โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    รพ.กรุงเทพ จัดอบรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยคลอดฉุกเฉิน ครั้งที่ 9

    4 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 10 ธ.ค. 2568
    แพ็กเกจแนะนำ
    ชุดตรวจสุขภาพเด็ก 6 - 15 ปี
    ชุดตรวจสุขภาพเด็ก 6 - 15 ปี
    ชุดตรวจคัดกรองโรคตับ
    ชุดตรวจคัดกรองโรคตับ
    การตรวจไขมันสะสมในตับ
    การตรวจไขมันสะสมในตับ
    รพ.กรุงเทพ จัดอบรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยคลอดฉุกเฉิน ครั้งที่ 9
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 10 ธ.ค. 2568

    รพ.กรุงเทพ จัดอบรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยคลอดฉุกเฉิน ให้กับตำรวจจราจร เพิ่มทักษะช่วยคลอดบนท้องถนนและกู้เหตุวิกฤต

    โรงพยาบาลกรุงเทพ ร่วมกับ กองบังคับการตำรวจจราจร และ จส.100 จัด “การอบรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยคลอดฉุกเฉิน ประจำปี 2567” ให้แก่ ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ กองบังคับการตำรวจจราจร เพื่อให้บริการประชาชนในด้านนำผู้ป่วย ผู้บาดเจ็บ รวมทั้งหญิงตั้งครรภ์ใกล้คลอดนำส่งโรงพยาบาล รวมทั้งการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (CPR) กับผู้ประสบเหตุต่างๆ พร้อมสาธิตการใช้เครื่อง AED ในระหว่างวันที่ 20-21 พฤษภาคม 2567

    นายแพทย์เอกกิตติ์ สุรการ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ มีความยินดีที่ได้จัดอบรมโครงการอบรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยคลอดฉุกเฉิน ให้กับตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ซึ่งในปีนี้เป็นครั้งที่ 9 หัวข้อในการอบรมคือ การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน การช่วยเหลือฉุกเฉินเบื้องต้น การช่วยคลอดในสถานการณ์ต่างๆ รวมไปถึงการดูแลทารกแรกคลอดก่อนนำส่งโรงพยาบาล ให้แก่ ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ กองบังคับการตำรวจจราจร และอาสาสมัครจาก  จส.100 ประมาณ 200 คน ซึ่งโรงพยาบาลได้จัดการบรรยาย สาธิตและฝึกปฏิบัติโดยบุคลากรและทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ของโรงพยาบาลให้กับผู้เข้ารับการฝึกอบรมทุกท่าน เพื่อให้สามารถนำไปปฏิบัติหรือประยุกต์ใช้ได้หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นบนท้องถนน

    นาวาอากาศเอก(พิเศษ)นายแพทย์ไพศาล จันทรพิทักษ์ ที่ปรึกษาผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพ สายกิจกรรมพิเศษ กล่าวว่า ในปัจจุบันตำรวจจราจรนอกจากจะมีหน้าที่ในการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรแล้ว ยังให้บริการประชาชนในด้านการนำผู้ป่วย ผู้บาดเจ็บ รวมถึงหญิงตั้งครรภ์ใกล้คลอดนำส่งโรงพยาบาล ช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นกับผู้ประสบเหตุต่าง ๆ ก่อนถึงโรงพยาบาล เพื่อให้ทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ได้เตรียมการรักษา เมื่อถึงจุดเกิดเหตุหรือนำส่งโรงพยาบาลได้อย่างทันที โครงการนี้จะช่วยให้ตำรวจผู้เข้ารับการอบรม ได้รับความรู้และประสบการณ์เพื่อสามารถปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ เมื่อพบผู้ประสบเหตุ โดยเฉพาะการดำเนินการส่งต่อผู้ป่วยได้อย่างถูกต้องก่อนถึงมือแพทย์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเบื้องต้น และยังเป็นการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและองค์กรต่างๆ  ในการให้ความช่วยเหลือและส่งต่อผู้ป่วย เพื่อประสานงานด้านการจราจรเมื่อมีการลำเลียงผู้ป่วยและเป็นการสนับสนุนการทำงานของภาครัฐอีกทางหนึ่งด้วย

    นายแพทย์วีรวิชญ์ พรวัฒนไกรเลิศ สูตินรีแพทย์ ศูนย์สุขภาพสตรีกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวถึง การช่วยคลอดในภาวะฉุกเฉินว่า สิ่งแรกที่ผู้พบเหตุต้องทำคือ การประเมินผู้คลอดว่าใกล้คลอดหรือไม่ ด้วยคำถามเบื้องต้น เช่น เคยคลอดบุตรมาก่อนหรือไม่ เจ็บถี่เพียงไร มีน้ำเดินหรือไม่ ปวดคล้ายเบ่งถ่ายหรือไม่ หากพบอาการข้างต้น โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เคยคลอดบุตรมาแล้วและมีลมเบ่งเหมือนอยากถ่ายมักจะคลอดอย่างรวดเร็ว ควรเตรียมตัวช่วยคลอดในทันที การคลอดเป็นเรื่องธรรมชาติที่หากได้รับการดูแลเบื้องต้นที่ดี โอกาสเกิดปัญหากับมารดา และทารกก็น้อยลง ซึ่งอุปกรณ์ที่จำเป็นในการช่วยคลอดคือ ถุงมือปลอดเชื้อ ลูกยางแดง ผ้าสำหรับเช็ดและห่อตัวเด็ก 

