โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    อัลไซเมอร์มีกี่ระยะ แต่ละระยะอาการเป็นอย่างไร รักษาอย่างไร

    8 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    พญ. ศรินพร มานิตย์ศิริกุล ทิพย์อุดม
    พญ. ศรินพร มานิตย์ศิริกุล ทิพย์อุดม

    โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์ฯ เพื่อสมองและกระดูก

    อัปเดตเมื่อ: 15 ต.ค. 2569
    Dr. Sarinporn Manitsirikul Tipudom
    พญ. ศรินพร มานิตย์ศิริกุล ทิพย์อุดม
    โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์ฯ เพื่อสมองและกระดูก
    แพ็กเกจแนะนำ
    การตรวจอัลตราซาวนด์หลอดเลือดคอที่ไปเลี้ยงสมอง Carotid Doppler Ultrasound
    การตรวจอัลตราซาวนด์หลอดเลือดคอที่ไปเลี้ยงสมอง Carotid Doppler Ultrasound
    อัลไซเมอร์มีกี่ระยะ แต่ละระยะอาการเป็นอย่างไร รักษาอย่างไร
    โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์ฯ เพื่อสมองและกระดูก
    อัปเดตเมื่อ: 15 ต.ค. 2569

    ภาวะสมองเสื่อมเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลใจให้กับทั้งผู้สูงอายุและครอบครัว โดยเฉพาะโรคที่พบได้บ่อยที่สุดอย่างโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งเป็นโรคที่ส่งผลกระทบต่อความจำ ความคิด และพฤติกรรมอย่างค่อยเป็นค่อยไป การทำความเข้าใจว่าโรคอัลไซเมอร์มีกี่ระยะ แต่ละระยะมีความรุนแรงแตกต่างกันอย่างไร จะช่วยให้ครอบครัวสามารถสังเกตอาการ วางแผนการดูแล และพาผู้ป่วยเข้ารับการรักษาได้อย่างเหมาะสมตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อรักษาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดีได้นานยิ่งขึ้น

    โรคอัลไซเมอร์ คืออะไร สาเหตุเกิดจากอะไร

    ยาสำหรับผู้ป่วยอัลไซเมอร์

    โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s Disease)เป็นความผิดปกติของสมองที่เกิดจากการเสื่อมถอยของเซลล์ประสาท สาเหตุหลักทางการแพทย์พบว่าเกิดจากการสะสมของโปรตีนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า เบตา-อะไมลอยด์ (Beta-Amyloid) และโปรตีนเทาว์ (Tau) ในเนื้อสมอง ซึ่งโปรตีนเหล่านี้จะส่งผลให้สมองฝ่อตัวลงและสูญเสียการทำงาน โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับความจำและการเรียนรู้

    สัญญาณเตือนโรคอัลไซเมอร์ สังเกตอย่างไรว่าไม่ใช่แค่ความจำเสื่อมตามวัย

    ผู้สูงอายุทั่วไปอาจมีอาการหลงลืมได้บ้าง เช่น ลืมว่าวางกุญแจไว้ที่ไหน แต่จะสามารถนึกออกได้ในภายหลัง ทว่าสัญญาณเตือนของโรคอัลไซเมอร์จะมีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันมากกว่า โดยสามารถสังเกตความผิดปกติได้จากสัญญาณเตือนเหล่านี้

    • ลืมเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้นที่สำคัญ: มักจะถามคำถามเดิมซ้ำ ๆ ลืมการนัดหมาย หรือลืมข้อมูลที่เพิ่งรับรู้มาใหม่
    • ทำกิจวัตรประจำวันเดิม ๆ ไม่ได้: มีความยากลำบากในการทำกิจกรรมที่เคยทำเป็นประจำ เช่น ขับรถไปสถานที่ที่คุ้นเคยไม่ได้ หรือลืมวิธีการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน
    • มีปัญหาเรื่องการวางแผนและการแก้ปัญหา: ไม่สามารถจัดการเรื่องเงิน คำนวณตัวเลขพื้นฐาน หรือทำตามขั้นตอนการทำอาหารที่เคยทำได้
    • สับสนเรื่องเวลาและสถานที่: ไม่รู้วัน เดือน ปี หรือลืมว่าตนเองอยู่ที่ไหนและเดินทางมายังสถานที่นั้นได้อย่างไร
    • ความสามารถในการใช้ภาษาลดลง: นึกคำศัพท์ไม่ออก ใช้คำผิดความหมาย หรือหยุดพูดกลางคันเพราะเรียงประโยคไม่ถูก
    • อารมณ์และบุคลิกภาพเปลี่ยนแปลง: มีอาการหวาดระแวง วิตกกังวล ซึมเศร้า หรือหงุดหงิดง่ายกว่าปกติ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย

    อัลไซเมอร์มีกี่ระยะ อาการในแต่ละระยะเป็นอย่างไร

    อาการอัลไซเมอร์

    เมื่อมีความสงสัยว่าความจำที่ถดถอยอาจมาจากความผิดปกติของสมอง คำถามที่มักตามมาคืออัลไซเมอร์มีกี่ระยะเพื่อให้เข้าใจถึงการดำเนินไปของโรค อาการของโรคอัลไซเมอร์สามารถแบ่งออกเป็นระยะต่าง ๆ ตามความรุนแรงของการสูญเสียการทำงานของสมองได้ดังนี้

    ระยะก่อนมีอาการ (Preclinical Alzheimer’s)

    ในระยะนี้ผู้ป่วยจะยังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ภายนอกดูเหมือนคนทั่วไป และยังไม่มีอาการหลงลืมที่ชัดเจน แต่อาจเริ่มรู้สึกลึก ๆ ว่าการทำกิจกรรมบางอย่างยากขึ้นเล็กน้อย ซึ่งแทบจะแยกไม่ออกจากภาวะความจำเสื่อมตามวัย แต่ในเซลล์สมองได้เริ่มมีการสะสมของโปรตีนเบตา-อะไมลอยด์ (Beta-Amyloid) อย่างเงียบ ๆ

    ระยะเริ่มต้น (Early-Stage หรือ Mild Alzheimer’s)

    ผู้ป่วยจะเริ่มมีปัญหาความจำระยะสั้นบกพร่องที่สังเกตได้ชัดเจนขึ้น แต่ยังสามารถจดจำคนคุ้นเคย ขับรถในเส้นทางประจำ และดูแลตัวเองส่วนใหญ่ได้

    หากตรวจพบในระยะนี้ แพทย์อาจพิจารณาให้ยารักษาอัลไซเมอร์ระยะเริ่มต้น ซึ่งเป็นกลุ่มยาที่มุ่งเน้นการลดคราบโปรตีนเบตา-อะไมลอยด์ในสมอง เพื่อชะลอการดำเนินโรค 

    สำหรับอาการที่พบบ่อยในระยะนี้ ได้แก่

    • หลงลืมเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น หรือลืมข้อมูลที่เพิ่งเรียนรู้มาใหม่
    • ถามเรื่องเดิมซ้ำ ๆ และวางของผิดที่บ่อยกว่าปกติ
    • นึกคำศัพท์ไม่ออก หรือมีปัญหาในการเรียบเรียงความคิดให้ผู้อื่นเข้าใจ
    • เริ่มสับสนและทำได้ช้าลงในการจัดการแผนการต่าง ๆ รวมถึงการคิดคำนวณตัวเลขและเรื่องการเงิน

    ระยะปานกลาง (Middle-Stage หรือ Moderate Alzheimer’s)

    ถือเป็นระยะที่กินเวลายาวนานที่สุด เซลล์สมองจะถูกทำลายมากขึ้นจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตอย่างรุนแรง ผู้ป่วยจำเป็นต้องพึ่งพาผู้ดูแลในการทำกิจวัตรประจำวัน เช่น การอาบน้ำ แต่งตัว และอาจเริ่มสูญเสียการควบคุมการขับถ่าย โดยมีอาการที่เด่นชัด ดังนี้

    • ปัญหาความจำและความสับสน: สูญเสียความจำระยะยาว ลืมประวัติส่วนตัว ลืมเบอร์โทรศัพท์ หรือที่อยู่ของตนเอง และมักสับสนเรื่องวันเวลาหรือสถานที่
    • ปัญหาด้านภาษา: เข้าใจคำพูดของผู้อื่นผิด พูดซ้ำไปซ้ำมา หรือเรียบเรียงประโยคไม่ถูกต้อง
    • พฤติกรรมเสี่ยง: อาจมีการเดินออกจากบ้านอย่างไร้จุดหมาย หลงทางบ่อยครั้ง และไม่ตระหนักถึงอันตราย

    ระยะรุนแรง หรือระยะสุดท้าย (Late-Stage หรือ Severe Alzheimer’s)

    เป็นระยะสุดท้ายที่เนื้อสมองถูกทำลายไปเป็นวงกว้าง ผู้ป่วยจะเข้าสู่ภาวะที่ต้องพึ่งพาผู้ดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง และอาจต้องได้รับการดูแลแบบประคับประคอง (Hospice Care) อาการสำคัญในระยะนี้ ได้แก่

    • สูญเสียความทรงจำไปเกือบทั้งหมด และไม่ตระหนักรู้ถึงสิ่งแวดล้อมรอบตัว
    • สูญเสียความสามารถในการสื่อสารทางคำพูดอย่างสิ้นเชิง
    • สูญเสียปฏิกิริยาการกลืนอาหาร ซึ่งเสี่ยงต่อการสำลักและนำไปสู่ภาวะปอดติดเชื้อได้ง่าย

    วิธีการดูแลและการรักษาโรคอัลไซเมอร์ในแต่ละระยะ

    การดูแลรักษาผู้ป่วยอัลไซเมอร์ไม่สามารถใช้วิธีเดียวได้ตลอดการดำเนินโรค แต่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนไปตามระยะและระดับความรุนแรงของอาการ เพื่อให้สอดคล้องกับความสามารถที่ถดถอยลงของผู้ป่วย โดยมีเป้าหมายหลักคือการชะลอความเสื่อมของสมอง บรรเทาอาการทางพฤติกรรม และรักษาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดีที่สุดในทุก ๆ ช่วงเวลา

    การรักษาด้วยยา

    การใช้ยาจะถูกปรับให้ตรงกับระยะที่ผู้ป่วยเป็นอยู่ เพื่อประสิทธิภาพในการควบคุมอาการและประคองคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดีที่สุด

    • ระยะเริ่มต้น: แพทย์จะเน้นการให้ยาเพื่อชะลอความเสื่อมของสมอง เช่น กลุ่มยาที่ช่วยเพิ่มระดับสารสื่อประสาทเพื่อประคองความจำและการรับรู้ หรือกลุ่มยานวัตกรรมใหม่ที่ออกฤทธิ์ลดการสะสมของคราบโปรตีนในสมองโดยตรง เพื่อช่วยเปลี่ยนการดำเนินโรคและชะลอความเสื่อมตั้งแต่เนิ่น ๆ
    • ระยะปานกลาง: แพทย์จะพิจารณาให้ยาที่ออกฤทธิ์ปรับสมดุลสารสื่อประสาทอีกชนิด ซึ่งเป็นยาสำหรับรักษาผู้ป่วยระยะปานกลางถึงรุนแรงโดยเฉพาะ 
    • ระยะรุนแรง: ยาที่ช่วยเรื่องความจำมักจะให้ผลตอบสนองลดลง การรักษาทางการแพทย์จะมุ่งเน้นไปที่การดูแลแบบประคับประคอง (Palliative) โดยใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการแทรกซ้อนเป็นหลัก เช่น ยาลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ ยาบรรเทาปวด หรือยาปฏิชีวนะในกรณีที่มีการติดเชื้อ (เช่น ปอดอักเสบ หรือทางเดินปัสสาวะอักเสบ)ควบคู่ไปกับยาบรรเทาอาการทางจิตเวช ในผู้ป่วยมีกลุ่มอาการทางพฤติกรรมและอารมณ์ (BPSD) อาจมีการใช้ยาลดความวิตกกังวล ยาลดอาการหวาดระแวง ประสาทหลอน หรือพฤติกรรมก้าวร้าว เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยสงบลง

    การรักษาแบบไม่ใช้ยาและการปรับสภาพแวดล้อม

    วิธีการดูแลและการจัดสภาพแวดล้อมต้องปรับให้ตอบโจทย์ด้านความปลอดภัยที่แตกต่างกันในแต่ละระยะ

    • ระยะเริ่มต้น: เน้นการกระตุ้นการทำงานของสมอง เช่น การเล่นเกมทายคำ ดนตรีบำบัด ศิลปะบำบัด หรือการออกกำลังกายเบา ๆ ร่วมกับการเริ่มจัดระเบียบสิ่งของในบ้านให้อยู่เป็นที่เป็นทางเพื่อลดความสับสน
    • ระยะปานกลาง: เป็นระยะที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและการเดินพลัดหลงสูง การปรับสภาพแวดล้อมต้องเน้นความปลอดภัยสูง เช่น เก็บของมีคมหรือสารเคมีให้พ้นมือ ล็อกประตูทางออกให้มิดชิด เพิ่มแสงสว่างในบ้านให้เพียงพอเพื่อลดความหวาดระแวงและอาการสับสนช่วงเย็น และนำพรมหรือสิ่งกีดขวางที่อาจทำให้สะดุดล้มออก
    • ระยะรุนแรง: ผู้ป่วยมักติดเตียงและช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ การดูแลทางกายภาพบำบัดและการพยาบาลจึงสำคัญที่สุด เช่น การพลิกตัวทุก 2 ชั่วโมงเพื่อป้องกันแผลกดทับ การขยับข้อต่อเพื่อป้องกันอาการข้อยึดติด การจัดเตรียมอาหารบดละเอียดหรือปรับความข้นของน้ำดื่มเพื่อป้องกันการสำลักลงปอด รวมถึงการดูแลสุขอนามัยการขับถ่ายเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

    แนวทางการดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์

    การดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์

    การดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์เป็นงานที่ต้องอาศัยความรัก ความเข้าใจ และการปรับตัวอยู่เสมอ เนื่องจากการรับรู้และอารมณ์ของผู้ป่วยจะเปลี่ยนไปตามระยะของโรค แนวทางในการดูแลและรับมือจึงควรปรับให้สอดคล้องกัน ดังนี้

    การดูแลผู้ป่วยระยะเริ่มต้น

    • เคารพการตัดสินใจ: ในระยะนี้ผู้ป่วยยังสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้ ควรเปิดโอกาสให้เขาได้คิดและตัดสินใจกิจวัตรประจำวันด้วยตนเองให้มากที่สุด เพื่อรักษาความภาคภูมิใจและความมั่นใจ
    • ใช้ตัวช่วยเตือนความจำ: การใช้สมุดจด ปฏิทิน หรือการตั้งนาฬิกาปลุกเตือนในโทรศัพท์ จะช่วยลดความหงุดหงิดจากการหลงลืมสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้
    • วางแผนอนาคตร่วมกัน: ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการพูดคุยและจัดการเรื่องสำคัญ เช่น แผนการเงิน หรือความต้องการด้านการรักษาพยาบาลในอนาคต ขณะที่ผู้ป่วยยังมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน

    การดูแลผู้ป่วยระยะปานกลาง

    • สร้างตารางชีวิตประจำวัน: การให้ผู้ป่วยทำกิจวัตรตามเวลาเดิมทุกวัน ทั้งการตื่นนอน รับประทานอาหาร และเข้านอน จะช่วยสร้างความคุ้นเคย ลดความสับสน และลดความวิตกกังวลลงได้
    • สื่อสารอย่างเข้าใจและใจเย็น: ควรใช้ประโยคสั้น ๆ เข้าใจง่าย และให้เวลาผู้ป่วยในการประมวลผล หากผู้ป่วยมีความเชื่อที่ผิดไปจากความจริงหรือจำเรื่องราวสับสน ไม่ควรโต้เถียงหรือพยายามอธิบายด้วยเหตุผล แต่ให้ใช้วิธีคล้อยตามและเบี่ยงเบนความสนใจไปเรื่องอื่นแทน
    • รับมือกับอารมณ์ด้วยความนุ่มนวล: หากผู้ป่วยมีอาการหงุดหงิด หวาดระแวง หรือก้าวร้าว ผู้ดูแลต้องตั้งสติ ไม่แสดงอารมณ์โต้ตอบ อาจถอยออกมาก่อน แล้วค่อยเข้าไปพูดคุยใหม่เมื่อผู้ป่วยสงบลง

    การดูแลผู้ป่วยระยะรุนแรง

    • สื่อสารผ่านภาษากาย: แม้ผู้ป่วยจะสูญเสียความสามารถในการใช้ภาษาหรือฟังไม่เข้าใจ แต่ยังสามารถรับรู้ความรู้สึกได้ การจับมือ ลูบหลังเบา ๆ หรือการใช้น้ำเสียงที่อ่อนโยน จะช่วยให้ผู้ป่วยรับรู้ถึงความรักและรู้สึกปลอดภัย
    • ใส่ใจการสังเกตความผิดปกติ: ผู้ป่วยในระยะนี้ไม่สามารถบอกความเจ็บปวดได้ ผู้ดูแลจึงต้องหมั่นสังเกตสีหน้า ท่าทาง หรืออาการกระสับกระส่าย ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของความเจ็บป่วย เช่น มีไข้ ท้องผูก หรือปวดแผล

    นอกจากการดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์แล้ว การดูแลรักษาสุขภาพจิตของผู้ดูแลก็เป็นสิ่งที่ไม่ละเลยเช่นกัน เนื่องจากสภาพจิตใจและอารมณ์ของผู้ดูแลส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการดูแลผู้ป่วย หากผู้ดูแลเกิดความเครียดสะสมอาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศในบ้านได้ ผู้ดูแลจึงควรจัดสรรเวลาพักผ่อนให้ตนเอง สลับสับเปลี่ยนให้สมาชิกครอบครัวคนอื่นมาช่วยดูแลแทนบ้าง เพื่อป้องกันภาวะหมดไฟของผู้ดูแลผู้ป่วย (Caregiver Burnout) และช่วยให้สามารถรับมือกับการดูแลผู้ป่วยในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ตรวจวินิจฉัยและดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์อย่างครอบคลุมที่โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล 

    ความซับซ้อนของโรคสมองเสื่อมจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างเข้าใจ ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล พร้อมให้การดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์อย่างครอบคลุม โดยมีทีมแพทย์เฉพาะทางด้านสมองและระบบประสาทที่ทำงานร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพ ทั้งพยาบาลเฉพาะทาง นักกายภาพบำบัด และนักกิจกรรมบำบัด เพื่อประเมินและออกแบบแผนการรักษาที่เหมาะสมกับสภาวะของผู้ป่วยแต่ละบุคคล พร้อมด้วยเทคโนโลยีการวินิจฉัยที่ทันสมัย เช่น เครื่อง MRI และ PET Scan ที่ช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยหาสาเหตุของโรคได้อย่างละเอียด ภายใต้กระบวนการดูแลที่เน้นความปลอดภัยและมุ่งเน้นพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัวเป็นสำคัญ

    สรุปบทความ

    โรคอัลไซเมอร์เป็นภาวะสมองเสื่อมที่ดำเนินไปอย่างช้า ๆ การรู้ว่าอัลไซเมอร์มีกี่ระยะ และมีสัญญาณเตือนอย่างไร เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ครอบครัวรู้เท่าทันโรคและวางแผนรับมือได้ดีขึ้น แม้ในปัจจุบันจะยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่การตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและการดูแลรักษาโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ จะช่วยชะลอความรุนแรงของโรค บรรเทาอาการ และช่วยให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตประจำวันร่วมกับครอบครัวได้อย่างมีความสุขยาวนานขึ้น

    คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับระยะของโรคอัลไซเมอร์

    1. ระยะของโรคอัลไซเมอร์แต่ละระยะกินเวลานานเท่าไร

    ระยะเวลาของแต่ละระยะจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โดยเฉลี่ยผู้ป่วยมักมีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 4-8 ปีหลังจากได้รับการวินิจฉัย แต่ในบางรายที่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมอาจอยู่ได้นานถึง 10-20 ปี

    2. สามารถตรวจพบโรคอัลไซเมอร์ในระยะก่อนมีอาการได้หรือไม่

    สามารถตรวจพบได้ผ่านการตรวจหาค่าบ่งชี้ทางชีวภาพ (Biomarkers) เช่น การทำ PET Scan สมอง หรือการเจาะน้ำไขสันหลังเพื่อตรวจหาการสะสมของโปรตีนเบตา-อะไมลอยด์และโปรตีนเทาว์ และปัจจุบันยังมีการตรวจโปรตีนดังกล่าวจากในเลือดได้

    3. การทำกิจกรรมฝึกสมองช่วยชะลอการเข้าสู่โรคอัลไซเมอร์ระยะรุนแรงได้ไหม

    การทำกิจกรรมที่กระตุ้นการคิดและการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ สามารถช่วยสร้างเครือข่ายเส้นประสาทสำรองในสมอง ซึ่งมีส่วนช่วยชะลอความเสื่อมถอยของสมองและรักษาการทำงานของสมองให้อยู่ในระดับที่ดีได้นานขึ้น

    4. ผู้ป่วยอัลไซเมอร์รที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว ครอบครัวควรรับมืออย่างไร

    ผู้ดูแลควรตั้งสติและตอบสนองด้วยความใจเย็น หลีกเลี่ยงการโต้เถียง พยายามหาสาเหตุที่กระตุ้นให้เกิดอารมณ์ เช่น ความเจ็บปวด หรือความหิว และใช้วิธีเบี่ยงเบนความสนใจไปทำกิจกรรมอื่นที่ผู้ป่วยชื่นชอบ

    5. จะรู้ได้อย่างไรว่าผู้ป่วยเข้าสู่โรคอัลไซเมอร์ระยะสุดท้าย

    ผู้ป่วยในระยะสุดท้ายมักสูญเสียความสามารถในการสื่อสาร การดูแลตัวเองโดยสิ้นเชิง และมักมีปัญหาเกี่ยวกับการกลืนอาหาร ทำให้ต้องพึ่งพาผู้ดูแลในทุกกิจวัตรประจำวันตลอด 24 ชั่วโมง

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    พญ. ศรินพร มานิตย์ศิริกุล ทิพย์อุดม

    ประสาทวิทยา

    พญ. ศรินพร มานิตย์ศิริกุล ทิพย์อุดม

    ประสาทวิทยา

    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ชั้น 1 และชั้น 2 โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล

    ทุกวัน
    จันทร์ - ศุกร์ 07:00 - 19:00 น.
    เสาร์ - อาทิตย์ 07:00 - 16.00 น.

    0 2310 3011

    1719

    [email protected]

    ประหยัดเวลาค้นหาแพทย์ด้วยตัวเอง

    ให้ AI ช่วยประเมินอาการและแนะนำแพทย์ที่เหมาะสม

    AI เลือกแพทย์ให้

    เลือกปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    การตรวจอัลตราซาวนด์หลอดเลือดคอที่ไปเลี้ยงสมอง Carotid Doppler Ultrasoundการตรวจอัลตราซาวนด์หลอดเลือดคอที่ไปเลี้ยงสมอง Carotid Doppler Ultrasound
    การตรวจอัลตราซาวนด์หลอดเลือดคอที่ไปเลี้ยงสมอง Carotid Doppler Ultrasound

    4,700 บาท

    5,290 บาท

    รายละเอียด
    แพ็กเกจตรวจความเสี่ยงอัลไซเมอร์แพ็กเกจตรวจความเสี่ยงอัลไซเมอร์
    แพ็กเกจตรวจความเสี่ยงอัลไซเมอร์

    38,100 บาท

    41,970 บาท

    รายละเอียด
    แพ็กเกจตรวจสุขภาพสมอง Stop Strokeแพ็กเกจตรวจสุขภาพสมอง Stop Stroke
    แพ็กเกจตรวจสุขภาพสมอง Stop Stroke

    29,000 บาท

    43,055 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ผู้ป่วยพาร์กินสันไม่ควรกินอะไร อาหารและยาที่ควรหลีกเลี่ยงมีอะไรบ้าง Image
    ผู้ป่วยพาร์กินสันไม่ควรกินอะไร อาหารและยาที่ควรหลีกเลี่ยงมีอะไรบ้าง
    8 วิธีจัดการความเครียดสะสมด้วยตนเอง ปรับสมดุลกายใจให้สมวัย  Image
    8 วิธีจัดการความเครียดสะสมด้วยตนเอง ปรับสมดุลกายใจให้สมวัย
    ปวดศีรษะคลัสเตอร์ (Cluster Headache) คืออะไร สาเหตุ อาการ และวิธีการรักษา Image
    ปวดศีรษะคลัสเตอร์ (Cluster Headache) คืออะไร สาเหตุ อาการ และวิธีการรักษา
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