โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    ผู้ป่วยพาร์กินสันไม่ควรกินอะไร อาหารและยาที่ควรหลีกเลี่ยงมีอะไรบ้าง

    6 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    นพ. อภิชาติ พิศาลพงศ์
    นพ. อภิชาติ พิศาลพงศ์

    โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์ฯ เพื่อสมองและกระดูก

    อัปเดตเมื่อ: 15 ต.ค. 2569
    Dr. Apichart Pisarnpong
    นพ. อภิชาติ พิศาลพงศ์
    โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์ฯ เพื่อสมองและกระดูก
    แพ็กเกจแนะนำ
    การตรวจอัลตราซาวนด์หลอดเลือดคอที่ไปเลี้ยงสมอง Carotid Doppler Ultrasound
    การตรวจอัลตราซาวนด์หลอดเลือดคอที่ไปเลี้ยงสมอง Carotid Doppler Ultrasound
    ผู้ป่วยพาร์กินสันไม่ควรกินอะไร อาหารและยาที่ควรหลีกเลี่ยงมีอะไรบ้าง
    โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์ฯ เพื่อสมองและกระดูก
    อัปเดตเมื่อ: 15 ต.ค. 2569

    โรคพาร์กินสันเป็นความผิดปกติของระบบประสาทที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของร่างกาย แม้ว่าปัจจุบันจะยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่การดูแลสุขภาพอย่างองค์รวม โดยเฉพาะเรื่องโภชนาการ ถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยประคองอาการและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดีขึ้น การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมไม่เพียงแต่ช่วยบำรุงร่างกาย แต่ยังช่วยให้ยาที่ใช้รักษาสามารถออกฤทธิ์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ การทำความเข้าใจว่าผู้ป่วยพาร์กินสันควร-ไม่ควรกินอะไร จึงเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยและผู้ดูแลควรให้ความสำคัญ

    ความสำคัญของโภชนาการต่อผู้ป่วยพาร์กินสัน

    โภชนาการที่ดีมีบทบาทอย่างมากในการดูแลผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน เนื่องจากผู้ป่วยมักเผชิญกับปัญหาน้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งอาจมาจากภาวะกลืนลำบาก อาการท้องผูก ความอยากอาหารที่ลดลง หรือผลข้างเคียงจากยา การได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและสมดุลจะช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อ ป้องกันความอ่อนล้า ลดความเสี่ยงในการหกล้ม และยังช่วยบรรเทาอาการบางอย่างของโรคให้ทุเลาลงได้

    ผู้ป่วยพาร์กินสันไม่ควรกินอะไร

    พาร์กินสันไม่ควรกินอะไร

    การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลตัวเองที่ช่วยลดผลกระทบจากโรคได้ หากมีข้อสงสัยว่าผู้ป่วยพาร์กินสันไม่ควรกินอะไร ควรเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจถึงกลุ่มอาหารที่อาจรบกวนการดูดซึมของยาและอาหารที่อาจกระตุ้นให้อาการของโรคแย่ลง ดังนี้

    อาหารที่มีโปรตีนสูงในมื้อที่ต้องรับประทานยา

    สำหรับผู้ป่วยที่ต้องรับประทานยากลุ่มเลโวโดปา (Levodopa) การรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูงในปริมาณมากพร้อมกับมื้อยา อาจไปขัดขวางการดูดซึมของยาในลำไส้ ทำให้ยาออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการทานเนื้อสัตว์ชิ้นใหญ่ในมื้อที่ต้องทานยา โดยอาจเปลี่ยนไปทานยาตอนท้องว่างหรือทานคู่กับของว่างเบา ๆ และกระจายสัดส่วนอาหารโปรตีนไปไว้ในมื้ออื่น ๆ ของวันแทน

    อาหารแปรรูปและอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง

    อาหารกระป๋อง เนื้อสัตว์แปรรูป อาหารฟาสต์ฟู้ด และอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เช่น เนย ครีม มักมีคุณค่าทางโภชนาการต่ำและผ่านกระบวนการที่สูญเสียสารอาหารสำคัญไป นอกจากนี้ยังอาจกระตุ้นให้เกิดภาวะอักเสบในร่างกาย ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยรวมและสุขภาพสมอง

    อาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง

    ขนมหวาน เบเกอรี่ และน้ำอัดลม เป็นกลุ่มอาหารที่ให้พลังงานสูงแต่ขาดสารอาหารที่มีประโยชน์ การบริโภคน้ำตาลมากเกินไปอาจทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด และอาจทำให้ความรู้สึกอ่อนเพลียหรือความเมื่อยล้าของผู้ป่วยพาร์กินสันรุนแรงขึ้น

