โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    จอตาลอก

    6 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    Package Image
    พญ. วีรยา พิมลรัฐ

    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่

    อัปเดตเมื่อ: 11 ธ.ค. 2568
    Dr. Weeraya Pimolrat
    พญ. วีรยา พิมลรัฐ
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    แพ็กเกจวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า สำหรับเด็ก (2 เข็ม)
    จอตาลอก
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 11 ธ.ค. 2568

    รู้จักจอประสาทตา

    จอตาหรือจอประสาทตา (Retina) เป็นเนื้อเยื่อบาง ๆ ที่บุอยู่ภายในลูกตาส่วนหลัง  ประกอบด้วยเซลล์รับแสงและเซลล์ประสาทอื่น ๆ จำนวนหลายล้านเซลล์ ซึ่งทำหน้าที่รับแสงและส่งสัญญาณไปยังสมอง ทำให้เรามองเห็นภาพต่าง ๆ ได้  ถ้าเปรียบเทียบลูกตากับกล้องถ่ายรูป จอตาเปรียบได้กับฟิล์มถ่ายรูป หากฟิล์มเสื่อมสภาพย่อมทำให้รูปภาพไม่คมชัด เช่นเดียวกับจอตาหากมีความผิดปกติเกิดขึ้นจะส่งผลให้ความคมชัดในการมองเห็นภาพลดลง

    ภาวะจอตาลอก

    จอตาลอกหรือจอประสาทตาลอก (Retinal Detachment) คือ ภาวะที่จอตาหลุดลอกออกจากผนังลูกตาด้านหลัง ซึ่งเป็นชั้นของหลอดเลือดที่มาเลี้ยงจอตา ทำให้จอตาบริเวณนั้นขาดสารอาหารและออกซิเจนไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ หากปล่อยทิ้งไว้นาน เซลล์ประสาทอาจจะเสื่อมและตายจากการขาดเลือด จอตาบริเวณดังกล่าวอาจจะสูญเสียการทำงานอย่างถาวร

    ชนิดของจอตาลอก

    จอตาลอกมี 3 ชนิด ได้แก่
    1. จอตาลอกชนิดที่มีรูฉีกขาดของจอตา (Rhegmatogenous Retinal Detachment – RRD) พบได้บ่อยที่สุด การมีรูฉีกขาดที่จอตา ทำให้ของเหลวในวุ้นตาแทรกซึมเข้าไปใต้จอตาและเกิดจอตาลอก ในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะภาวะจอตาลอกชนิดนี้เนื่องจากพบได้บ่อยและเป็นภาวะที่จำเป็นต้องรักษาอย่างเร่งด่วน
    2. จอตาลอกชนิดที่เกิดจากพังผืดดึงรั้ง (Tractional Retinal Detachment – TRD) เกิดจากการมีเนื้อเยื่อพังผืดดึงรั้งที่ผิวจอตา ทำให้จอตาหลุดลอกจากผนังลูกตาด้านหลัง เป็นสาเหตุที่พบได้ไม่บ่อย มักพบในผู้ป่วยเบาหวานขึ้นจอตาระยะท้ายที่มีเส้นเลือดงอกผิดปกติและมีเลือดออกในวุ้นตา ผู้ป่วยที่มีการอักเสบของวุ้นตาหรือจอตาอย่างรุนแรงจนเกิดชั้นพังผืด หรือในผู้ป่วยที่เคยได้รับอุบัติเหตุทางตาที่ทำให้ลูกตาแตกหรือทะลุมาก่อน
    3. จอตาลอกชนิดที่เกิดจากสารน้ำรั่วขังใต้จอตาโดยไม่มีรูฉีกขาดที่จอตา (Exudative Retinal Detachment – ERD) มักเกิดจากการอักเสบ เนื้องอกในตา หรืออุบัติเหตุ ทำให้มีสารน้ำรั่วซึมจากหลอดเลือดสะสมอยู่ใต้ชั้นจอตา

     

    จอตาลอกชนิดมีรูฉีกขาดของจอตา

    จอตาลอกชนิดที่มีรูฉีกขาดของจอตา (Rhegmatogenous Retinal Detachment – RRD) เกิดขึ้นจากการที่ภายในลูกตาส่วนหลังมีวุ้นตาซึ่งเป็นของเหลวใสคล้ายเจลแนบติดกับจอตา เมื่ออายุมากขึ้นวุ้นตาเสื่อมสภาพเหลวเป็นน้ำมากขึ้นจึงมีการหดตัวและลอกตัวออกจากจอตา ซึ่งโดยทั่วไปมักไม่ก่อให้เกิดปัญหาใด ๆ เรียกว่า ภาวะวุ้นตาเสื่อม (Posterior vitreous detachment-PVD) 

