โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    ลูกหายใจเร็วเกิดจากอะไร พร้อมวิธีดูแลเมื่อลูกมีไข้และหายใจเร็ว

    6 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 09 มิ.ย. 2569
    แพ็กเกจแนะนำ
    ตรวจคัดกรองต้อหินเบื้องต้น
    ตรวจคัดกรองต้อหินเบื้องต้น
    วัคซีนป้องกันปอดอักเสบ 20 สายพันธุ์ สำหรับผู้ใหญ่ อายุ 18 ปีขึ้นไป
    วัคซีนป้องกันปอดอักเสบ 20 สายพันธุ์ สำหรับผู้ใหญ่ อายุ 18 ปีขึ้นไป
    วัคซีนป้องกันไวรัส RSV สำหรับหญิงตั้งครรภ์
    วัคซีนป้องกันไวรัส RSV สำหรับหญิงตั้งครรภ์
    ลูกหายใจเร็วเกิดจากอะไร พร้อมวิธีดูแลเมื่อลูกมีไข้และหายใจเร็ว
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 09 มิ.ย. 2569

    เมื่อลูกรักมีอาการเจ็บป่วย สิ่งที่มักทำให้คุณพ่อคุณแม่เกิดความกังวลใจมากที่สุดอย่างหนึ่งคือ การสังเกตเห็นว่าลูกหายใจเร็วผิดปกติ หรือหายใจหอบกว่าที่เคยเป็น อาการเหล่านี้อาจเป็นเพียงกลไกตามธรรมชาติของร่างกาย หรืออาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาระบบทางเดินหายใจที่ซ่อนอยู่ บทความนี้จะพาคุณพ่อคุณแม่ไปทำความเข้าใจว่า ภาวะหายใจเร็ว (Tachypnea) ในเด็กเกิดจากอะไร มีวิธีนับอัตราการหายใจที่ถูกต้องอย่างไร พร้อมคำแนะนำในการดูแลเบื้องต้น เพื่อให้ลูกน้อยปลอดภัยและช่วยให้คุณพ่อคุณแม่รับมือได้อย่างมีสติ

    ลูกหายใจเร็วเกิดจากอะไร? สาเหตุที่ทำให้ทารกหายใจแรง เร็ว

    ทารกหายใจแรง เร็ว

    เราสามารถแบ่งสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้ทารกหายใจแรง และเร็วกว่าปกติออกได้เป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

    สาเหตุจากกลไกธรรมชาติของร่างกาย (ไม่เป็นอันตราย)

    ในบางครั้งที่เห็นทารกหายใจแรง และเร็วอาจไม่ได้เกิดจากความผิดปกติเสมอไป แต่อาจเป็นปฏิกิริยาตอบสนองตามธรรมชาติของร่างกาย เช่น ทารกกำลังร้องไห้อย่างหนัก มีความตื่นเต้นตกใจ หรือในเด็กวัยกำลังซนที่เพิ่งวิ่งเล่นหรือออกกำลังกายมา เมื่อเด็กได้พักผ่อนหรืออารมณ์สงบลง อัตราการหายใจก็จะค่อย ๆ กลับเข้าสู่สภาวะปกติได้เอง

    สาเหตุจากการเจ็บป่วย

    หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตว่า ลูกไม่สบายและมีอาการหายใจเร็วแม้ในขณะที่กำลังนั่งพักหรือนอนหลับ อาการนี้มักมีสาเหตุมาจากความเจ็บป่วยทางร่างกาย เช่น

    • การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ: เช่น โรคปอดอักเสบ (ปอดบวม) โรคหลอดลมอักเสบ หรือการติดเชื้อไวรัส RSV ซึ่งส่งผลให้ทางเดินหายใจตีบแคบ ร่างกายจึงต้องพยายามหายใจให้เร็วขึ้นเพื่อรับออกซิเจน
    • โรคหอบหืด หรือภูมิแพ้: ทำให้หลอดลมไวต่อสิ่งกระตุ้น เกิดการหดเกร็งและหายใจลำบาก
    • ภาวะไข้สูง: เมื่อเด็กมีไข้ ร่างกายจะมีอัตราการเผาผลาญพลังงานที่สูงขึ้นและพยายามระบายความร้อนออก จึงเป็นสาเหตุให้ลูกหายใจแรง เร็วและหัวใจเต้นเร็วกว่าปกติในช่วงที่ไข้ขึ้นสูง

