โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    ครรภ์เสี่ยง - สาเหตุ อาการ การดูแล (High-Risk Pregnancy)

    6 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 10 ก.ค. 2569
    แพ็กเกจแนะนำ
    ชุดตรวจสุขภาพก่อนวิวาห์ระดับเอลิท (คัดกรอง SMA โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงในเด็กและธาลัสซีเมีย)
    ชุดตรวจสุขภาพก่อนวิวาห์ระดับเอลิท (คัดกรอง SMA โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงในเด็กและธาลัสซีเมีย)
    แพ็กเกจการฝากไข่ แช่แข็งไข่
    แพ็กเกจการฝากไข่ แช่แข็งไข่
    PGT-A การตรวจโครโมโซมตัวอ่อนก่อนการฝังตัว
    PGT-A การตรวจโครโมโซมตัวอ่อนก่อนการฝังตัว
    ครรภ์เสี่ยง - สาเหตุ อาการ การดูแล (High-Risk Pregnancy)
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 10 ก.ค. 2569

    การตั้งครรภ์คือช่วงเวลาสำคัญของคุณแม่ทุกคน ซึ่งครรภ์เสี่ยง หรือท้องเสี่ยง (High-Risk Pregnancy) เกิดขึ้นได้กับคุณแม่ตั้งครรภ์ ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่อสุขภาพของมารดาและทารกในครรภ์ การฝากครรภ์และพบแพทย์ตามนัดหมายหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงและความผิดปกติของร่างกาย จะช่วยให้คุณแม่ตั้งครรภ์แข็งแรงและคลอดเจ้าตัวเล็กได้อย่างราบรื่น 

     

    ภาวะครรภ์เสี่ยงคืออะไร

    ภาวะครรภ์เสี่ยง คือ ภาวะความเสี่ยงใด ๆ ก็ตามที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพมารดาและทารกในครรภ์ระหว่างตั้งครรภ์ ขณะคลอด หลังคลอด ซึ่งเป็นอันตรายและอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต ควรต้องได้รับการดูแลจากแพทย์เฉพาะทางอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น ยิ่งคุณแม่ตั้งครรภ์อายุมาก ความเสี่ยงจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น

    ตรวจคัดกรองสตรีตั้งครรภ์

    การตรวจคัดกรองสตรีตั้งครรภ์สามารถทำได้ดังนี้ คือ

    1. การตรวจคัดกรองเฉพาะสตรีตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูง คือ การตรวจคัดกรองในสตรีตั้งครรภ์ที่ครรภ์เสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคนั้น ๆ เช่น การตรวจคัดกรองโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ การตรวจประเมินการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด เป็นต้น 
    2. การตรวจคัดกรองสตรีตั้งครรภ์ทุกคน คือ การตรวจสตรีตั้งครรภ์ทุกคน โดยไม่เลือกว่าเป็นการตั้งครรภ์เสี่ยงสูงหรือไม่ เช่น ตรวจขนาดและลักษณะของเม็ดเลือดแดง การตรวจหมู่เลือด ABO และ Rh ตรวจการติดเชื้อซิฟิลิส เชื้อไวรัสตับอักเสบบี ตรวจเชื้อไวรัส HIV ตรวจปัสสาวะดูไข่ขาวและน้ำตาลกลูโคสในปัสสาวะ เป็นต้น ในประเทศไทยจำนวนผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียสูงจึงควรตรวจคัดกรองโรคธาลัสซีเมียในสตรีตั้งครรภ์ทุกคน

    ลักษณะครรภ์เสี่ยง

    • ภาวะครรภ์เสี่ยงจากแม่ ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคไต การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ มีภาวะอ้วน หรือน้ำหนักเกินเกณฑ์
    • ภาวะครรภ์เสี่ยงจากการตั้งครรภ์ ได้แก่ การตั้งครรภ์หลายทารก (แฝด) การตั้งครรภ์ในอายุที่น้อยกว่า 17 ปี หรือมากกว่า 35 ปี มีประวัติการแท้งหรือคลอดก่อนกำหนด การตั้งครรภ์นอกมดลูก
    • ภาวะครรภ์เสี่ยงจากปัจจัยภายนอก ได้แก่ การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การใช้ยาเสพติด การบริโภคอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ

    อาการภาวะครรภ์เสี่ยง

    • ปวดท้องแล้วไม่ดีขึ้น
    • ไข้สูง 
    • ปวดศีรษะบ่อยและรุนแรง
    • หน้ามืด เวียนศีรษะหรือเป็นลม
    • เจ็บหน้าอก ใจสั่น หายใจลำบาก
    • เหนื่อยล้ามาก
    • จุกเสียดแน่นท้อง ขนาดท้องเล็กหรือใหญ่กว่าปกติ
    • ทารกในครรภ์หยุดเคลื่อนไหวหรือช้าลง
    • คลื่นไส้ อาเจียนที่แย่กว่าแพ้ท้องปกติ
    • บวมแดงหรือปวดที่ใบหน้าหรือแขนขา
    • เลือดออกหรือตกขาวทางช่องคลอด
    • ลูกยังไม่ดิ้น เมื่อตั้งครรภ์ได้ 5 – 6 เดือนแล้ว
    • อยากทำร้ายตัวเองหรือทารกในครรภ์

    ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะครรภ์เสี่ยง

    1.  ปัจจัยเสี่ยงด้านแม่และสุขภาพ เช่น
      • โรคอ้วน 
      • โรคธาลัสซีเมีย
      • โรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต และโรคหัวใจ เป็นต้น
      • อายุของคุณแม่ขณะตั้งครรภ์มากหรือน้อยเกินไป เช่น ท้องตอนอายุมาก หรือท้องตอนอายุน้อยกว่า 18 ปี 
    2. ปัจจัยเสี่ยงขณะตั้งครรภ์ เช่น 
      • ท้องแฝด 
      • แพ้ท้องรุนแรง 
      • เบาหวานขณะตั้งครรภ์ 
    3. ปัจจัยเสี่ยงจากประวัติการตั้งครรภ์ ได้แก่
      • ตั้งครรภ์หลายครั้ง 
      • เคยแท้งมาก่อน โดยแท้งบุตร 2 ครั้งขึ้นไป
      • เคยคลอดก่อนกำหนดและคลอดหลังกำหนด

