โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    แกนองคชาตเทียมคืออะไร ทางเลือกรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศเมื่อยาไม่ได้ผล

    13 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    นพ. สรวีร์ วีระโสภณ
    นพ. สรวีร์ วีระโสภณ

    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่

    อัปเดตเมื่อ: 21 ก.ย. 2569
    Dr. Soarawee Weerasopone
    นพ. สรวีร์ วีระโสภณ
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    แพ็กเกจแนะนำ
    โปรโมชั่น World Heart Day 2026
    โปรโมชั่น World Heart Day 2026
    แกนองคชาตเทียมคืออะไร ทางเลือกรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศเมื่อยาไม่ได้ผล
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 21 ก.ย. 2569

    ผู้ชายจำนวนไม่น้อยที่มีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศและต้องเผชิญกับความรู้สึกสูญเสียความมั่นใจ ความกังวลว่าจะทำให้คู่ผิดหวังและความอึดอัดที่ไม่กล้าปรึกษาใคร ยิ่งเมื่อลองกินยาแล้วไม่ได้ผล หรือใช้วิธีอื่นแล้วยังไม่ตอบโจทย์ หลายคนเริ่มรู้สึกว่าหมดทางเลือก แกนองคชาตเทียมจึงเป็นอีกทางเลือกที่แพทย์อาจพิจารณาเมื่อการรักษาอื่นไม่ได้ผล หรือผู้ป่วยต้องการการรักษาที่ให้ผลถาวรและควบคุมได้ด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีการรักษาที่ผู้ป่วยพึงพอใจสูงสุด

     

    แกนองคชาตเทียมคืออะไร

    แกนองคชาตเทียม (Penile Prosthesis หรือ Penile Implant) คือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใส่ไว้ภายในองคชาตด้วยการผ่าตัด เพื่อทำให้องคชาตแข็งตัวได้เพียงพอต่อการมีเพศสัมพันธ์ตามที่ต้องการ ถือเป็นการรักษาลำดับท้ายและเป็นทางออกที่ชัดเจนที่สุดของโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ โดยใช้ในกรณีที่ยารับประทาน ยาฉีด หรือกระบอกสุญญากาศไม่ได้ผลหรือใช้ไม่ได้

    แกนองคชาตเทียมคืออะไร

    เรื่องที่ควรรู้ก่อนใส่แกนองคชาตเทียม

    1. อุปกรณ์ถูกฝังไว้ภายในร่างกายทั้งหมดมองจากภายนอกไม่เห็นไม่มีอุปกรณ์ยื่นออกมานอกร่างกายและคนอื่นไม่สามารถสังเกตได้
    2. การใส่แกนองคชาตเทียมจะเปลี่ยนแปลงเนื้อเยื่อที่ทำให้อวัยวะเพศชายแข็งตัวตามธรรมชาติอย่างถาวร ทำให้หลังผ่าตัดไม่สามารถแข็งตัวเองได้อีก จึงควรพิจารณาอย่างรอบคอบร่วมกับแพทย์ หลังจากได้ลองรักษาวิธีอื่นแล้ว

    ใครบ้างที่เหมาะกับการใส่แกนองคชาตเทียม

    แพทย์อาจพิจารณาการใส่แกนองคชาตเทียมในผู้ป่วยกลุ่มต่อไปนี้

    • ผู้ที่มีภาวะอวัยวะเพศชายไม่แข็งตัวและไม่ตอบสนองต่อยารับประทานกลุ่มยับยั้ง PDE5
    • ผู้ที่ใช้ยาฉีดเข้าองคชาตหรือกระบอกสุญญากาศแล้วไม่ได้ผลหรือทนผลข้างเคียงไม่ได้
    • ผู้ที่มีข้อห้ามในการใช้ยา เช่น ผู้ที่ต้องใช้ยากลุ่มไนเตรตสำหรับโรคหัวใจ
    • ผู้ที่มีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศรุนแรงจากเบาหวานหรือหลังผ่าตัดต่อมลูกหมาก
    • ผู้ที่มีโรคองคชาตคดรุนแรง (Peyronie’s Disease) ร่วมกับภาวะไม่แข็งตัว
    • ผู้ที่เคยมีภาวะองคชาตแข็งค้างเป็นเวลานานจนเนื้อเยื่อเสียหาย
    • ผู้ที่ต้องการการรักษาที่ให้ผลถาวร ไม่ต้องพึ่งยาหรืออุปกรณ์ทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์

    ทั้งนี้ผู้ที่มีการติดเชื้อในร่างกายอยู่ ผู้ที่ควบคุมเบาหวานได้ไม่ดี หรือผู้ที่ยังไม่พร้อมด้านความเข้าใจและความคาดหวัง ควรได้รับการแก้ไขปัจจัยเหล่านี้ให้เรียบร้อยก่อนเข้ารับการผ่าตัด