    ตารางเกณฑ์อัตราการหายใจปกติของเด็กแต่ละวัย

    เนื่องจากเด็กในแต่ละช่วงวัยจะมีสรีระและขนาดของปอดที่แตกต่างกัน อัตราการหายใจจึงไม่เท่ากัน คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้เกณฑ์ด้านล่างนี้เพื่อประเมินความผิดปกติเบื้องต้นได้

    ช่วงวัยของเด็ก

    อัตราการหายใจปกติ (ครั้ง/นาที)

    อัตราการหายใจที่ถือว่าเร็วผิดปกติ

    ทารกแรกเกิด – 2 เดือน

    30 – 60

    มากกว่า 60 ครั้ง/นาที

    ทารกอายุ 2 เดือน – 1 ปี

    25 – 50

    มากกว่า 50 ครั้ง/นาที

    เด็กวัยเตาะแตะ (1-3 ปี)

    20 – 40

    มากกว่า 40 ครั้ง/นาที

    เด็กอายุ 5 ปีขึ้นไป

    15 – 30

    มากกว่า 30 ครั้ง/นาที

     

    วิธีสังเกตความผิดปกติเมื่อลูกหายใจเร็วในเด็กวัย 0-3 ปี

    แม้เด็กในวัยเตาะแตะจะมีเกณฑ์อัตราการหายใจที่ใกล้เคียงกัน แต่ด้วยพัฒนาการและการสื่อสารที่ต่างกัน คุณพ่อคุณแม่จึงสามารถสังเกตความผิดปกติได้จากพฤติกรรมของลูกในแต่ละช่วงวัย ดังนี้

    ทารกแรกเกิด – 1 ปี (สังเกตจากการดูดนมและปีกจมูก)

    ระบบการหายใจของทารกวัยนี้อาจยังทำงานได้ไม่สม่ำเสมอเป็นทุนเดิม จุดสังเกตสำคัญคือ “การดูดนม” หากพบว่าลูกดูดนมสลับกับหยุดพักหอบเหนื่อยบ่อยครั้ง สำลักนม หรือมีเสียงครางในลำคอ รวมถึงมีอาการปีกจมูกบานเข้าออกอย่างชัดเจนเวลาสูดลมหายใจ ถือเป็นสัญญาณว่าทารกกำลังออกแรงหายใจมากกว่าปกติ

    วัย 1 ขวบ (สังเกตจากการกินและการนอน) 

    เมื่อสังเกตเห็นภาวะลูกหายใจเร็วในวัย 1 ขวบ เด็กวัยนี้ยังไม่สามารถบอกความรู้สึกเจ็บป่วยได้ จึงต้องอาศัยการสังเกตพฤติกรรมพื้นฐานเป็นหลัก หากคุณแม่พบว่าลูกดูดนมหรือกินอาหารได้น้อยลง ดูดนมไปได้นิดเดียวก็ต้องหยุดพักหอบ หรือมีอาการงอแง กระสับกระส่ายเวลานอนร่วมกับการหายใจแรง ควรรีบประเมินอัตราการหายใจทันที

    วัย 2 ขวบ (แยกการหอบจากการเล่นและการป่วย) 

    สำหรับวัยที่เริ่มวิ่งเล่นซนได้เก่งขึ้น เมื่อสังเกตเห็นภาวะลูกหายใจเร็วในวัย 2 ขวบสิ่งสำคัญคือต้องแยกให้ออกระหว่างการหอบเหนื่อยตามปกติจากการวิ่งเล่น กับการหอบจากการเจ็บป่วย ทริคคือให้ลูกหยุดกิจกรรมและนั่งพักนิ่ง ๆ หากผ่านไป 10-15 นาทีแล้ว หน้าอกของลูกยังคงกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรวดเร็ว ถือเป็นสัญญาณที่ต้องเฝ้าระวัง

    วัย 3 ขวบ (สังเกตจากการสื่อสารและการพูด) 

