การรักษามะเร็งตับไม่ได้มีวิธีเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน แต่เป็นการเลือกวิธีให้เหมาะกับขนาด/จำนวนก้อน การลุกลาม และที่สำคัญคือการทำงานของตับที่เหลืออยู่ การเข้าใจว่าแต่ละวิธีทำงานอย่างไรและเหมาะกับใคร ช่วยให้ผู้ป่วยและครอบครัวร่วมตัดสินใจกับทีมแพทย์ได้ดีขึ้น
บทความนี้เน้นมะเร็งตับชนิดเซลล์ตับ หรือ hepatocellular carcinoma (HCC) ซึ่งเป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุดของมะเร็งตับปฐมภูมิ แนวทางการรักษาอาจแตกต่างจากมะเร็งท่อน้ำดีในตับหรือมะเร็งที่กระจายมาที่ตับ
ทำไมการรักษามะเร็งตับจึงต่างจากมะเร็งอื่น?
จุดที่ทำให้มะเร็งตับซับซ้อนคือ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ มีโรคตับเรื้อรังหรือตับแข็งอยู่เดิม การรักษาจึงต้องชั่งน้ำหนักระหว่างการกำจัดมะเร็งกับการรักษาเนื้อตับที่ดีไว้ให้เพียงพอต่อการทำงาน หากตัดตับมากเกินไปในผู้ที่ตับไม่ดี อาจเกิดภาวะตับวายได้ ด้วยเหตุนี้การประเมินการทำงานของตับจึงเป็นหัวใจของการเลือกวิธีรักษา
กลุ่มที่ 1: การรักษาเพื่อหวังหายขาด
การผ่าตัดเอาก้อนออก (Surgical Resection)
ตัดส่วนของตับที่มีก้อนมะเร็งออก เหมาะกับผู้ที่มีก้อนจำกัด ตับยังทำงานดี และไม่มีตับแข็งรุนแรง เป็นวิธีที่ให้โอกาสหายสูงในระยะแรก ข้อจำกัดคือไม่เหมาะกับผู้ที่ตับเสียหายมาก
การปลูกถ่ายตับ (Liver Transplantation)
เป็นทางเลือกที่ รักษาทั้งมะเร็งและโรคตับพร้อมกัน เหมาะกับผู้ที่ก้อนยังจำกัดตามเกณฑ์ แต่ตับเสียหายมากจนผ่าตัดไม่ได้ ข้อจำกัดคือมีเกณฑ์คัดเลือกและต้องรอตับบริจาค
การจี้ทำลายก้อนเฉพาะที่ด้วยความร้อน (Thermal ablation เช่น Radiofrequency ablation (RFA) หรือ Microwave ablation (MWA)) ใช้ความร้อนจากคลื่นความถี่วิทยุทำลายก้อนมะเร็งโดยตรงผ่านเข็มที่แทงเข้าก้อน เหมาะกับ ก้อนขนาดเล็ก เหมาะที่สุดกับก้อนขนาดเล็ก โดยเฉพาะไม่เกินประมาณ 3 ซม. และต้องอยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัยต่อท่อน้ำดี หลอดเลือดใหญ่ กระบังลม ลำไส้ หรืออวัยวะข้างเคียงกระทบร่างกายน้อยและฟื้นตัวเร็ว เป็นทางเลือกที่ดีในผู้ที่ไม่เหมาะกับการผ่าตัด ในก้อนเล็กให้ผลใกล้เคียงการผ่าตัดในหลายกรณี
|
การเลือกวิธีรักษาต้องดูการทำงานของตับด้วย มะเร็งตับต่างจากมะเร็งอื่น เพราะต้องประเมินทั้งตัวมะเร็งและสภาพตับที่เหลือ การเลือกวิธีที่เหมาะสมจึงต้องอาศัยทีมสหสาขาวิชาชีพ ไม่มีวิธีใดวิธีหนึ่งที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน |
กลุ่มที่ 2: การรักษาเฉพาะที่เพื่อควบคุมโรค
การให้เคมีบำบัดผ่านหลอดเลือดแดง (TACE)
ส่งยาเคมีบำบัดเข้าไปที่ก้อนโดยตรงผ่านหลอดเลือดแดงที่เลี้ยงก้อน พร้อม อุดหลอดเลือดเพื่อตัดเลือดที่หล่อเลี้ยงมะเร็งเหมาะกับระยะกลางที่ก้อนยังจำกัดในตับแต่ผ่าตัดหรือจี้ไม่ได้ ช่วยควบคุมโรคและลดผลต่อร่างกายโดยรวม อย่างไรก็ตาม TACE ไม่เหมาะกับผู้ป่วยทุกคน ต้องพิจารณาการทำงานของตับ ปริมาณและการกระจายของก้อน และความสามารถในการเข้าถึงหลอดเลือดที่เลี้ยงก้อน หากโรคกระจายทั่วตับมากหรือการทำงานของตับไม่ดี อาจต้องพิจารณาการรักษาด้วยยาหรือการดูแลแบบประคับประคองแทน
การฉายรังสีเฉพาะจุด
รังสีรักษาเฉพาะจุด เช่น SBRT หรือ EBRT สมัยใหม่ สามารถใช้ควบคุมก้อนในตับในผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะเมื่อผ่าตัด จี้ทำลาย หรือ embolization ไม่เหมาะสมหรือไม่ได้ผล และยังใช้เพื่อบรรเทาอาการจากโรคระยะลุกลามได้ ทั้งนี้ต้องประเมินปริมาณตับดีที่เหลือและความปลอดภัยต่ออวัยวะข้างเคียงอย่างละเอียด
กลุ่มที่ 3: การรักษาด้วยยาในระยะลุกลาม
ยาพุ่งเป้า (Targeted Therapy)
ยาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งกลไกการเติบโตและการสร้างหลอดเลือดของเซลล์มะเร็ง เช่น ยากลุ่ม Tyrosine Kinase Inhibitor ใช้ในระยะลุกลามที่ไม่เหมาะกับการรักษาเฉพาะที่ ช่วยชะลอการดำเนินโรค
ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy)
กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้จดจำและทำลายเซลล์มะเร็ง การใช้ ภูมิคุ้มกันบำบัดร่วมกับยาต้านการสร้างหลอดเลือด เป็นหนึ่งในแนวทางมาตรฐานสำหรับมะเร็งตับระยะลุกลามที่ช่วยยืดชีวิตได้ดีขึ้นกว่าในอดีต
เคมีบำบัดทั่วร่างกาย
มีบทบาทจำกัดในมะเร็งเซลล์ตับ แต่อาจใช้ในบางชนิดของมะเร็งตับหรือบางสถานการณ์ตามการพิจารณาของแพทย์
การรักษามักใช้หลายวิธีร่วมกัน
ในทางปฏิบัติ ผู้ป่วยจำนวนมากได้รับการรักษา มากกว่าหนึ่งวิธีตามลำดับหรือร่วมกัน เช่น ใช้ TACE หรือ TARE เพื่อควบคุมโรคระหว่างรอปลูกถ่ายตับ หรือเพื่อลดระยะโรคในบางรายให้กลับมาพิจารณาการรักษาแบบหวังหายขาดได้ หรือใช้ยารักษาเมื่อโรคลุกลามหรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาเฉพาะที่ทีมสหสาขาวิชาชีพจะปรับแผนตามการตอบสนองและสภาพของผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: มะเร็งตับต้องผ่าตัดเสมอไหม?
A: ไม่เสมอไป การผ่าตัดเหมาะกับผู้ที่ก้อนจำกัดและตับยังทำงานดี ผู้ที่ไม่เหมาะกับการผ่าตัดยังมีทางเลือกอื่น เช่น การจี้ทำลายเฉพาะที่ TACE การปลูกถ่ายตับ หรือการรักษาด้วยยา ขึ้นกับการประเมินของทีมแพทย์
Q: การจี้ไฟฟ้า (RFA) ต่างจากผ่าตัดอย่างไร?
A: RFA ใช้ความร้อนทำลายก้อนผ่านเข็มโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ กระทบร่างกายน้อยและฟื้นตัวเร็วกว่า เหมาะกับก้อนขนาดเล็ก ส่วนการผ่าตัดเอาเนื้อตับส่วนที่มีก้อนออก เหมาะกับก้อนที่ใหญ่ขึ้นในผู้ที่ตับแข็งแรงพอ
Q: TACE คืออะไร ใช้เมื่อไร?
A: TACE คือการส่งยาเคมีบำบัดเข้าก้อนโดยตรงผ่านหลอดเลือดแดงพร้อมอุดหลอดเลือดที่เลี้ยงก้อน ใช้ในระยะกลางที่ก้อนยังจำกัดในตับแต่ไม่เหมาะกับการผ่าตัดหรือจี้ทำลาย
Q: ยาพุ่งเป้าและภูมิคุ้มกันบำบัดใช้กับใคร?
A: มักใช้ในระยะลุกลามที่ไม่เหมาะกับการรักษาเฉพาะที่ ช่วยชะลอการดำเนินโรคและยืดชีวิต โดยแพทย์จะพิจารณาตามระยะ การทำงานของตับ และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย
|
สถาบันมะเร็งกรุงเทพภูเก็ต พร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน ทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพจาก 3 โรงพยาบาลชั้นนำในเครือ BDMS เทคโนโลยีการวินิจฉัยและรักษาระดับมาตรฐานสากล บริการทั้งผู้ป่วยชาวไทยและผู้ป่วยชาวต่างชาติ เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น. | ชั้น 3 โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต นัดหมายได้ที่ [email protected] หรือโทร 1719 |
เอกสารอ้างอิง (References)
- Finn, R. S., Qin, S., Ikeda, M., et al. (2020). Atezolizumab plus bevacizumab in unresectable hepatocellular carcinoma. New England Journal of Medicine, 382(20), 1894–1905. https://doi.org/10.1056/NEJMoa1915745
- Llovet, J. M., Kelley, R. K., Villanueva, A., et al. (2021). Hepatocellular carcinoma. Nature Reviews Disease Primers, 7, 6. https://doi.org/10.1038/s41572-020-00240-3
- Marrero, J. A., Kulik, L. M., Sirlin, C. B., et al. (2018). Diagnosis, staging, and management of hepatocellular carcinoma: 2018 practice guidance by the AASLD. Hepatology, 68(2), 723–750. https://doi.org/10.1002/hep.29913
- Reig, M., Forner, A., Rimola, J., et al. (2022). BCLC strategy for prognosis prediction and treatment recommendation: The 2022 update. Journal of Hepatology, 76(3), 681–693. https://doi.org/10.1016/j.jhep.2021.11.018
- Singal, A. G., Lampertico, P., & Nahon, P. (2020). Epidemiology and surveillance for hepatocellular carcinoma: New trends. Journal of Hepatology, 72(2), 250–261. https://doi.org/10.1016/j.jhep.2019.08.025
- World Health Organization. (2023). Liver cancer fact sheet. WHO / IARC. https://www.who.int/news-room/fact-sheets
- Reig M, Sanduzzi-Zamparelli M, Forner A, Rimola J, Ferrer-Fàbrega J, Burrel M, et al. BCLC strategy for prognosis prediction and treatment recommendations: The 2026 update. J Hepatol. 2026;84(3):631-54.









