ไตเป็นอวัยวะสำคัญในการขับของเสียและปรับสมดุลน้ำในร่างกาย เมื่อป่วยโรคไตสิ่งที่น่ากังวลคือมักไม่แสดงอาการชัดเจนในช่วงแรก รู้ตัวอีกทีไตอาจเสียหายหรือร้ายแรงจนเป็นโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย เพราะฉะนั้นการรู้เท่าทันโรคไต หมั่นสังเกตสัญญาณเตือน และดูแลสุขภาพไตให้แข็งแรงอยู่เสมอเป็นสิ่งสำคัญ
ไตเสื่อม ไตวายเฉียบพลัน ไตวายเรื้อรังต่างกันอย่างไร
ไตวายและไตเสื่อมมีทั้งเฉียบพลันและเรื้อรัง โดยไตวายเฉียบพลัน (Acute Kidney Injury – AKI) คือ ภาวะไตเสื่อมชั่วคราวในเวลาไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์ มักเกิดจากการขาดน้ำ ติดเชื้อ ได้รับยาบางชนิด หรือความดันตก อาจพบปัสสาวะออกลดลง มักไม่แสดงอาการ แต่ตรวจเจอจากผลเลือดเท่านั้น ความสำคัญของภาวะนี้คือหากเราตรวจพบได้เร็ว หาสาเหตุและให้การรักษาได้ทัน ไตมักจะกลับมาทำงานได้ปกติหรือเกือบปกติดังเดิม
ส่วนไตวายเรื้อรัง (Chronic Kidney – CKD) คือ ไตค่อย ๆ เสื่อมลงช้า ๆ ต่อเนื่องนานหลายเดือนหรือหลายปี สาเหตุหลักมาจากโรคเบาหวาน ความดัน โรคไตเรื้อรัง ความน่ากลัวคือไตวายเรื้อรังในระยะต้นมักไม่มีอาการ แต่ไตจะค่อย ๆ เสื่อมลงเรื่อย ๆ กว่าจะรู้ตัวอีกทีอาจใกล้ฟอกไตแล้ว ความสำคัญของระยะนี้คือหากตรวจพบเร็วและให้การรักษาทั้งจากยาที่เหมาะสมร่วมกับปรับพฤติกรรมสามารถชะลอไม่ให้โรคไตวายเรื้อรังเสื่อมลงจนไปถึงโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการฟอกไตได้
รู้ได้อย่างไรว่าเริ่มมีภาวะไตวายเรื้อรัง
การวินิจฉัยภาวะไตวายเรื้อรังโดยดูจากอาการทางคลินิกนั้นยากมาก หากไม่ได้รับการตรวจสุขภาพอย่างต่อเนื่องเนื่องจากไตวายเรื้อรังมีหลายระยะ โดยในระยะต้น ๆ นั้นแทบไม่มีอาการใด ๆ หรือมีน้อยมากและอาการไม่ค่อยจำเพาะ ทำให้หลายคนรู้ตัวว่าเป็นโรคไตตอนที่เป็นโรคไตระยะท้ายใกล้ต้องฟอกไตแล้ว โดยอาการที่เป็นสัญญาณเตือน ได้แก่
- ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน
- ปัสสาวะน้อยลงหรือฟองเยอะผิดปกติ
- ตัวบวม หน้าบวม ขาบวม เท้าบวม
- เหนื่อยง่าย เพลีย ไม่มีแรง
- เบื่ออาหาร คลื่นไส้เรื้อรัง
- คันทั้งตัวโดยไม่รู้สาเหตุ
อย่างที่กล่าวมาข้างต้นอาการของโรคไตเรื้อรังไม่จำเพาะและมักไม่มีอาการในระยะแรก ๆ ดังนั้นหากท่านมีโรคประจำตัวหรือมีความเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดันสูง อ้วน มีประวัติโรคไตในครอบครัว การตรวจการทำงานของไตจะช่วยให้ตรวจพบโรคไตเรื้อรังได้ตั้งแต่ระยะต้น ๆ ที่อาจไม่มีอาการ
ไตเรื้อรังเกิดจากอะไร
โรคไตเรื้อรังเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ข้อมูลของสมาคมโรคไต สาเหตุโรคไตเรื้อรังที่พบบ่อยมีดังนี้
- โรคเบาหวาน
- โรคความดันโลหิตสูง
- โรคถุงน้ำในไต
- โรคไตอักเสบ เช่น ไตอักเสบลูปัส เป็นต้น
- โรคไตจากการอุดกลั้นทางเดินปัสสสาวะ
- โรคไตจากยาหรือสารพิษบางชนิด เช่น ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs, ยาสมุนไพร เป็นต้น
ตรวจการทำงานของไตอย่างไร
การตรวจการทำงานของไตมีหลายวิธี ได้แก่