    ขั้นตอนสำคัญในการช่วยคลอดคือ การประคองศีรษะและลำตัวทารกไม่ให้ตกกระแทกพื้น  ดูดเมือกจากปากและจมูกทารกเพื่อป้องกันการสำลัก เช็ดตัวและให้ความอบอุ่นกับทารก สำหรับสายสะดือหากไม่มีอุปกรณ์ที่ปลอดเชื้อไม่ควรตัดสายสะดือ สามารถนำทารกไปตัดสายสะดือที่โรงพยาบาล ทั้ง ๆ ที่รกยังติดกับสายสะดือ ในกรณีที่สตรีตั้งครรภ์ยังไม่มีอาการที่จะคลอดเดี๋ยวนั้น หรือคาดว่าทารกจะคลอดภายในไม่เกิน 5 นาที โดยไม่มีแพทย์หรือโรงพยาบาลใกล้เคียงรองรับ ไม่ควรพยายามเคลื่อนย้ายผู้คลอด แต่ควรเตรียมตัวและอุปกรณ์ในการช่วยคลอดให้ครบ เพื่อความปลอดภัยของแม่และลูก รวมทั้งผู้ช่วยคลอด

    นายแพทย์นพสิทธิ์ ธนะธีระพงศ์  แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน ศูนย์อุบัติเหตุกรุงเทพ กล่าวว่า การช่วยชีวิตขี้นพื้นฐานและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นนั้น เป็นสิ่งสำคัญที่ควรทำเพื่อเตรียมพร้อมในกรณีฉุกเฉิน สำหรับการปฐมพยาบาลผู้ที่หมดสติสงสัยว่ามีภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันนั้น จะต้องได้รับการกู้ชีพด้วยการกดหน้าอกหรือ CPR ร่วมกับการใช้ AED : Automated External Defibrillator ก่อนที่บุคลากรการแพทย์จะมาถึง ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญมากต่อการรอดชีวิตของผู้ป่วย โดยการกู้ชีพนั้นทุกคนสามารถทำได้ด้วยการกดหน้าอกจำนวน 100-120 ครั้งต่อนาที และการใช้เครื่อง AED ภายในช่วงไม่กี่นาทีแรกหลังเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นนั้น จะช่วยให้โอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยมีมากขึ้น 2-3 เท่า การส่งเสริมการเรียนรู้และฝึกทักษะ CPR ให้กับตำรวจจราจร ผู้พบเห็นเหตุการณ์ หรือประชาชนทั่วไป เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้นอย่างมีประสิทธิภาพได้มากขึ้น 

    ภายในงานได้รับเกียรติจาก พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ ผู้บังคับการตำรวจจราจร พันตำรวจเอก จิรกฤต จารุณภัทร รองผู้บังคับการตำรวจจราจร มาร่วมเป็นประธานเปิดงาน ดร.ประไพพัตร โขมพัตร ที่ปรึกษาประธานบริหาร สถานีวิทยุ จส.100 ในฐานะที่ จส.100 เป็นหน่วยงานที่ริเริ่มโครงการนี้ร่วมกับโรงพยาบาลกรุงเทพ มาตั้งแต่ครั้งที่ 1 จนถึงปี 2567 จัดเป็นครั้งที่ 9 เป็นหน่วยงานที่มีส่วนร่วมผลักดันและสร้างให้ประชาชนมีความรู้ในการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน สามารถแจ้งเหตุเพื่อให้ผู้รับบาดเจ็บสามารถได้รับการรักษาได้อย่างรวดเร็ว พร้อมนำอาสาสมัครมาเข้ารับการอบรมในครั้งนี้  และ ส.ต.อ.อัศวิน ยิ้มชูเดช  ผบ.หมู่ งานฯ กก.6.บก  ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ นำทีมช่วยคลอดบนรถ พร้อมด้วยเคสที่เคยได้รับการช่วยคลอดบนท้องถนน คุณอัฑฒ์ศยาภรณ์  ศรีจันทรา (คุณแม่) และร้อยตำรวจโทมานะ จอกโคกสูง รองสารวัตรจราจรงาน 1 กก.6 ตำรวจผู้ทำคลอด ร่วมเล่าประสบการณ์พูดคุยบนเวที  

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ชุดตรวจสุขภาพเด็ก 6 - 15 ปีชุดตรวจสุขภาพเด็ก 6 - 15 ปี
    ชุดตรวจสุขภาพเด็ก 6 - 15 ปี

    3,900 บาท

    7,940 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจคัดกรองโรคตับชุดตรวจคัดกรองโรคตับ
    ชุดตรวจคัดกรองโรคตับ

    11,900 บาท

    20,410 บาท

    รายละเอียด
    การตรวจไขมันสะสมในตับการตรวจไขมันสะสมในตับ
    การตรวจไขมันสะสมในตับ

    4,100 บาท

    4,950 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข่าวสารและกิจกรรม

    ดูทั้งหมด

    ข่าวสารและกิจกรรม

    FIT TO PLAY SIMULATION by Run with the Flow 2026 Image
    FIT TO PLAY SIMULATION by Run with the Flow 2026
    CKM CHALLENGE ร่วมแชร์เมนูอาหารต้านโรค CKM  Image
    CKM CHALLENGE ร่วมแชร์เมนูอาหารต้านโรค CKM
    CKM CHALLENGE ร่วมแชร์เมนูอาหารต้านโรค CKM  Image
    CKM CHALLENGE ร่วมแชร์เมนูอาหารต้านโรค CKM
    ดูทั้งหมด