    แกนองคชาตเทียมมีกี่แบบ

    แกนองคชาตเทียมมี 3 แบบหลักต่างกันที่กลไกการใช้งานความเป็นธรรมชาติและความซับซ้อนของการผ่าตัด

    แกนองคชาตเทียมคืออะไร

    1) แบบแกนดัดหรือกึ่งแข็ง (Malleable / Semi – Rigid)

    แบบที่เรียบง่ายที่สุด ประกอบด้วยแกนแข็งที่ดัดงอได้ 2 แท่ง ใส่ไว้ในโพรงองคชาตทั้งสองข้าง ผู้ใช้ดัดองคชาตขึ้นเมื่อต้องการมีเพศสัมพันธ์ และดัดลงแนบลำตัวเมื่อใช้ชีวิตประจำวัน

    2) แบบพองลม 2 ชิ้น (Two – Piece Inflatable)

    ประกอบด้วยกระบอกพองลม 2 อันในองคชาต ต่อกับปั๊มที่รวมกระเปาะน้ำไว้ในชิ้นเดียวกันบริเวณถุงอัณฑะจึงไม่ต้องวางกระเปาะน้ำแยกในช่องท้อง

    แกนองคชาตเทียมคืออะไร

    3) แบบพองลม 3 ชิ้น (Three – Piece Inflatable)

    ถือเป็นมาตรฐานที่นิยมที่สุดในปัจจุบัน ประกอบด้วย 3 ส่วน คือกระบอกพองลม 2 อันในองคชาต ปั๊มควบคุมที่ถุงอัณฑะ และกระเปาะบรรจุน้ำเกลือที่วางไว้หลังกระดูกหัวหน่าว ให้ผลใกล้เคียงธรรมชาติที่สุดทั้งขณะแข็งตัวและขณะอ่อนตัว

    แกนองคชาตเทียมแต่ละแบบต่างกันอย่างไร

    ความแตกต่างของแกนองคชาตเทียมทั้ง 3 แบบ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

    หัวข้อ

    แบบแกนดัด (กึ่งแข็ง)

    แบบพองลม 2 ชิ้น

    แบบพองลม 3 ชิ้น

    การใช้งาน

    ดัดขึ้น – ลงด้วยมือ

    บีบปั๊มที่ถุงอัณฑะ

    บีบปั๊มที่ถุงอัณฑะ

    ความเป็นธรรมชาติ

    กึ่งแข็งตลอดเวลา

    เป็นธรรมชาติปานกลาง

    เป็นธรรมชาติมากที่สุด

    ความแข็งและความอวบ

    แข็งคงที่

    น้อยกว่าแบบ 3 ชิ้น

    ดีที่สุด

    กระเปาะน้ำในช่องท้อง

    ไม่มี

    ไม่มี (รวมที่ถุงอัณฑะ)

    มี (หลังกระดูกหัวหน่าว)

    ความซับซ้อนการผ่าตัด

    น้อยที่สุด

    ปานกลาง

    มากที่สุด

    ความทนทานเชิงกลไก

    สูงมาก (ไม่มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหว)

    ดี

    ดี (เฉลี่ยราว 20 ปี)

    ผู้ที่เหมาะกับการรักษา

    ผู้ที่ใช้มือได้จำกัดหรืองบจำกัด

    ผู้ที่ต้องเลี่ยงกระเปาะในช่องท้อง

    ผู้ที่ต้องการผลธรรมชาติที่สุด

    โดยสรุปแบบแกนดัดมีข้อดีที่ผ่าตัดง่าย ทนทานสูง เพราะไม่มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหว เหมาะกับผู้ที่ใช้มือบีบปั๊มได้ไม่สะดวก เช่น ผู้ที่มีข้ออักเสบรุนแรงหรือบาดเจ็บไขสันหลัง แต่มีข้อจำกัดคือ องคชาตจะกึ่งแข็งตลอดเวลา ซึ่งบางคนเก็บใต้เสื้อผ้าได้ยาก และดูเป็นธรรมชาติน้อยกว่า

    ส่วนแบบพองลม 3 ชิ้นให้ผลเป็นธรรมชาติมากที่สุด ทั้งความแข็งขณะใช้งานและสภาพอ่อนตัวขณะปกติ และให้ความพึงพอใจสูงสุด แต่ผ่าตัดซับซ้อนกว่า ขณะที่แบบ 2 ชิ้นเป็นทางเลือกกลางสำหรับผู้ที่ต้องการอุปกรณ์แบบพองลม แต่ควรเลี่ยงการวางกระเปาะน้ำในช่องท้อง เช่น ผู้ที่เคยผ่าตัดอุ้งเชิงกราน เคยฉายรังสี หรือปลูกถ่ายไต

