรักษาและป้องกัน
    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
    อัปเดตเมื่อ: 03 ก.ค. 2569

    ร่างกายมนุษย์มีหลอดเลือดแดงใหญ่ (Aorta) ทำหน้าที่ลำเลียงเลือดแดงจากหัวใจไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกาย ทว่าเมื่ออายุมากขึ้นหรือมีปัจจัยเสี่ยงสะสม หลอดเลือดบริเวณช่องท้องอาจเกิดความอ่อนแอและขยายตัวผิดปกติจนกลายเป็นภาวะเส้นเลือดโป่งในช่องท้อง (Abdominal Aortic Aneurysm) ซึ่งเปรียบเสมือนภัยเงียบที่ซ่อนตัวอยู่ หากไม่ได้รับการตรวจพบและดูแลอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ภาวะเส้นเลือดในท้องแตกที่เป็นอันตรายต่อชีวิตได้

     

    ภาวะเส้นเลือดโป่งในช่องท้องคืออะไร

    ภาวะเส้นเลือดโป่งในช่องท้อง คือ การที่ผนังหลอดเลือดแดงใหญ่ในบริเวณช่องท้องเกิดความอ่อนแอ เสื่อมสภาพ และสูญเสียความยืดหยุ่น ส่งผลให้แรงดันเลือดที่สูบฉีดอยู่ตลอดเวลาดันให้ผนังหลอดเลือดบริเวณนั้นโป่งพองขยายขนาดออกคล้ายกับลูกโป่ง

    ความน่ากลัวของโรคนี้คือ ในระยะแรกผู้ป่วยมักไม่มีอาการแสดงใด ๆ เลย และสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ หลอดเลือดจะค่อย ๆ ขยายขนาดใหญ่ขึ้นอย่างช้า ๆ ตลอดหลายปี โดยส่วนใหญ่มักตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจสุขภาพประจำปี หรือการตรวจรักษาโรคอื่น ๆ ในช่องท้องด้วยการทำอัลตราซาวนด์หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์

    ภาวะหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองในช่องท้องเกิดจากอะไร

    เส้นเลือดโป่งในช่องท้อง

    กลไกหลักเริ่มมาจากการเสื่อมสภาพของโครงสร้างผนังหลอดเลือดที่โป่งพองจนบางลงเรื่อย ๆ เมื่อสะสมความดันเลือดที่สูงอยู่เป็นประจำ ผนังหลอดเลือดที่ไม่สามารถทนทานต่อแรงดันได้อีกต่อไปจึงเกิดการปริแตก โดยปัจจัยเสี่ยงที่กระตุ้นให้หลอดเลือดเสื่อมสภาพและเกิดการโป่งพอง ประกอบไปด้วย

    • ภาวะหลอดเลือดแดงแข็งและเสื่อมสภาพ (Atherosclerosis): มีการสะสมของคราบไขมันและหินปูนที่ผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดสูญเสียความยืดหยุ่นและอ่อนแอลง
    • โรคความดันโลหิตสูง: แรงดันเลือดที่สูงกว่าปกติจะกระแทกและดันผนังหลอดเลือดอยู่ตลอดเวลา ทำให้หลอดเลือดโป่งขยายได้ง่ายขึ้น
    • พฤติกรรมการสูบบุหรี่: สารเคมีในบุหรี่มีส่วนทำลายโครงสร้างเนื้อเยื่อของผนังหลอดเลือดโดยตรง และเร่งให้เกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตัว
    • อายุและเพศ: มักพบในผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง
    • ประวัติทางพันธุกรรม: ผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัวสายตรงเคยมีประวัติหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง จะมีความเสี่ยงสูงกว่าบุคคลทั่วไป

    อาการและสัญญาณเตือนของภาวะเส้นเลือดโป่งในช่องท้อง

    แม้ว่าส่วนใหญ่จะไม่มีอาการ แต่ในผู้ป่วยบางรายที่หลอดเลือดมีขนาดใหญ่มากหรือใกล้จะปริแตก อาจเริ่มมีสัญญาณเตือนแฝงที่สามารถสังเกตได้ ดังนี้

    • รู้สึกมีก้อนเต้นตุบ ๆ ในช่องท้อง คล้ายกับจังหวะการเต้นของหัวใจ โดยเฉพาะเวลาที่นอนราบ
    • มีอาการปวดตื้อ ๆ หรือปวดลึก ๆ บริเวณกลางท้อง ท้องน้อย หรือบริเวณรอบสะดืออย่างต่อเนื่อง
    • มีอาการปวดหลังเรื้อรัง โดยไม่สัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวหรือการทำงานของกล้ามเนื้อหลัง เนื่องจากหลอดเลือดที่โป่งพองไปกดทับกระดูกสันหลังหรือเส้นประสาท