    ภาวะแทรกซ้อนครรภ์เสี่ยง

    • เบาหวานขณะตั้งครรภ์ จากการที่ฮอร์โมนหรือสารเคมียับยั้งการทำงานของอินซูลิน ทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์เสี่ยงครรภ์เป็นพิษ ความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ คลอดก่อนกำหนด ทารกเสี่ยงเสียชีวิตในครรภ์ ทารกตัวโตมากกว่าปกติ ทำให้คลอดยาก โอกาสแท้งเพิ่มขึ้น รวมถึงทารกพิการแต่กำเนิด อาจมีภาวะครรภ์แฝดน้ำ หรือน้ำคร่ำมากผิดปกติ ทำให้ทารกเสี่ยงคลอดก่อนกำหนดและมีโอกาสพิการสูง
    • ภาวะคลอดก่อนกำหนด เป็นภาวะที่ทารกคลอดในขณะที่อายุครรภ์น้อยกว่า 37 สัปดาห์ อวัยวะจึงยังทำงานไม่เต็มที่ ทารกมีโอกาสเสียชีวิต เกิดจากความผิดปกติขณะตั้งครรภ์ อาทิ ครรภ์เป็นพิษ ติดเชื้อขณะตั้งครรภ์ โรคเรื้อรัง เป็นต้น ทำให้ทารกเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ติดเชื้อได้ง่ายในกระแสเลือดและระบบทางเดินหายใจ ภาวะหายใจลำบากเสี่ยงปอดเรื้อรังและติดเชื้อที่ปอด เลือดออกในสมอง จอประสาทตาผิดปกติ ภาวะเหลืองหลังคลอด ลำไส้ไม่ทำงาน ซึ่งภาวะคลอดก่อนกำหนดมีโอกาสเกิดซ้ำในครรภ์ต่อไป
    • ความดันโลหิตสูงในสตรีตั้งครรภ์ คือ ภาวะที่คุณแม่ตั้งครรภ์มีความดันโลหิตสูง 140/90 มิลลิเมตรปรอทหรือมากกว่า มีโอกาสเกิดขึ้นในผู้หญิงตั้งครรภ์ 20 สัปดาห์ขึ้นไป และอันตรายถึงเสียชีวิตได้ แม้สาเหตุไม่แน่ชัด แต่มีการสันนิษฐานว่าเกิดจากรกผิดปกติ  ส่งผลกระทบกับแม่ตั้งครรภ์ คือ ชัก เลือดออกในสมอง รกลอกตัวก่อนกำหนด ถ้าไม่รีบรักษาอาจเสียชีวิตได้ ส่วนทารกในครรภ์จะได้รับเลือดที่ส่งจากรกลดลง ทำให้ทารกโตช้า ผิดปกติ และอาจเสียชีวิตในครรภ์ได้ ที่น่ากังวลคือความดันโลหิตสูงในสตรีตั้งครรภ์มีโอกาสเกิดขึ้นซ้ำและเกิดเพิ่มขึ้นในครรภ์ต่อไป ในบางครั้งแพทย์อาจให้ยุติการตั้งครรภ์เพื่อความปลอดภัย
    • ครรภ์เป็นพิษ คือ ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงในหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ 20 สัปดาห์ขึ้นไป เลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ในปริมาณที่ลดลง พบมากในสตรีครรภ์แรกที่มีอายุน้อย มีตั้งแต่ไม่รุนแรงมากคือ ความดันโลหิตสูง 140/90 mmHg อาการครรภ์เป็นพิษ เริ่มจากบวมปานกลาง ไม่มีภาวะแทรกซ้อน ระดับรุนแรง ความดันโลหิตสูง 160/110 mmHg จะมีอาการปวดศีรษะมาก ตามัว จุกเสียดแน่นลิ้นปี่ เกล็ดเลือดต่ำ และระดับรุนแรงที่สุดคือ ชัก เกร็ง หมดสติหลังครรภ์เป็นพิษรุนแรง ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญต่อคุณแม่คือ เลือดออกในสมอง รกลอกตัวก่อนกำหนด ระบบประสาทผิดปกติ ปอดอักเสบ ปอดบวมน้ำ ส่วนทารกอาจขาดออกซิเจนจากรกลอกตัวก่อนกำหนด อาจถึงขั้นเสียชีวิตทั้งแม่และทารกในครรภ์ 
    • ภาวะทารกโตช้าในครรภ์ คือ ภาวะที่ทารกมีน้ำหนักตัวน้อยกว่าปกติ ตัวเล็ก มีโอกาสเสียชีวิตสูง มักมีสาเหตุจากรกเสื่อม พันธุกรรมมารดา การติดเชื้อขณะตั้งครรภ์ ส่งผลให้ออกซิเจนและน้ำตาลในเลือดต่ำ อุณหภูมิในร่างกายผิดปกติ ภูมิต้านทานต่ำ ระบบหายใจมีปัญหา เพิ่มโอกาสทารกพิการแต่กำเนิด หากรุนแรงอาจเสียชีวิตในครรภ์หรือระหว่างแม่คลอด