    มีข้อมูลที่น่าสนใจคือ ผู้ที่เริ่มด้วยแบบแกนดัดราว 7.7% เลือกเปลี่ยนมาใช้แบบพองลม 3 ชิ้นในภายหลัง ขณะที่มีเพียงราว 0.2% ที่เปลี่ยนในทางกลับกัน สะท้อนความพึงพอใจที่สูงกว่าของแบบพองลม อย่างไรก็ตามแบบแกนดัดยังเป็นทางเลือกที่ดีและเชื่อถือได้สำหรับผู้ป่วยที่เหมาะสม การเลือกชนิดจึงควรพิจารณาร่วมกับแพทย์ตามกายวิภาค โรคประจำตัว ความคล่องของมือ ประวัติการผ่าตัด และงบประมาณ

    แกนองคชาตเทียมทำงานอย่างไร

    • แบบแกนดัด แกนที่ใส่ไว้จะคงความแข็งอยู่เสมอ แต่ดัดงอได้ตามต้องการ เมื่อจะมีเพศสัมพันธ์ให้ใช้มือดัดองคชาตขึ้น และเมื่อเสร็จกิจกรรมให้ดัดลงแนบลำตัวเพื่อความเรียบร้อยในชีวิตประจำวัน ไม่ต้องมีขั้นตอนการปั๊มหรือปล่อยน้ำ
    • แบบพองลม ภายในระบบจะบรรจุน้ำเกลือปลอดเชื้อไว้ในกระเปาะ เมื่อต้องการให้องคชาตแข็งตัว ผู้ใช้จะบีบปั๊มเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ในถุงอัณฑะหลายครั้ง น้ำเกลือจะถูกดันเข้าไปในกระบอกที่อยู่ในองคชาต ทำให้องคชาตขยายและแข็งตัว เมื่อเสร็จกิจกรรมให้กดวาล์วปล่อยน้ำที่ปั๊ม น้ำเกลือจะไหลกลับเข้ากระเปาะ องคชาตจึงกลับสู่สภาพอ่อนตัวตามปกติ

    การควบคุมทั้งหมดทำได้ด้วยตัวผู้ป่วยเอง สามารถเลือกเวลาและระยะเวลาที่ต้องการได้ โดยไม่ต้องรอฤทธิ์ยาและไม่จำกัดจำนวนครั้ง แพทย์และพยาบาลจะสอนวิธีใช้งานอุปกรณ์ให้อย่างละเอียดก่อนเริ่มใช้จริง ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่ใช้งานได้คล่องภายในเวลาไม่นาน

    แกนองคชาตเทียมคืออะไร

    เตรียมตัวก่อนใส่แกนองคชาตเทียม

    การเตรียมตัวที่ดีมีผลโดยตรงต่อความสำเร็จของการผ่าตัดและช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน สิ่งที่แพทย์จะดำเนินการและสิ่งที่ผู้ป่วยควรเตรียม ได้แก่

    • การให้คำปรึกษาและตั้งความคาดหวังให้ตรงกัน แพทย์จะอธิบายชนิดของอุปกรณ์ วิธีใช้งาน ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้จริงในเรื่องความแข็งและความยาว รวมถึงข้อจำกัดว่าจะไม่สามารถแข็งตัวเองตามธรรมชาติได้อีก ขั้นตอนนี้สำคัญมาก และแนะนำให้คู่ของผู้ป่วยเข้าร่วมรับฟังด้วย
    • ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ผู้ป่วยเบาหวานควรควบคุมระดับน้ำตาลให้ดีก่อนผ่าตัด เนื่องจากมีข้อมูลว่าระดับ HbA1c ที่สูงราว 8 – 8.5% ขึ้นไปสัมพันธ์กับความเสี่ยงติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น
    • ตรวจหาและรักษาการติดเชื้อ ต้องไม่มีการติดเชื้อในร่างกาย โดยเฉพาะการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ แพทย์อาจตรวจปัสสาวะและเพาะเชื้อก่อนผ่าตัด
    • งดสูบบุหรี่และควบคุมน้ำหนัก การสูบบุหรี่และภาวะอ้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อการหายของแผลและการติดเชื้อ
    • ทบทวนยาที่ใช้ประจำ แจ้งแพทย์เรื่องยาทุกชนิดที่ใช้ โดยเฉพาะยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาละลายลิ่มเลือด ซึ่งอาจต้องหยุดชั่วคราวตามคำแนะนำของแพทย์
    • การเตรียมความสะอาดและยาปฏิชีวนะ แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะป้องกันก่อนผ่าตัด ทำความสะอาดผิวหนังบริเวณผ่าตัดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ และอาจแนะนำให้โกนขนบริเวณผ่าตัดในวันผ่าตัด
    • งดน้ำงดอาหารตามกำหนดเวลาก่อนเข้าห้องผ่าตัด และควรมีผู้ดูแลมารับกลับบ้านหลังจำหน่ายออกจากโรงพยาบาล