    อันตรายของเส้นเลือดโป่งพองและภาวะหลอดเลือดปริแตก

    ภาวะเส้นเลือดในช่องท้องแตก เกิดจากการที่หลอดเลือดแดงใหญ่ขยายขนาดจนเกินขีดจำกัด ส่งผลให้เกิดการเสียเลือดภายในช่องท้องในปริมาณมหาศาลอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว ผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้องหรือปวดหลังอย่างรุนแรงทันทีทันใด หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ ชีพจรเต้นเร็ว ความดันโลหิตดิ่งลงอย่างรวดเร็ว และหมดสติ ซึ่งภาวะหลอดเลือดปริแตกนี้ถือเป็นเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ที่มีความเสี่ยงสูงและจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดรักษาอย่างเร่งด่วน

    รู้จักหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองแตกเซาะ

    เส้นเลือดโป่งในช่องท้อง

    ภาวะหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองแตกเซาะ (Aortic Aneurysm Rupture) เป็นอีกหนึ่งความผิดปกติที่รุนแรง มักพบในกลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไปจนถึง 60 – 70 ปี และปัจจุบันพบในกลุ่มอายุน้อยลง ออาการแตกเซาะนี้เกิดขึ้นจากการฉีกขาดของหลอดเลือดชั้นในสุด ทำให้กระแสเลือดไหลเซาะเข้าไปในผนังหลอดเลือดชั้นกลาง แต่ยังไม่ได้แตกทะลุออกสู่ภายนอกทั้งหมด เนื่องจากหากแตกทะลุออกมาจนเป็นภาวะเส้นเลือดในช่องท้องแตก คนไข้ส่วนใหญ่จะเสียชีวิตเนื่องจากเสียเลือดมาก 

    เมื่อเลือดไหลเซาะเข้าไปในผนังหลอดเลือด จะส่งผลให้หลอดเลือดด้านนอกโป่งพองออกในขณะที่ช่องทางเดินเลือดหลักด้านในแฟบตัวลง ทำให้เลือดที่ไหลไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายผิดปกติ หากไม่ได้รับการผ่าตัดรักษาอย่างเร่งด่วน  กว่า 90% อาจเสียชีวิตได้ ดังนั้นความพร้อมเมื่อต้องผ่าตัดด่วนโดยทีมแพทย์หัวใจผู้ชำนาญเฉพาะด้าน พร้อมมาตรฐานของอุปกรณ์และห้องผ่าตัดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุดแก่ผู้ป่วย

    การตรวจวินิจฉัยภาวะเส้นเลือดโป่งในช่องท้อง

    การตรวจคัดกรองตั้งแต่ยังไม่มีอาการเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันอันตรายจากการแตกของหลอดเลือด โดยแพทย์สามารถวินิจฉัยได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

    • การตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้อง (Abdominal Ultrasound): เป็นวิธีการตรวจคัดกรองเบื้องต้นที่มีประสิทธิภาพ ไม่เจ็บตัว และไม่มีรังสี ช่วยให้แพทย์เห็นขนาดและการโป่งพองของหลอดเลือด
    • การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (CT Scan): ใช้สำหรับยืนยันการวินิจฉัยและประเมสภาวะของหลอดเลือดอย่างละเอียด ช่วยให้แพทย์เห็นโครงสร้าง ขอบเขต และขนาดของหลอดเลือดโป่งพองได้อย่างถี่ถ้วน เพื่อนำข้อมูลไปใช้วางแผนการรักษาและเลือกวิธีผ่าตัดที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย

    แนวทางการรักษาหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองในช่องท้อง

     เส้นเลือดโป่งในช่องท้อง

    แนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับขนาดของหลอดเลือด อัตราการขยายตัว และสภาพร่างกายโดยรวมของผู้ป่วย โดยแบ่งออกเป็น 3 แนวทางหลัก

    การติดตามอาการและควบคุมปัจจัยเสี่ยง

    ใช้ในกรณีที่หลอดเลือดยังไม่ใหญ่มาก แพทย์จะนัดทำการตรวจอัลตราซาวนด์หรือ CT Scan เป็นระยะทุก 6-12 เดือน ควบคู่ไปกับการควบคุมความดันโลหิต และให้งดสูบบุหรี่อย่างเด็ดขาด

    การผ่าตัดเปิดช่องท้องแบบดั้งเดิม (Open Repair)