    ตรวจวินิจฉัยครรภ์เสี่ยง

    1. ประวัติการฝากครรภ์ แพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียดเพื่อคัดกรองคุณแม่ตั้งครรภ์ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงครรภ์เสี่ยงสูงเพื่อตรวจติดตามอย่างใกล้ชิด 
    2. การตรวจความสูงของยอดมดลูก การใช้สายวัดจากยอดมดลูกถึงเหนือกระดูกหัวหน่าวเป็นวิธีคัดกรองทารกโตช้าในครรภ์ ก่อนทำการตรวจยืนยันด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง
    3. อัลตราซาวนด์เฉพาะจุด (Targeted Ultrasound) ตรวจอัลตราซาวนด์ความละเอียดสูง เพื่อประเมินโครงสร้างและพัฒนาการของทารกในครรภ์อย่างละเอียด เพื่อค้นหาความผิดปกติแต่กำเนิด และติดตามการเจริญเติบโตของทารกในกลุ่มครรภ์เสี่ยง
    4. ตรวจคัดกรอง Cell-Free DNA Screening ตรวจพันธุกรรมจากเลือดมารดาเพื่อประเมินความเสี่ยงจากความผิดปกติทางโครโมโซมของทารก เช่น กลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม (Trisomy 21) เอ็ดเวิร์ดซินโดรม (Trisomy 18) พาทัวซินโดรม (Trisomy 13) รวมถึงความผิดปกติของโครโมโซมกำหนดเพศ (X และ Y)  
    5. เจาะน้ำคร่ำและตัดชิ้นรก โดยเจาะน้ำคร่ำช่วงไตรมาสที่ 2 และตัดชิ้นเนื้อรก ในช่วง 10 – 12 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์ไปตรวจ เพื่อคัดตรวจหาความผิดปกติของโครโมโซมและโรคทางพันธุกรรม เช่น โลหิตจาง ธาลัสซีเมีย
    6. ตรวจวัดความยาวปากมดลูก เพื่อประเมินความเสี่ยงภาวะคลอดก่อนกำหนด โดยเฉพาะในคุณแม่ที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีอาการผิดปกติ
    7. ตรวจอัลตราซาวนด์เพื่อติดตามพัฒนาการและสุขภาพทารกในครรภ์ ประเมินการเติบโต การเคลื่อนไหว อัตราการเต้นของหัวใจ ปริมาณน้ำคร่ำ การดิ้นของทารก ตำแหน่งของทารก เพื่อให้มั่นใจว่าทารกมีพัฒนาการที่เหมาะสมในทุกช่วงอายุครรภ์
    8. ตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อตรวจการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ซิฟิลิส เอชไอวี

    ดูแลรักษาภาวะครรภ์เสี่ยงสูง

    • ฝากครรภ์กับสูตินรีแพทย์เพื่อดูแล ลดปัจจัยเสี่ยงของคุณแม่ตั้งครรภ์และเสริมสร้างการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์อย่างเหมาะสม 
    • ถ้ามีโรคประจำตัวตอนท้องต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
    • นับจำนวนครั้งการดิ้นของทารก โดยควรดิ้นตั้งแต่ 10 ครั้งขึ้นไปในเวลา 12 ชั่วโมงของแต่ละวัน  
    • พบสูติ-นรีแพทย์ตามนัดหมายทุกครั้งเพื่อตรวจติดตามการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์และอาการอื่น ๆ ระหว่างตั้งครรภ์ ติดตามและควบคุมโรคประจำตัวที่เป็นอยู่
    • ตรวจวัดความดันโลหิตที่บ้านอย่างสม่ำเสมอ 
    • หากมารดาและบุตรอยู่ในภาวะที่เป็นอันตรายถึงชีวิต แพทย์อาจแนะนำให้กระตุ้นการคลอดหรือผ่าตัดคลอด

    การป้องกันภาวะครรภ์เสี่ยง

    • ก่อนตั้งครรภ์ คุณแม่และคุณพ่อต้องตรวจสุขภาพอย่างละเอียด หากมีปัญหาสุขภาพต้องทำการรักษาหรือควบคุมโรคก่อนวางแผนตั้งครรภ์ เช่น ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงต้องควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ หากน้ำหนักเกินเกณฑ์ต้องลดน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เป็นต้น
    • รับประทานกรดโฟลิกล่วงหน้า 2 – 3 เดือนก่อนตั้งครรภ์เพื่อป้องกันความผิดปกติในทารก เช่น กระดูกสันหลังแหว่งในเด็ก
    • เมื่อทราบว่าตั้งครรภ์ต้องฝากครรภ์กับสูติ – นรีแพทย์ทันที แจ้งประวัติส่วนตัวและประวัติสุขภาพให้แพทย์ทราบอย่างละเอียดเพื่อวางแผนการดูแลรักษาและมาพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง
    • ระหว่างตั้งครรภ์ควรสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกายอยู่เสมอ หากเกิดความผิดปกติควรรีบพบแพทย์ทันที