    ผลิตภัณฑ์จากนมสัตว์บางชนิด

    ข้อมูลจากสมาคมโรคพาร์กินสันแห่งสหรัฐอเมริกา (APDA) ระบุว่า การบริโภคผลิตภัณฑ์จากนมในปริมาณมากอาจมีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงของโรคที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ โปรตีนในนมยังไปขัดขวางการดูดซึมของยาเลโวโดปา ทำให้ยาออกฤทธิ์ควบคุมอาการได้ไม่เต็มที่ ผู้ป่วยจึงไม่จำเป็นต้องงดทานเด็ดขาด แต่ควรบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะ เว้นระยะห่างจากการทานยา และปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนโภชนาการให้เหมาะสม

    อาหารที่มีเนื้อสัมผัสแห้ง แข็ง หรือร่วน

    ผู้ป่วยหลายรายมักมีภาวะกลืนลำบาก อาหารที่มีลักษณะแห้ง แข็ง หรือร่วนกระจายง่าย เช่น ถั่ว แครกเกอร์ ป๊อปคอร์น หรือเนื้อสัตว์ที่เหนียวจัด อาจเพิ่มความเสี่ยงในการสำลักอาหารลงปอด ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง ควรหลีกเลี่ยงหรือปรับเปลี่ยนวิธีปรุงให้เนื้ออาหารนุ่มและกลืนง่ายขึ้น

    เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้พลังงานที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และอาจส่งผลกระทบต่อการทรงตัว เพิ่มความเสี่ยงในการหกล้ม อีกทั้งยังอาจทำปฏิกิริยากับยาที่ผู้ป่วยกำลังรับประทานอยู่ จึงควรหลีกเลี่ยงหรือจำกัดปริมาณการดื่ม

    ยาและอาหารเสริมที่ผู้ป่วยพาร์กินสันควรระมัดระวัง

    นอกเหนือจากการเลือกรับประทานอาหารแล้ว อาหารเสริมและวิตามินบางชนิดก็เป็นสิ่งที่ผู้ป่วยต้องให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากอาจเกิดปฏิกิริยากับยาที่ใช้รักษาโรคพาร์กินสัน ส่งผลให้ประสิทธิภาพของยาลดลง โดยมีข้อควรปฏิบัติที่สำคัญดังนี้

    • ระวังอาหารเสริมกลุ่มธาตุเหล็ก: แร่ธาตุชนิดนี้สามารถเข้าไปจับตัวกับยาหลักที่ใช้รักษาอย่างกลุ่มเลโวโดปา (Levodopa) ทำให้ลำไส้ดูดซึมยาเข้าสู่ร่างกายได้น้อยลง ส่งผลให้ยาออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่
    • เว้นระยะห่างในการรับประทาน: หากผู้ป่วยมีความจำเป็นต้องรับประทานยาบำรุงเลือดหรืออาหารเสริมที่มีธาตุเหล็ก ควรจัดสรรเวลาทานให้ห่างจากมื้อยาพาร์กินสันหลายชั่วโมง หรือปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
    • ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาทุกครั้ง: ผู้ป่วยไม่ควรหาซื้อวิตามิน อาหารเสริม หรือยาสมุนไพรใด ๆ มารับประทานเองโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันสารบางชนิดเข้าไปขัดขวางการออกฤทธิ์ของยา จึงควรนำรายชื่ออาหารเสริมไปปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลก่อนเริ่มทานเสมอ

    อาหารที่แนะนำเพื่อช่วยบรรเทาอาการพาร์กินสัน

    อาหารที่แนะนำสำหรับผู้ป่วยพาร์กินสัน

    การเลือกรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ มีส่วนช่วยส่งเสริมสุขภาพสมองและบรรเทาอาการข้างเคียงของโรคได้เป็นอย่างดี

    อาหารที่มีกากใยสูงและธัญพืชขัดสีน้อย

    อาการท้องผูกเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยมากในผู้ป่วย การรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง เช่น ธัญพืชเต็มเมล็ด ผักใบเขียว และผลไม้สด จะช่วยกระตุ้นการขับถ่ายให้เป็นปกติและเสริมสร้างระบบทางเดินอาหารให้แข็งแรง

