โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดต่อเรา
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    ภัยเงียบที่ไม่มีสัญญาณเตือน: ทำไมเราถึงต้องกลัว 'ความดันโลหิตสูง'?

    4 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา
    อัปเดตเมื่อ: 07 ก.ค. 2569
    แพ็กเกจแนะนำ
    แพ็กเกจตรวจสุขภาพหัวใจ Superior Heart
    แพ็กเกจตรวจสุขภาพหัวใจ Superior Heart
    ภัยเงียบที่ไม่มีสัญญาณเตือน: ทำไมเราถึงต้องกลัว 'ความดันโลหิตสูง'?
    โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา
    อัปเดตเมื่อ: 07 ก.ค. 2569
    สารบัญ
    • ภัยเงียบที่ไม่มีสัญญาณเตือน: ทำไมเราถึงต้องกลัว 'ความดันโลหิตสูง'?
    • FAQ

    “ก็ไม่ได้รู้สึกเวียนหัวหรือปวดท้ายทอยนี่นา ความดันคงปกติแหละ” – นี่คือคำพูดยอดฮิตที่ทำให้โรคความดันโลหิตสูงได้ชื่อว่าเป็น “ฆาตกรเงียบ” (Silent Killer) เพราะในความจริงแล้ว เกือบ 90% ของผู้ป่วยไม่มีอาการแสดงใดๆ เลยจนกระทั่งเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น หลอดเลือดสมองแตกหรือตีบ (อัมพฤกษ์ อัมพาต) หรือหัวใจวายเฉียบพลัน การรอให้มีอาการก่อนแล้วค่อยรักษาจึงเป็นเรื่องที่อันตรายที่สุด

    ตัวเลขความดันที่หลายคนมักมองข้าม

    หลายคนยังเข้าใจผิดว่าตัวเลขความดันต้องทะลุ 140/90 มิลลิเมตรปรอท (mmHg) ถึงจะเรียกว่าอันตราย แต่ตามแนวทางล่าสุดของสมาคมโรคหัวใจแห่งอเมริกา (American Heart Association หรือ AHA) ได้มีการแบ่งเกณฑ์ความดันโลหิตเพื่อให้เราตระหนักและป้องกันได้เร็วขึ้น ดังนี้

    • ความดันปกติ (Normal): ตัวบนน้อยกว่า 120 และตัวล่างน้อยกว่า 80 mmHg
    • ความดันเริ่มสูง (Elevated): ตัวบน 120-129 และตัวล่างน้อยกว่า 80 mmHg จุดนี้คือสัญญาณเตือนสีเหลืองให้เริ่มปรับพฤติกรรมด่วน ก่อนจะกลายเป็นโรคเต็มตัว
    • ความดันโลหิตสูง ระยะที่ 1 (Stage 1): ตัวบน 130-139 หรือตัวล่าง 80-89 mmHg คนส่วนใหญ่มักมองข้ามระยะนี้ แต่ตามเกณฑ์ของ AHA ถือว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูงแล้ว และต้องได้รับการดูแลอย่างจริงจัง*
    • ความดันโลหิตสูง ระยะที่ 2 (Stage 2): ตัวบนตั้งแต่ 140 ขึ้นไป หรือตัวล่างตั้งแต่ 90 mmHg ขึ้นไป
    • ความดันสูงขั้นรุนแรง (Severe Hypertension): ตัวบนมากกว่า 180 และ/หรือ ตัวล่างมากกว่า 120 mmHg — หากมีอาการเจ็บหน้าอก หายใจไม่อิ่ม ตาพร่ามัว ร่วมด้วย ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องส่งโรงพยาบาลทันที

    เป้าหมายใหม่เพื่อเซฟหัวใจ: เกณฑ์การรักษาในปัจจุบันกำหนดให้เป้าหมายร่วมกันคือ ต้องคุมความดันโลหิตให้ต่ำกว่า 130/80 mmHg สำหรับผู้ใหญ่ทุกคน และหากร่างกายเอื้ออำนวย การคุมให้เข้าใกล้ 120/80 mmHg จะช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ดีที่สุด