    ครรภ์เสี่ยงสูงที่ควรพบหมอ MFM

    • แพ้ท้องรุนแรง น้ำหนักลดเยอะ ทานอาหารไม่ได้
    • เลือดออกทางช่องคลอด
    • ปวดท้องน้อยมาก
    • ไข้สูง
    • ลูกดิ้นน้อยหรือไม่ดิ้น
    • น้ำเดิน น้ำใส ๆ ไหลออกจากช่องคลอด ถุงน้ำคร่ำแตก
    • ตัวบวม จุกแน่นลิ้นปี่ ตาพร่ามัว ปวดศีรษะมาก
    • เจ็บครรภ์คลอดก่อนอายุครรภ์ 37 สัปดาห์

    ข้อดีของการฝากครรภ์กับหมอ MFM

    • ชำนาญการดูแลครรภ์เสี่ยงสูง โดยเฉพาะในคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ตอนอายุมาก, คุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีโรคประจำตัว อย่างโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ, คุณแม่ที่มีประวัติคลอดก่อนกำหนด เคยแท้งบุตร เคยครรภ์เป็นพิษ 
    • ชำนาญการใช้เครื่องอัลตราซาวนด์ความละเอียดสูง ตรวจเช็กโครงสร้าง อวัยวะภายในทารกอย่างละเอียด ประเมินการไหลเวียนเลือดของรกและสายสะดือ
    • ชำนาญการตรวจคัดกรองและวินิจฉัยความผิดปกติทางพันธุกรรมขั้นสูง อาจต้องตรวจเพิ่มเติมโดยการเจาะน้ำคร่ำ เจาะชิ้นเนื้อรก เจาะเลือดสายสะดือทารก
    • ชำนาญการรักษาทารกตั้งแต่อยู่ในท้อง กรณีที่ตรวจพบความผิดปกติสามารถวางแผนรักษาหรือทำหัตถการกับทารกได้ตั้งแต่ยังไม่คลอด เช่น ทารกมีภาวะบวมน้ำ หัวใจเต้นผิดจังหวะ

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก

    ชั้น 5 อาคาร D โรงพยาบาลกรุงเทพ

    เปิดบริการทุกวัน เวลา 8.00 - 17.00 น.

    0 2310 3014

    0 2310 3015

    0 2310 3000

    1719

    [email protected]

    BHQFertility

    เลือกปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ชุดตรวจสุขภาพก่อนวิวาห์ระดับเอลิท (คัดกรอง SMA โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงในเด็กและธาลัสซีเมีย)ชุดตรวจสุขภาพก่อนวิวาห์ระดับเอลิท (คัดกรอง SMA โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงในเด็กและธาลัสซีเมีย)
    ชุดตรวจสุขภาพก่อนวิวาห์ระดับเอลิท (คัดกรอง SMA โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงในเด็กและธาลัสซีเมีย)

    รายละเอียด
    แพ็กเกจการฝากไข่ แช่แข็งไข่แพ็กเกจการฝากไข่ แช่แข็งไข่
    แพ็กเกจการฝากไข่ แช่แข็งไข่

    110,000 - 120,000 บาท

    รายละเอียด
    PGT-A การตรวจโครโมโซมตัวอ่อนก่อนการฝังตัวPGT-A การตรวจโครโมโซมตัวอ่อนก่อนการฝังตัว
    PGT-A การตรวจโครโมโซมตัวอ่อนก่อนการฝังตัว

    83,000 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    การทำ ICSI คืออะไร เหมาะกับใคร มีขั้นตอนการทำอย่างไรบ้าง Image
    การทำ ICSI คืออะไร เหมาะกับใคร มีขั้นตอนการทำอย่างไรบ้าง
    ครบทุกมิติ ตอบโจทย์ทุกการดูแล เรื่องแม่และเด็กที่ รพ.กรุงเทพ Image
    ครบทุกมิติ ตอบโจทย์ทุกการดูแล เรื่องแม่และเด็กที่ รพ.กรุงเทพ
    ฝากไข่ แช่แข็งอสุจิ ทางเลือกของคนอยากมีลูกในวันที่พร้อม Image
    ฝากไข่ แช่แข็งอสุจิ ทางเลือกของคนอยากมีลูกในวันที่พร้อม
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