โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดต่อเรา
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    ศูนย์สุขภาพจิต

    บริการ
    แพทย์
    โรคและการรักษา
    ติดต่อเรา

    ข้อมูลทั่วไป

    ติดต่อเรา

    Content Image

    ศูนย์สุขภาพจิตเป็นสถานบริการที่ให้การดูแลและรักษาด้านสุขภาพจิตแบบครบวงจร ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การบำบัดผู้ป่วยนอก ไปจนถึงการดูแลผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาแบบผู้ป่วยใน (นอนโรงพยาบาล) โดยมีแนวทางการให้บริการดังนี้

    จิตเวชศาสตร์ คือ ศาสตร์ทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจวินิจฉัย บำบัดรักษา ส่งเสริมป้องกัน และศึกษาวิจัยปัญหาด้านจิตใจของบุคคล หรือสุขภาพจิต โดยมีการบำบัดรักษาด้วย ยาบำบัด จิตบำบัด การให้คำปรึกษา และอาจรวมถึงการบำบัดด้วยไฟฟ้า การบำบัดรักษาโดยทั่วไปเป็นการดูแลแบบผู้ป่วยนอกเป็นหลัก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของโรคของแต่ละบุคคล

    บริการผู้ป่วยนอก (Outpatient Services)

    1. บริการสำหรับผู้ที่ยังสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ แต่ต้องการความช่วยเหลือด้านสุขภาพจิต

    • การให้คำปรึกษาและประเมินสุขภาพจิต
    • ตรวจคัดกรองภาวะซึมเศร้า ไบโพลาร์ วิตกกังวล PTSD ฯลฯ
    • ใช้เครื่องมือทางจิตวิทยา เช่น แบบทดสอบทางจิตวิทยา หรือ AI วิเคราะห์พฤติกรรม

    2. การบำบัดทางจิตวิทยา (Psychotherapy & Counseling)

    • จิตบำบัดรายบุคคลหรือกลุ่ม เช่น CBT (Cognitive Behavioral Therapy)
    • ดนตรีบำบัด หรือการทำสมาธิ

    3. การรักษาด้วยยา (Medication Management)
    4. โปรแกรมฟื้นฟูสุขภาพจิต (Mental Health Rehabilitation Program) กิจกรรมบำบัด
    5. สายด่วนสุขภาพจิต โทรศัพท์ให้คำปรึกษา 24 ชั่วโมง

    บริการผู้ป่วยใน (Inpatient Services)

    สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงและจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ดูแลในหอผู้ป่วยจิตเวช โดยมีทีมแพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา และนักกิจกรรมบำบัด นักดนตรีบำบัดให้บริการ เฝ้าระวังภาวะอารมณ์และพฤติกรรมที่อาจเป็นอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น

    คลินิกแสงตะวัน (บำบัดยาเสพติดและดูแลผู้ป่วยจิตเวชครบวงจร)

    คลินิกแสงตะวัน ทางออกสำหรับผู้ที่ต้องการเลิกยาเสพติดและฟื้นฟูจิตใจ
    โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยาเข้าใจถึงความยากลำบากของผู้ที่เผชิญกับปัญหาการเสพติดและปัญหาสุขภาพจิต เราจึงได้จัดตั้ง “คลินิกแสงตะวัน” สถานพยาบาลที่ได้รับการรับรองจาก กองควบคุมวัตถุเสพติด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข (ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 178) ตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม 2545 โดยให้บริการบำบัดรักษาผู้เสพยาเสพติดและดูแลผู้ป่วยจิตเวชอย่างครบวงจร ทั้งแบบผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน บำบัดรักษาผู้เสพยาเสพติด โปรแกรมบำบัดที่ออกแบบเฉพาะบุคคล เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเลิกใช้สารเสพติดได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