    แต่ในบางครั้งขณะวุ้นตาลอกตัว วุ้นตาอาจติดแน่นกับจอตา บางบริเวณจึงเกิดแรงดึงรั้งจนทำให้จอตาฉีกขาด (Retinal Tear)  โดยเฉพาะบริเวณที่จอตาบางผิดปกติ (Lattice Degeneration) ซึ่งมักเป็นบริเวณริมขอบจอตา (Peripheral Retina) จะเกิดการฉีกขาดได้ง่ายขึ้น หากน้ำในวุ้นตาไหลผ่านรูฉีกขาดเข้าไปใต้จอตา จะทำให้เกิดจอตาหลุดลอก (Retinal Detachment)

    ปัจจัยเสี่ยงจอตาลอก

    • อายุ
    • ประวัติจอตาลอกในตาอีกข้าง
    • ประวัติจอตาลอกในครอบครัว
    • สายตาสั้นมาก
    • เคยได้รับการผ่าตัดภายในลูกตา เช่น ผ่าตัดต้อกระจก ต้อหิน เป็นต้น
    • เคยได้รับอุบัติเหตุรุนแรงทางตา
    • จอตาบางผิดปกติ (Lattice Degeneration)

    อาการจอตาลอก

    อาการจอตาลอกมักเกิดแบบฉับพลัน แต่บางคนอาจไม่สังเกตอาการผิดปกติในระยะแรก หากจอตาลอกเป็นมากขึ้น อาการจะปรากฏชัดเจนขึ้น ซึ่งอาการที่บ่งบอกถึงภาวะจอตาลอก ได้แก่

    • เห็นจุดดำหรือเส้นสีดำ (Floaters) ในตาจำนวนมากอย่างเฉียบพลัน
    • เห็นแสงคล้ายฟ้าแลบหรือแสงแฟลช (Flashing) ในตาข้างหนึ่งหรือทั้ง 2 ข้าง
    • ตามัวลง 
    • เห็นเงาดำลักษณะคล้ายม่านมาบดบังการมองเห็นบางส่วนหรือทั้งหมด

    ตรวจวินิจฉัยจอตาลอก

    หากมีอาการผิดปกติควรพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจตาอย่างละเอียด โดยหลังจากหยอดยาขยายรูม่านตา จักษุแพทย์จะใช้เครื่องมือและเลนส์ชนิดพิเศษเพื่อส่องตรวจจอตาโดยรอบ ถ้าตรวจไม่พบรูฉีกขาดที่จอตาและยังไม่มีจอตาลอก แพทย์จะนัดอีกครั้งภายใน 1 – 2 สัปดาห์ เพื่อตรวจซ้ำให้แน่ใจว่าไม่มีรูฉีกขาดหรือจอตาลอกจริง ภายหลังการขยายรูม่านตาจะมีอาการตามัวสู้แสงไม่ได้ประมาณ 4 – 6 ชั่วโมงจนกว่ารูม่านตาจะหดกลับมาเป็นปกติ หลังจากนั้นหากมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นใหม่หรืออาการเป็นมากขึ้นควรพบจักษุแพทย์โดยทันที

    กรณีที่จักษุแพทย์ไม่สามารถมองเห็นจอตาด้วยเครื่องมือธรรมดาได้ เช่น มีเลือดออกในวุ้นตา อาจต้องใช้เครื่องตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง (Ophthalmic Ultrasound) มาช่วยในการวินิจฉัยจอตาลอก

    รักษารูฉีกขาดที่จอตา

    รูฉีกขาดที่จอตาสามารถรักษาได้โดยการยิงแสงเลเซอร์ (Laser Photocoagulation) หรือจี้ด้วยความเย็น (Cryotherapy) บริเวณรอบรูฉีกขาดที่จอตา เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลผ่านรูฉีกขาดจนเกิดเป็นจอตาลอก การรักษาสามารถรักษาแบบไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล หลังการรักษาควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจมีแรงกระแทกหรืออาจกระทบกระเทือนต่อดวงตาประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ เพื่อให้เกิดรอยแผลยึดแน่นบริเวณรูฉีกขาดที่จอตาก่อน

    ผ่าตัดจอตาลอก

    จอตาลอกมักจำเป็นต้องรักษาโดยการผ่าตัด  ซึ่งมีหลายวิธีขึ้นกับลักษณะและความรุนแรงของจอตาลอก โดยอาจต้องใช้หลายวิธีร่วมกัน ได้แก่