    เด็กวัยนี้เริ่มสื่อสารความต้องการและบอกความรู้สึกเบื้องต้นได้แล้ว เมื่อสังเกตเห็นภาวะลูกหายใจเร็วในวัย 3 ขวบ นอกจากการนับจังหวะหน้าอกแล้ว ให้สังเกตจากลักษณะการพูด หากลูกบ่นว่าเหนื่อย พูดคุยเป็นประโยคยาว ๆ ไม่ได้เพราะต้องหยุดหายใจหอบระหว่างพูด หรือซึมลงไม่อยากไปวิ่งเล่นเหมือนเคย นั่นอาจเป็นข้อบ่งชี้ว่าระบบทางเดินหายใจกำลังมีปัญหา

    วิธีนับจังหวะการหายใจของลูกอย่างถูกต้อง

    ลูกไม่สบาย หายใจเร็ว

    การประเมินว่าลูกหายใจเร็วผิดปกติหรือไม่ จำเป็นต้องอาศัยการนับที่ถูกวิธี เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำที่สุด

    • เลือกเวลาที่เหมาะสม: ให้นับตอนที่ลูกกำลังอยู่นิ่ง ๆ อารมณ์สงบ ไม่ร้องไห้ หรือช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือ “ตอนที่ลูกกำลังนอนหลับ”
    • วิธีการนับ: ให้มองไปที่หน้าอกหรือหน้าท้องของลูก การที่หน้าอกขยับยกขึ้นและยุบลงจนสุด ให้นับเป็น 1 ครั้ง โดยต้องจับเวลาให้ครบ 1 นาทีเต็ม
    • ข้อควรรู้เพิ่มเติม: สำหรับทารกแรกเกิดจนถึงวัย 1 เดือน อาจมีการหยุดหายใจสั้น ๆ (ไม่เกิน 10-15 วินาที) สลับกับการหายใจเร็ว ซึ่งรูปแบบนี้เรียกว่า การหายใจแบบเป็นจังหวะที่ไม่สม่ำเสมอในทารก (Periodic Breathing) ส่วนใหญ่ถือเป็นกลไกปกติของทารกที่ระบบการควบคุมการหายใจยังเติบโตไม่เต็มที่ แต่หากลูกหยุดหายใจนานเกิน 20 วินาที ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที

    สังเกตอาการร่วมแบบไหนเรียกว่า ลูกหายใจแรงและเร็วจนอาจเป็นอันตราย?

    หากสังเกตพบว่า ลูกหายใจแรงและเร็วร่วมกับมีสัญญาณเตือนเหล่านี้ร่วมด้วย ควรรีบพาลูกไปโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

    • มีอาการหน้าอกบุ๋ม (Chest Retractions) โดยสังเกตเวลาที่ลูกหายใจเข้า บริเวณซี่โครง ใต้ชายโครง หรือบริเวณเหนือไหปลาร้าจะบุ๋มลึกลงไปอย่างชัดเจน บ่งบอกว่าเด็กกำลังใช้กล้ามเนื้อช่วยในการหายใจอย่างหนัก
    • มีเสียงหายใจวี้ด (Wheezing) คล้ายเสียงนกหวีดเวลาหายใจออก หรือเสียงดังครืดคราด อย่างต่อเนื่องแม้จะเคลียร์น้ำมูกแล้ว
    • ริมฝีปาก เล็บมือ เล็บเท้ามีสีเขียวคล้ำ (Cyanosis) ซึ่งเป็นสัญญาณของภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ
    • ลูกมีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ร่าเริง ไม่ยอมดื่มนม หรือกินอาหารไม่ได้

    วิธีดูแลเบื้องต้นเมื่อลูกตัวร้อน หายใจเร็ว

    ในกรณีที่เด็กมีอาการไข้ร่วมด้วย คุณพ่อคุณแม่มักจะพบว่า ลูกจะมีอาการตัวร้อน หายใจเร็ว และหัวใจเต้นแรง ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติในการระบายความร้อนของร่างกาย การดูแลเบื้องต้นที่ถูกต้องจะช่วยให้อาการดีขึ้นได้