    บำบัดรักษาผู้เสพยาเสพติด

    • โปรแกรมบำบัดที่ออกแบบเฉพาะบุคคล เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเลิกใช้สารเสพติดได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
    • การดูแลโดยทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านยาเสพติดที่มีประสบการณ์
    • การให้คำปรึกษาและสนับสนุนทางจิตใจ เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้ป่วย

    ดูแลผู้ป่วยจิตเวช

    • การวินิจฉัยและรักษาโรคทางจิตเวชต่างๆ เช่น โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล โรคไบโพลาร์
    • การให้คำปรึกษาและบำบัดทางจิตใจ โดยนักจิตวิทยาและจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
    • การดูแลแบบองค์รวม เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข

    วัตถุประสงค์

    • เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเลิกใช้สารเสพติดได้โดยไม่เกิดอาการทรมานและภาวะแทรกซ้อน
    • ลดภาระของสังคมและครอบครัวที่เกิดจากการกระทำของผู้เสพสารเสพติด
    • ฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้ป่วยให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปรกติ

    โรคและแนวทางการรักษาโรคจิตเวช

    โรคจิตเวช คือ เป็นความผิดปกติที่ส่งผลกระทบต่อความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมของบุคคล ทำให้เกิดความทุกข์ทรมานหรือความบกพร่องในชีวิตประจำวัน อาการอาจมีตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงรุนแรงและส่งผลต่อการดำรงชีวิตของผู้ป่วย

    1. ประเภทของโรค

    • โรคซึมเศร้า (Depressive Disorders) อารมณ์ซึมเศร้า ขาดความสนใจหรือความสุขในกิจกรรมต่าง ๆ, นอนไม่หลับหรือหลับมากเกินไป,ความรู้สึกผิดและไร้ค่า,มีความคิดเกี่ยวกับการทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตาย
    • โรควิตกกังวล (Anxiety Disorders) รู้สึกกังวลหรือกลัวอย่างมาก แม้ไม่มีเหตุผลชัดเจน ใจสั่น เหงื่อออก ตัวสั่น,หลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความวิตกกังวล,ปัญหาการนอนและความสามารถในการมีสมาธิ
    • โรคไบโพลาร์ (Bipolar Disorder) มีช่วงอารมณ์ขึ้นสูง (mania) และช่วงอารมณ์ซึมเศร้า,ช่วง mania: คึกคักเกินไป ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย คิดเร็ว พูดเร็ว,ช่วงซึมเศร้า: ขาดพลังงาน สิ้นหวัง ไม่มีสมาธิ
    • โรคจิตเภท (Schizophrenia) อาการประสาทหลอน (เห็นหรือได้ยินสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง) ความคิดหลงผิดและไม่เป็นเหตุเป็นผล,พฤติกรรมและคำพูดที่ไม่สอดคล้องกัน,ขาดความสามารถในการเข้าสังคมหรือทำงานประจำ
    • โรคย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive-Compulsive Disorder, OCD) มีความคิดซ้ำ ๆ ที่ไม่สามารถควบคุมได้ (Obsession),มีพฤติกรรมที่ต้องทำซ้ำ ๆ เพื่อลดความกังวล (Compulsion),ส่งผลต่อการใช้ชีวิตและกิจวัตรประจำวัน
    • โรคเครียดหลังเหตุการณ์ร้ายแรง (Post-Traumatic Stress Disorder, PTSD) ฝันร้ายและภาพเหตุการณ์สะเทือนใจซ้ำ ๆ,หลีกเลี่ยงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ร้ายแรง,อารมณ์แปรปรวนและระแวดระวังมากผิดปกติ
    • โรคสมาธิสั้น (ADHD) ขาดสมาธิในการทำกิจกรรมต่าง ๆ,อยู่ไม่นิ่งและมีพฤติกรรมหุนหันพลันแล่น,มีปัญหาในการจัดการเวลาและความรับผิดชอบและนอนไม่หลับ

