เมื่อพูดถึงการสร้างครอบครัว หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องที่ต้องรอให้ทุกอย่างพร้อม ทั้งที่ความจริงแล้วเวลาของร่างกายผู้หญิงเดินสวนทางกับความมั่นคงในชีวิต โดยต้นเหตุที่ทำให้เกิดภาวะมีบุตรยากนั้น ปัจจัยหลักมาจากอายุที่มากขึ้นซึ่งส่งผลให้คุณภาพและปริมาณของเซลล์ไข่ลดลงอย่างชัดเจน ดังนั้นการรู้เท่าทันและวางแผนล่วงหน้าด้วยการฝากไข่ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่คุณผู้หญิงยุคใหม่ควรต้องใส่ใจตั้งแต่วันนี้
การฝากไข่ คืออะไร
การฝากไข่ คือ กระบวนการทางการแพทย์ที่ช่วยหยุดเวลา และรักษาคุณภาพของไข่ของผู้หญิงไว้ใช้ในอนาคต โดยแพทย์จะทำการกระตุ้นและเจาะเก็บไข่ที่มีความสมบูรณ์ออกมาภายนอกร่างกาย จากนั้นนำไปผ่านเทคโนโลยีการแช่แข็งในอุณหภูมิที่เย็นจัด เพื่อคงสภาพความอ่อนเยาว์ของไข่ไว้รอวันที่ต้องการตั้งครรภ์
ทำไมการแช่แข็งไข่ถึงดีสำหรับผู้หญิงที่อยากวางแผนมีบุตร
ผู้หญิงเกิดมาพร้อมกับจำนวนไข่ที่จำกัดและลดลงเรื่อย ๆ ตามธรรมชาติ การวางแผนแช่แข็งไข่จึงเป็นทางเลือกเชิงรุกที่มีข้อดีต่ออนาคตอย่างหลากหลาย ดังนี้
- หยุดอายุของไข่: ไข่ที่ถูกจัดเก็บจะมีคุณภาพและความสมบูรณ์ตรงตามอายุ ณ วันที่ฝาก ไม่เสื่อมสภาพลงตามอายุจริงของคุณแม่
- ลดความเสี่ยงภาวะมีบุตรยาก: ช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ที่ประสบความสำเร็จในอนาคต แม้ในวันที่ร่างกายเข้าสู่อายุที่มากขึ้น
- ลดความเสี่ยงโรคทางพันธุกรรม: การเก็บไข่ช่วยลดอัตราความผิดปกติของโครโมโซมตัวอ่อน
- รักษาโอกาสการมีบุตรสำหรับผู้ป่วย: ในกลุ่มผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาด้วยเคมีบำบัดหรือการฉายรังสี โดยแนะนำให้ทำการแช่แข็งไข่ก่อนทำการรักษา
การฝากไข่ แช่แข็งไข่ เหมาะกับใคร ช่วงอายุเท่าไหร่ดี
การเก็บไข่แช่แข็งสามารถเริ่มต้นทำได้ในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ทุกคน แต่ประสิทธิภาพและความสำเร็จจะขึ้นอยู่กับช่วงอายุที่เลือกทำเป็นสำคัญ
- ช่วงอายุที่เหมาะสม: สูตินรีแพทย์แนะนำให้ทำในช่วงอายุ 28-35 ปี เนื่องจากเป็นช่วงที่รังไข่ทำงานได้ดี มีปริมาณไข่ตั้งต้นมาก และไข่มีความสมบูรณ์สูง
- ผู้หญิงที่แต่งงานช้าหรือยังไม่พร้อมมีบุตร: กลุ่มที่ต้องการมุ่งเน้นเรื่องหน้าที่การงานหรือยังไม่พบคู่ชีวิต แต่อยากวางแผนสำรองเพื่ออนาคต
- ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพหรือสภาวะรังไข่เสื่อมก่อนกำหนด: รวมถึงผู้ที่มีประวัติครอบครัวหมดประจำเดือนไว หรือตรวจพบค่าฮอร์โมนเอเอ็มเอช (AMH) ต่ำกว่าเกณฑ์
การเตรียมตัวก่อนฝากไข่สำหรับวางแผนมีบุตร
เพื่อให้ได้ไข่ที่มีคุณภาพดี และมีจำนวนเพียงพอในรอบการกระตุ้น ผู้เข้ารับบริการจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมทางร่างกายอย่างละเอียดภายใต้คำแนะนำของแพทย์
- เข้ารับการตรวจคัดกรองเชิงลึก: เจาะเลือดตรวจระดับฮอร์โมนรังไข่ (AMH) ตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และทำอัลตราซาวนด์ประเมินฟองไข่ตั้งต้น
- ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต: นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อคืน และหลีกเลี่ยงความเครียดสะสม