    • การเช็ดตัวลดไข้: ใช้น้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้องเช็ดตัวอย่างถูกวิธี โดยเช็ดเปิดรูขุมขนและเน้นบริเวณข้อพับต่าง ๆ เพื่อช่วยระบายความร้อน
    • การให้ยาลดไข้: สามารถพิจารณาให้ยาพาราเซตามอลสำหรับเด็ก โดยคำนวณปริมาณยาตามน้ำหนักตัว (ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร)
    • การให้จิบน้ำบ่อย ๆ: เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำจากการที่ร่างกายมีอุณหภูมิสูง
    • เฝ้าระวังหลังไข้ลด: หากคุณพ่อคุณแม่เช็ดตัวและให้ยาจนลูกไข้ลดลงแล้ว แต่อัตราการหายใจยังคงหอบเหนื่อยหรือเร็วกว่าเกณฑ์ปกติ ควรรีบพาไปพบกุมารแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม

    ทริคจากคุณหมอ: วิธีสังเกตอาการลูกง่าย ๆ สำหรับคุณพ่อคุณแม่

    ลูกตัวร้อน หายใจเร็ว

    เพื่อให้การสื่อสารกับแพทย์ผู้ดูแลมีความชัดเจนและแม่นยำมากขึ้น คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้ทริคง่าย ๆ ในการเก็บข้อมูลเบื้องต้น ดังนี้

    • ขณะที่นับอัตราการหายใจ ควรเลิกเสื้อของลูกขึ้นให้เห็นผิวหนังบริเวณหน้าอกและหน้าท้องอย่างชัดเจน เพื่อสังเกตการยุบตัวของหน้าอก
    • ควรถ่ายคลิปวิดีโอ (ความยาวประมาณ 30-60 วินาที) ในช่วงที่ลูกมีอาการหายใจแรง หายใจหอบ หรือมีเสียงครืดคราด เพื่อนำไปให้กุมารแพทย์ดูประกอบการประเมินอาการ ซึ่งจะช่วยให้แพทย์เห็นภาพที่ชัดเจนที่สุด

    ศูนย์กุมารเวช โรงพยาบาลกรุงเทพ พร้อมดูแลสุขภาพทางเดินหายใจของลูกน้อย

    หากมีความกังวลเมื่อลูกเป็นไข้และหายใจเร็ว ศูนย์กุมารเวช โรงพยาบาลกรุงเทพ มีความพร้อมในการดูแลสุขภาพเด็กอย่างรอบด้าน ให้บริการโดยทีมกุมารแพทย์เฉพาะทางและพยาบาลวิชาชีพที่มีประสบการณ์ในการดูแลเด็ก พร้อมให้การตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคระบบทางเดินหายใจและโรคติดเชื้อในเด็ก ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรเพื่อลดความกลัวของเด็ก ๆ ควบคู่ไปกับมาตรการความปลอดภัย เพื่อช่วยให้ลูกน้อยของคุณกลับมามีสุขภาพที่แข็งแรง สดใส และเติบโตอย่างสมวัย

    สรุปบทความ

    อาการหายใจเร็วในเด็กเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ทั้งจากกลไกทางธรรมชาติและการเจ็บป่วย เมื่อสังเกตเห็นว่าลูกหายใจเร็ว หรือทารกหายใจเสียงดังครืดคราด คุณพ่อคุณแม่ควรตั้งสติ รู้วิธีการนับอัตราการหายใจที่ถูกต้อง และสังเกตอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย หากลูกมีไข้ควรเช็ดตัวลดไข้เบื้องต้น แต่หากพบสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าลูกกำลังหายใจลำบาก ควรรีบพาลูกไปพบแพทย์ทันที การเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับความปลอดภัยของลูกรัก

    • ค้นหาแพทย์: https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok/doctor 
    • ทำนัด: https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok/appointment/step1 
    • ติดต่อเรา: https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok/contact

    คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับอาการลูกหายใจเร็ว

    1. ทารกหายใจเสียงดังครืดคราด แต่ไม่มีไข้ เกิดจากอะไร?

    อาจเกิดจากมีน้ำมูกอุดตันในโพรงจมูก หรือเกิดจากภาวะกล่องเสียงของทารกยังพัฒนาไม่แข็งแรงเต็มที่ (Laryngomalacia) ซึ่งหากลูกยังสามารถดูดนมได้ดี นอนหลับได้ และร่าเริงตามปกติ มักไม่ได้เป็นอันตรายรุนแรง แต่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อความแน่ใจ

    2. ลูกหายใจแรงและเร็วเฉพาะตอนนอนหลับ ผิดปกติหรือไม่?