    2. สาเหตุโรคทางจิตเวชเกิดจากปัจจัยหลายประการที่ส่งผลกระทบต่อสมองและระบบประสาท ได้แก่

    • พันธุกรรม หากสมาชิกในครอบครัวมีประวัติโรคทางจิตเวช โอกาสที่บุคคลจะเป็นโรคเพิ่มขึ้น
    • ความไม่สมดุลของสารเคมีในสมอง สารสื่อประสาท เช่น เซโรโทนิน (Serotonin) โดพามีน (Dopamine) และนอร์อิพิเนฟริน (Norepinephrine) มีบทบาทสำคัญในการควบคุมอารมณ์และพฤติกรรม
    • ปัจจัยทางจิตสังคม ความเครียดจากการทำงาน ปัญหาครอบครัว หรือสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม อาจส่งผลให้เกิดความผิดปกติทางจิตใจ
    • ประสบการณ์กระทบกระเทือนจิตใจ เช่น การถูกล่วงละเมิดทางร่างกายหรือจิตใจ อุบัติเหตุ หรือการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก
    • การใช้สารเสพติดและแอลกอฮอล์ มีผลต่อการทำงานของสมองและอาจกระตุ้นให้เกิดหรือทำให้อาการของโรครุนแรงขึ้น
    • ปัจจัยทางชีวภาพและฮอร์โมน การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ในช่วงวัยรุ่นหรือสตรีที่ตั้งครรภ์ อาจส่งผลให้เกิดภาวะซึมเศร้าหรืออารมณ์แปรปรวน

    3. ปัจจัยเสี่ยง หรือ กลุ่มเสี่ยง และผลนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจ

    • ผู้ที่เผชิญกับความเครียดเรื้อรังหรือเหตุการณ์สะเทือนใจผู้ป่วยบางรายอาจมีความคิดและพฤติกรรมฆ่าตัวตาย ซึ่งต้องได้รับการดูแลและช่วยเหลือโดยด่วน
    • ผู้ที่ใช้สารเสพติดหรือดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก บางคนอาจหันไปใช้สารเสพติดหรือแอลกอฮอล์เพื่อหลีกเลี่ยงอาการทางจิตเวช ซึ่งจะทำให้อาการรุนแรงขึ้น
    • ผู้ที่มีภาวะทางกาย เช่น โรคเรื้อรัง หรือภาวะทุพโภชนาการ โรคจิตเวชบางประเภท เช่น โรคซึมเศร้าและโรควิตกกังวล อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคอ้วน
    • บุคคลที่ขาดการสนับสนุนทางสังคมและครอบครัว ความสัมพันธ์ที่บกพร่อง ผู้ป่วยอาจมีปัญหาในการสื่อสารและสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น ทำให้เกิดความขัดแย้งในครอบครัวและสังคม

    หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาการของโรคอาจกำเริบและรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆการตรวจวินิจฉัย

    4. การรักษา

    การรักษาโรคทางจิตเวชสามารถแบ่งออกเป็นหลายวิธี ขึ้นอยู่กับประเภทและระดับความรุนแรงของโรค ได้ดังนี้

    4.1 การใช้ยา

    • ยาต้านเศร้า (Antidepressants): ใช้รักษาโรคซึมเศร้าและโรควิตกกังวล โดยช่วยปรับสมดุลของสารสื่อประสาทในสมอง เช่น เซโรโทนิน (Serotonin) และนอร์อิพิเนฟริน (Norepinephrine)
    • ยารักษาโรคจิต (Antipsychotics): ใช้ในผู้ป่วยโรคจิตเภทหรือไบโพลาร์ที่มีอาการทางจิต เช่น ประสาทหลอนหรือหลงผิด
    • ยาคลายกังวล (Anxiolytics): ใช้บรรเทาอาการวิตกกังวล และช่วยให้นอนหลับ แต่ต้องใช้อย่างระมัดระวังเนื่องจากอาจทำให้เกิดการพึ่งพายา
    • ยาควบคุมอารมณ์ (Mood Stabilizers): ใช้รักษาโรคไบโพลาร์ เพื่อป้องกันอารมณ์แปรปรวนทั้งภาวะซึมเศร้าและแมเนีย