    • การยิงเลเซอร์เพียงอย่างเดียว อาจใช้ได้ในรายที่มีจอตาลอกขนาดเล็กบริเวณริมขอบจอตาด้านข้างเท่านั้น ถ้าจอตาลอกเป็นบริเวณกว้างจะไม่สามารถยิงเลเซอร์เพียงอย่างเดียวได้
    • การฉีดฟองแก๊สเข้าไปในตา ร่วมกับการยิงเลเซอร์หรือจี้ด้วยความเย็น (Pneumatic Retinopexy) หลังทำต้องจัดท่าทางที่เหมาะสมเป็นเวลาหลายวันเพื่อปิดรูฉีกขาดที่จอตาและรอน้ำใต้จอตาดูดซึม วิธีนี้สามารถใช้ได้ในบางกรณีเท่านั้น
    • การผ่าตัดจอตาลอก มี 2 วิธี ได้แก
    1. ผ่าตัดหนุนด้านนอกลูกตาด้วยยางหรือฟองน้ำซิลิโคน (Scleral Buckle)
    2. ผ่าตัดวุ้นตาและซ่อมจอตาภายในลูกตาโดยตรง (Pars Plana Vitrectomy – PPV) วิธีนี้เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบันเพื่อตัดวุ้นตาลอกพังผืด (ถ้ามี) ซ่อมจอตาให้ติดกลับคืน ยิงเลเซอร์หรือจี้ความเย็น หลังจากนั้นฉีดแก๊สเพื่อดันจอตาให้ติดเข้าที่ ผู้ป่วยจำเป็นต้องคว่ำหน้าเป็นเวลาอย่างน้อย 3 – 4 สัปดาห์ แก๊สจะถูกดูดซึมจนหมดจากตาไปเอง ในกรณีที่ไม่สามารถคว่ำหน้าได้ อาจเลือกใช้น้ำมันซิลิโคน (Silicone Oil) แทนการใช้แก๊ส แต่จำเป็นต้องมีการผ่าตัดเพื่อนำเอาน้ำมันซิลิโคนออกในภายหลังเมื่อจอตาติดดีแล้ว

    ความเสี่ยงจากการผ่าตัด

    ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้จากการผ่าตัดรักษาจอตาลอก ได้แก่

    • การติดเชื้อ
    • เลือดออกในตา
    • ความดันตาสูง อาจนำไปสู่ภาวะต้อหิน
    • เลนส์ตาขุ่นมากขึ้น (ต้อกระจก)
    • อาจต้องผ่าตัดมากกว่า 1 ครั้ง
    • การผ่าตัดไม่ประสบความสำเร็จ จอตาไม่ติดกลับเข้าที่
    • มีโอกาสเกิดจอตาลอกซ้ำ


    ดูแลหลังผ่าตัดจอตา

    • ถ้าผ่าตัดฉีดแก๊สในตา จำเป็นต้องคว่ำหน้าหรือจัดท่าทางอย่างเคร่งครัดตามคำแนะนำของแพทย์อย่างน้อย 2 – 4 สัปดาห์ เพื่อให้จอตาติดและลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด เช่น ต้อกระจก และห้ามเดินทางโดยเครื่องบินหรือไปในบริเวณที่สูงที่มีความกดอากาศต่ำมากจนกว่าแก๊สจะดูดซึมหมดจากตา เพราะแก๊สในตาจะขยายตัวอย่างมากและความดันตาสูงขึ้นอย่างเฉียบพลันกดอัดจอตาและหลอดเลือดในจอตา เกิดจอตาขาดเลือดและเซลล์ประสาทตาตาย ทำให้ปวดตารุนแรงและตาบอดได้
    • อาจสังเกตเห็นจุดดำลอยไปมาในตา 1 – 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด หากผ่าตัดฉีดแก๊สในตาจะเห็นเงามืดจากฟองแก๊สในตา ซึ่งเงามืดจะค่อย ๆ ลดระดับลงไปเรื่อย ๆ จนหายไปภายในเวลา 4 สัปดาห์โดยประมาณ
    • ตาข้างที่ผ่าตัดอาจมีอาการระคายเคืองตาหรือไม่สบายตาได้ ไม่ควรขยี้ตา อาจใช้น้ำตาเทียมหยอดเพื่อบรรเทาอาการระคายเคือง หากมีอาการปวดอาจรับประทานยาแก้ปวดได้ แต่ส่วนมากอาการปวดหลังผ่าตัดมักไม่รุนแรง หากมีอาการรุนแรงควรไปพบแพทย์
    • หลังผ่าตัดในช่วงสัปดาห์แรกอาจมีเยื่อบุตาขาวบวมแดง เปลือกตาบวม ซึ่งมักเป็นการอักเสบหรือเป็นการบวมจากการคว่ำหน้าที่เกิดขึ้นได้หลังการผ่าตัด ควรใช้ยาหยอดตาตามแพทย์สั่ง หากมีขี้ตามาก ปวดตารุนแรง หรือการมองเห็นแย่ลง ควรรีบพบแพทย์
    • ควรครอบตาด้วยที่ครอบตาไว้เป็นเวลา 2 – 4 สัปดาห์ หรือตามแพทย์สั่ง ในเวลากลางวันอาจใช้แว่นตาหรือแว่นกันแดดได้
    • หลีกเลี่ยงน้ำเข้าตาในตาข้างที่ผ่าตัดประมาณ 2 – 4 สัปดาห์หลังผ่าตัด เพื่อป้องกันการติดเชื้อในตา
    • หลีกเลี่ยงการไอ จาม หรือเบ่งแรง ๆ เนื่องจากอาจทำให้เกิดเลือดออกในตาได้
    • ควรพักผ่อนและงดการออกกำลังกายหรือกิจกรรมที่อาจกระทบกระเทือนกับดวงตา
    • การมองเห็นจะไม่ดีขึ้นทันทีหลังผ่าตัด หากการผ่าตัดประสบความสำเร็จและจอตาติดดี การมองเห็นอาจดีขึ้นหลังจาก 4 – 6 สัปดาห์ ในบางรายการฟื้นตัวหลังผ่าตัดอาจใช้เวลานานถึง 2 – 3 เดือน


