ติ่งเนื้อในโพรงมดลูก (Endometrial Polyp) เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้หญิงมีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดหรือเผชิญภาวะมีบุตรยาก การรักษาด้วยเทคนิคผ่าตัดส่องกล้องจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยนำชิ้นเนื้อออกโดยส่งผลกระทบต่อเนื้อเยื่อข้างเคียงน้อยลงเมื่อเทียบกับการผ่าตัดรูปแบบเดิม การตรวจวินิจฉัยเพื่อวางแผนผ่าตัดส่องกล้องติ่งเนื้อในโพรงมดลูกอย่างเหมาะสม จะช่วยลดความกังวลด้านสุขภาพนรีเวชและช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ
ติ่งเนื้อในโพรงมดลูกคืออะไรและอันตรายไหม
ติ่งเนื้อในโพรงมดลูก (Endometrial Polyp) คือ เนื้อเยื่อของเยื่อบุโพรงมดลูกที่เจริญเติบโตผิดปกติจนกลายเป็นก้อนเนื้อยื่นออกมาภายในโพรงมดลูก ซึ่งอาจมีเพียงติ่งเดียวหรือหลายติ่งก็ได้ แม้โดยส่วนใหญ่ติ่งเนื้อชนิดนี้จะเป็นเนื้อธรรมดา (Benign) ที่ไม่ใช่มะเร็ง
แต่หากปล่อยทิ้งไว้ก้อนเนื้ออาจโตขึ้นจนส่งผลกระทบต่อระบบสืบพันธุ์และการใช้ชีวิตประจำวัน ดังนั้นการตรวจวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงมีความสำคัญเพื่อประเมินความเสี่ยงและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าคุณควรพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กติ่งเนื้อ
หากคุณมีอาการผิดปกติทางร่างกายดังต่อไปนี้ อาจเป็นสัญญาณว่ามีติ่งเนื้อในโพรงมดลูก ซึ่งควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยเพื่อพิจารณาแนวทางรักษาหรือเตรียมความพร้อมสำหรับการผ่าตัดติ่งเนื้อในโพรงมดลูก
- ความผิดปกติของรอบเดือน: เช่น ประจำเดือนมามากเกินไป (ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยกว่าปกติ) หรือระยะเวลาที่มีประจำเดือนนานกว่า 7 วัน
- ภาวะเลือดออกผิดปกติ: มีเลือดออกกะปริดกะปรอยทางช่องคลอดในช่วงที่ไม่ใช่รอบเดือน หรือมีเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์
- สัญญาณอันตรายวัยทอง: สำหรับผู้ที่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนไปแล้วแต่กลับมามีเลือดออกทางช่องคลอดอีกครั้ง ควรรีบพบแพทย์ทันทีเนื่องจากมีความเสี่ยงที่ติ่งเนื้อจะพัฒนาเป็นเนื้อร้ายได้มากกว่าวัยอื่น
- ปัญหาด้านการตั้งครรภ์: ในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ ติ่งเนื้อในโพรงมดลูกอาจเป็นสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก หรือทำให้เกิดการแท้งบุตรได้ง่ายเนื่องจากก้อนเนื้อไปขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อน
วิธีรักษาติ่งเนื้อในโพรงมดลูก
เมื่อตรวจพบติ่งเนื้อในโพรงมดลูก แพทย์จะพิจารณาแนวทางการรักษาที่เหมาะสมตามขนาดของติ่งเนื้อ อาการของผู้ป่วย และความต้องการมีบุตรในอนาคต เพื่อแนะนำวิธีรักษาที่เหมาะสม โดยมีวิธีหลักดังนี้
- การเฝ้าติดตามอาการ: ในกรณีที่ติ่งเนื้อมีขนาดเล็กมากและผู้ป่วยไม่มีอาการผิดปกติ แพทย์อาจแนะนำให้ติดตามการเปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิด เนื่องจากติ่งเนื้อขนาดเล็กบางชนิดอาจหลุดออกเองได้ตามรอบเดือน