    แกนองคชาตเทียมคืออะไร

    ขั้นตอนการผ่าตัดใส่แกนองคชาตเทียม

    การผ่าตัดใส่แกนองคชาตเทียมทำโดยศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะที่มีความชำนาญเฉพาะทาง โดยทั่วไปมีขั้นตอนดังนี้

    1. ให้ยาระงับความรู้สึก อาจเป็นการดมยาสลบหรือการฉีดยาชาเข้าไขสันหลัง ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์และวิสัญญีแพทย์
    2. ลงแผลผ่าตัดขนาดเล็ก ตำแหน่งที่นิยมคือบริเวณรอยต่อระหว่างโคนองคชาตกับถุงอัณฑะ (Penoscrotal) หรือบริเวณเหนือหัวหน่าว (Infrapubic) แผลมักมีขนาดไม่ใหญ่และซ่อนอยู่ในบริเวณที่สังเกตได้ยาก
    3. เปิดเข้าสู่โพรงเนื้อเยื่อองคชาตทั้งสองข้าง ค่อย ๆ ขยายโพรง และวัดขนาดความยาวของโพรงอย่างละเอียด เพื่อเลือกขนาดกระบอกหรือแกนที่พอดีกับผู้ป่วยแต่ละราย
    4. ใส่กระบอกหรือแกนเข้าไปในโพรงองคชาตทั้งสองข้าง จัดตำแหน่งให้อยู่ในแนวที่เหมาะสม
    5. กรณีเป็นแบบพองลม จะวางปั๊มควบคุมไว้ในถุงอัณฑะ และสำหรับแบบ 3 ชิ้นจะวางกระเปาะบรรจุน้ำเกลือไว้หลังกระดูกหัวหน่าว จากนั้นต่อระบบท่อให้เรียบร้อย
    6. ทดสอบการทำงานของอุปกรณ์ด้วยการพองและปล่อยน้ำหลายครั้งในห้องผ่าตัด เพื่อยืนยันว่าทำงานได้ดีและได้รูปทรงที่เหมาะสม
    7. เย็บปิดแผลเป็นชั้น ๆ และปล่อยอุปกรณ์ไว้ในสภาพที่แพทย์กำหนด อาจใส่สายสวนปัสสาวะไว้ชั่วคราวในระยะแรก

    การผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง ผู้ป่วยส่วนใหญ่พักในโรงพยาบาลประมาณ 1 – 2 วันแล้วกลับบ้านได้ ทั้งนี้ความชำนาญของศัลยแพทย์มีผลต่อผลลัพธ์อย่างชัดเจน โดยมีข้อมูลว่าศัลยแพทย์ที่ทำหัตถการนี้จำนวนมากขึ้นจะได้ผลลัพธ์ดีขึ้น จนถึงประมาณ 15 รายต่อปี

    แกนองคชาตเทียมคืออะไร

    ดูแลหลังผ่าตัดใส่แกนองคชาตเทียม

    การปฏิบัติตัวตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดจะช่วยให้ฟื้นตัวได้ราบรื่นและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน

    • ช่วง 1 – 2 สัปดาห์แรกอาจมีอาการบวมและเจ็บบริเวณผ่าตัดซึ่งเป็นเรื่องปกติ บรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่ง ประคบเย็นตามคำแนะนำ พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการยกของหนักและการออกแรงมาก
    • ดูแลแผล รักษาความสะอาดและความแห้งของแผลตามคำแนะนำ รับประทานยาปฏิชีวนะให้ครบตามที่แพทย์สั่ง สังเกตอาการผิดปกติ เช่น แผลแดงมากขึ้น มีน้ำหนองไหล ปวดมากขึ้นผิดปกติ หรือมีไข้ ควรมาพบแพทย์ทันที
    • การใช้งานอุปกรณ์ โดยทั่วไปแพทย์จะให้รอประมาณ 4 – 6 สัปดาห์จนแผลหายดีและอาการบวมลดลง ก่อนเริ่มสอนการใช้งานอุปกรณ์และเปิดใช้งานจริง ไม่ควรเริ่มใช้เองก่อนได้รับอนุญาตจากแพทย์
    • การกลับไปมีเพศสัมพันธ์ จะเริ่มหลังจากแพทย์ประเมินว่าแผลหายดีและได้สอนการใช้อุปกรณ์เรียบร้อยแล้ว ซึ่งมักอยู่ในช่วงประมาณ 6 สัปดาห์หลังผ่าตัด
    • มาพบแพทย์ตามนัดหมายทุกครั้ง เพื่อประเมินการหายของแผล การทำงานของอุปกรณ์ และฝึกการใช้งานให้คล่อง