    อาหารที่อุดมด้วยโอเมก้า 3 และสารต้านอนุมูลอิสระ

    ไขมันดีจากปลาทะเลน้ำลึก (เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า) รวมถึงถั่ววอลนัท และเมล็ดเจีย อุดมไปด้วยโอเมก้า 3 ที่มีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบในระบบประสาท ควบคู่ไปกับการรับประทานผลไม้ตระกูลเบอร์รีที่เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีส่วนช่วยปกป้องเซลล์สมองจากความเสื่อมสภาพ

    การปรับพฤติกรรมบนโต๊ะอาหารเพื่อลดปัญหาการกลืนและระบบย่อย

    ผู้ป่วยพาร์กินสันไม่ควรกินอะไร

    ปัญหาการกลืนลำบากและระบบย่อยอาหารทำงานช้าลง เป็นอาการที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยพาร์กินสัน เพื่อลดความเสี่ยงในการสำลักและช่วยให้การรับประทานอาหารปลอดภัยและราบรื่นยิ่งขึ้น ผู้ป่วยและผู้ดูแลควรปรับพฤติกรรมบนโต๊ะอาหาร ดังนี้

    • แบ่งอาหารเป็นมื้อย่อย: ปรับมารับประทานอาหารมื้อเล็ก ๆ ในปริมาณที่พอดี เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยรู้สึกเหนื่อยล้าจากการใช้สมาธิเคี้ยวและกลืนในมื้อใหญ่
    • เคี้ยวอาหารให้ละเอียด: ให้เวลาผู้ป่วยในการรับประทานอาหารโดยไม่เร่งรีบ เพื่อให้แน่ใจว่าอาหารชิ้นเล็กและละเอียดพอที่จะกลืนลงไปได้อย่างปลอดภัย
    • ปรับเนื้อสัมผัสอาหารให้ชุ่มชื้น: เติมน้ำซุป น้ำเกรวี่ หรือซอสลงในมื้ออาหาร เพื่อลดความแห้งและร่วนของอาหาร ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยกลืนอาหารได้ง่ายขึ้น
    • จัดท่านั่งให้เหมาะสม: ควรให้ผู้ป่วยนั่งตัวตรงในขณะรับประทานอาหาร และควรนั่งตัวตรงต่อไปอีกสักระยะหลังจากรับประทานเสร็จ เพื่อป้องกันการสำลักและช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น

    วางแผนโภชนาการและดูแลผู้ป่วยพาร์กินสันอย่างเข้าใจที่โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล 

    การดูแลผู้ป่วยพาร์กินสันให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างรอบด้าน โรงพยาบาลกรุงเทพพร้อมให้บริการโดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านสมองและระบบประสาทที่ทำงานร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพ ทั้งนักกำหนดอาหารวิชาชีพและนักกายภาพบำบัด เพื่อร่วมกันออกแบบแผนการรักษาและให้คำแนะนำด้านโภชนาการที่เหมาะสมกับสภาวะของผู้ป่วยแต่ละบุคคล ภายใต้กระบวนการดูแลที่คำนึงถึงความปลอดภัย ช่วยให้ผู้ป่วยและครอบครัวสามารถรับมือกับโรคได้อย่างเข้าใจและมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

    สรุปบทความ

    โภชนาการเป็นปัจจัยเสริมที่สำคัญในการดูแลผู้ป่วยพาร์กินสัน การเรียนรู้ว่าอาหารประเภทใดควรหลีกเลี่ยง เช่น อาหารโปรตีนสูงที่อาจชนกับมื้อยา อาหารแปรรูป หรืออาหารที่เสี่ยงต่อการสำลัก จะช่วยให้การควบคุมอาการของโรคมีประสิทธิภาพมากขึ้น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินควบคู่ไปกับการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ จะช่วยประคองการทำงานของร่างกายและสมองให้พร้อมสำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน

    คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับอาหารสำหรับผู้ป่วยพาร์กินสัน

    1. ผู้ป่วยพาร์กินสันจำเป็นต้องงดเนื้อสัตว์หรืออาหารโปรตีนไปเลยหรือไม่

    ไม่จำเป็นต้องงด เนื่องจากโปรตีนยังคงเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการรักษามวลกล้ามเนื้อ เพียงแต่ควรปรับเวลาการรับประทาน โดยอาจเลี่ยงการทานมื้อใหญ่พร้อมยา และกระจายปริมาณโปรตีนไปในมื้ออื่น ๆ ของวันแทน