- การใช้ยารักษา: แพทย์อาจใช้ยาปรับฮอร์โมนเพื่อช่วยลดขนาดของติ่งเนื้อและควบคุมอาการเลือดออกผิดปกติ อย่างไรก็ตาม วิธีนี้มักเป็นการบรรเทาอาการชั่วคราวและติ่งเนื้ออาจกลับมาโตใหม่ได้หลังหยุดยา
- การขูดมดลูก (Dilation and Curettage – D&C): เป็นวิธีดั้งเดิมที่ใช้เครื่องมือเข้าไปขูดเยื่อบุโพรงมดลูกเพื่อนำติ่งเนื้อออก แต่มีข้อจำกัดเนื่องจากแพทย์มองไม่เห็นตำแหน่งติ่งเนื้อโดยตรง
- การผ่าตัดส่องกล้องโพรงมดลูก (Hysteroscopic Polypectomy): เป็นวิธีมาตรฐานสากลในปัจจุบันที่ช่วยให้แพทย์เห็นรอยโรคชัดเจนและนำติ่งเนื้อออกได้หมดโดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อส่วนที่ดี
การผ่าตัดส่องกล้องติ่งเนื้อในโพรงมดลูกคืออะไร

การผ่าตัดส่องกล้องติ่งเนื้อในโพรงมดลูก (Hysteroscopic Polypectomy) คือ เทคนิคการตรวจวินิจฉัยและรักษาความผิดปกติภายในโพรงมดลูกโดยไม่ต้องทำการผ่าตัดเปิดแผลหน้าท้อง โดยศัลยแพทย์จะใช้กล้องส่องตรวจขนาดเล็กที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงไม่กี่มิลลิเมตร สอดผ่านทางช่องคลอดและปากมดลูกเข้าไปในโพรงมดลูกโดยตรง
ตัวกล้องจะส่งภาพขยายที่มีความละเอียดสูงขึ้นไปปรากฏบนจอภาพ ทำให้แพทย์สามารถมองเห็นลักษณะของติ่งเนื้อ ตำแหน่งที่ผิดปกติ หรือพยาธิสภาพอื่น ๆ ภายในโพรงมดลูกได้อย่างชัดเจนทั่วถึง และเมื่อพบรอยโรคแพทย์จะสามารถใช้เครื่องมือขนาดเล็กที่สอดผ่านตัวกล้องเพื่อทำการผ่าตัดติ่งเนื้อในโพรงมดลูกออกได้ทันทีอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อโดยรอบ
ข้อดีของการผ่าตัดส่องกล้องติ่งเนื้อในโพรงมดลูก เทคโนโลยีที่ช่วยรักษาโดยไม่มีแผลหน้าท้อง
ปัจจุบันการผ่าตัดส่องกล้องติ่งเนื้อในโพรงมดลูก เป็นวิธีมาตรฐานที่แพทย์แนะนำ เนื่องจากเป็นการใช้กล้องขนาดเล็กสอดผ่านทางช่องคลอดเข้าไปในโพรงมดลูกโดยตรง ทำให้มีข้อดีที่โดดเด่นดังนี้
- ไม่มีแผลผ่าตัดบริเวณหน้าท้อง: เพราะเป็นการเข้าทางช่องคลอดซึ่งเป็นช่องทางธรรมชาติ ร่างกายจึงไม่ต้องแบกรับรอยแผลภายนอก
- ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการรักษา: แพทย์สามารถเห็นตำแหน่งและลักษณะของติ่งเนื้อได้อย่างชัดเจนผ่านจอภาพความละเอียดสูง ช่วยให้กำจัดติ่งเนื้อได้ครบถ้วน
- ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ: แตกต่างจากการขูดมดลูกแบบเดิมที่แพทย์มองไม่เห็นรอยโรคโดยตรง จึงช่วยรักษาเนื้อเยื่อส่วนที่ดีไว้ได้
เปรียบเทียบการผ่าตัดส่องกล้องกับการขูดมดลูกแบบเดิม
ในอดีตการรักษาภาวะเลือดออกผิดปกติมักใช้การขูดมดลูก ซึ่งเป็นการรักษาที่แพทย์ไม่สามารถมองเห็นภายในโพรงมดลูกได้โดยตรง ทำให้มีโอกาสที่ติ่งเนื้อจะหลุดรอดการรักษาหรือเกิดการบาดเจ็บต่อผนังมดลูกในบริเวณที่ไม่ได้เป็นรอยโรค
แต่การผ่าตัดส่องกล้องติ่งเนื้อในโพรงมดลูก มีข้อดีที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดคือช่วยลดโอกาสการเกิดพังผืดในโพรงมดลูก และสามารถตัดเฉพาะส่วนที่เป็นติ่งเนื้อออกได้ทั้งหมดโดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อเยื่อบุโพรงมดลูกส่วนที่ดีรอบข้าง ส่งผลดีต่อผู้ป่วยที่ยังต้องการมีบุตรและลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนหลังการรักษา
อาการหลังผ่าตัดติ่งเนื้อในโพรงมดลูกที่ควรสังเกต

ภายหลังจากเสร็จสิ้นการผ่าตัดส่องกล้องติ่งเนื้อในโพรงมดลูก ร่างกายจะเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูตามธรรมชาติ โดยผู้ป่วยอาจพบอาการต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นได้ ดังนี้
- อาการปวดหน่วงท้องน้อย: ผู้ป่วยอาจรู้สึกปวดหน่วงบริเวณท้องน้อยคล้ายกับการปวดประจำเดือนในช่วง 1 – 2 วันแรก ซึ่งเกิดจากการขยายตัวของโพรงมดลูกระหว่างการผ่าตัด โดยสามารถบรรเทาได้ด้วยการรับประทานยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่ง
- มีเลือดออกกะปริดกะปรอยทางช่องคลอด: เป็นอาการปกติที่พบได้หลังผ่าตัดติ่งเนื้อในโพรงมดลูก โดยเลือดที่ออกมามักจะมีลักษณะจาง ๆ หรือเป็นสีน้ำตาล และจะค่อย ๆ ลดปริมาณลงภายใน 1 – 2 สัปดาห์
- อาการระคายเคืองจากการใช้กล้อง: เนื่องจากเป็นการผ่าตัดผ่านช่องคลอด อาจมีความรู้สึกระคายเคืองเล็กน้อยในช่วงแรก แต่จะหายไปเองภายในเวลาอันสั้น
- อาการอ่อนเพลียจากยาสลบ: ในกรณีที่มีการวางยาสลบ ผู้ป่วยอาจรู้สึกง่วงซึมหรือมึนงงได้ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงหลังการผ่าตัด จึงควรมีญาติคอยดูแลในการเดินทางกลับบ้าน
สัญญาณเตือนผิดปกติที่ควรรีบกลับมาพบแพทย์
แม้ว่าการผ่าตัดส่องกล้องติ่งเนื้อในโพรงมดลูกจะมีความปลอดภัยสูง แต่หากพบอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบติดต่อสอบถามหรือกลับมาพบแพทย์ทันที
- มีเลือดออกทางช่องคลอดปริมาณมากผิดปกติ หรือต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกชั่วโมง
- มีไข้สูง หนาวสั่น
- อาการปวดท้องรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ และไม่ทุเลาลงเมื่อรับประทานยาแก้ปวด
- ตกขาวมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ
ผ่าตัดติ่งเนื้อในโพรงมดลูกพักฟื้นนานแค่ไหน
สำหรับคำถามที่ว่าหลังผ่าตัดติ่งเนื้อในโพรงมดลูกพักฟื้นนานเท่าไหร่? โดยทั่วไปแล้ววิธีส่องกล้องมักเป็นการผ่าตัดแบบวันเดียวกลับ (ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์) หรือพักฟื้นดูอาการเพียง 1 คืน เพื่อตรวจเช็กความพร้อมของร่างกาย หลังผ่าตัดเรียบร้อยผู้ป่วยสามารถเริ่มเดินเบา ๆ และทำงานที่ไม่ใช้แรงหนักได้ภายใน 5 – 7 วันหลังการรักษา
อย่างไรก็ตาม แพทย์มักแนะนำให้งดการมีเพศสัมพันธ์ การเล่นน้ำในสระหรือทะเล หรือการสวนล้างช่องคลอดประมาณ 3 – 4 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อในระหว่างที่แผลภายในกำลังสมานตัว
บริการตรวจและผ่าตัดส่องกล้องนรีเวชที่โรงพยาบาลกรุงเทพ

ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลกรุงเทพ พร้อมให้การดูแลผู้หญิงทุกวัยอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การตรวจวินิจฉัยด้วยอัลตราซาวนด์ความละเอียดสูง ไปจนถึงการรักษาด้วยเทคโนโลยีส่องกล้องที่ช่วยให้เจ็บน้อยลงและฟื้นตัวไว โดยทีมสูตินรีแพทย์ผู้ชำนาญการและทีมสหสาขาวิชาชีพที่เข้าใจความต้องการของผู้หญิงโดยเฉพาะ ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยระดับ JCI เพื่อให้มั่นใจในทุกขั้นตอนการรักษา
สรุปบทความ
การตรวจพบติ่งเนื้อในโพรงมดลูกตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและลดความกังวลเรื่องภาวะแทรกซ้อน หากคุณมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับรอบเดือน การปรึกษาแพทย์เพื่อรับการผ่าตัดติ่งเนื้อในโพรงมดลูกด้วยวิธีส่องกล้องถือเป็นทางเลือกที่ช่วยคืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่คุณ
ที่ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลกรุงเทพ เรามีทีมแพทย์ผู้ชำนาญการที่พร้อมให้คำปรึกษาและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อให้คุณได้รับการผ่าตัดส่องกล้องติ่งเนื้อในโพรงมดลูกอย่างปลอดภัย มั่นใจได้ในผลลัพธ์ และไม่ต้องกังวลเรื่องการพักฟื้นหลังผ่าตัดติ่งเนื้อในโพรงมดลูกที่ยาวนาน ช่วยให้คุณกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างสดใสในเวลาอันสั้น
- ค้นหาแพทย์: https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok/doctor
- ทำนัด: https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok/appointment/step1
- ติดต่อเรา: https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok/contact
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับติ่งเนื้อในโพรงมดลูก (FAQ)
1. ผ่าตัดติ่งเนื้อในโพรงมดลูกเจ็บไหม
การผ่าตัดด้วยวิธีส่องกล้องมักมีการวางยาสลบทางหลอดเลือดหรือการบล็อกหลัง ทำให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกเจ็บขณะทำ หลังผ่าตัดอาจมีอาการปวดหน่วงคล้ายปวดประจำเดือนเพียงเล็กน้อยในช่วง 1 – 2 วันแรก ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยยาระงับปวดทั่วไปตามที่แพทย์สั่ง
2. หลังผ่าตัดจะมีเลือดออกนานเท่าไหร่
โดยปกติอาจมีเลือดออกกะปริดกะปรอยทางช่องคลอดประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ ซึ่งเป็นผลจากการหายของแผลภายในโพรงมดลูก แต่หากพบว่ามีเลือดออกมากผิดปกติหรือมีกลิ่นเหม็นควรรีบกลับมาพบแพทย์ทันที
3. ผ่าตัดแล้วติ่งเนื้อจะกลับมาเป็นซ้ำได้หรือไม่
มีโอกาสเกิดขึ้นได้ในกรณีที่ปัจจัยกระตุ้น เช่น ฮอร์โมนในร่างกายยังมีความไม่สมดุล ดังนั้นการตรวจติดตามผลหลังการรักษาตามที่แพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอจึงมีความสำคัญเพื่อเฝ้าระวังการเกิดซ้ำ
4. หลังผ่าตัดต้องนอนโรงพยาบาลกี่คืน
เนื่องจากเป็นการผ่าตัดเล็กผ่านกล้องทางช่องธรรมชาติ ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับบ้านได้ภายในวันที่รับการผ่าตัดหรือพักฟื้นเพียง 1 คืน เพื่อสังเกตอาการหลังฟื้นจากยาสลบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์และความพร้อมของร่างกายผู้ป่วยแต่ละราย