    หากลูกเพิ่งร้องไห้อย่างหนักก่อนนอน หรือกำลังอยู่ในช่วงของการหลับฝัน (REM Sleep) ร่างกายอาจมีการหายใจเร็วขึ้นชั่วคราวได้ แต่หากลูกมีอาการหายใจเร็วตลอดทั้งคืน หรือมีอาการหายใจสะดุดร่วมด้วย ควรพาลูกไปปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจเช็กการทำงานของระบบทางเดินหายใจ

    3. ลูกมีไข้สูงจนหายใจเร็ว หัวใจเต้นแรง ควรเช็ดตัวหรือให้กินยาลดไข้ก่อน?

    คุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกรับประทานยาลดไข้ ควบคู่ไปกับการเช็ดตัวอย่างถูกวิธีทันที เพื่อให้อุณหภูมิร่างกายลดลงเร็วที่สุด เมื่อไข้เริ่มลดลง อาการหายใจหอบและจังหวะการเต้นของหัวใจจะค่อย ๆ ปรับตัวช้าลงสู่สภาวะปกติ

    4. อาการหน้าอกบุ๋มสังเกตอย่างไร?

    สามารถสังเกตได้โดยการถอดเสื้อของลูกออก มองไปที่บริเวณใต้ชายโครง ซี่โครง และเหนือไหปลาร้า หากเวลาที่ลูกสูดลมหายใจเข้าแล้วผิวหนังบริเวณดังกล่าวเกิดการยุบตัวหรือบุ๋มลึกลงไปอย่างชัดเจน ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าลูกกำลังใช้แรงกล้ามเนื้อช่วยในการหายใจอย่างหนัก ต้องรีบพาไปโรงพยาบาล

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ตรวจคัดกรองต้อหินเบื้องต้นตรวจคัดกรองต้อหินเบื้องต้น
    ตรวจคัดกรองต้อหินเบื้องต้น

    3,900 บาท

    5,310 บาท

    รายละเอียด
    วัคซีนป้องกันปอดอักเสบ 20 สายพันธุ์ สำหรับผู้ใหญ่ อายุ 18 ปีขึ้นไปวัคซีนป้องกันปอดอักเสบ 20 สายพันธุ์ สำหรับผู้ใหญ่ อายุ 18 ปีขึ้นไป
    วัคซีนป้องกันปอดอักเสบ 20 สายพันธุ์ สำหรับผู้ใหญ่ อายุ 18 ปีขึ้นไป

    3,950 บาท

    5,040 บาท

    รายละเอียด
    วัคซีนป้องกันไวรัส RSV สำหรับหญิงตั้งครรภ์วัคซีนป้องกันไวรัส RSV สำหรับหญิงตั้งครรภ์
    วัคซีนป้องกันไวรัส RSV สำหรับหญิงตั้งครรภ์

    8,990 บาท

    10,650 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ตรวจไทรอยด์ Ultrasound กับ FNA ต่างกันอย่างไร รู้จักวิธีตรวจ ข้อบ่งชี้ และเลือกตรวจให้เหมาะสม Image
    ตรวจไทรอยด์ Ultrasound กับ FNA ต่างกันอย่างไร รู้จักวิธีตรวจ ข้อบ่งชี้ และเลือกตรวจให้เหมาะสม
    โรคตับ รู้ทันอาการ สาเหตุ การป้องกัน ยิ่งตรวจพบเร็ว ยิ่งเพิ่มโอกาสรักษา Image
    โรคตับ รู้ทันอาการ สาเหตุ การป้องกัน ยิ่งตรวจพบเร็ว ยิ่งเพิ่มโอกาสรักษา
    ค่าตับสูงเกิดจากอะไร รู้ทันอาการ การรักษา และวิธีดูแลตับให้กลับมาแข็งแรง Image
    ค่าตับสูงเกิดจากอะไร รู้ทันอาการ การรักษา และวิธีดูแลตับให้กลับมาแข็งแรง
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