- การตรวจปัสสาวะ (Urinalysis) ในโรคไตเรื้อรังระยะต้นอาจตรวจพบ ได้แก่ โปรตีนอัลบูมินรั่วออกมาในปัสสาวะโดยตรวจพบได้ตั้งแต่การทำงานของไตยังปกติ
- ตรวจการทำงานของไตจากเลือด โดยทำการเจาะตรวจค่า Serum Creatinine เพื่อนำมาตรวจหาค่า eGFR (Estimated Glomerular Filtration Rate) ปริมาณเลือดที่ไหลผ่านตัวกรองของไตได้
โดยโรคไตเรื้อรังมีทั้งหมด 5 ระยะแบ่งตามค่า eGFR ดังตาราง
|
ระยะของโรคไตเรื้อรัง |
ระดับ eGFR (ml/min/1.73m2) |
|
1 |
>90 |
|
2 |
60 – 89 |
|
3a |
45 – 59 |
|
3b |
30 – 44 |
|
4 |
15 – 29 |
|
5 |
<15 |
- ค่า eGFR ต่ำกว่า 15 ไตวายระยะสุดท้ายเป็นระยะที่ต้องวางแผนการฟอกไต เช่น ฟอกเลือด ล้างไตทางช่องท้อง
- ส่วนใหญ่หากค่า eGFR ต่ำกว่า 6 หรือ ต่ำกว่า 10 ร่วมกับมีอาการน้ำเกิน ของเสียคั่งสูงต้องรักษาด้วยการฟอกไต
หากรู้เร็วย่อมช่วยให้วางแผนการรักษาได้เร็ว ปรับพฤติกรรมและปรับยาให้เหมาะเพื่อหาสาเหตุให้การรักษาและชะลอไตไม่ให้เสื่อมลงจนเข้าสู่โรคไตระยะฟอกไต
เมื่อไรที่ควรตรวจเช็กโรคไต
ผู้ป่วยโรคไตส่วนใหญ่ไม่มีอาการหรือหากก็เป็นอาการที่ไม่จำเพาะ ดังนั้นในโรคไตระยะต้นจะวินิจฉัยภาวะไตวายเรื้อรังด้วยการตรวจการทำงานของไตเท่านั้น ส่วนการตรวจคัดกรองภาวะโรคไตในผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ แนะนำในผู้ป่วย 2 กลุ่ม
- มีความเสี่ยงของโรคไตเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคอ้วน มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคไต
- บุคคลทั่วไปที่อายุมากกว่า 35 ปี ควรเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสุขภาพประจำปี
ชะลอไตเสื่อมอย่างไร
เนื่องจากโรคไตเรื้อรังหลายครั้งไตที่วายเรื้อรังไปแล้วอาจไม่สามารถมีค่าไตที่ดีขึ้นจากตอนตรวจพบได้มากนัก ดังนั้นเป้าหมายหลักของการรักษาโรคไต คือ การชะลอไม่ให้ไตที่วายเรื้อรังเสื่อมลงสู่โรคไตระยะสุดท้ายหรือระยะฟอกไต โดยการดูแลรักษาชะลอไตมี 2 ส่วนที่ต้องร่วมมือกันระหว่างแพทย์และผู้ป่วย ได้แก่
1) ยาและการรักษาสาเหตุโรคไตวายเรื้อรัง
- แพทย์ผู้ชำนาญการจะทำการหาสาเหตุของไตวายเรื้อรังแล้วให้การรักษาที่ต้นเหตุ ร่วมกับรักษาโรคประจำตัว หรือ ปัจจัยอื่นที่อาจทำให้ไตวายเรื้อรังแย่ลงร่วมกับให้ยาที่มีข้อมูลว่าสามารถชะลอไตไม่ให้เข้าสู่ระยะฟอกไตเรื้อรังได้
- ปัจจุบันยังไม่มีอาหารเสริม สมุนไพรตัวไหนที่มีข้อมูลเชิงประจักษ์ว่าสามารถช่วยชะลอไตได้ ดังนั้นการรับประทานอาหารต่างๆที่แพทย์แนะนำร่วมกับรับประทานยาตามแพทย์สั่งเสมอก็เพียงพอแล้วสำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
- มีผู้ป่วยหลายคนเชื่อว่าการรับประทานยาหลายชนิดนั้นจะทำให้ไตเสื่อม ความคิดดังกล่าวเป็นความคิดที่ผิด ยาไม่ได้ถูกขับออกจากร่างกายผ่านไตทุกตัว ยาที่ขับออกจากร่างกายที่ไตก็ไม่ได้ทำให้ไตเสื่อมเสมอไป และยาที่อาจมีผลทำให้การทำงานของไตแย่ลงเมื่อแพทย์ทราบว่าผู้ป่วยมีโรคไตก็จะเลี่ยงการจ่ายยาดังกล่าวให้ผู้ป่วยเสมอ และสิ่งสำคัญคือหากไม่รับประทานยาตามแพทย์สั่งในบางตัวอาจทำให้โรคประจำตัวของผู้ป่วยควบคุมไม่ได้ส่งผลให้การทำงานของไตแย่ลงด้วยซ้ำ ดังนั้นสิ่งที่ถูกต้องคือรับประทานยาที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดร่วมกับแจ้งแพทย์ให้ทราบเสมอว่าตนมีโรคไตเรื้อรัง