- งดสารกระตุ้นและสิ่งเสพติด: ควรงดการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดอย่างน้อย 1-2 เดือนก่อนเริ่มกระบวนการ
- บำรุงร่างกายด้วยสารอาหารที่จำเป็น: รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นโปรตีนคุณภาพสูง และเสริมวิตามินดีหรือกรดโฟลิกตามที่แพทย์จัดให้
รู้จักขั้นตอนการฝากไข่ ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงกระบวนการแช่แข็ง
สำหรับผู้ที่สงสัยว่ามีขั้นตอนการฝากไข่อย่างไรตั้งแต่กระบวนการเริ่มจนจบ โดยปกติแล้ว จะเป็นการผสมผสานกันระหว่างการดูแลทางแพทย์ และการปฏิบัติตัวของผู้เข้ารับบริการร่วมด้วย โดยขั้นตอน มีดังนี้
- การฉีดยากระตุ้นไข่: เริ่มต้นในช่วงวันที่ 2 หรือ 3 ของรอบประจำเดือน โดยแพทย์จะจัดยาฮอร์โมนให้ผู้ป่วยนำไปฉีดบริเวณหน้าท้องวันละ 1 ครั้ง ติดต่อกันประมาณ 9-12 วัน เพื่อกระตุ้นให้ไข่เจริญเติบโตพร้อมกันหลาย ๆ ใบ
- การอัลตราซาวนด์ติดตามผล: แพทย์จะนัดเข้ามาตรวจตรวจสอบการเจริญเติบโตของฟองไข่ประมาณ 2-3 ครั้ง เพื่อปรับขนาดยาให้เหมาะสมตามการตอบสนองของรังไข่
- การฉีดยาเร่งไข่สุก: เมื่อฟองไข่โตได้ขนาดตามเกณฑ์ แพทย์จะให้ฉีดยากระตุ้นการตกไข่ โดยต้องฉีดให้ตรงเวลาก่อนวันทำหัตถการเก็บไข่ประมาณ 36 ชั่วโมง
- กระบวนการเจาะเก็บไข่: ทำหัตถการในห้องผ่าตัดผ่านการใช้ยาสลบอย่างอ่อน แพทย์จะใช้เข็มขนาดเล็กสอดผ่านทางช่องคลอดเพื่อดูดไข่ โดยใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที
การดูแลร่างกายหลังเข้ารับการฝากไข่ ห้ามกินอะไร และต้องดูแลอย่างไร
การดูแลตัวเองหลังทำหัตถการมีความสำคัญต่อการฟื้นตัวของรังไข่ และช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น สิ่งที่ควรปฏิบัติ มีดังนี้
- แนวทางการดูแลตัวเอง: พักผ่อนเต็มที่ 1-2 วัน งดการยกของหนัก การออกกำลังกายรุนแรง และควรงดการมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 1 สัปดาห์
- ข้อห้ามเรื่องอาหาร: หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรสจัด อาหารหมักดอง อาหารดิบหรือไม่สุกสะอาด และงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดเพื่อป้องกันการอักเสบ
- สังเกตอาการผิดปกติ: ปกติอาจมีอาการปวดหน่วงท้องน้อยหรือท้องอืดคล้ายประจำเดือนจะมา แต่หากมีไข้สูง ปวดท้องรุนแรง หรือมีเลือดออกมากผิดปกติ ควรรีบมาพบแพทย์ทันที
การเก็บไข่เจ็บไหม มีขั้นตอนไหนที่ต้องระวังบ้าง
ความกังวลใจเรื่องความเจ็บเป็นเรื่องปกติ แต่ปัจจุบันกระบวนการทั้งหมดถูกออกแบบมาให้ผู้เข้ารับบริการสบายตัวที่สุด โดยในช่วงฉีดยากระตุ้นไข่ เข็มมีขนาดเล็กและสั้นมากจนแทบไม่รู้สึกเจ็บ ส่วนในวันเก็บไข่จะมีการให้ยาสลบอย่างอ่อนเพื่อไม่ให้ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บในระหว่างทำหัตถการ ขั้นตอนที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือการปฏิบัติตามเวลาฉีดฮอร์โมนอย่างเคร่งครัดและการงดน้ำงดอาหารก่อนวันเก็บไข่ตามสั่งของแพทย์
ไข่แช่แข็งเก็บได้กี่ปี ทำไมต้องแช่แข็งไข่แบบผลึกแก้ว (Vitrification)
