Acromegaly หรือโรคอะโครเมกาลี เป็นโรคที่เกิดจากร่างกายมีฮอร์โมนการเจริญเติบโตมากผิดปกติเป็นเวลานาน ส่งผลให้กระดูก เนื้อเยื่อ และอวัยวะบางส่วนมีขนาดใหญ่ขึ้น หลายคนมักไม่ทันสังเกตจึงขาดการดูแลรักษาอย่างทันท่วงที ส่งผลให้เพิ่มความเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
โรค Acromegaly คืออะไร
โรค Acromegaly (อะโครเมกาลี) คือ ภาวะฮอร์โมนการเจริญเติบโตสูงผิดปกติจากการที่ต่อมใต้สมองปล่อยฮอร์โมนออกมามากเกินไปจนส่งผลกระทบต่อร่างกายกลายป็นโรคเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย ทั้งกระดูกอ่อน อวัยวะ และเนื้อเยื่อต่าง ๆ มักพบในวัยผู้ใหญ่ทั้งผู้ชายและผู้หญิง

โรค Acromegaly เกิดจากอะไร
สาเหตุของโรค Acromegaly เกิดจากเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรงที่ต่อมใต้สมอง (Pituitary Adenoma) ทำให้ต่อมใต้สมองหลั่งฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth Hormone) มากเกินไป จนกระตุ้นให้ตับและเนื้อเยื่อสร้างฮอร์โมน IGF-1 (Insulin-like Growth Factor-1) เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กระดูกและเนื้อเยื่อบางส่วนเติบโตผิดปกติ ขยายขนาดขึ้นอย่างช้า ๆ ถ้าไม่รีบรักษาอาจส่งผลกระทบในระยะยาว

โรค Acromegaly อาการเป็นอย่างไร
- มือใหญ่ เท้าใหญ่ แหวนที่เคยใส่เริ่มคับ ต้องเปลี่ยนรองเท้าขนาดใหญ่ขึ้น
- ใบหน้าเปลี่ยนกรามยื่นจมูกและริมฝีปากหนาขึ้นช่องว่างระหว่างฟันเพิ่มขึ้น
- ปวดศีรษะลานสายตาแคบลงมองเห็นผิดปกติ
- ผิวหนังหนาหยาบมันขึ้น
- นอนกรนมากมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
- ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ ชามือจากเส้นประสาทข้อมือถูกกดทับ
- ความผิดปกติของฮอร์โมนอื่น ๆ เช่น ประจำเดือนผิดปกติ สมรรถภาพทางเพศลดลง
ทั้งนี้อาการของโรค Acromegaly มักเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป ผู้ป่วยและคนใกล้ชิดสามารถสังเกตการเปลี่ยนแปลงจากภาพถ่ายเก่าหรือเปรียบเทียบรูปร่างในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ตรวจวินิจฉัยโรค Acromegaly ได้อย่างไร
- ตรวจระดับฮอร์โมน
- ตรวจ IGF-1 ในเลือด
- ทดสอบระดับฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth Hormone)
- ตรวจภาพด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) บริเวณต่อมใต้สมอง

โรค Acromegaly รักษาอย่างไร
การรักษาโรค Acromegaly ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของโรคได้แก่
- การผ่าตัดเนื้องอก เป็นวิธีการรักษาที่ดีที่สุด หากผู้ป่วยมารักษาเมื่อก้อนมีขนาดไม่เกิน 1 เซนติเมตรยิ่งเพิ่มโอกาสหายขาด มีทั้งการผ่าตัดผ่านกล้องทางจมูกที่ได้รับความนิยม ช่วยให้แพทย์เห็นทุกรายละเอียด ผ่าตัดได้ตรงตำแหน่ง ผู้ป่วยฟื้นตัวได้ไว และการผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะ ในกรณีที่ก้อนเนื้องอกมีขนาดใหญ่มากประมาณ 4 – 5 เซนติเมตร
- การรับประทานยาเพื่อควบคุมระดับฮอร์โมน และเพื่อลดขนาดก้อนและลดฮอร์โมนก่อนผ่าตัด
- การฉายรังสี ในผู้ป่วยบางรายที่ผ่าตัดไปแล้วมีเนื้องอกบางส่วนเหลืออยู่ หรือผู้ป่วยที่ไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัดได้ แม้ข้อดีคือไม่มีบาดแผล แต่ข้อเสียคือมีโอกาสที่อวัยวะข้างเคียงจะได้รับผลกระทบจากการฉายรังสี
หลังรักษา Acromegaly ต้องดูแลตัวเองอย่างไร
- หลังเข้ารับการผ่าตัดสัปดาห์แรกต้องเลี่ยงไอ จาม เบ่งแรง ๆ เลี่ยงอาหารเผ็ดร้อน เพราะเยื่อบุจมูกจะบวมมากขึ้น หายใจลำบาก ควรล้างจมูกบ่อย ๆ
- ตรวจติดตามระดับ GH และ IGF-1 ตามนัดหมายแพทย์ทุกครั้ง
- ติดตามภาพถ่ายต่อมใต้สมองตามความเหมาะสม
- ประเมินโรคร่วม เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
- รับประทานยาและเข้ารับการตรวจอย่างต่อเนื่อง
ความรุนแรงของโรค Acromegaly
หากไม่รีบทำการรักษาโรค Acromegaly นอกจากร่างกายที่เปลี่ยนไปอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้แก่
- โรคหัวใจและหลอดเลือด
- โรคความดันโลหิตสูง
- โรคเบาหวาน
- ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
- มะเร็งลำไส้

โรค Acromegaly รักษาหายขาดได้ไหม
โรค Acromegaly สามารถรักษาหายขาดได้ ขึ้นอยู่กับขนาดของก้อนเนื้องอกที่พบ ยิ่งขนาดเล็กยิ่งมีโอกาสหายขาด
โรค Acromegaly ป้องกันได้หรือไม่
โรค Acromegaly ไม่สามารถป้องกันได้ เมื่อเป็นแล้วควรรีบพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อทำการตรวจรักษาอย่างละเอียด หากปล่อยไว้นานอาจเพิ่มความรุนแรงและลดโอกาสหายขาดจากโรค

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: โรค Acromegaly แตกต่างจากภาวะร่างยักษ์ (Gigantism) อย่างไร
A: ภาวะร่างยักษ์ (Gigantism) และโรค Acromegaly เกิดจากการที่ร่างกายผลิตโกรธฮอร์โมนมากเกินไป แต่ต่างกันตรงที่ภาวะร่างยักษ์ (Gigantism) เกิดขึ้นในวัยเด็กหรือวัยรุ่น ก่อนที่กระดูกจะโตเต็มที่ ฮอร์โมนเข้าไปกระตุ้นให้กระดูกยืดและยาวขึ้นอย่างรวดเร็ว เด็กจึงสูงและมีความยาวแขนขามากกว่าเด็กวัยเดียวกัน ส่วนโรค Acromegaly เกิดขึ้นในวัยผู้ใหญ่ช่วงอายุ 30 – 50 ปี กระดูกโตเต็มที่แล้ว ฮอร์โมนที่เกินทำให้กระดูกขยายออกด้านข้างและเนื้อเยื่อโตขึ้น มือใหญ่ เท้าใหญ่ หน้าผากหนา คางยื่น โหนกแก้มเด่น จมูกและริมฝีปากหนาขึ้น อวัยวะภายในขยายใหญ่
Q: โรค Acromegaly ถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้หรือไม่
A: โรค Acromegaly ส่วนใหญ่ไม่ได้ถ่ายทอดทางพันธุกรรม แต่มักเกิดจากเนื้องอกบริเวณต่อมใต้สมองหลั่งฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth Hormone) มากผิดปกติ แต่ในผู้ป่วยบางรายที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรมสามารถเพิ่มความเสี่ยงการเกิดเนื้องอกต่อมใต้สมองหรือความผิดปกติของฮอร์โมนได้
Q: โรค Acromegaly มีโอกาสเป็นซ้ำได้หรือไม่
A: โรค Acromegaly มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้จึงต้องตรวจติดตามกับแพทย์เฉพาะทางตามนัดหมายทุกครั้ง
โรงพยาบาลที่ชำนาญการดูแลรักษาโรค Acromegaly
ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล พร้อมให้การดูแลรักษาโรค Acromegalyโดยแพทย์เฉพาะทางที่มีความชำนาญ เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัย และทีมสหสาขาที่มากด้วยประสบการณ์ เพื่อให้กลับมามีสุขภาพที่แข็งแรง ใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพในทุกวัน
ทีมแพทย์ที่ชำนาญการดูแลรักษาโรค Acromegaly
พล.อ.นพ.สิรรุจน์ สกุลณะมรรคา แพทย์เฉพาะทางรักษาโรคเนื้องอกในสมอง หลอดเลือดสมอง โรคน้ำคั่งในโพรงสมอง ผ่าตัดรักษาโรคลมชักและพาร์กินสัน ผ่าตัดสมองในเด็ก ผ่าตัดหมอนรองกระดูกต้นคอกดทับเส้นประสาท ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล
นพ.รุ่งศักดิ์ ศิวานุวัฒน์ แพทย์เฉพาะทางด้านประสาทศัลยศาสตร์ ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล










