ประมาณ 5 – 10% ของมะเร็งเต้านมเกี่ยวข้องกับยีนที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม โดยเฉพาะยีน BRCA1 และ BRCA2 หากในครอบครัวมีประวัติมะเร็งเต้านมหรือรังไข่ การตรวจยีนช่วยให้ประเมินความเสี่ยงล่วงหน้าและวางแผนป้องกันได้ก่อนที่โรคจะเกิด
การตรวจยีนไม่ได้มีไว้สำหรับทุกคน แต่สำหรับผู้ที่มีปัจจัยบ่งชี้ การตรวจสามารถเปลี่ยนแนวทางการดูแลสุขภาพได้อย่างยั่งยืน
มะเร็งเต้านมถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้จริงหรือ?
มะเร็งเต้านมส่วนใหญ่ (90 – 95%) เกิดแบบสุ่ม (Sporadic) ไม่ได้ถ่ายทอดในครอบครัว แต่อีกราว 5 – 10% เป็นชนิดที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม โดยผู้ป่วยได้รับยีนกลายพันธุ์มาตั้งแต่กำเนิด ลักษณะสำคัญที่บ่งชี้ว่าอาจเป็นชนิดกรรมพันธุ์ ได้แก่:
- มีญาติสายตรงหลายคนเป็นมะเร็งเต้านมหรือรังไข่
- ได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่อายุน้อย (โดยทั่วไปก่อน 45 – 50 ปี)
- เป็นมะเร็งเต้านมทั้งสองข้าง หรือเป็นมะเร็งหลายชนิดในคนเดียว
- มีผู้ชายในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม
ยีนกลายพันธุ์ถ่ายทอดแบบ ยีนเด่น (Autosomal Dominant) หมายความว่าลูกแต่ละคนมีโอกาส 50% ที่จะได้รับยีนนั้น และสามารถถ่ายทอดได้ทั้งจากฝ่ายแม่และฝ่ายพ่อ
ยีนที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งเต้านม
BRCA1 และ BRCA2
เป็นยีนที่พบบ่อยและรู้จักมากที่สุด ปกติทำหน้าที่ซ่อมแซม DNA เมื่อกลายพันธุ์ เซลล์จะสะสมความเสียหายและกลายเป็นมะเร็งได้ง่ายขึ้น BRCA1 มักสัมพันธ์กับ มะเร็งเต้านมชนิดทริปเปิลเนกาทีฟ (TNBC) ส่วน BRCA2 สัมพันธ์กับมะเร็งเต้านมในผู้ชาย มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งตับอ่อนด้วย
ยีนอื่น ๆ ที่เพิ่มความเสี่ยง
นอกจาก BRCA ยังมียีนอื่นที่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านม เช่น PALB2, TP53 (กลุ่มอาการ Li-Fraumeni), PTEN (กลุ่มอาการ Cowden), CHEK2, ATM และ CDH1 ปัจจุบันการตรวจมักใช้ชุดตรวจหลายยีนพร้อมกัน (Multigene Panel) เพื่อให้ครอบคลุม
ถ้ามียีนกลายพันธุ์ ความเสี่ยงสูงแค่ไหน?
ผู้ที่มียีน BRCA กลายพันธุ์มีความเสี่ยงสูงกว่าประชากรทั่วไปอย่างชัดเจน ตัวเลขโดยประมาณจากงานวิจัยขนาดใหญ่
- BRCA1: ความเสี่ยงมะเร็งเต้านมตลอดชีวิตประมาณ 55 – 72% และมะเร็งรังไข่ประมาณ 39 – 44%
- BRCA2: ความเสี่ยงมะเร็งเต้านมตลอดชีวิตประมาณ 45 – 69% และมะเร็งรังไข่ประมาณ 11 – 17%
เทียบกับผู้หญิงทั่วไปที่มีความเสี่ยงมะเร็งเต้านมตลอดชีวิตประมาณ 12 – 13% อย่างไรก็ตาม การมียีนไม่ได้แปลว่าจะเป็นมะเร็งแน่นอน แต่หมายถึงควรเฝ้าระวังและวางแผนป้องกันอย่างจริงจัง
สำคัญ: การมียีนเสี่ยง ไม่เท่ากับเป็นมะเร็ง
ผลตรวจที่พบยีนกลายพันธุ์บอกว่า “ความเสี่ยงสูงขึ้น” ไม่ใช่ “เป็นมะเร็งแล้ว” ข้อมูลนี้มีค่าเพราะช่วยให้วางแผนตรวจคัดกรองที่เข้มข้นขึ้นและพิจารณาทางเลือกลดความเสี่ยงได้ทันเวลา
ควรตรวจและแปลผลร่วมกับแพทย์หรือผู้ให้คำปรึกษาทางพันธุกรรมเสมอ สถาบันมะเร็งกรุงเทพภูเก็ต ให้คำปรึกษาเรื่องความเสี่ยงและการตรวจยีนทุกวัน 09.00 – 17.00 น.
ใครควรพิจารณาตรวจยีน?
แนวทางสากล (NCCN) แนะนำให้ปรึกษาเรื่องการตรวจยีนในผู้ที่มีลักษณะต่อไปนี้
- ได้รับการวินิจฉัยมะเร็งเต้านมตั้งแต่อายุน้อย (น้อยกว่า 45 ปี – 50 ปี) หรือเป็นชนิด TNBC อายุ น้อยกว่า 60 ปี
- มีญาติสายตรงเป็น มะเร็งเต้านม รังไข่ ตับอ่อน หรือ ต่อมลูกหมาก ระยะลุกลาม
- มีผู้ชายในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม
- เป็นมะเร็งเต้านมทั้งสองข้าง หรือมีมะเร็งหลายชนิดในคนเดียว
- มีสมาชิกในครอบครัวที่ทราบว่ามียีนกลายพันธุ์อยู่แล้ว
- มีเชื้อสายที่พบความถี่ของยีนกลายพันธุ์สูง เช่น เชื้อสายแอชเคนาซียิว
ขั้นตอนการตรวจยีนเป็นอย่างไร?
1. การให้คำปรึกษาทางพันธุกรรมก่อนตรวจ (Pre-test Counseling)
แพทย์หรือผู้ให้คำปรึกษาจะซักประวัติครอบครัว ประเมินความเหมาะสม อธิบายความหมายของผลตรวจ ผลกระทบต่อครอบครัว และความรู้สึกของผู้ตรวจ ก่อนตัดสินใจ
2. การเก็บตัวอย่างและตรวจวิเคราะห์
ใช้ตัวอย่างเลือดหรือน้ำลายเพื่อตรวจหายีนกลายพันธุ์ ปัจจุบันมักใช้ชุดตรวจหลายยีนพร้อมกัน (Multigene Panel) เพื่อความครอบคลุม
3. การแปลผลและให้คำปรึกษาหลังตรวจ
ผลตรวจมี 3 แบบหลัก: พบยีนกลายพันธุ์ (Positive) มีความเสี่ยงสูงขึ้น, ไม่พบ (Negative) แปลผลตามว่าครอบครัวมียีนที่ทราบหรือไม่, และ พบความแปรผันที่ยังไม่ทราบความหมายชัดเจน (VUS) ยังไม่ใช้ตัดสินการรักษา ให้ดูแลตามประวัติครอบครัวแทน
ถ้าผลตรวจเป็นบวก ทำอะไรได้บ้าง?
การทราบว่ามียีนเสี่ยงเปิดทางเลือกในการดูแลเชิงรุกหลายอย่าง โดยแพทย์จะวางแผนเฉพาะบุคคล:
- ตรวจคัดกรองเข้มข้นขึ้น เพิ่ม MRI เต้านมร่วมกับแมมโมแกรมทุกปี และเริ่มตรวจเร็วกว่าปกติ
- ลดความเสี่ยงด้วยยา พิจารณายาลดความเสี่ยงในบางกรณีตามคำแนะนำแพทย์
- การผ่าตัดลดความเสี่ยง ทางเลือกสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงมาก หลังปรึกษาอย่างรอบด้าน
- ผลต่อการรักษา ผู้ป่วยที่มี BRCA กลายพันธุ์อาจตอบสนองดีต่อยากลุ่ม PARP Inhibitor
- การตรวจต่อในครอบครัว (Cascade Testing) ญาติสายตรงสามารถตรวจเฉพาะยีนที่พบ เพื่อรู้ความเสี่ยงของตนเอง
สรุปประเด็นสำคัญเรื่องการตรวจยีน
5 – 10% ของมะเร็งเต้านมเป็นชนิดกรรมพันธุ์ BRCA1/BRCA2 พบบ่อยที่สุด
การตรวจเหมาะกับผู้มีประวัติครอบครัว/อายุน้อย/TNBC ควรตรวจพร้อมคำปรึกษาทางพันธุกรรม
ผลบวกเปิดทางเลือก: คัดกรองเข้มข้นขึ้น ลดความเสี่ยง และตรวจต่อในครอบครัว
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ถ้าแม่เป็นมะเร็งเต้านม ฉันจะเป็นด้วยแน่ไหม?
