การรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันด้วยการทำบอลลูนและใส่ขดลวด (Stent) ถือเป็นวิธีมาตรฐานในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะ หินปูนเกาะผนังหลอดเลือดหัวใจหนามาก (Severely Calcified Coronary Lesion) การรักษามักมีความซับซ้อนและท้าทายกว่าปกติ
หินปูนที่สะสมจนแข็งและหนาเปรียบเสมือน “ปูนซีเมนต์” ที่หุ้มผนังหลอดเลือด ส่งผลให้บอลลูนขยายได้ยาก ขดลวดกางตัวได้ไม่เต็มที่ และอาจส่งผลกระทบต่อผลลัพธ์การรักษาในระยะยาว ปัจจุบัน ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ได้นำเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง Intravascular Lithotripsy (IVL) มาช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเตรียมหลอดเลือดก่อนใส่ขดลวดอย่างปลอดภัย
เทคโนโลยี IVL (Intravascular Lithotripsy) คืออะไร?
IVL หรือการสลายหินปูนในหลอดเลือดหัวใจจากภายใน เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาต่อยอดมาจากหลักการเดียวกับการสลายนิ่ว โดยใช้บอลลูนชนิดพิเศษที่สามารถปล่อย คลื่นกระแทกพลังงานต่ำ (Sonic Pressure Waves) จากภายในหลอดเลือด
คลื่นพลังงานนี้จะเดินทางผ่านเนื้อเยื่ออ่อนและออกฤทธิ์เฉพาะบริเวณหินปูนที่แข็งตัวอยู่ภายในผนังหลอดเลือด ทำให้หินปูนเกิดรอยร้าวขนาดเล็กหลายตำแหน่ง เมื่อหินปูนมีความยืดหยุ่นมากขึ้น แพทย์จึงสามารถขยายหลอดเลือดและใส่ขดลวดได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำยิ่งขึ้น
ข้อดีของการสลายหินปูนหลอดเลือดหัวใจด้วย IVL
- รักษาได้อย่างตรงจุด: จัดการหลอดเลือดที่มีหินปูนเกาะหนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ขดลวดทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ: ช่วยให้ขดลวดกางตัวได้สมบูรณ์และแนบสนิทกับผนังหลอดเลือดมากขึ้น
- ลดความเสี่ยงแทรกซ้อน: ลดความจำเป็นในการใช้แรงดันบอลลูนสูงเกินไป
- มาตรฐานระดับโลก: เป็นเทคโนโลยีที่ใช้งานง่ายสำหรับแพทย์ที่ผ่านการฝึกอบรม มีข้อมูลวิจัยรองรับ และถูกนำมาใช้ในศูนย์หัวใจชั้นนำทั่วโลก
ใครบ้างที่เหมาะกับการรักษาด้วย IVL?
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำการประเมินการใช้ IVL เป็นรายบุคคล โดยกลุ่มผู้ป่วยที่เหมาะสม ได้แก่
- ผู้ป่วยที่มีภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบร่วมกับมีหินปูนเกาะหนา
- ผู้ป่วยที่ทำบอลลูนขยายหลอดเลือดได้ยาก
- ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงที่ขดลวดจะกางไม่เต็มที่
- ผู้ป่วยที่ตรวจพบหินปูนจำนวนมากจากการทำ IVUS หรือ OCT
ความแม่นยำในการรักษา เริ่มต้นจากการมองเห็นภายในหลอดเลือด
ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ให้ความสำคัญกับการใช้ IVUS (Intravascular Ultrasound) เพื่อตรวจประเมินลักษณะของหินปูน ทั้งความหนา ความยาว และตำแหน่งของรอยโรคอย่างละเอียดก่อนทำการรักษา
นอกจากนี้ หลังทำ IVL ทีมแพทย์ยังสามารถใช้ IVUS ประเมินผลซ้ำได้อีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าหินปูนเกิดรอยร้าวเพียงพอ และขดลวดกางตัวได้อย่างเหมาะสม เทคโนโลยีภาพจากภายในหลอดเลือดนี้ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวางแผนและติดตามผลการรักษาได้อย่างดีเยี่ยม
ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและสหสาขา
ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ประกอบด้วยทีมอายุรแพทย์โรคหัวใจด้านหัตถการ พร้อมด้วยทีมพยาบาลและเจ้าหน้าที่ห้องสวนหัวใจที่มีประสบการณ์สูง พร้อมดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจอย่างครอบคลุม โดยมีความเชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยี IVUS, OCT, Rotational Atherectomy และ IVL เพื่อเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมและเฉพาะเจาะจงกับผู้ป่วยแต่ละราย
“เป้าหมายของเราคือการรักษาที่มีความแม่นยำ ปลอดภัย และให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้สำหรับผู้ป่วยแต่ละคน” – นายแพทย์ สุเทพ กีรติเจริญวงศ์
อย่าปล่อยให้อาการเตือนของหัวใจถูกมองข้าม
หากคุณหรือคนที่คุณรักมีอาการเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการประเมินตั้งแต่ระยะแรก
- เจ็บแน่นหน้าอกเวลาออกแรง
- เหนื่อยง่ายผิดปกติ
- หายใจไม่อิ่ม
- หรือได้รับการวินิจฉัยว่ามีหลอดเลือดหัวใจตีบและมีหินปูนเกาะจำนวนมาก
ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลรักษาด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ
“เมื่อหินปูนไม่ใช่อุปสรรคของการรักษา…เทคโนโลยี IVL ช่วยเปิดโอกาสให้การรักษาหลอดเลือดหัวใจที่ซับซ้อน มีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”