    4.2 จิตบำบัด (Psychotherapy)

    • การบำบัดพฤติกรรมทางปัญญา (Cognitive Behavioral Therapy, CBT): ช่วยให้ผู้ป่วยเปลี่ยนแปลงความคิดและพฤติกรรมที่เป็นปัญหา
    • การบำบัดแบบสนับสนุน (Supportive Therapy): ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถจัดการกับความเครียดและสร้างความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน
    • อื่นๆ เช่น จิตพลวัตหรือจิตวิเคราะห์,EMDRการบำบัดรักษาบาดแผลทางใจ ใช้ในการทำความเข้าใจปมปัญหาภายในจิตใจที่ส่งผลกระทบต่ออารมณ์และพฤติกรรม ตัวอย่าง PTSD,TRAUMA เป็นต้น

    4.3 การรักษาอื่น ๆ

    • ดนตรีบำบัด Music therapy
    • การกระตุ้นสมองด้วยแม่เหล็กไฟฟ้า (Transcranial Magnetic Stimulation, TMS): ใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคทางจิตเวชที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบดั้งเดิม

    5. การป้องกันโรคทางจิตเวช

    การป้องกันโรคทางจิตเวชสามารถทำได้โดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสภาพแวดล้อมเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค เช่น

    • การดูแลสุขภาพจิต ฝึกฝนการควบคุมอารมณ์และการจัดการความเครียด ฝึกหายใจลึก ๆ หรือทำสมาธิเพื่อลดความวิตกกังวล หลีกเลี่ยงการใช้สารเสพติดและแอลกอฮอล์ พูดคุยและเปิดใจกับคนที่ไว้ใจได้เกี่ยวกับปัญหาหรือความเครียดที่เผชิญ
    • การดูแลสุขภาพกาย ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น การเดิน วิ่ง โยคะ หรือว่ายน้ำ ,รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ และโปรตีนที่มีคุณภาพ นอนหลับให้เพียงพอวันละ 6-8 ชั่วโมง
    • การเสริมสร้างสังคมและสิ่งแวดล้อม ใช้เวลากับครอบครัวและเพื่อนฝูงที่ให้การสนับสนุน มีงานอดิเรกหรือกิจกรรมที่สร้างความผ่อนคลาย หลีกเลี่ยงสภาพแวดล้อมที่ก่อให้เกิดความเครียดสูง

    6. การฟื้นฟูสุขภาพจิต Rehabilitation

    การฟื้นฟูสุขภาพจิตเป็นกระบวนการที่ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นหลังจากการรักษา โดยรวมถึง การฟื้นฟูทางร่างกายด้วยการออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพทางกายและลดความเครียด ,ปรับเปลี่ยนโภชนาการให้เหมาะสมกับสุขภาพจิต,การฟื้นฟูทางจิตใจ โดยการเข้าร่วมกลุ่มสนับสนุนหรือการให้คำปรึกษาจากนักจิตวิทยา ฝึกฝนทักษะในการรับมือกับความเครียด หรือการฟื้นฟูทางสังคม คือ การกลับไปทำงานหรือเรียนหนังสือตามปกติ ,การเข้าร่วมกิจกรรมสังคมเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น และการเข้าร่วมกิจกรรมดนตรีบำบัดหรือกิจกรรมศิลปะบำบัดเพื่อเสริมสร้างความสุข

    7. Technology (Equipment/Investigate) เทคโนโลยีทางการแพทย์ (เครื่องมือ การวินิจฉัย)

    การรักษาโรคทางจิตเวชในปัจจุบันไม่ได้อาศัยเพียงแค่ยาและจิตบำบัด แต่มีการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษา การกระตุ้นสมองด้วยเทคโนโลยีต่างๆ ใช้สำหรับผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อยาหรือการบำบัดแบบดั้งเดิม