    ข้อดีของแกนองคชาตเทียม

    • ความพึงพอใจสูงที่สุดในบรรดาการรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ โดยความพึงพอใจของผู้ป่วยอยู่ที่ราว 75% ถึงมากกว่า 90% และความพึงพอใจของคู่สูงถึงราว 88% ซึ่งสูงที่สุดเมื่อเทียบกับการรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศวิธีอื่น
    • ได้ผลแน่นอนและควบคุมได้เอง แข็งตัวได้ทุกครั้งที่ต้องการ ไม่ต้องรอฤทธิ์ยา ไม่ต้องฉีดยาก่อนมีเพศสัมพันธ์ และไม่จำกัดระยะเวลาหรือจำนวนครั้ง
    • เป็นส่วนตัวและมองไม่เห็นจากภายนอกอุปกรณ์ฝังอยู่ภายในร่างกายทั้งหมดไม่มีส่วนใดยื่นออกมา
    • ไม่มีผลข้างเคียงจากยา เช่น ปวดศีรษะ หน้าแดง คัดจมูก ใช้ได้ในผู้ที่มีข้อห้ามใช้ยา เช่น ผู้ใช้ยากลุ่มไนเตรต
    • อยู่ได้นานและรักษาในระยะยาว อุปกรณ์แบบพองลมสมัยใหม่มีอายุการใช้งานเฉลี่ยราว 20 ปี โดยราว 87% ยังใช้งานได้ที่ 5 ปี และ 77% ที่ 10 ปี ส่วนแบบแกนดัดทนทานมากเพราะไม่มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหว
    • แก้ปัญหาร่วมได้ ในผู้ที่มีโรคองคชาตคดร่วมด้วย การใส่แกนเทียมช่วยแก้ความโค้งผิดรูปไปพร้อมกันได้
    • ฟื้นความมั่นใจและคุณภาพชีวิต ให้กลับมามีความสัมพันธ์ที่ดีกับคู่และลดความกังวลเรื่องสมรรถภาพ

    ความเสี่ยงหรือภาวะแทรกซ้อนที่พบเมื่อใส่แกนองคชาตเทียม

    ด้วยอุปกรณ์และเทคนิคการผ่าตัดที่ทันสมัยในปัจจุบัน ทำให้โอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงพบได้ไม่บ่อย แต่ผู้ป่วยควรทราบข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจ

    • ติดเชื้อ ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญที่สุด เพราะหากเกิดขึ้นมักต้องนำอุปกรณ์ออก อุปกรณ์รุ่นใหม่ที่เคลือบยาปฏิชีวนะช่วยลดอัตราการติดเชื้อลงราวครึ่งหนึ่ง จากราว 2.3% เหลือราว 0.9% การศึกษาส่วนใหญ่รายงานอัตราต่ำกว่า 5% และข้อมูลจากการใช้งานจริงขนาดใหญ่อยู่ที่ราว 1.5 – 3% ความเสี่ยงสูงขึ้นในผู้ที่ควบคุมเบาหวานได้ไม่ดี ผู้ที่มีภาวะอ้วน ผู้ที่บาดเจ็บไขสันหลัง และการผ่าตัดแก้ไขซ้ำ
    • ปัญหาเชิงกลไกของอุปกรณ์ พบได้ในอุปกรณ์แบบพองลมซึ่งมีชิ้นส่วนเคลื่อนไหว เช่น การรั่วของน้ำหรือปั๊มทำงานผิดปกติ โดยแบบ 3 ชิ้นมีโอกาสต้องผ่าตัดแก้ไขในระยะยาวราว 5.5% หากอุปกรณ์เสื่อมสภาพสามารถผ่าตัดเปลี่ยนใหม่ได้
    • เสียดสีทะลุเนื้อเยื่อ อุปกรณ์กดเบียดเนื้อเยื่อจนบางลงหรือทะลุออก พบไม่บ่อยโดยส่วนใหญ่ต่ำกว่า 5% และพบมากขึ้นเล็กน้อยในแบบแกนดัด โดยเฉพาะในผู้ที่การรับความรู้สึกบริเวณองคชาตลดลง
    • พองตัวเองโดยไม่ตั้งใจ พบได้น้อยในอุปกรณ์แบบพองลม และลดลงมากด้วยวาล์วล็อกในอุปกรณ์รุ่นใหม่
    • ส่วนปลายองคชาตตก เกิดจากส่วนปลายไม่ได้รับการรองรับอย่างเหมาะสม แก้ไขได้ด้วยการผ่าตัดเพิ่มเติม
    • ปวดเรื้อรังหรือการรับความรู้สึกเปลี่ยนแปลง พบได้ไม่บ่อย โดยทั่วไปอาการปวดจะดีขึ้นภายใน 4 – 6 สัปดาห์ แต่ในผู้ป่วยบางราย เช่น ผู้ป่วยเบาหวานอาจใช้เวลานานกว่า
    • ความรู้สึกว่าองคชาตสั้นลง ผู้ป่วยบางรายรู้สึกว่าองคชาตสั้นลงเล็กน้อย มักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อที่มีอยู่เดิมก่อนผ่าตัดมากกว่าเกิดจากการผ่าตัด จึงต้องพูดคุยเรื่องความคาดหวังก่อนการผ่าตัด