2) การปรับพฤติกรรม
- ผู้ป่วยต้องร่วมมือกับแพทย์ปรับพฤติกรรมและปรับอาหารเพื่อให้ไตไม่ต้องทำงานหนัก ช่วยชะลอไตไม่ให้เสื่อมในเวลารวดเร็ว ได้แก่ เลิกบุหรี่ งดใช้ยาต้ม ยาหม้อ ยาลูกกลอน ยาสมุนไพร ยาแก้ปวดบางชนิด
- การรับประทานอาหารเพื่อป้องกันไตเสื่อมสามารถทำได้ตามหลักการดังต่อไปนี้
- กินน้อยแต่พอดี เลือกโปรตีนคุณภาพ เช่น ปลา เต้าหู้ ไข่ขาว แหล่งโปรตีนกรดอะมิโนครบถ้วน ย่อยง่าย ไขมันน้อย
- เลือกเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เช่น เนื้อไก่ส่วนอก เนื้อหมูส่วนที่ไม่ติดมัน ฯลฯ
- เน้นผักสีเขียวอ่อนช่วยให้ไตไม่ต้องทำงานหนัก เช่น กะหล่ำปลี, ผักกาดขาว, บรอกโคลี ฯลฯ
- เลือกผลไม้พลังเบา ใยอาหารสูง น้ำตาลไม่สูง เช่น แอปเปิล, ฝรั่ง, สาลี่ ฯลฯ
- ดื่มน้ำสะอาด ไม่ดื่มหวานหรือน้ำอัดลม
- เลี่ยงอาหารเค็มจัด เช่น ขนมกรุบกรอบ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ของหมักดอง เพราะทำให้ไตทำงานหนัก
- ผู้ป่วยโรคไตต้องระวังอาหารบางชนิดที่มีฟอสฟอรัสสูง ได้แก่ อาหารสำเร็จรูป อาหารแปรรูป น้ำอัดลมอาหารที่ใส่สารกันบูด
การบำบัดทดแทนไตคืออะไร
สำหรับผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้าย การรักษาสำคัญคือการบำบัดทดแทนไต เพื่อทำหน้าที่กำจัดของเสียแทนไตเดิมที่ทำงานไม่ได้แล้ว โดยการบำบัดทดแทนไตมี 3 วิธี ได้แก่
- การฟอกไตทางเลือด
- ข้อดี : เดินทางไปที่ศูนย์โรคไตมีพยาบาลฟอกไตและทำการรักษาฟอกไต
- ข้อจำกัด : เนื่องจากต้องฟอกไตสัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้ง ทำให้จำกัดการเดินทางและการทำงานในผู้ป่วยบางราย และต้องจำกัดอาหารอย่างเคร่งครัด
- การฟอกไตทางหน้าท้อง
- ข้อดี : สามารถทำเองได้ที่บ้านไม่จำกัดเรื่องการเดินทางและการทำงานปรับการฟอกไตเข้ากับชีวิตได้มากกว่าจำกัดอาหารน้อยกว่าการฟอกไตทางเลือด
- ข้อจำกัด : ต้องทำการต่ออุปกรณ์ทำการรักษาด้วยตนเอง
- การปลูกถ่ายไต คือทางออกที่ดีที่สุดและมีการรักษาบำบัดทดแทนไตที่มีข้อมูลเชิงประจักษ์ว่าลดอัตราการเสียชีวิตและเพิ่มคุณภาพชีวิตได้มากกว่าวิธีอื่น ๆ
- ข้อดี : ไม่ต้องล้างไตอีกต่อไป กินอาหารได้เกือบปกติ ไม่ต้องจำกัดน้ำ
- ข้อจำกัด : ต้องรับประทานยากดภูมิไปตลอดชีวิต
การดูแลรักษาโรคไตอย่างมีประสิทธิภาพต้องเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์เฉพาะทาง โดยผู้ป่วยควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดและมาพบแพทย์ตามนัดหมายทุกครั้ง
โรงพยาบาลที่ชำนาญการรักษาโรคไตที่ไหนดี
ศูนย์โรคไต โรงพยาบาลกรุงเทพ พร้อมให้การตรวจวินิจฉัยและดูแลรักษาโรคไต โดยแพทย์เฉพาะทางที่มีความชำนาญ พยาบาล และทีมสหสาขา พร้อมอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกวัน
แพทย์ที่ชำนาญการรักษาโรคไต
พญ.ไอริณ จริยะโยธิน อายุรแพทย์โรคไตและปลูกถ่ายไต ศูนย์โรคไตและศูนย์ไตเทียม โรงพยาบาลกรุงเทพ
สามารถคลิกที่นี่เพื่อทำนัดหมายได้ด้วยตนเอง