    • TMS (Transcranial Magnetic Stimulation) — การกระตุ้นสมองด้วยสนามแม่เหล็ก ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากระตุ้นบริเวณสมองที่เกี่ยวข้องกับภาวะซึมเศร้าหรือโรคทางจิตเวชที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบดั้งเดิม
    • การบำบัดด้วยออกซิเจนแรงดันสูง(HBOT)กับโรคทางจิตเวช—ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และเนื่องจากการทำงานของเซลล์ประสาทขึ้นอยู่กับระดับออกซิเจนในสมอง การบำบัดด้วยออกซิเจนแรงดันสูงจึงถือเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่งในการรักษาโรคทางจิต ออกซิเจนที่เพิ่มขึ้นในเลือดช่วยปกป้องและฟื้นฟูเซลล์ประสาทที่ได้รับผลกระทบจากระดับคอร์ติซอล และช่วยปรับสมดุลกิจกรรมของคลื่นสมอง ทำให้สารเคมีในสมองสมดุล

    คลินิกเฉพาะทางให้บริการและคำปรึกษาในเด็กและวัยรุ่น

    • ปัญหาด้านสมาธิ และความจำ สภาวะบกพร่องด้านเชาวน์ปัญญา
    • โรคเกี่ยวกับการรับประทานอาหาร
    • ความผิดปกติทางสุขภาพจิต
    • ความถนัดในเด็ก และรูปแบบการเรียนรู้
    • การพัฒนาการและพฤติกรรมในเด็ก/ภาวะออทิสซึม

    คลินิกเฉพาะทางให้บริการและคำปรึกษาในผู้สูงอายุ

    • บริการให้คำปรึกษาบำบัดรักษา ปัญหาด้านความจำ
    • ปัญหาในการนอน นอนไม่หลับ
    • โรคซึมเศร้า
    • ปัญหาด้านความวิตกกังวล

    คลินิกเฉพาะทางให้บริการและคำปรึกษาในรายบุคคล และรายครอบครัว

    • โรคเครียด โรควิตกกังวล
    • โรคซึมเศร้า โรคอารมณ์แปรปรวนและปัญหาทางอารมณ์
    • โรคทางความคิด
    • โรคประสาท กลุ่มอาการย้ำคิดย้ำทำ
    • โรคทางกายมีสาเหตุจากปัญหาทางจิตใจ
    • อาการนอนไม่หลับ
    • ปวดศีรษะ โดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
    • ปัญหาในการปรับตัว ปัญหาด้านบุคลิกภาพ
    • ปัญหาการใช้สารเสพติด
    • ปัญหาครอบครัว
    • ปัญหาพฤติกรรมปัญหาเรื่องเพศ
    • ปัญหาสมรรถภาพทางเพศที่ไม่ได้เกิดจากสาเหตุทางด้านร่างกาย

    คลินิกเฉพาะทางให้บริการปรึกษา และตรวจประเมินในด้านอื่นๆ

    • ความสามารถด้านเชาวน์ปัญญา กระบวนการคิด ความจำ และการเรียนรู้
    • การประเมิน EQ ความสามารถของบุคคลเชิงระบบประสาทจิตวิทยา
    • การทดสอบบุคลิกภาพ ความฉลาดทางอารมณ์
    • การทดสอบทางจิตวิทยา สุขภาพจิต และบุคลิกภาพพื้นฐาน
    • บุคลิกภาพและรูปแบบการพัฒนาเพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำงาน

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์สุขภาพจิต

    อาคาร E ชั้น 2

    วันจันทร์ – วันอาทิตย์
    08:00 - 17:00 น.

    +66 3825 9986

    [email protected]

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    โรคและการรักษา

    ดูทั้งหมด