ในทางทฤษฎีสามารถเก็บไว้ได้นานนับสิบปีหรือตลอดชีวิตโดยไม่จำกัดเวลา แต่สูตินรีแพทย์แนะนำว่าระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการนำไข่มาใช้คือภายใน 5-10 ปี ทั้งนี้เป็นเพราะเทคโนโลยีการแช่แข็งอย่างรวดเร็ว หรือการแช่แข็งแบบผลึกแก้ว (Vitrification) ที่อุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส จะช่วยหยุดเวลาและรักษาคุณภาพของไข่ไว้ได้ยาวนานโดยไม่ทำให้เกิดผลึกน้ำแข็งมาทำลายโครงสร้างเซลล์ด้านใน อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในการตั้งครรภ์จะขึ้นอยู่กับคุณภาพของไข่ตั้งต้น ณ วันที่จัดเก็บ และตามกฎหมายไทยการนำไข่มาปฏิสนธิเพื่อฝังตัวอ่อนในอนาคต จะทำได้ต่อเมื่อคู่สมรสได้จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายแล้วเท่านั้น
ปรึกษาเรื่องการฝากไข่กับศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลกรุงเทพ
ไม่ว่าจะแต่งงานช้าหรือเร็วแนะนำให้มีลูกด้วยการมีเพศสัมพันธ์ตามธรรมชาติ นั่นคือ เฉลี่ยสัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้ง หากอายุไม่เกิน 35 ปี แนะนำให้ใช้เวลา 1 ปีแรกหลังการแต่งงาน หากอายุเกิน 35 ปี แนะนำให้ลองพยายามโดยวิธีธรรมชาติไม่เกิน 6 เดือน ถ้ายังไม่สำเร็จสามารถมาพบแพทย์ที่มีความชำนาญเฉพาะทางด้านการมีบุตรยากที่ ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลกรุงเทพ เพื่อรับการตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียด และวางแผนการมีลูกให้สำเร็จตามที่ตั้งใจ
- ค้นหาแพทย์: https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok/doctor
- ทำนัด: https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok/appointment/step1
- ติดต่อเรา: https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok/contact
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการฝากไข่
ฝากไข่อายุเกิน 35 ปีขึ้นไป ยังมีโอกาสตั้งครรภ์สำเร็จกี่เปอร์เซ็นต์
โอกาสตั้งครรภ์จะลดลงเหลือประมาณ 20-30% ต่อรอบ เนื่องจากอัตราความผิดปกติของโครโมโซมในไข่สูงขึ้นตามวัย จึงอาจต้องกระตุ้นไข่สะสมหลายรอบมากขึ้น
หากต้องการมีลูก 1 คน ควรต้องเก็บสะสมไข่แช่แข็งให้ได้ทั้งหมดกี่ใบ
ทางการแพทย์แนะนำให้เก็บไข่ที่สมบูรณ์ให้ได้ประมาณ 15-20 ใบ เพื่อเพิ่มโอกาสในการปฏิสนธิ เจริญเติบโตเป็นตัวอ่อนที่แข็งแรง และประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์
ต้องใช้เวลารวมทั้งหมดกี่วัน นับตั้งแต่วันแรกที่เริ่มเข้าสู่กระบวนการกระตุ้นไข่
ใช้เวลาเบ็ดเสร็จประมาณ 10-14 วัน โดยเป็นช่วงฉีดยากระตุ้น 9-12 วัน และทำหัตถการเจาะเก็บไข่ในห้องผ่าตัดซึ่งใช้เวลาเพียง 20-30 นาทีเท่านั้น
ระดับความเจ็บตอนฉีดยากระตุ้นไข่เองที่บ้าน สามารถเปรียบเทียบได้กับอะไร
เจ็บน้อยมากคล้ายมดกัด เนื่องจากเข็มฉีดยาฮอร์โมนบริเวณหน้าท้องถูกออกแบบให้มีขนาดเล็กและสั้นพิเศษ ผู้เข้ารับบริการส่วนใหญ่จึงสามารถฉีดเองได้อย่างสบายใจ
กฎหมายไทยจำกัดอายุสูงสุดของผู้หญิงที่จะนำไข่แช่แข็งกลับมาใช้ไว้ที่กี่ปี
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กฯ กำหนดห้ามทำผสมเทียมหรือย้ายตัวอ่อนกลับเข้าโพรงมดลูกให้แก่หญิงที่มีอายุเกิน 55 ปีบริบูรณ์ เพื่อความปลอดภัยของมารดาและทารก

.jpeg)