    การวินิจฉัยและการตรวจที่จำเป็น

    การเดินไปวัดความดันที่โรงพยาบาลเพียงครั้งเดียวแล้วตื่นเต้นจนตัวเลขพุ่งสูง (White-coat hypertension) อาจทำให้ผลคลาดเคลื่อนได้ แนวทางสากลจึงแนะนำวิธีการวินิจฉัยและตรวจเช็กที่รอบด้านมากขึ้น

    • การวัดความดันที่บ้าน (Home BP Monitoring): นั่งพัก 5 นาที เท้าสองข้างวางราบกับพื้น หลังพิงพนัก ไม่พูดคุยระหว่างวัด และวัดอย่างต่อเนื่องทั้งเช้าและเย็นเพื่อดูค่าเฉลี่ยที่แท้จริง
    • การตรวจคัดกรองความเสี่ยงร่วม: เมื่อพบว่าความดันสูง แพทย์จำเป็นต้องเจาะเลือดและตรวจปัสสาวะเพื่อเช็กโรคเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง รวมถึงประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจโดยรวม ผ่านเครื่องมือประเมินความเสี่ยง (เช่น PREVENT Calculator) เพื่อนำมาคำนวณโอกาสเกิดโรคหัวใจในอนาคตและวางแผนความเข้มข้นในการรักษา

    แนวทางการรักษา: รวดเร็วและตรงจุด

    ปัจจุบันการรักษาจะถูกปรับให้เข้ากับระดับความรุนแรงและความเสี่ยงเฉพาะบุคคล ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องกินยาตั้งแต่วันแรก

    • กรณีความเสี่ยงต่ำ (ระยะเริ่มสูง หรือ ระยะที่ 1 ที่ไม่มีโรคประตัว):แพทย์จะให้ทดลองปรับพฤติกรรมอย่างเข้มงวดเป็นเวลา 3-6 เดือน หากตัวเลขยังไม่ลงต่ำกว่าเป้าหมาย จึงจะพิจารณาเริ่มยาลดความดัน
    • กรณีความเสี่ยงสูง (ระยะที่ 1 แต่มีโรคเบาหวาน โรคไต หรือความเสี่ยงหัวใจสูง): ต้องเริ่มยาลดความดันควบคู่กับการปรับพฤติกรรมทันทีโดยไม่รอ
    • กรณีระยะที่ 2 (ตั้งแต่ 140/90 mmHg ขึ้นไป): แนวทางล่าสุดแนะนำให้ เริ่มยาลดความดันพร้อมกัน 2 ชนิด (ซึ่งปัจจุบันมักรวมมาในเม็ดเดียว หรือ Single-Pill Combination) เพื่อช่วยให้ควบคุมความดันได้เร็วขึ้น และเพิ่มความสะดวกในการกินยาของคนไข้

    การปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันและระหว่างการรักษา

    ไลฟ์สไตล์คือยาวิเศษที่ดีที่สุด ทั้งสำหรับคนที่ต้องการป้องกัน และคนที่กำลังกินยารักษาอยู่ โดยมีหลักปฏิบัติสำคัญดังนี้

    • ปรับการกินแบบ DASH Diet: เน้นทานผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี เนื้อสัตว์ไขมันต่ำ (เช่น ปลา) และลดโซเดียมลงให้เหลือต่ำกว่า 1,500 มิลลิกรัมต่อวัน (เทียบเท่าเกลือประมาณ 2/3 ช้อนชา)
    • เลือกใช้เกลือทดแทน (Salt Substitutes): สามารถเลือกใช้เกลือสูตรลดโซเดียมที่ใช้โพแทสเซียมแทนได้เพื่อช่วยลดความดัน (ยกเว้นในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ต้องหลีกเลี่ยงโพแทสเซียมสูง)
    • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ:สัปดาห์ละไม่น้อยกว่า 150 นาที แนะนำทั้งแบบคาร์ดิโอ (เดินเร็ว วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน) ควบคู่กับการออกกำลังกายแบบแรงต้าน (เช่น การแพลงก์ หรือเล่นเวทเทรนนิ่ง) ซึ่งช่วยให้หลอดเลือดหยืดหยุ่นได้ดี
    • ควบคุมน้ำหนัก: การลดน้ำหนักลงเพียง 5% ของน้ำหนักตัวเดิม สามารถช่วยลดความดันโลหิตและลดภาระการทำงานของหัวใจได้อย่างชัดเจน
    • ทานยาต่อเนื่องห้ามหยุดเอง: สำหรับผู้ที่ต้องทานยา ห้ามหยุดยาหรือลดรายาเองเด็ดขาดเมื่อเห็นว่าตัวเลขความดันดีขึ้น เพราะนั่นเป็นผลจากฤทธิ์ของยา หากหยุดกระทันหันความดันอาจพุ่งสูงขึ้นจนเกิดอันตรายเฉียบพลันได้