    ลดความเสี่ยงจอตาลอก

    • พบจักษุแพทย์ตรวจตาและจอตาโดยหยอดยาขยายรูม่านตาเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะคนที่มีสายตาสั้นมากหรือมีความเสี่ยงอื่น ๆ
    • ป้องกันอุบัติเหตุต่อดวงตาโดยการใส่แว่นป้องกัน (Safety Goggles) เมื่อทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงหรือเล่นกีฬาบางอย่าง
    • รีบไปพบจักษุแพทย์โดยเร็วที่สุดเมื่อมีอาการผิดปกติ

    จอตาลอกถือเป็นภาวะเร่งด่วนที่ควรได้รับการรักษาโดยเร็ว ซึ่งอาจทำให้การมองเห็นกลับคืนมาใกล้เคียงปกติได้การมองเห็นภายหลังการผ่าตัดจะดีขึ้นเพียงใดนั้นจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่จอตาลอก หากจอตาลอกมานาน จอตาจะเสื่อมและมักเกิดพังผืด ทำให้ผลการผ่าตัดไม่ค่อยดีถึงแม้การผ่าตัดจะสามารถทำให้จอตาราบลงได้ บางรายอาจต้องผ่าตัดซ้ำหลายครั้ง หรือจอตาอาจไม่ติดกลับคืน การมองเห็นมักจะไม่ค่อยดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อจอตาลอกเป็นบริเวณกว้างจนถึงจุดรับภาพชัด ดังนั้นหากมีอาการผิดปกติควรรีบไปพบจักษุแพทย์เพื่อรับการตรวจตาโดยเร็วและควรตรวจตาทั้ง 2 ข้างอย่างละเอียด เนื่องจากประมาณร้อยละ 10 ของผู้ป่วยมีโอกาสเกิดจอตาฉีกขาดหรือจอตาลอกในตาอีกข้างตามมาได้

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    พญ. วีรยา พิมลรัฐ

    จักษุวิทยา

    พญ. วีรยา พิมลรัฐ

    จักษุวิทยา

    Doctor profileDoctor profile

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    แพ็กเกจวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า สำหรับเด็ก (2 เข็ม)แพ็กเกจวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า สำหรับเด็ก (2 เข็ม)
    แพ็กเกจวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า สำหรับเด็ก (2 เข็ม)

    3,900 บาท

    4,598 บาท

    รายละเอียด
    แพ็กเกจตรวจประเมินสุขภาพเด็กที่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วน (Premium)แพ็กเกจตรวจประเมินสุขภาพเด็กที่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วน (Premium)
    แพ็กเกจตรวจประเมินสุขภาพเด็กที่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วน (Premium)

    23,000 บาท

    31,580 บาท

    รายละเอียด
    แพ็กเกจตรวจประเมินสุขภาพเด็กที่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วน (Basic) แพ็กเกจตรวจประเมินสุขภาพเด็กที่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วน (Basic)
    แพ็กเกจตรวจประเมินสุขภาพเด็กที่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วน (Basic)

    12,000 บาท

    17,220 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    โรคเมตาบอลิก ภัยเงียบเสี่ยงความดัน ไขมัน เบาหวาน อ้วนลงพุง ข้ออักเสบ ไต Image
    โรคเมตาบอลิก ภัยเงียบเสี่ยงความดัน ไขมัน เบาหวาน อ้วนลงพุง ข้ออักเสบ ไต
     เสริมอกปุ๊บ ชีวิตอัปเวล มั่นใจขึ้น Image
    เสริมอกปุ๊บ ชีวิตอัปเวล มั่นใจขึ้น
    ภาวะมดลูกแตก อาการ สาเหตุ การรักษาที่ต้องรู้ก่อนคลอด Image
    ภาวะมดลูกแตก อาการ สาเหตุ การรักษาที่ต้องรู้ก่อนคลอด
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