    เป็นการผ่าตัดเปิดช่องท้องเพื่อเข้าไปทดแทนหลอดเลือดส่วนที่โป่งพองด้วยหลอดเลือดเทียม วิธีนี้มีความทนทานในระยะยาว แต่อาจใช้เวลาพักฟื้นนานกว่า

    การผ่าตัดใส่หลอดเลือดเทียมชนิดมีโครงลวดถักผ่านสายสวน (EVAR)

    เป็นนวัตกรรมการรักษาแบบแผลเล็ก โดยแพทย์จะเจาะผิวหนังบริเวณขาหนีบทั้งสองข้างเพื่อสอดสายสวนที่มีหลอดเลือดเทียมโครงลวดเข้าไปวางกางตรงบริเวณที่โป่งพอง เพื่อเปลี่ยนทิศทางการไหลของเลือดไม่ให้มากระแทกผนังหลอดเลือดเดิม วิธีนี้ช่วยลดขนาดแผล ลดการสูญเสียเลือด และช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

    แนวทางป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองในช่องท้อง

    การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม เป็นกุญแจสำคัญในการชะลอความเสื่อมสภาพของผนังหลอดเลือด และลดโอกาสการเกิดภาวะโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง โดยมีแนวทางปฏิบัติทางสุขอนามัยดังนี้

    • งดการสูบบุหรี่อย่างเด็ดขาด: การสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับแรก ๆ ที่ทำลายโครงสร้างเนื้อเยื่อหลอดเลือด การเลิกบุหรี่จะช่วยลดอัตราการขยายตัวของหลอดเลือดที่โป่งพองได้อย่างชัดเจน
    • ควบคุมระดับความดันโลหิตและไขมัน: ควรดูแลระดับความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ (ไม่เกิน 140/90 มิลลิเมตรปรอท หรือตามที่แพทย์กำหนด) เพื่อลดแรงกระแทกของเลือดต่อผนังหลอดเลือด รวมถึงควบคุมระดับไขมันในเลือดไม่ให้เกิดการสะสมเป็นคราบหินปูน
    • ปรับพฤติกรรมการบริโภคอาหาร: เน้นรับประทานอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผักและผลไม้ เลี่ยงอาหารรสจัด อาหารที่มีโซเดียมสูง และอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวหรือไขมันทรานส์ เพื่อป้องกันภาวะหลอดเลือดแข็งตัว
    • ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม: ควรกิจกรรมทางกายในระดับปานกลาง เช่น การเดินเร็ว หรือการว่ายน้ำ อย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ต้องเบ่งแรงหรือยกของหนักมากเกินไป เพราะอาจทำให้ความดันโลหิตพุ่งสูงขึ้นชั่วขณะ
    • ตรวจคัดกรองเฉพาะบุคคลกลุ่มเสี่ยง: สำหรับผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ชายที่มีประวัติสูบบุหรี่ หรือผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวสายตรงเคยเป็นโรคนี้ ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองด้วยอัลตราซาวนด์ช่องท้องแม้จะไม่มีอาการแสดงใด ๆ

    โรงพยาบาลที่ชำนาญการด้านการรักษาภาวะหลอดเลือดโป่งพองในช่องท้อง

    การดูแลภาวะหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองจำเป็นต้องอาศัยการวางแผนการรักษาที่รอบคอบ คลินิกอายุรกรรมโรคหัวใจ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ มีความพร้อมในการให้บริการตรวจคัดกรอง วินิจฉัย และรักษาโรคหลอดเลือดอย่างเป็นระบบ โดยแพทย์ที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์ พร้อมด้วยเครื่องมือทางการแพทย์และห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย รองรับทั้งการผ่าตัดแบบเปิดและการผ่าตัดแผลเล็กผ่านสายสวน (EVAR) เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการได้รับการดูแลที่สอดคล้องกับสภาพร่างกายและมีความปลอดภัย

    สรุปบทความ

    ภาวะหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองในช่องท้องเป็นภัยเงียบที่น่ากลัวเนื่องจากไม่มีอาการเตือนในระยะแรก แต่สามารถป้องกันและรับมือได้หากตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ การตระหนักถึงปัจจัยเสี่ยง การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพื่อป้องกันความเสื่อมของหลอดเลือด และการเข้ารับการตรวจคัดกรองเมื่อถึงวัยหรือมีความเสี่ยง จะช่วยสกัดกั้นโอกาสในการเกิดอันตรายร้ายแรงและรักษาคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว


    คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับภาวะเส้นเลือดโป่งในช่องท้อง