    การเลือกสถานพยาบาล ศัลยแพทย์ที่มีความชำนาญ และเตรียมตัวก่อนผ่าตัดให้พร้อมมีความสำคัญอย่างยิ่ง


    คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

    Q: แกนองคชาตเทียมทำให้ขนาดองคชาตใหญ่ขึ้นหรือไม่

    A: การใส่แกนองคชาตเทียมไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขนาดองคชาตและไม่ทำให้องคชาตใหญ่หรือยาวขึ้นกว่าเดิม แต่ช่วยให้องคชาตแข็งตัวได้เพียงพอต่อการมีเพศสัมพันธ์ โดยแพทย์จะวัดขนาดโพรงเนื้อเยื่อองคชาตอย่างละเอียดในห้องผ่าตัดเพื่อเลือกอุปกรณ์ที่พอดีกับผู้ป่วยแต่ละราย ผลลัพธ์ที่ได้จะใกล้เคียงกับขนาดขณะแข็งตัวเดิมของผู้ป่วย การที่ผู้ป่วยบางรายอาจรู้สึกว่าองคชาตสั้นลงเล็กน้อยหลังผ่าตัด มักเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อที่เกิดขึ้นก่อนการผ่าตัดอยู่แล้ว เช่น จากภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศที่เป็นมานาน โรคองคชาตคด หรือหลังผ่าตัดต่อมลูกหมาก มากกว่าจะเกิดจากตัวอุปกรณ์ ดังนั้นการพูดคุยกับแพทย์เรื่องความคาดหวังขนาดก่อนผ่าตัดจึงมีความสำคัญมาก

    Q: การใส่แกนองคชาตเทียมมีผลกับการถึงจุดสุดยอดหรือไม่

    A: โดยหลักการแกนองคชาตเทียมทำหน้าที่ให้องคชาตแข็งตัวเท่านั้น ไม่ได้รบกวนเส้นประสาทรับความรู้สึกหรือระบบฮอร์โมน จึงไม่กระทบการถึงจุดสุดยอด โดยการใส่แกนองคชาตเทียมส่งผลดังต่อไปนี้

    • ความรู้สึกทางเพศบริเวณผิวหนังเหมือนเดิม เพราะเส้นประสาทที่รับความรู้สึกบริเวณผิวหนังองคชาตและส่วนปลายเป็นเส้นประสาทคนละชุดกับโพรงเนื้อเยื่อที่ใส่อุปกรณ์ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จึงรับความรู้สึกได้ตามปกติ อาจมีความรู้สึกเปลี่ยนแปลงชั่วคราวในช่วงหลังผ่าตัดซึ่งมักดีขึ้นเมื่อแผลหายสนิท
    • ความต้องการทางเพศไม่เปลี่ยนแปลง เพราะความต้องการทางเพศถูกควบคุมโดยฮอร์โมนเพศชายและสมอง ซึ่งการผ่าตัดไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยว ในทางปฏิบัติผู้ป่วยหลายรายรู้สึกว่าความต้องการทางเพศดีขึ้น เพราะความมั่นใจกลับมาและลดความกังวลเรื่องการแข็งตัว
    • การแข็งตัว เกิดจากกลไกของอุปกรณ์แทนกลไกธรรมชาติ ทำให้แข็งตัวได้ทุกครั้งที่ต้องการโดยไม่ต้องรอสิ่งเร้าหรือฤทธิ์ยา แต่หลังผ่าตัดจะไม่สามารถแข็งตัวเองตามธรรมชาติได้อีก
    • การถึงจุดสุดยอด ยังเกิดขึ้นได้เป็นปกติ เพราะการถึงจุดสุดยอดเป็นกลไกของระบบประสาทและสมอง ไม่ได้ขึ้นกับการแข็งตัว ผู้ป่วยที่เคยถึงจุดสุดยอดได้ก่อนผ่าตัดจะยังถึงจุดสุดยอดได้เช่นเดิม
    • การหลั่ง ไม่ได้รับผลกระทบจากอุปกรณ์ เพราะการหลั่งอาศัยต่อมลูกหมาก ถุงน้ำอสุจิ และท่อปัสสาวะ ซึ่งไม่ถูกรบกวนจากการผ่าตัด อย่างไรก็ตามหากผู้ป่วยมีปัญหาการหลั่งอยู่ก่อน เช่น หลั่งย้อนกลับหรือไม่มีการหลั่งหลังผ่าตัดต่อมลูกหมาก ปัญหานั้นจะยังคงอยู่เหมือนเดิม เนื่องจากเป็นคนละสาเหตุกัน
    • ภาวะมีบุตร การใส่แกนองคชาตเทียมไม่ได้ทำให้เป็นหมันและไม่กระทบการสร้างอสุจิที่อัณฑะหรือระดับฮอร์โมนเพศชาย ผู้ป่วยที่มีการหลั่งปกติจึงยังมีโอกาสมีบุตรได้ตามศักยภาพเดิมของตนเอง ในผู้ที่วางแผนจะมีบุตร ควรแจ้งแพทย์เพื่อประเมินภาวะเจริญพันธุ์ควบคู่กันไป

    Q: ใส่แกนองคชาตเทียมแล้วเจ็บไหม

    A: ระหว่างผ่าตัดจะไม่รู้สึกเจ็บ เพราะได้รับยาระงับความรู้สึกทั้งการดมยาสลบหรือการฉีดยาชาเข้าไขสันหลัง หลังผ่าตัดมักมีอาการบวมและเจ็บบริเวณแผลในช่วง 1 – 2 สัปดาห์แรก ซึ่งเป็นเรื่องปกติและควบคุมได้ดีด้วยยาแก้ปวดที่แพทย์สั่ง โดยทั่วไปอาการจะทุเลาลงชัดเจนภายใน 4 – 6 สัปดาห์ ในผู้ป่วยบางกลุ่ม เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน อาจใช้เวลาฟื้นตัวและมีอาการเจ็บนานกว่าปกติ ส่วนอาการปวดเรื้อรังหลังผ่าตัดพบได้ไม่บ่อย หากมีอาการปวดมากขึ้นผิดปกติ แผลบวมแดงมากขึ้น มีน้ำหนองไหล หรือมีไข้ ควรพบแพทย์ทันทีเพราะอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ

    Q: แกนองคชาตเทียมอยู่ได้นานแค่ไหน

    A: อุปกรณ์แบบพองลมสมัยใหม่มีอายุการใช้งานเฉลี่ยราว 20 ปี โดยมีข้อมูลว่าราว 87% ยังทำงานได้ดีที่ 5 ปี และราว 77% ที่ 10 ปี ส่วนอุปกรณ์รุ่นใหม่มีแนวโน้มอยู่ได้นานขึ้น ขณะที่แบบแกนดัดมีความทนทานสูงมากเพราะไม่มีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหว หากอุปกรณ์เสื่อมสภาพหรือทำงานผิดปกติในอนาคต สามารถผ่าตัดเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ได้ โดยการมาตรวจตามนัดอย่างสม่ำเสมอและใช้งานอุปกรณ์ตามที่แพทย์แนะนำจะช่วยยืดอายุการใช้งานและตรวจพบปัญหาได้เร็ว

    บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล หากมีปัญหาการแข็งตัวหรือกำลังพิจารณาการรักษา ควรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการ


    เอกสารอ้างอิง

    1. Levine LA, Becher EF, Bella AJ, et al. Penile prosthesis surgery: current recommendations from the International Consultation on Sexual Medicine. J Sex Med. 2016;13(4):489-518.
    2. Goodstein T, Jenkins LC. A narrative review on malleable and inflatable penile implants: choosing the right implant for the right patient. Int J Impot Res. 2023;35(7):599-606.
    3. Ancha N, Eldin M, Woodle T, et al. Current devices, outcomes, and pain management considerations in penile implant surgery: an updated review of the literature. Asian J Androl. 2024;26(4):345-352.
    4. Cocci A, Capogrosso P, Minhas S, et al. Penile prosthesis implantation: a systematic review of intraoperative and postoperative complications. Int J Impot Res. 2026;38(2).
    5. Çayan S, Aşcı R, Efesoy O, et al. Comparison of long-term results and couples’ satisfaction with penile implant types and brands: lessons learned from 883 patients. J Sex Med. 2019;16(7):1092-1099.
    6. Capogrosso P, Pescatori E, Caraceni E, et al. Satisfaction rate at 1-year follow-up in patients treated with penile implants: data from the multicentre prospective registry INSIST-ED. BJU Int. 2019;123(2):353-359.
    7. Miller LE, Khera M, Bhattacharyya S, et al. Long-term survival rates of inflatable penile prostheses: systematic review and meta-analysis. Urology. 2022;166:51-57.
    8. Mandava SH, Serefoglu EC, Freier MT, Wilson SK, Hellstrom WJ. Infection retardant coated inflatable penile prostheses decrease the incidence of infection: a systematic review and meta-analysis. J Urol. 2012;188(5):1855-1860.
    9. Habous M, Tal R, Tealab A, et al. Defining a glycated haemoglobin (HbA1c) level that predicts increased risk of penile implant infection. BJU Int. 2018;121(2):293-300.
    10. Brant W, Sato R, Rojanasarot S, et al. Infection rates and risk factors following inflatable penile prosthetic implantation: an analysis of real-world hospital data. J Sex Med. 2025;22(11).
    11. Byrne ER, Ungerer GN, Ziegelmann MJ, Kohler TS. Complications and troubleshooting in primary penile prosthetic surgery — a review. Int J Impot Res. 2023;35(7):607-614.
    12. Van Huele A, Lenaers M, Renterghem KV. Preoperative counseling for penile implant surgery: standardized approach in a high-volume center of excellence. Int J Impot Res. 2025;37(1):18-24.
    13. Burnett AL, Nehra A, Breau RH, et al. Erectile dysfunction: AUA guideline. J Urol. 2018;200(3):633-641.
    14. Salonia A, Bettocchi C, Carvalho J, et al. EAU Guidelines on Sexual and Reproductive Health. European Association of Urology; 2025.

    โรงพยาบาลที่ชำนาญการดูแลรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

    ศูนย์โรคทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลกรุงเทพ พร้อมให้การดูแลรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ด้วยทางเลือกการรักษาอย่างการใส่แกนองคชาตเทียม โดยทีมแพทย์เฉพาะทางที่มากด้วยประสบการณ์ เครื่องมือที่ทันสมัย และทีมสหสาขาที่พร้อมดูแลให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้กลับมามั่นใจในสุขภาพเพศชายในทุกวัน

    แพทย์ที่ชำนาญการดูแลรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

    นพ.สรวีร์ วีระโสภณ ศัลยแพทย์ยูโรวิทยา ศูนย์โรคทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลกรุงเทพ ชำนาญด้านสุขภาพเพศชายและเวชศาสตร์ทางเพศ ครอบคลุมภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ความผิดปกติของฮอร์โมนเพศชาย โรคองคชาตคด (Peyronie’s) และการผ่าตัดใส่แกนองคชาตเทียม รวมถึงการผ่าตัดผ่านกล้องและผ่านหุ่นยนต์ 

    สามารถคลิกที่นี่เพื่อทำนัดหมายได้ด้วยตนเอง
    ออกตรวจวันจันทร์ – พฤหัสบดี เวลา 08.00 – 18.00 น.

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    นพ. สรวีร์ วีระโสภณ

    ศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา

    นพ. สรวีร์ วีระโสภณ

    ศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา

    Doctor profileDoctor profile
    ประหยัดเวลาค้นหาแพทย์ด้วยตัวเอง

    ให้ AI ช่วยประเมินอาการและแนะนำแพทย์ที่เหมาะสม

    AI เลือกแพทย์ให้

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    โปรโมชั่น World Heart Day 2026โปรโมชั่น World Heart Day 2026
    โปรโมชั่น World Heart Day 2026

    รายละเอียด
    ตรวจคัดกรองต้อหินเบื้องต้นตรวจคัดกรองต้อหินเบื้องต้น
    ตรวจคัดกรองต้อหินเบื้องต้น

    3,900 บาท

    5,310 บาท

    รายละเอียด
    วัคซีนป้องกันไวรัส RSV สำหรับหญิงตั้งครรภ์วัคซีนป้องกันไวรัส RSV สำหรับหญิงตั้งครรภ์
    วัคซีนป้องกันไวรัส RSV สำหรับหญิงตั้งครรภ์

    8,990 บาท

    10,650 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    เก็บไข่ก่อนคีโมและฉายแสงคืออะไร ทางเลือกเพิ่มโอกาสมีบุตรในผู้ป่วยมะเร็ง Image
    เก็บไข่ก่อนคีโมและฉายแสงคืออะไร ทางเลือกเพิ่มโอกาสมีบุตรในผู้ป่วยมะเร็ง
    Cardiopulmonary Exercise Test (CPET) คืออะไร? ตรวจวัดความฟิตและสมรรถภาพหัวใจและปอดก่อนออกกำลังกาย Image
    Cardiopulmonary Exercise Test (CPET) คืออะไร? ตรวจวัดความฟิตและสมรรถภาพหัวใจและปอดก่อนออกกำลังกาย
    Low-Dose Chest CT Scan (LDCT) ตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วยเอกซเรย์ช่องอกแบบรังสีต่ำ Image
    Low-Dose Chest CT Scan (LDCT) ตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วยเอกซเรย์ช่องอกแบบรังสีต่ำ
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