    ความดันโลหิตสูงอาจไม่มีเสียงเตือนให้เราไหวตัวทัน แต่เราสามารถควบคุมและเอาชนะมันได้ด้วยการ “หมั่นวัดความดันและใส่ใจในทุกตัวเลข” เริ่มต้นตรวจเช็กตั้งแต่วันนี้เพื่อปกป้องหัวใจและหลอดเลือดของคุณในระยะยาว

    นพ.จิรพันธ์  ชวาลตันพิพัทธ์
    อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด ผู้มีประสบการณ์ด้านการขยายหลอดเลือดหัวใจ 

    FAQ คำถามที่พบบ่อย

    ความดันเท่าไรเรียกว่าสูง?

    130/80 mmHg ขึ้นไป ตามแนวทาง American Heart Association

    ความดันสูงไม่มีอาการได้ไหม?

    ได้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่มีอาการ

    วัดความดันเวลาไหนดี?

    เช้า หลังตื่นนอน และเย็น ก่อนอาหาร

    ความดันสูงต้องกินยาตลอดชีวิตไหม?

    ขึ้นกับการประเมินของแพทย์ บางรายควบคุมได้ด้วยการปรับพฤติกรรม แต่หลายรายจำเป็นต้องใช้ยาต่อเนื่องเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน

    ความดันสูงกินกาแฟได้ไหม?

    ดื่มได้ในปริมาณที่เหมาะสม แต่ควรหลีกเลี่ยงการดื่มมากเกินไป โดยเฉพาะผู้ที่ความดันยังควบคุมไม่ได้

     

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์หัวใจ

    อาคาร E ชั้น 4

    วันจันทร์ - อาทิตย์
    08:00 - 17:00 น.

    +66 3890 9229

    [email protected]

    เลือกปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    แพ็กเกจตรวจสุขภาพหัวใจ Superior Heartแพ็กเกจตรวจสุขภาพหัวใจ Superior Heart
    แพ็กเกจตรวจสุขภาพหัวใจ Superior Heart

    9,990 บาท

    รายละเอียด
    แพ็กเกจตรวจสุขภาพหัวใจ Executive Heartแพ็กเกจตรวจสุขภาพหัวใจ Executive Heart
    แพ็กเกจตรวจสุขภาพหัวใจ Executive Heart

    23,500 บาท

    รายละเอียด
    แพ็กเกจตรวจสุขภาพหัวใจ Classic Heart (EST)แพ็กเกจตรวจสุขภาพหัวใจ Classic Heart (EST)
    แพ็กเกจตรวจสุขภาพหัวใจ Classic Heart (EST)

    5,990 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    หินปูนเกาะหลอดเลือดหัวใจหนา…เคยรักษายาก วันนี้มีทางเลือกใหม่ด้วย IVL Image
    หินปูนเกาะหลอดเลือดหัวใจหนา…เคยรักษายาก วันนี้มีทางเลือกใหม่ด้วย IVL
    ECMO โอกาสที่เพิ่มขึ้นสำหรับผู้ป่วยวิกฤต Image
    ECMO โอกาสที่เพิ่มขึ้นสำหรับผู้ป่วยวิกฤต
    เทคโนโลยี IVL (Intravascular Lithotripsy) ทางเลือกใหม่ในการรักษาหลอดเลือดหัวใจตีบ Image
    เทคโนโลยี IVL (Intravascular Lithotripsy) ทางเลือกใหม่ในการรักษาหลอดเลือดหัวใจตีบ
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