    1. หากเกิดภาวะเส้นเลือดในท้องแตก สัญญาณเตือนใดที่ต้องรีบส่งโรงพยาบาลทันที

    หากเกิดภาวะเส้นเลือดในท้องแตก ผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้องหรือปวดหลังส่วนล่างอย่างรุนแรงแบบเฉียบพลัน ปวดร้าวลงไปถึงขาหนีบ ร่วมกับมีอาการหน้ามืด ซีดเผือด เหงื่อออก ตัวเย็น ชีพจรเบาและเต้นเร็ว หรือหมดสติ ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันทีเนื่องจากเป็นภาวะวิกฤตที่อันตรายถึงชีวิต

    2. หากตรวจพบเส้นเลือดโป่งในช่องท้องขนาดเล็ก ต้องรักษาอย่างไร

    กรณีที่ตรวจพบว่าหลอดเลือดโป่งพองยังมีขนาดเล็กและไม่มีอาการแสดง แพทย์มักจะแนะนำให้รักษาด้วยวิธีประคับประคองโดยยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัด โดยจะเน้นการควบคุมระดับความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต งดสูบบุหรี่อย่างเด็ดขาด และทำการนัดหมายตรวจติดตามขนาดของหลอดเลือดด้วยอัลตราซาวนด์หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์อย่างสม่ำเสมอตามแผนการรักษา

    3. การผ่าตัดแผลเล็ก EVAR เหมาะกับผู้ป่วยกลุ่มไหน

    การผ่าตัดใส่หลอดเลือดเทียมผ่านสายสวน (EVAR) เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีลักษณะโครงสร้างของหลอดเลือดเอื้ออำนวยต่อการสอดใส่สายสวน รวมถึงผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัวแทรกซ้อนหลายโรค ซึ่งอาจมีความเสี่ยงสูงหากต้องเข้ารับการผ่าตัดใหญ่แบบเปิดช่องท้อง เนื่องจากวิธี EVAR เป็นการผ่าตัดแผลเล็กที่ขาหนีบ จึงช่วยลดการสูญเสียเลือดและลดเวลาในการพักฟื้นลงได้

    4. บุคคลกลุ่มใดควรเข้ารับการตรวจคัดกรองภาวะเส้นเลือดโป่งในช่องท้อง

    กลุ่มบุคคลที่มีความเสี่ยงและควรเข้ารับการตรวจคัดกรอง ได้แก่ ผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะเพศชาย ผู้ที่มีประวัติสูบบุหรี่เป็นประจำ ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง หรือผู้ที่มีประวัติบุคคลในครอบครัวสายตรงเคยเป็นโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง เพื่อช่วยตรวจค้นพบความผิดปกติและวางแผนป้องกันก่อนที่จะเกิดอันตราย

    5. มีวิธีป้องกันไม่ให้เกิดภาวะหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองอย่างไร

    การป้องกันสามารถทำได้โดยการลดและควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่ทำลายผนังหลอดเลือด ได้แก่ การงดสูบบุหรี่อย่างเด็ดขาด ควบคุมระดับความดันโลหิตและไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่แพทย์กำหนด รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดอาหารรสจัดและอาหารที่มีไขมันสูง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อติดตามความสมบูรณ์ของร่างกายอย่างต่อเนื่อง

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    คลินิกอายุรกรรมโรคหัวใจ

    ชั้น 1 โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

    เปิดบริการทุกวัน
    เวลา 07:00 - 16:00 น.

    0 2310 3370

    0 2755 1371

    [email protected]

    @hearthospital

    เลือกปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Heart Check with CT Calcium Score (CAC)ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Heart Check with CT Calcium Score (CAC)
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Heart Check with CT Calcium Score (CAC)

    14,500 บาท

    18,445 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus EKGชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus EKG
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus EKG

    6,900 บาท

    8,120 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Stress Echoชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Stress Echo
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Stress Echo

    9,900 บาท

    13,520 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    หัวใจขาดเลือด หัวใจวาย หัวใจล้มเหลวต่างกันอย่างไร รู้ทันรับมือให้ถูก Image
    หัวใจขาดเลือด หัวใจวาย หัวใจล้มเหลวต่างกันอย่างไร รู้ทันรับมือให้ถูก
    MitraClip ซ่อมลิ้นหัวใจไมตรัลรั่วแบบไม่ผ่าตัด ลดเสี่ยง ฟื้นตัวเร็ว Image
    MitraClip ซ่อมลิ้นหัวใจไมตรัลรั่วแบบไม่ผ่าตัด ลดเสี่ยง ฟื้นตัวเร็ว
    มะเร็งหัวใจ โรคยากแต่มีโอกาสเป็นได้ Image
    มะเร็งหัวใจ โรคยากแต่มีโอกาสเป็นได้
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