    2. ผู้ป่วยพาร์กินสันสามารถดื่มกาแฟได้หรือไม่

    สามารถดื่มได้หากไม่มีอาการใจสั่นหรือโรคประจำตัวอื่นที่ขัดข้อง แต่ควรระมัดระวังปริมาณการดื่ม เพราะคาเฟอีนอาจกระตุ้นให้เกิดภาวะกรดไหลย้อนหรือรบกวนการนอนหลับในผู้ป่วยบางรายได้

    3. หากผู้ป่วยมีปัญหาสำลักน้ำบ่อยครั้ง ควรปรับอาหารอย่างไร

    ควรปรึกษาแพทย์หรือนักอรรถบำบัดเพื่อประเมินการกลืน โดยเบื้องต้นอาจต้องใช้สารเพิ่มความหนืดผสมในน้ำดื่ม และหลีกเลี่ยงอาหารที่แห้งหรือร่วนเกินไป เพื่อลดความเสี่ยงในการสำลักลงปอด

    4. ผู้ป่วยพาร์กินสันควรรับประทานอาหารเสริมวิตามินหรือไม่

    ควรรับประทานวิตามินผ่านอาหารสดจากธรรมชาติเป็นหลัก หากต้องการใช้อาหารเสริม ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลก่อนทุกครั้ง เพื่อป้องกันการเกิดปฏิกิริยาระหว่างวิตามินและยาที่กำลังใช้รักษาอยู่

    5. ทำไมผู้ป่วยจึงควรดื่มน้ำให้เพียงพอแม้จะปัสสาวะบ่อย

    การดื่มน้ำให้เพียงพอช่วยบรรเทาอาการท้องผูกซึ่งเป็นปัญหาหลักของผู้ป่วยพาร์กินสัน อีกทั้งยังช่วยให้ร่างกายสดชื่น ลดอาการวิงเวียน และช่วยรักษาสมดุลของระบบไหลเวียนโลหิตได้ดีขึ้น

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    นพ. อภิชาติ พิศาลพงศ์

    ประสาทวิทยา

    นพ. อภิชาติ พิศาลพงศ์

    ประสาทวิทยา

    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ชั้น 1 และชั้น 2 โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล

    ทุกวัน
    จันทร์ - ศุกร์ 07:00 - 19:00 น.
    เสาร์ - อาทิตย์ 07:00 - 16.00 น.

    0 2310 3011

    1719

    [email protected]

    ประหยัดเวลาค้นหาแพทย์ด้วยตัวเอง

    ให้ AI ช่วยประเมินอาการและแนะนำแพทย์ที่เหมาะสม

    AI เลือกแพทย์ให้

    เลือกปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    การตรวจอัลตราซาวนด์หลอดเลือดคอที่ไปเลี้ยงสมอง Carotid Doppler Ultrasoundการตรวจอัลตราซาวนด์หลอดเลือดคอที่ไปเลี้ยงสมอง Carotid Doppler Ultrasound
    การตรวจอัลตราซาวนด์หลอดเลือดคอที่ไปเลี้ยงสมอง Carotid Doppler Ultrasound

    4,700 บาท

    5,290 บาท

    รายละเอียด
    แพ็กเกจตรวจความเสี่ยงอัลไซเมอร์แพ็กเกจตรวจความเสี่ยงอัลไซเมอร์
    แพ็กเกจตรวจความเสี่ยงอัลไซเมอร์

    38,100 บาท

    41,970 บาท

    รายละเอียด
    แพ็กเกจตรวจสุขภาพสมอง Stop Strokeแพ็กเกจตรวจสุขภาพสมอง Stop Stroke
    แพ็กเกจตรวจสุขภาพสมอง Stop Stroke

    29,000 บาท

    43,055 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    อัลไซเมอร์มีกี่ระยะ แต่ละระยะอาการเป็นอย่างไร รักษาอย่างไร Image
    อัลไซเมอร์มีกี่ระยะ แต่ละระยะอาการเป็นอย่างไร รักษาอย่างไร
    8 วิธีจัดการความเครียดสะสมด้วยตนเอง ปรับสมดุลกายใจให้สมวัย  Image
    8 วิธีจัดการความเครียดสะสมด้วยตนเอง ปรับสมดุลกายใจให้สมวัย
    ปวดศีรษะคลัสเตอร์ (Cluster Headache) คืออะไร สาเหตุ อาการ และวิธีการรักษา Image
    ปวดศีรษะคลัสเตอร์ (Cluster Headache) คืออะไร สาเหตุ อาการ และวิธีการรักษา
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