A: ไม่แน่นอน การมีญาติเป็นมะเร็งเต้านมเพิ่มความเสี่ยง แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้ถ่ายทอดทางพันธุกรรม การปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินประวัติครอบครัวจะช่วยบอกได้ว่าควรตรวจยีนหรือไม่
Q: ผู้ชายตรวจยีน BRCA ได้ไหม?
A: ได้และควรตรวจในบางกรณี เพราะผู้ชายที่มี BRCA2 มีความเสี่ยงมะเร็งเต้านม ต่อมลูกหมาก และตับอ่อนสูงขึ้น อีกทั้งสามารถถ่ายทอดยีนสู่ลูกได้เช่นกัน
Q: ผลตรวจไม่พบยีน แปลว่าปลอดภัยเลยไหม?
A: ไม่เสมอไป หากครอบครัวยังไม่เคยพบยีนที่ชัดเจน ผลลบไม่ตัดความเสี่ยงทั้งหมด ยังควรตรวจคัดกรองตามคำแนะนำและประวัติครอบครัว
Q: ตรวจยีนแล้วผล VUS หมายความว่าอย่างไร?
A: VUS คือพบความแปรผันที่ยังไม่ทราบความหมายชัดเจน ยังไม่ใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินการรักษาหรือการผ่าตัด แพทย์จะดูแลตามประวัติครอบครัวและติดตามข้อมูลใหม่ในอนาคต
สถาบันมะเร็งกรุงเทพภูเก็ต พร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน
ทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพจาก 3 โรงพยาบาลชั้นนำในเครือ BDMS
เทคโนโลยีการวินิจฉัยและรักษาระดับมาตรฐานสากล
บริการทั้งผู้ป่วยชาวไทยและผู้ป่วยชาวต่างชาติ
เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น. | ชั้น 3 โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต
นัดหมายได้ที่ bangkokhospital.com หรือโทร 1719
เอกสารอ้างอิง (References)
- Antoniou, A., Pharoah, P. D. P., Narod, S., et al. (2003). Average risks of breast and ovarian cancer associated with BRCA1 or BRCA2 mutations. American Journal of Human Genetics, 72(5), 1117 – 1130. https://doi.org/10.1086/375033
- Daly, M. B., Pal, T., Berry, M. P., et al. (2021). Genetic/familial high-risk assessment: Breast, ovarian, and pancreatic, NCCN Clinical Practice Guidelines in Oncology. Journal of the National Comprehensive Cancer Network, 19(1), 77 – 102. https://doi.org/10.6004/jnccn.2021.0001
- Kuchenbaecker, K. B., Hopper, J. L., Barnes, D. R., et al. (2017). Risks of breast, ovarian, and contralateral breast cancer for BRCA1 and BRCA2 mutation carriers. JAMA, 317(23), 2402 – 2416. https://doi.org/10.1001/jama.2017.7112
- Kurian, A. W., Ward, K. C., Howlader, N., et al. (2019). Genetic testing and results in a population-based cohort of breast cancer and ovarian cancer patients. Journal of Clinical Oncology, 37(15), 1305 – 1315. https://doi.org/10.1200/JCO.18.01854
- Robson, M., Im, S. A., Senkus, E., et al. (2017). Olaparib for metastatic breast cancer in patients with a germline BRCA mutation. New England Journal of Medicine, 377(6), 523 – 533. https://doi.org/10.1056/NEJMoa1706450
- Tung, N. M., Boughey, J. C., Pierce, L. J., et al. (2020). Management of hereditary breast cancer: ASCO, ASTRO, and SSO guideline. Journal of Clinical Oncology, 38(18), 2080 – 2106. https://doi.org/10.1200/JCO.20.00299
- Siegel, R. L., Miller, K. D., Wagle, N. S., & Jemal, A. (2024). Cancer statistics, 2024. CA: A Cancer Journal for Clinicians, 74(1), 12 – 49. https://doi.org/10.3322/caac.21820
- World Health Organization. (2023). Breast cancer. WHO. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/breast-cancer









